บทที่ 17 น้องสาวตัวจริงตัวปลอม
หลังจากกลับถึงบ้านซูจงจวินก็ถามซ่งเฉียวว่า "เธอยังสงสัยอยู่ใช่ไหมว่าน้องสาวของ หลิวเยว่ คือเซี่ยหรันหรั่น"
ตอนที่ซ่งเฉียวคุยกับหลิวเยว่นั้น มีนัยยะแอบแฝงอยู่ในคำพูด และเขาก็สังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่พูดถึงน้องสาว สีหน้าของหลิวเยว่จะดูผิดปกติ ถึงแม้น้องสาวของเธอคนนี้จะไม่ใช่เซี่ยหรันหรั่นแต่ก็ต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างแน่ ๆ
เขาต้องเตือนจางต้าจวินให้คอยระวังสถานการณ์ในบ้าน
"รู้สึกอึดอัดใจจัง" ซ่งเฉียวรู้ว่าไม่ควรสงสัยใครก่อนจะได้เจอตัวจริง แต่ตอนที่เธอเดินผ่านบ้านตระกูลจาง หัวใจเธอก็เต้นรัวไม่หยุด
"เฝ้าดูไปก่อนแล้วกัน" ยังไม่ได้เจอตัว ทั้งสองคนจึงไม่กล้าทำอะไรรีบร้อน
"ถ้าเป็ เซี่ยหรันหรั่น จริง ๆ ล่ะ จะทำยังไง" ซ่งเฉียวถาม เธอเดาว่าเซี่ยหรันหรั่นคงตกหลุมรักแรกพบในตัวของซูจงจวิน และมาที่เกาะเพื่อเขา ในนิยายต้นฉบับ นางเอกมีนิสัยอดทนไม่ย่อท้อ แต่ถ้าใช้นิสัยนี้ผิดที่ก็จะกลายเป็ความสุดโต่งทันที
ซ่งเฉียวสงสัยว่าการที่เธอข้ามมิติมาในนิยายและทำให้เซี่ยหรันหรั่นไม่มีงานทำ จะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของนางเอกและส่งผลให้เธอมาที่นี่
"ส่งเธอกลับไป" ตอนที่พูดประโยคนี้ แววตาของซูจงจวินก็ทอประกายความเ็าออกมา สำหรับคนแปลกหน้าเขาไม่มีความสนใจเลยจริง ๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับเซี่ยหรันหรั่น ทั้งสองคนยืนอยู่ในแนวเดียวกัน
แต่ไม่คิดว่าซ่งเฉียวจะส่ายหน้า เธอคิดว่าการไล่เซี่ยหรันหรั่นออกจากเกาะคงไม่ใช่เื่ง่าย
ซูจงจวินก็มองออก เขาถามอย่างจริงจัง "คุณคิดว่าการจะไล่ผู้หญิงคนหนึ่งออกจากเกาะมันเป็ไปได้ยากหรือ?"
"ถ้าเป็คนอื่นก็คงไม่มียาก แต่ว่าเธอคนนี้..." ซ่งเฉียวนึกถึงบุคลิกของเธอ ก็ถอนหายใจอย่างจนใจ "ฉันว่าคงยากหน่อย"
"จริงหรือ? งั้นพวกเรามาพนันกันไหม ถ้าเป็เธอจริง ๆ ภายในสองวันผมจะสามารถทำให้เธอออกจากเกาะไปได้"
"เดิมพันด้วยอะไร?"
ทั้งสองคนมีความ้าเอาชนะสูงมาก ซ่งเฉียวถึงขั้นอยากเขียนลงกระดาษเป็ลายลักษณ์อักษรไว้เลย
"ใครแพ้พนันต้องทำอาหารเช้าสามเดือน" ความจริงซูจงจวินไม่ชอบทำอาหาร ถ้าไม่ใช่เพราะเพิ่งแต่งงานกับซ่งเฉียวและมักทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจบ่อย ๆ เขาก็คงไม่ต้องตื่นเช้ามาทำอาหารเช้า
คราวนี้พอมีโอกาสก็อยากจะโยนภาระนี้ออกไป
"สามเดือนอาจจะสั้นเกินไป ขอเป็ครึ่งปีแล้วกัน" ซ่งเฉียวตอบอย่างใจเย็น
ซูจงจวินสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ถามว่า "จริงเหรอ?"
เขารู้สึกว่าซ่งเฉียวช่างไร้เดียงสาเกินไป คงไม่เคยเห็นวิธีการของสำนักงานเยาวชนถ้าเยาวชนคนนั้นลงทะเบียนแล้วไม่ยอมไปชนบท ทั้งครอบครัวเซี่ยจะถูกพาไปวิพากษ์วิจารณ์ และเื่อาจจะลามไปถึงคณะกรรมการปฏิวัติด้วย แค่ดูจากการที่ตระกูลเซี่ยรักลูกชายมากกว่าลูกสาวแล้ว เขาก็ไม่เชื่อว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็เซี่ยหรันหรั่น ตระกูลเซี่ยคงไม่ปล่อยเธอมา
"จริงสิ!" ซ่งเฉียวพูดจบก็รีบวิ่งขึ้นบันได หยิบปากกากับกระดาษออกมา ขอให้ซูจงจวินเซ็นสัญญากับเธอ
เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่าซ่งเฉียวช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน แต่ก็ไม่พูดอะไรรีบเซ็นชื่อตัวเองลงไปทันที
ซ่งเฉียวถือสัญญาไว้ เอามือปิดหน้าพลางหัวเราะคิกคักอย่างดีใจ หลังจากปรับลมหายใจได้เป็ปกติแล้วก็ถามซูจงจวินว่าจะไปพบน้องสาวของหลิวเยว่ได้ยังไง
"เื่ง่าย ๆ รอให้จางต้าจวินเลี้ยงข้าว คุณมาอยู่บนเกาะหลายวันแล้ว เขาก็ควรจะเลี้ยงข้าวพี่สะใภ้อย่างคุณสักมื้อ"
คุณนี่ช่างคิดว่ามันเป็เื่ปกติจริง ๆ
ตอนกำลังกินข้าวเย็น เสี่ยวจางก็มารับซูจงจวิน แจ้งว่าผู้บัญชาการสั่งให้ไปตรวจตราที่ชายทะเลอีกรอบ นายทหารระดับกองร้อยขึ้นไปทุกคนห้ามขาด ซูจงจวินกินแป้งทอดไปสองสามคำ จิบน้ำซุปเนื้ออีกสองอึก แล้วรีบเตรียมตัวจะออกจากบ้านไป
เสี่ยวจางยืนอยู่ที่ประตู ได้กลิ่นเนื้อมาจากในบ้าน จึงชมว่า "พี่สะใภ้ครับ ฝีมือทำอาหารของคุณนี่เยี่ยมจริง ๆ"
ซูจงจวินที่เพิ่งเดินลงบันไดมาถึง จ้องเขาตาเขียว "นายยังไม่ได้กินเลย รู้ได้ไงว่าอร่อย"
เสี่ยวจางยิ้มเขิน ๆ ให้ซูจงจวิน "แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วครับ"
ซูจงจวินไม่รู้จะขำหรือโมโหดี ชายตามองเขา "นั่นฉันเป็คนทำนะ!"
เสี่ยวจางใรีบทำท่าตรง ทำเอาซ่งเฉียวที่อยู่ในบ้านหัวเราะจนต้องค้อมตัวเอามือกุมท้องไว้
"วันนี้ฉันเมาเรือ ไม่สบาย ผู้พันซูเลยเป็คนทำอาหารแทน" ซ่งเฉียวช่วยอธิบายแทนซูจงจวิน
ซูจงจวินหันไปชายตามองเธอ "พูดเหมือนผมทำแค่มื้อนี้ แล้วมื้ออื่น ๆ ใครทำล่ะ?"
ต่อหน้าคนนอก ซ่งเฉียวไม่อยากคุยกับเขามาก เธอเม้มปากและโบกมือให้เขารีบไป
ตอนที่จะไป เสี่ยวจางะโบอกซ่งเฉียวที่อยู่ในบ้านว่า "พี่สะใภ้ครับ พวกคุณรักกันจังเลยนะ!"
นี่เรียกว่ารักกันดีเหรอ? ซ่งเฉียวส่ายหน้าอย่างจนใจ แต่เธอก็ยังรีบตามออกไปส่งซูจงจวินที่หน้าบ้านจนลับตา ส่วนพี่สะใภ้ต้วนที่กำลังเด็ดผักสำหรับมื้อเย็นอยู่ในลานบ้านเห็นแบบนั้นก็เลยแซวว่า "นี่ขนาดแค่นาทีเดียวก็ทนจากกันไม่ได้แล้วเหรอ"
ซ่งเฉียวอยากจะอธิบายสักสองสามประโยค แต่เพิ่งจะอ้าปากก็เห็นรถของผู้บัญชาการหลิววิ่งตรงมาทางนี้
"ผมจะไม่กลับมากินข้าวนะ" เมื่อรถจอดในที่ที่สามารถถอยได้แล้ว ผู้บัญชาการหลิวก็เลื่อนกระจกลงะโมาทางนี้
"รู้แล้วค่ะ!" พอได้ยินว่าสามีจะไม่กลับมากินข้าว พี่สะใภ้ต้วนก็ดูไม่ค่อยพอใจ มือที่เด็ดผักก็ออกแรงมากกว่าเมื่อกี้หลายเท่า
ครอบครัวทหารก็เป็แบบนี้ การพบกันน้อยแยกจากกันบ่อยเป็เื่ปกติ ถึงแม้จะติดตามกองทัพมาอยู่ด้วยกัน แต่อาจจะไม่ได้เจอกันหลายเดือนก็เป็เื่ปกติ พวกเขาที่ได้เจอกันวันละครั้งถือว่าโชคดีแล้ว
"พี่สะใภ้คะ ฉันเอาของมาให้ค่ะ" ตอนที่ซ่งเฉียวกำลังจะหมุนตัวกลับเข้าบ้านไปจัดการงาน ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงที่ประตู
เธอจับกรอบประตูแล้วหันกลับไปมอง พบว่าเป็หลิวเยว่ เธอยิ้มแย้มถือของห่อใหญ่เดินไปที่บ้านพี่สะใภ้ต้วน จนถึงตอนนี้น้องสาวที่อ้างว่าเป็ลูกพี่ลูกน้องของเธอก็ยังไม่ออกมาจากบ้านเลย
ซ่งเฉียวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็แกล้งทำเป็กวาดลานบ้าน แล้วค่อย ๆ ย่องไปที่รั้วบ้าน
ตอนนั้นพี่สะใภ้ต้วนรับห่อของมา พอเปิดดูข้างในก็พบผ้าสีน้ำเงินเข้มและสีเขียวสำหรับใช้ในฤดูร้อน ก็ดีใจจนยิ้มไม่หุบ
"คราวนี้ต้องรบกวนเธอแล้ว ที่ต้องช่วยถือห่อของใหญ่ขนาดนี้มาให้คนเดียว"
หลิวเยว่ยิ้มอย่างเขิน ๆ พลางเสยผมที่ตกลงมาข้างหู "ไม่ได้รบกวนอะไรหรอกค่ะ เกาะของเรามีอะไรบ้างล่ะ ร้านสหกรณ์นั่นอยากได้อะไรก็ไม่มี การจะช่วยซื้อของมาให้ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลยค่ะ"
"อีกอย่าง น้องสาวฉันก็มาด้วยกัน ได้เธอช่วย ฉันเลยไม่ค่อยเหนื่อยค่ะ"
พี่สะใภ้ต้วนไม่คิดว่าหลิวเยว่จะพาญาติกลับมาด้วย คิดว่าอีกฝ่ายอายุพอ ๆ กับซ่งเฉียว น้องสาวก็คงอายุไล่เลี่ยกัน จึงรีบเรียกซ่งเฉียวมาทำความรู้จักกัน
"พวกเราเคยเจอกันแล้วค่ะ" ซ่งเฉียวยิ้มพลางพยักหน้าให้หลิวเยว่
"พวกเธออายุพอ ๆ กัน ซ่งเฉียวค่อนข้างเป็คนเก็บตัว ถ้าว่าง ๆ ก็ช่วยพาเธอไปรู้จักสภาพแวดล้อมบนเกาะด้วยนะ" พี่สะใภ้ต้วนแนะนำทั้งสองคนอย่างกระตือรือร้น
หลิวเยว่มองสำรวจซ่งเฉียวอย่างเงียบ ๆ เห็นเธอรวบผมหางม้า มีใบหน้ารูปไข่ ดวงตาโต เป็คนสวยที่โดดเด่นคนหนึ่ง แต่หลังจากขึ้นเกาะมาผิวก็คล้ำขึ้น
เธอเห็นซ่งเฉียวถือไม้กวาดด้ามใหญ่กำลังกวาดหญ้าในลานบ้าน จึงเตือนด้วยความหวังดี "พี่สะใภ้ ตอนทำความสะอาดต้องใส่หมวกกับปลอกแขนด้วยนะคะ ไม่งั้นแค่สองวันผิวก็จะคล้ำแล้ว"
ซ่งเฉียวพยักหน้า ในใจอยากจะยืนยันว่าน้องสาวของเธอใช่เซี่ยหรันหรั่นหรือไม่ จึงพูดว่า "รอบ้านของเราตกแต่งเสร็จแล้ว จะเชิญคุณกับน้องสาวมาเยี่ยมที่บ้านด้วยกันนะ"
ตอนนี้ปฏิกิริยาของหลิวเยว่ไม่รุนแรงเหมือนก่อนหน้านี้ เธอพยักหน้าแล้วเอียงหน้าไปทางพี่สะใภ้ใหญ่ ใบหน้าแสดงความเขินอายเล็กน้อย
"มีอะไรหรือ?" พี่สะใภ้ต้วนถาม
"คือว่าน้องสาวฉัน เธออายุน้อยกว่าฉันสองปี อยากรู้ว่าจะมีคนที่เหมาะสมจะแนะนำให้เธอไหม" หลิวเยว่พูดพลางแสดงสีหน้าลำบากใจ "น้องสาวฉันกำพร้าพ่อแม่ั้แ่ยังเด็กต้องอาศัยอยู่กับคนอื่นกว่าจะโตมาได้ เื่แต่งงานก็ไม่สามารถตัดสินใจเองได้ ครั้งนี้เพราะจำเป็ถึงได้มาหาฉันที่เมืองปินไห่"
พูดจบดวงตาของเธอก็แดงก่ำ สะอื้นจนพูดต่อไม่ได้
ซ่งเฉียวฟังแล้วก็นึกในใจว่าเซี่ยหรันหรั่นอายุเท่ากับเธอ จริง ๆ แล้วก็อายุน้อยกว่าหลิวเยว่ แต่เมื่อเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของหลิวเยว่ ชีวิตที่ผ่านมาของน้องสาวเธอก็อาจจะเป็เื่จริง แล้วน้องสาวคนนั้นจะเป็น้องสาวของเธอจริง ๆ หรือ?