ตอนที่ 10 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (24)
“เ้า เ้าลุกขึ้นไปนั่งคุยดีๆ สิ!” เหอหรงสั่งด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเจือความเขินอาย “หากเล่นไม่รู้เื่อีกข้าจะให้จ้าวหมอมอเตะเ้าออกไป”
อี้เหยียนเจ๋อหัวเราะเบาๆ ข้างหูเขา ลุกขึ้นนั่งที่เดิม
เสียงหัวเราะเบาๆ นี้พ่นลมหายใจใส่ติ่งหูของเขา เหอหรงสะดุ้งโหยง ขนลุกไปทั้งหลัง
“วันนี้ข้านำของดีมาให้ท่านด้วยนะ ไปดูหน่อยหรือไม่” อี้เหยียนเจ๋อง้อ
เหอหรงเองก็รู้สึกว่าบรรยากาศแปลกๆ พออี้เหยียนเจ๋อเปลี่ยนประเด็นปุ๊บเขาก็เอ่ยขึ้นทันที “เอาสิ ไปดูหน่อย”
2333 ถอนหายใจ เ้ากบตัวนี้ของเขารู้ตัวไหมนะว่าตัวเองกำลังโดนต้มอยู่
อี้เหยียนเจ๋อพาเหอหรงไปยังสนามฝึกยุทธ์ในจวน ผู้ติดตามของเขากำลังยืนรอพร้อมอุ้มกล่องไม้จื่อถาน[1]ไว้
ั้แ่เจอกับเหตุการณ์เลวร้ายเมื่อคราวก่อน เหอหรงก็ขอร้องท่านชายอันหนิงให้สอนวรยุทธ์แก่เขา หนึ่งเพื่อใช้โอกาสนี้ฝึกฝนพละกำลัง สองหากวันใดเกิดเื่ขึ้นจะได้ปกปิดฝีมือที่แท้จริงของเขาไว้ได้
แต่เนื่องจากร่างกายยังไม่หายเป็ปกติ ตอนนี้จึงได้แต่ศึกษาทฤษฎีไปก่อน
เหอหรงเปิดกล่องออก ด้านในมีแส้นิ่มที่ถูกสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันเส้นหนึ่งวางนอนอยู่ แส้ทั้งเส้นเป็สีฟ้าคราม เหอหรงหยิบออกมาหวดดู เข้ามือเขามาก
อี้เหยียนเจ๋อกล่าว “แส้เส้นนี้ผสมใยเหล็กดำ ทั้งยังพันด้วยเถาวัลย์ชิงมู่ ดาบกระบี่ธรรมดาฟันมันไม่ขาด เปลวเพลิงก็มิอาจแผ้วพานมันได้ จากนี้ไปหากใครทำให้ท่านโมโห ก็ฟาดเขาได้เลย”
คราวก่อนเหอหรงแค่พูดไปเรื่อยเปื่อยว่าไม่มีแส้ที่เหมาะมือ ไม่คิดเลยว่าอี้เหยียนเจ๋อจะเก็บเอาไปใส่ใจ และหาเส้นที่ดีมาให้เขาจริงๆ
เขาชื่นชอบของขวัญชิ้นนี้มาก โบกแส้ในมือไปมาอย่างปลื้มปริ่ม “หากเ้าทำให้ข้าโมโห ข้าก็จะหวดเ้าด้วยมันเหมือนกัน”
อี้เหยียนเจ๋อยิ้มอย่างเอ็นดู “หากท่านทำลงข้าก็ยินดี”
เหอหรงแค่นเสียงเหอะทีหนึ่ง ไม่ต่อปากต่อคำกับเขา แต่พันแส้ไว้รอบเอวอย่างมีความสุขจนดูเหมือนสายคาดเอวเส้นหนึ่ง
อี้เหยียนเจ๋อมองเหอหรงที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่กลางลาน ลักยิ้มคู่นั้นช่างน่ารักชวนหลงใหล ดึงดูดสายตาราวกับพระอาทิตย์ คนที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้เป็คู่หมั้นของเขา
น่าเสียดายที่ตนเองกำลังจะแยกจากกับเขา
“เสด็จพ่อมอบหมายเื่การจัดการทหารที่เจียงโจวให้ข้า อีกสักพักข้าต้องไปเจียงโจว เกรงว่ากว่าจะได้กลับมาคงเกือบปีใหม่” อี้เหยียนเจ๋อไม่ค่อยอยากจากคุณชายของเขาไปเลย
เหอหรงร้องอ้อเสียงหนึ่งอย่างไร้ความรู้สึก “เ้าไปสิ นั่นเป็อำนาจทางทหารเชียวนะ เก็บไว้ดีๆ ล่ะ”
อี้เหยียนเจ๋อเห็นท่าทางไม่ใส่ใจของเหอหรงแล้วลอบถอนหายใจ เส้นทางของเขายังอีกยาวไกล
หลังอี้เหยียนเจ๋อกลับมาถึงวัง ตำหนักในก็ส่งใบรายการสินสอดมาให้ ขันทีที่มาส่งรายการยิ้มกว้างขณะพูด “รายการสินสอดนี้ทางตำหนักในจัดตามประเพณีการแต่งงานขององค์ชายที่ปฏิบัติกันมาตลอด องค์ชายห้าลองทอดพระเนตรดูได้พ่ะย่ะค่ะ”
อี้เหยียนเจ๋อพลิกดูรายการเรื่อยเปื่อย เป็ระบบระเบียบไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่องจริงๆ แต่เขาเคยเห็นว่าสินสอดที่องค์ชายใหญ่ให้พระชายาองค์ชายใหญ่ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีเพียงเท่านี้
ขันทีจากตำหนักในเห็นอี้เหยียนเจ๋อไม่พูดอะไร จึงกล่าวต่อด้วยท่าทีระมัดระวัง “ส่วนที่ตำหนักในจัดไว้ให้เป็ไปตามขนบธรรมเนียมพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายองค์อื่นๆ มักจะสมทบทุนงานสมรสเองด้วยเสมอ ให้ตำหนักในช่วยจัดเพิ่มมาอีกหน่อย หากท่าน้าจัดสิ่งใดเพิ่มบอกข้าน้อยมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจะรีบจัดการให้”
ความหมายชัดเจนมาก ตำหนักในมีให้เท่านี้ หากอยากได้สิ่งอื่นต้องควักเงินเอง ขอเพียงควักเงินมาพวกเขาก็จะทำให้
อี้เหยียนเจ๋อเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ตกรางวัลให้ขันทีที่มาส่งรายการแล้วสั่งให้เขาออกไป
เขารู้เื่เหล่านี้ดี ปกติองค์ชายแต่งงานมักมีทุนสมทบจากครอบครัวมารดา แต่เสด็จแม่ของเขาถูกคัดเลือกมาจากสามัญชน ต่อให้สมทบเงินที่เก็บออกมาทั้งหมดก็ยังมิพอ
สินสอดการแต่งชายาเอกต้องวนรอบเมืองในวันสมรส การแต่งงานที่เขาพากเพียรขอมาได้จะให้เหอหรงได้รับความอับอายไม่ได้เด็ดขาด เขาไม่ยอมให้เหอหรงน้อยหน้าใครในเื่สินสอดจนเป็ที่หัวเราะเยาะของผู้อื่น
อีกเจ็ดเดือนก็จะถึงพิธีแต่งงานแล้ว เขาจะไปหาเงินจากแห่งหนใดได้บ้างนะ
เชิงอรรถ
^ ไม้จื่อถาน คือไม้จันทร์แดง เป็นต้นไม้ซึ่งเติบโตช้าและหายาก ถือเป็นไม้ราคาแพงในยุคสมัยโบราณ