บทที่ 28 ซื้อเตาหลอมโอสถ
เถ้าแก่ยิ้มและส่ายหัว "ไม่มีปัญหา แค่ถามไปอย่างนั้นเอง ร้านเราให้ราคาค่อนข้างยุติธรรม แก่นเวทระดับ 1 ห้าเหรียญทอง แก่นเวทระดับ 2 สามสิบเหรียญทอง ราคาเช่นนี้เ้าคิดว่าอย่างไร?"
จื่อเชียนเกอพยักหน้า "เ้าค่ะ ข้าตกลง รบกวนท่านลุงเถ้าแก่คิดเงินให้ด้วยนะเ้าคะ"
ราคานี้ค่อนข้างดีแล้ว ตอนที่อยู่เมืองฉีหยาง ราคาที่รับซื้อแค่แปดส่วนสิบของที่นี่เอง
เถ้าแก่คิดเงินเร็วมาก ไม่ถึงนานก็ได้ผลลัพธ์ออกมา พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "คุณหนู แก่นเวทระดับ 1 จำนวน 120 ชิ้น แก่นเวทระดับ 2 จำนวน 60 ชิ้น รวมเป็สองพันสี่ร้อยเหรียญทอง"
จื่อเชียนเกอพยักหน้า แล้วหยิบสมุนไพรระดับต่ำที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วออกมาจากถุงเก็บของ ยิ้มแล้วพูดว่า
"ท่านลุงเถ้าแก่ รับซื้อสมุนไพรระดับต่ำพวกนี้ไหมเ้าคะ?"
เถ้าแก่พยักหน้า "รับสิ"
เถ้าแก่พูดจบก็แล้วหยิบสมุนไพรกำหนึ่งขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด พลางกล่าวชื่นชมว่า
"คุณหนู สมุนไพรพวกนี้เ้าจัดการได้ดีมาก ละเอียดกว่าเด็กที่รับผิดชอบจัดสมุนไพรในร้านเสียอีก เอาเช่นนี้ลุงจะเพิ่มราคาให้ต้นละหนึ่งเหรียญทองจากราคาซื้อขายปกติเป็อย่างไร?"
จื่อเชียนเกอยิ้มหวาน "ตกลงเ้าค่ะ ข้างขอบคุณท่านลุงเถ้าแก่มากเ้าค่ะ"
สมุนไพรพวกนี้ฮั่นตั้นเป็คนจัดการ มันจัดเป็มัด มัดละสิบต้น การคำนวณจึงรวดเร็ว
เถ้าแก่พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "สมุนไพรสามพันหกร้อยเหรียญทอง บวกกับแก่นเวทสองพันสี่ร้อยเหรียญทอง รวมเป็หกพันเหรียญทองพอดี"
พูดจบก็หยิบเหรียญทองหกพันเหรียญจากหลังตู้ส่งให้เธอ
จื่อเชียนเกอไม่ได้นับ รับเหรียญทองแล้วใส่เข้าไปในกำไลวิเศษทันที
“ท่านลุงเถ้าแก่ ข้าไปก่อนนะเ้าคะ”
เถ้าแก่เห็นการกระทำของเด็กหญิงตัวน้อย ดวงตาก็เป็ประกาย ยิ้มแล้วพูดว่า "ลาก่อนคุณหนู!"
หลังจากที่จื่อเชียนเกอเดินไปไกลแล้ว เขาลูบเคราที่เป็เอกลักษณ์ ยิ้มแล้วพูดว่า "เด็กคนนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ"
หลังจากเดินไปตามถนนสายหนึ่ง จื่อเชียนเกอก็พบร้านขายยา
ร้านไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่การค้าก็ดี มีลูกค้ามาไม่ขาดสาย เธอมองราคาขายยาที่ติดไว้อย่างลวกๆ แล้วอุทานว่า
"ยานี่แพงเสียจริง ไม่แปลกใจเลยที่คนอื่นบอกว่านักหลอมโอสถเป็อาชีพที่รวยที่สุด"
ฮั่นตั้นสั่นกลีบดอกไม้ พูดด้วยน้ำเสียงดูถูกเล็กน้อย
"ยาพวกนี้คุณภาพธรรมดามาก นักหลอมโอสถจัดการวัตถุดิบไม่ดี ทำให้สรรพคุณหายไปเยอะ พี่หญิง ตอนที่เ้าเรียนปรุงยา อย่ารีบร้อนสร้างยา ควรฝึกฝนพื้นฐานให้แน่นก่อน จะเป็ประโยชน์ต่อการพัฒนาในอนาคตของเ้า"
เ้าสำนักตำหนักหลอมโอสถก็เคยสอนแบบเดียวกันนี้ ตำราและบันทึกโบราณเกี่ยวกับการหลอมยาในมิติก็เน้นย้ำเื่นี้เช่นกัน เธอจำไว้ในใจแล้ว พยักหน้า
"อืม ข้าเข้าใจแล้ว"
เมื่อเทียบกับความคึกคักหน้าร้านขายยาในห้องโถง โต๊ะเตาหลอมโอสถในห้องด้านในก็เงียบเหงากว่ามาก จื่อเชียนเกอยังเด็ก ตัวเล็ก สูงกว่าโต๊ะแค่นิดหน่อย พนักงานขายคิดว่าเธอมาซื้อยากับผู้ปกครอง จึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "คุณหนู ที่นี่ขายเตาหลอมโอสถ ไม่ได้ขายยานะ"
จื่อเชียนเกอใครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจ ยิ้มหวาน "ข้ารู้ ขอบคุณพี่หญิงที่เตือน แต่ข้ามาซื้อเตาหลอมโอสถเ้าค่ะ"
พนักงานขายยิ้มอย่างอ่อนโยน "อ้อ เช่นนี้นี่เอง เ้าจะไปเป็ศิษย์นักหลอมโอสถหรือ?"
จื่อเชียนเกอตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน "ใช่แล้วเ้าค่ะ ดังนั้นข้าเลยต้องเตรียมเตาหลอมโอสถ รบกวนพี่หญิงแนะนำให้หน่อยได้หรือไม่เ้าคะฒ"
พนักงานขายเห็นเธอเรียบร้อยและมีมารยาทดี จึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ได้สิจ๊ะ เตาหลอมโอสถที่ลูกศิษย์นักหลอมโอสถนิยมใช้ ไม่จำเป็ต้องดีที่สุด ขอแค่ใช้สะดวกก็พอ ร้านเรามีเตาหลอมโอสถขนาดเล็ก น้ำหนักเบา วัสดุทนทาน เหมาะสำหรับลูกศิษย์นักหลอมโอสถ ข้าจะหยิบมาให้เ้าดูก่อนนะ"
จื่อเชียนเกอพยักหน้า "ได้เ้าค่ะ"
พนักงานขายเปิดโต๊ะ หยิบเตาหลอมโอสถขนาดเล็กสามใบที่มีลวดลายสวยงามออกมา รูปร่างของเตาหลอมโอสถคล้ายกัน ความแตกต่างของระดับส่วนใหญ่อยู่ที่วัสดุและระดับของอาคมที่ติดตั้งในเตา
เตาหลอมโอสถทั้งสามใบมีสีแตกต่างกัน จื่อเชียนเกอชอบเตาหลอมโอสถสีแดงใบเล็กทางขวาสุดั้แ่แรกเห็น กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบ ก็มีเสียงผู้หญิงหยิ่งยโสดังมาจากข้างหลัง
"เตาหลอมโอสถสีแดงนั่น ข้าเอา"
จื่อเชียนเกอหันไปมองก็เห็นชายหญิงวัยรุ่นคู่หนึ่งแต่งกายหรูหรา เดินเข้ามาหา หญิงสาวสวมชุดยาวสีน้ำเงินเข้มหรูหรา เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รูจมูกเชิดขึ้นฟ้า มีเครื่องประดับรูปขนนกสีน้ำเงินเข้มติดอยู่บนมวยผมที่สูง ดูตลกสิ้นดี
เมื่อเห็นอีกฝ่ายแต่งกายเช่นนี้ จื่อเชียนเกอก็เกือบจะหลุดขำออกมาออกมา
"พรืด…"
พนักงานขายที่อยู่หน้าโต๊ะมีมารยาทกว่ามาก ขนตาสั่นไหวเล็กน้อย รอยยิ้มที่เป็เอกลักษณ์ก็ดูแข็งทื่อขึ้นเล็กน้อย
"เ้าหัวเราะอะไร?" สตรีผู้เย่อหยิ่งเพิ่งเดินมาถึงโต๊ะ เห็นเด็กคนนี้มองนางแล้วหัวเราะก็รู้สึกไม่พอใจ
จื่อเชียนเกอกลอกตาไปมา ริมฝีปากยังคงยิ้มหวาน พูดว่า "พี่หญิง วันนี้ท่านงามยิ่งนัก ชุดยาวกับเครื่องประดับก็เข้ากันมาก
การแต่งกายวันนี้ช่างงามสะดุดตา จนข้านึกคำพูดหนึ่งที่เหมาะกับท่านได้ จึงหลุดขำออกมาเ้าค่ะ"
สตรีผู้เย่อหยิ่งเห็นเธอชมว่าตัวเองสวย คิ้วที่ขมวดไว้ก็คลายลงเล็กน้อย น้ำเสียงก็อ่อนลง "คำพูดอะไร?"
จื่อเชียนเกอตอบอย่างจริงจัง "นกยูงที่หยิ่งยโส!"
สตรีผู้เย่อหยิ่งทำหน้าตกตะลึง เหมือนไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร หันไปมองบุรุษที่เดินตามหลังมา อยากให้เขาช่วยอธิบาย แต่กลับเห็นเขากลั้นขำนางก็เหมือนจะเข้าใจแล้ว
หันกลับมามองอีกครั้ง เห็นพนักงานขายที่โต๊ะก็กำลังกลั้นหัวเราะ นางโกรธจัดจึงะโว่า "เ้าด่าข้าว่าเหมือนนกยูงหรือ?"
จื่อเชียนเกอแสร้งทำเป็ใ หดคอ พูดเสียงเบา "พี่หญิง ข้าไม่ได้ด่าท่านนะเ้าคะ ข้าแค่เปรียบเทียบเฉยๆ
อาจารย์เคยบอกว่านกยูงเป็สัญลักษณ์ของความงามและความหยิ่งยโส มันใฝ่หาความงาม แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา มองโลกในแง่ดี จริงใจ และเป็สัตว์ที่ใจดีและเป็มงคล"
สตรีผู้เย่อหยิ่งทำหน้างงอีกครั้ง เด็กคนนี้พูดจริงหรือ? นางเป็คนคิดอะไรง่ายๆ คิดดูดีๆ ก็รู้สึกว่านิสัยของตัวเองก็คล้ายๆ เช่นนั้น เด็กคนนี้เปรียบเทียบได้ดีจริงๆ
บุรุษที่ติดตามมาและพนักงานขายที่อยู่ข้างๆ มองจื่อเชียนเกอด้วยสายตาแปลกๆ หลายครั้งพบว่าใบหน้าของเด็กน้อยคนนี้ดูใสซื่อ บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา แต่บางครั้งก็ชวนรู้สึกสับสน
เมื่อครู่ที่เห็นแววเ้าเล่ห์ในดวงตาของนาง เป็ภาพหลอนของพวกเขาหรือไม่นะ?
สตรีผู้เย่อหยิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า "เอาเถอะ ปากเ้านี่หวานเสียจริง ที่พูดมาก็ไม่ผิด เป็ข้าที่เข้าใจเ้าผิดไปเอง"
บุรุษผู้นั้นรู้สึกจนใจ แล้วปิดหน้าด้วยมือทั้งสองข้าง ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ทำไมเขาถึงมีลูกพี่ลูกน้องที่คิดอะไรตื้นๆ เช่นนี้กันนะ?