“หลังจากที่ดูดซึมโลหิตของเ้าไปสักพักข้าก็ได้เห็นแสงสีม่วงขึ้นรอบศพของเ้า ข้าััได้ถึงอำนาจโบราณที่เก่าแก่และทรงพลังถึงขีดสุดแม้แต่ข้ายามที่แข็งแกร่งที่สุดแม้แลกด้วยชีวิตคงทำได้แค่ถ่วงเวลาสักพัก”
แม้จะไม่ทราบว่าความแข็งแกร่งของจักรพรรดิกระบี่อุตุ๊อะต๊ะแข็งแกร่งเพียงใด แต่จากสัญชาตญาณของเมฆคาดเดาได้ว่าจักรพรรดิกระบี่อุตุ๊อะต๊ะแข็งแกร่งเป็อย่างยิ่งและจากที่ได้ฟัง เ้าสิ่ง ‘ชั่วร้าย’ ทรงพลังยิ่งกว่าจักรพรรดิกระบี่อุตุ๊อะต๊ะมาก ยิ่งทำให้เกิดความฉงนสงสัยว่าสิ่งชั่วช้านั้น้าอะไรจากมนุษย์ธรรมดาแบบตน
“หลังจากนั้นร่างกายของเ้าก็ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โลหิตที่เคยหอมหวานชูกำลังให้แก่ข้าก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์ใด ซ้ำร้ายิญญาของข้าและเ้าดันเกิดผูกติดกับเ้า” จักรพรรดิกระบี่อุตุ๊อะต๊ะกล่าว
“ผมสงสัยครับทำไมิญญาของท่านถึงมาผูกกับผมได้ล่ะ” เมฆถามด้วยความสงสัย ก็แค่ดื่มเืทำไมิญญามาผูกติดกันได้
“ข้าก็ไม่มั่นใจแต่คาดเดาว่าเืของเ้าน่าจะมีอะไรที่พิเศษทำให้ฟื้นฟูพลังิญญาข้าได้ แต่เนื่องจากิญญาข้าดำรงอยู่ในสภาพที่เสถียรได้จากพลังชีวิตเ้า ทำให้วิญาณเกิดผูกติดกัน ข้าได้แต่ต้องตามเ้าไปจนกว่าจะฟื้นคืนพลังได้”
จักรพรรดิกระบี่อุตุ๊อะต๊ะได้แต่ทอดถอนใจในโชคชะตาของตน จากจักรพรรดิกระบี่ผู้โลดแล่นชิงชัยในระดับห้วงพิภพ ตอนนี้ได้แต่เป็เสี้ยวิญญาตามเด็กหนุ่มขยะที่ไม่แม้แต่จะมีพลังยุทธ
“แต่ข้ายังแปลกใจนักเหตุใดอำนาจโบราณที่ทรงอำนาจยิ่งจนสามารถคืนชีพมนุษย์ได้นั้นเหตุใดจึงมาโผล่กับมดปลวกนี่ ทั้งเืของมันก็ผูกพลังชีวิตและดวงจิตจนบังคับให้ข้าผูกติดกับมันได้” จักรพรรดิกระบี่อุตุ๊อะต๊ะคิดอยู่ในใจ
“ไม่เอา” เมฆตอบอย่างทันทีทันควัน
“ทำไมผมต้องให้คุณมาเกาะผมเป็ิญญาตามติดด้วย คุณตามผมมาต้องมีปัญหาตามมาแน่ๆ” แท้จริงในใจของเมฆกำลังเต้นระรัว นี่แหละเวลาที่เขาจะได้ฝึกวรยุทธ เวลาที่เขาจะได้โดดเด่นมีสาวรุมล้อม เมฆตั้งใจจะรีดวิชาจากไออ้วนนี่มาให้หมดเลย เขาอยากเป็จอมยุทธได้ผจญไปกับหญิงสาวผู้งดงาม
“โอ้ดูเ้าหนูนี่สิรู้จักที่จะต่อรองกับข้าด้วย แต่เจตนาของเ้าชัดไปหน่อยนะ” จักรพรรดิกระบี่อุตุ๊อะต๊ะเอ่ยขึ้น เมฆได้แต่ยิ้มอย่างเขินอายที่เจตนาของตนถูกจับได้
“เ้าลองสังเกตที่มือขวาของเ้า” จักรพรรดิกระบี่อุตุ๊อะต๊ะเอ่ยขึ้น
หลังจากที่ได้สังเกตที่ฝ่ามือขวาของเมฆมีลวดลายที่ประหลาด รอยสักนั้นสลักลึกอยู่กลางฝ่ามือขวา ลวดลายของมันไม่ใช่กระบี่ที่เด่นชัด แต่เป็ภาพของคมกระบี่โบราณด้ามจับที่ดูเรียบง่ายแต่ซับซ้อน ตัวใบมีดนั้นเรียวบาง คมกริบ แม้จะเล็กจิ๋ว แต่ก็แฝงด้วยความรู้สึกถึงพลังงานที่อัดแน่นอยู่ภายใน
สิ่งที่โดดเด่นคือลวดลายของกระแสไอพลังงานที่โอบล้อมคมกระบี่นั้นไว้ เส้นสายสีครามอมฟ้าอ่อนๆ คล้ายกลุ่มควันหรือเมฆที่กำลังพัดวน ดูพลิ้วไหวราวกับมีชีวิตชีวา ให้ความรู้สึกถึงความบริสุทธิ์ สงบนิ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความลึกลับและพลังอำนาจที่พร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ
“นั่นคือกระบี่จอมภพไร้ขอบเขต กระบี่โบราณที่ข้าพบในซากโบราณแห่งหนึ่ง แม้ตอนนี้มันจะหักจากการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ แต่มันก็ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ทั้งยังปกป้องเสี้ยวิญญาของข้ามิให้แตกดับละพาข้าหนีมาก่อนที่ดวงจิตของมันจะแตกดับ” จักรพรรดิกระบี่อุตุ๊อะต๊ะกล่าวอย่างอาลัยอาวรณ์
ส่วนเมฆในตอนนี้ก็ยิ่งดีดสุดๆ กระบี่จอมภพไร้ขอบเขตนี่มันสุดยอดไอเทมแน่ๆ ยิ่งจินตนาการภาพที่ตนเหยียบอากาศเหินขึ้นฟ้าและฟาดกระบี่ลงมายิ่งเด่นชัดในหัว
“ฝันไปเถอะเ้าหนู แม้จะเป็เพียงแค่กระบี่ที่ตายไปแล้วแต่ด้วยพลังยุทธที่เทียบกับมดปลวกยังไม่ได้ของเ้าไม่มีทางใช้มันได้ในตอนนี้หรอก” เทพกระบี่อุตุ๊อะต๊ะเอ่ยขัดเมฆที่กำลังเคลิ้มจินตนาการไปไกล
“เพื่อเป็การแลกเปลี่ยนกันข้าจะไม่รับเ้าเป็ศิษย์แต่จะสอนวิชาบ่มเพาะและวิชากระบี่ให้แก่เ้า เ้าตกลงหรือไม่”
“ผมตกลงครับ” เมฆตอบรับขึ้นมาทันที “แต่ผมมีข้อตกลงกันนะ”
“เ้าลองว่ามา” จักรพรรดิกระบี่อุตุ๊อะต๊ะเอ่ย
“ข้อที่หนึ่ง ไม่จะทำสิ่งที่ไม่ดี ข้อที่สอง ห้ามท่านเรียกผมว่ามดปลวก ข้อที่สาม ท่านห้ามปล่อยไฟฟ้าช็อตที่หัวผมอีก ข้อที่สี่ ผมขอเรียกท่านว่าจักรพรรดิกระบี่แทนเพราะผมรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องเรียกชื่อท่าน” เมฆร่ายข้อตกลงมาเป็ข้อๆ ให้จักรพรรดิกระบี่อุตุ๊อะต๊ะฟัง
“ตกลงต่อแต่นี้ไปข้าก็จะเรียกเ้าว่าเมฆและเ้าต้องสาบานต่อพร์ยุทธของตนว่าเ้าจะไม่หักหลังข้า หากผิดคำสาบานให้วรยุทธถดถอยไร้ความก้าวหน้าจิตมารกลืนกิน” จักรพรรดิกระบี่้าให้เมฆสาบานด้วยพร์ยุทธของตนเนื่องจากกังวลว่าหากวันหนึ่งเมฆแข็งแกร่งมาพอเขาอาจจะแว้งกัดตนเหมือนพวก ‘จักรพรรดิอาวุธ’
“ผมสาบานครับ ถ้าต่อไปผมทรยศหักหลังท่านจักรพรรดิกระบี่ขอสาบานต่อพร์ยุทธหากผิดคำสาบานให้วรยุทธถดถอยไร้ความก้าวหน้าจิตมารกลืนกิน”
เมฆเอ่ยคำสาบานออกมาอย่างชัดเจน สร้างความโล่งใจให้แก่จักรพรรดิกระบี่ขึ้นมาก แม้จะใช้เทคนิคสื่อสารคลื่นจิต์ ที่สามารถอ่านอารมณ์คร่าวๆ ได้แต่การได้ยินคำสาบานช่วยให้ตนสบายใจมากขึ้น
“ดีมาก ทีนี้เ้าเดินเข้าไปในป่าสักหน่อย หาฟืนมาก่อไฟข้าจะสอนเ้าบ่มเพาะพลังปราณคืนนี้เลย”
……………………………….
“ท่านปู่คะ ค่ำขนาดนี้แล้วทำไมพี่เมฆถึงยังไม่กลับมาเหรอเ้าคะ” ส้มจี๊ดเดินวนเวียนอยู่หน้าบ้านมาค่อนวันแล้วเพื่อรอการกลับมาของเมฆ ที่ปกติจะรีบไปรีบกลับ ไม่เคยเถลไถลที่ไหนเลย
“ใช่แล้วตาเฒ่าปกติไอหนุ่มเมฆไม่เคยเถลไถลไปไหนเลย ยิ่งวันนี้ข้าทำต้มยำหมูสามชั้นที่มันสอนข้าให้ด้วย ยิ่งไม่น่าจะเถลไถล” ยายดำพูดเสริมออกมา ตลอดเวลาที่อยู่กันมา เมฆเป็คนที่ไม่เคยแวะเถลไถลที่ไหน ตนกับตาแดงจึงไว้ใจให้เมฆไปส่งของในเมืองแทนพวกตนได้
ส้มจี๊ดเดินไปเขย่าแขนตาแดงพลางกล่าว “หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพี่เมฆหรือเ้าคะ ท่านปู่ต้องช่วยพี่เมฆนะเ้าคะ”
“ตอนนี้คงไม่ได้เพราะค่ำแล้ว ยิ่งเส้นทางที่เ้าเมฆไปกลางวันแม้จะปลอดภัยยิ่งนักหากแต่เป็ยามค่ำมันคนละเื่กัน ข้าไม่อาจเสี่ยงพาคนในหมู่บ้านไปเจออันตรายได้” ตาแดงกล่าวอย่างหนักแน่น
ยายดำก็ไม่ได้ตอบอะไรเนื่องจากเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ผู้นำหมู่บ้านของตาแดงและเข้าใจในตัวสามีของตนดีว่าหากเป็เื่ความปลอดภัยแล้วล่ะหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอมเสี่ยง เนื่องจากแผลใจในอดีตครั้งนั้น
ส่วนของส้มจี๊ดแม้จะเป็เด็กที่รู้ความแต่ก็อดไม่ได้ที่จะร้องห่มร้องไห้เป็เผาเต่า พลางชะเง้อชะแง้หาเมฆ เผื่อว่าพี่ชายใจดีคนนี้จะกลับมา
……………………………….
“ท่านจักรพรรดิกระบี่ครับ นี่มันก็ค่ำมากแล้วถ้าเกิดพวกสัตว์อสูรมันออกมาเราจะไม่ปลอดภัยนะครับ” เมฆที่นั่งอยู่หน้ากองไฟใต้แสงจันทร์พลางกินเสบียงที่แอบหยิบมาจากเกวียน เมฆคิดเอาไว้ว่ากลับไปจะสารภาพผิดกับตาแดงตรงๆ ที่ตนแอบนำอาหารที่จะต้องส่งขายในเมืองมากินก่อน
“เ้าไม่ต้องกลัวหรอก ข้าได้ปล่อยรัศมีจิตของข้าให้แผ่บริเวณหลายสิบลี้โดยรอบ พวกสัตว์อสูรระดับต่ำไม่มีทางกล้าเข้ามาบริเวณนี้แน่นอน” จักรพรรดิกระบี่เอ่ยเพื่อลดความกังวลของเมฆ
“ว่าแต่เ้าหนู เ้าไม่รู้สึกกลัวบ้างรึ ทั้งที่เ้าเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ร้ายถูกสัตว์อสูรกินทั้งเป็ หากเ้าเป็ผู้ฝึกวรยุทธข้าก็พอเข้าใจ แต่จากที่เ้าเล่ามาั้แ่ถึงที่โลกแห่งนี้เ้าก็ใช้ชีวิตสงบสุขมาตลอด” จักรพรรดิกระบี่ได้ถามขึ้นมาเพื่อเริ่มการสนทนาและเนื่องด้วยความสนใจที่มนุษย์หนุ่มอายุน้อยและไม่เคยฝึกยุทธเหตุใดจึงมีจิตใจที่แข็งแกร่งไม่สะทกสะท้านกับการถูกอสูรลมปราณกินทั้งเป็