โรงหมออานฉวน
“คุณหนูหลิน”ผู้ดูแลลู่รีบเข้ามาทักทายหลินซือเยว่ด้วยสีหน้าเป็มิตร
“ข้ามาทวงหนี้” นางไม่อ้อมค้อมสักคำทำเอาผู้ดูแลลู่ถึงกับผงะถอยหลังไปเล็กน้อย ท่าทางเ็าทว่าสูงส่งของหลินซือเยว่ไม่เหมือนคนกำลังเอ่ยวาจาทวงหนี้แม้แต่น้อย
“คุณหนูหลินเหตุใดถึงรีบร้อนมาทวงเงินแล้วล่ะไม่ใช่ว่าตกลงกันไว้ว่าอีกสองเดือนหรืออย่างไร”
เห็นผู้ดูแลลู่มีท่าทีสงสัยเผิงฉือจึงเอ่ยแทนผู้เป็นาย “ผู้ดูแลลู่ความจริงแล้วคุณหนูมีเหตุจำเป็ต้องได้ใช้เงินอย่างเร่งด่วนท่านพ่อของคุณหนูส่งคนมารับกลับตระกูลหลินที่อยู่ในเมืองหลวงแต่รถม้าที่มารับกลับล้อหักเสียหาย คนขับรถม้านั้นไม่มีเงินติดตัวมาด้วย เกรงว่าทางโน้นจะลืมคิดเื่พวกนี้ไปคุณหนูเลยจำใจมาทวงเงินค่าสมุนไพร ที่โรงหมอของท่านติดค้างเอาไว้หวังว่าผู้ดูแลลู่จะเห็นใจสตรีสองคนนายบ่าว ที่ต้องเดินทางไกลไปถึงเมืองหลวงโน่น”
ผู้ดูแลลู่ได้ยินแล้วถึงกับชะงักงันไปอึดใจหนึ่ง“เช่นนี้หรอกรึ”
“สรุปแล้วเ้ามีเงินคืนข้าหรือไม่”หลินซือเยว่รู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อย
“มีขอรับคุณหนูหลินนายท่านได้แยกเงินที่ต้องคืนคุณหนูหลินเอาไว้ก่อนหน้าแล้วเพียงแต่ว่าเก็บได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น” ผู้ดูแลลู่ทำหน้าลำบากใจเล็กน้อยนอกจากค่าสมุนไพรที่หลินซือเยว่นำมาขายให้ที่นี่แล้ว ยังมีค่ารักษาคนไข้ที่ยากเกินความสามารถของโรงหมออานฉวนอีกด้วย นับรวมทั้งหมดได้ห้าคนพอดิบพอดีค่าสมุนไพรไม่เท่าไหร่เพียงสามร้อยตำลึง แต่ค่ารักษาคนไข้อาการหนักห้าคนนี้ตกคนละสองร้อยตำลึงเลยทีเดียว
“ครึ่งหนึ่งคือเท่าใด”หลินซือเยว่ไม่เคยจดบันทึก นางค่อนข้างไว้ใจโรงหมออานฉวน
“ติดค้างไว้ทั้งหมดหนึ่งพันสามร้อยตำลึงขอรับตอนนี้ที่เก็บไว้มีเพียงหกร้อยห้าสิบตำลึงเท่านั้น”
“เอาที่มีทั้งหมดนั่นมาให้ข้าก่อนที่เหลือฝากผู้ดูแลลู่มอบเป็ค่าธูปเทียนน้ำมันตะเกียง แก่อารามไท่ผิงกวนด้วย”
หากมอบเป็ค่าธูปเทียนน้ำมันตะเกียงแก่อารามไท่ผิงกวนเช่นนั้นคงไม่ต้องรีบร้อนคืน ผู้ดูแลลู่ยิ้มรับในทันที “ได้ขอรับคุณหนูหลินเช่นนั้นรบกวนคุณหนูหลิน ลงลายมือชื่อบนสมุดบันทึกหนี้ด้วยขอรับ”
เงินมาลายมือชื่อไปแต่เหมือนหลินซือเยว่จะนึกบางเื่ขึ้นมาได้ “จัดย่ามยาสามัญให้ข้าด้วยหนึ่งชุด”
“ได้ขอรับคุณหนูหลิน”ผู้ดูแลลู่ไม่คิดมาก ย่ามยาสามัญเป็สิ่งที่โรงหมอมีพร้อมไม่ใช่เื่ยากเย็นอันใด อีกทั้งราคาไม่ได้แพงมากนักสามารถหักออกจากเงินที่ต้องใช้คืนได้
นี่เป็เพียงลูกหนี้รายแรกในอำเภอฝูแห่งนี้ยังมีลูกหนี้ของหลินซือเยว่อีกสามราย หนึ่งนายอำเภอฝูสองเถ้าแก่ภัตตาคารชื่อดัง สามโรงประมูลสินค้าสามรายนี้เรียกลูกหนี้ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าใดนักคงต้องเรียกว่าเป็สถานที่ฝากเงินเอาไว้มากกว่า
หลินซือเยว่รู้ดีว่าอาจารย์ของตนนั้นมีนิสัยเห็นเงินไม่ได้ เป็อันต้องเอาไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย หลัก ๆมักลงที่สุรากับนารี นางรู้สึกเบื่อหน่ายเป็อย่างมากเกือบจะบาปหนากลายเป็ศิษย์เนรคุณไปเสียแล้ว จึงเลือกวิธีสุดท้ายออกมาบอกไปว่าร่างกายของนางไม่แข็งแรง จึงงดรับการรักษาไปก่อนภายในครึ่งปี
ทั้งสามแห่งนางไม่ได้ไปทวงด้วยตัวเองแต่ให้เผิงฉือเป็คนถือจดหมาย พร้อมป้ายประจำตัวไปจัดการแทนตัวนางนั้นไปเลือกซื้อรถม้าคันใหม่ ม้าตัวนั้นนางดูแล้วมันยังแข็งแรงไม่จำเป็ต้องเปลี่ยน เพียงแต่ต้องให้หญ้าคุณภาพดีมากหน่อย
หลินอ้ายใเป็อย่างมากหลังจากเห็นรถม้าคันใหญ่ พร้อมกับของกินของใช้บรรจุมาเต็มคันรถอีกทั้งยังมีหญ้าคุณภาพดีมาให้ม้ากินอีกด้วย เขาไม่กล้าแม้แต่จะปริปากบ่นอันใดอีกเพราะซาลาเปาไส้เนื้อสามลูกโต ๆ ถูกยื่นมาตรงหน้า
“รีบกินซะ จะได้เดินทางต่อ”เผิงฉือเป็คนเอ่ย จากนั้นนางก็เข้าไปปูผ้านวมบนรถม้า เตรียมของกินเล็ก ๆ น้อย ๆใส่ตามช่องลิ้นชักใต้เบาะนั่ง เตรียมให้หลินซือเยว่ไว้กินระหว่างทาง
นางอารมณ์ดีไม่น้อยเงินที่ไปทวงมาจากสามแห่งนั้นรวมกันแล้วเกือบสามพันตำลึง ไม่คิดว่าคุณหนูของนางสามารถเก็บซ่อนเงินจากเ้าอาวาสชุน ได้มากมายถึงเพียงนี้ เสียดายที่ตามกฎชะตาฟ้านางต้องนำเงินไปทำบุญที่อารามเต๋าครึ่งหนึ่ง
ในจดหมายระบุไว้เป็อย่างดีว่าต้องบริจาคเงินให้อารามใน่เวลาใด หลินซือเยว่คำนวณไว้เรียบร้อยไม่ให้ขาดตกบกพร่อง เพียงแต่ไม่มีให้ใช้อย่างมือเติบอีกต่อไป
ยามอู่(11.00-12.59)ทั้งสามคนเดินทางออกจากอำเภอฝู
หลินซินเยว่เปิดหน้าต่างมองดูทิวทัศน์ข้างทางไปด้วยนางทะลุมิติมาอยู่ยังโลกแห่งนี้ได้สิบปีเต็มแล้วสินะเดิมทีเ้าของร่างเดิมเป็บุตรสาวของนายท่านรองตระกูลหลิน มีบิดามารดาและพี่ชายเพิ่งมีน้องสาวหลังจากที่นางออกจากตระกูลหลินมาแล้ว จึงยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนสำหรับคนอื่น ๆ ในตระกูลหลินนั้น เ้าของร่างเดิมแทบไม่มีความทรงจำมากนักทุกอย่างจึงเลือนรางยากแก่การเข้าใจได้
หลินซินเยว่ในวัยห้าขวบได้ประสบอุบัติเหตุทำให้กลายเป็เด็กปัญญาอ่อน พูดจาติดอ่างเคลื่อนไหวเชื่องช้า สมองได้รับผลกระทบจากการตกลงมาจากต้นไม้สูง ตอนนั้นมีนักพรตเฒ่าผู้หนึ่งมาทำนายเอาไว้ว่าดวงชะตาของนางจะทำให้ตระกูลหลินตกต่ำ ให้นำนางออกจากตระกูลหลินไปอยู่ที่อื่นและห้ามคนในครอบครัวพบเจอหน้านางอีก
แม้บิดามารดาของหลินซินเยว่ไม่เห็นด้วยแต่ไม่อาจขัดขืนความประสงค์ของผู้ใหญ่ในตระกูลได้ยิ่งตอนนั้นนายท่านใหญ่กำลังเข้ารับตำแหน่งนายอำเภอตงจี้ตระกูลหลินทิ้งหลินซินเยว่ไว้ที่อารามไท่ผิงกวน แล้วย้ายเข้าไปอยู่ที่อำเภอตงจี้จากนั้นเพียงสามปีพวกเขาได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองหลวงเหตุเพราะนายท่านใหญ่สร้างผลงานใหญ่หลวง จนได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาเว่ยเว่ยมีหน้าที่เฝ้าระวังและป้องกันประตูวังหลวง
หลินซินเยว่กลายเป็เด็กปัญญาอ่อนในวัยห้าขวบถูกเลี้ยงดูอยู่ในอารามไท่ผิงกวนอย่างยากลำบากเ้าอาวาสยอมรับเด็กปัญญาอ่อนเข้ามาเลี้ยงดูเพราะตระกูลหลินรับปากบริจาคเงินให้แก่ทางอารามทุกปี ปีละหนึ่งร้อยตำลึงจนกว่าหลินซินเยว่จะไม่ได้อยู่ในอารามอีกต่อไป แต่การเลี้ยงเด็กปัญญาอ่อนผู้หนึ่งไหนเลยจะง่าย
ยามนั้นเผิงฉือที่ถูกโจรป่าปล้นชิงระหว่างเดินทางกลางหุบเขานางสูญเสียสามีและลูกสาวไปในวัยห้าขวบไป กลายเป็คนใกล้เสียสติเดินโซซัดโซเซไปทั่ว กระทั่งมาเจอเด็กสาวผู้หนึ่งกลิ้งตกลงมาจากเนินเขาหัวกระแทกเข้ากับก้อนหินจนหมดสติไป
เ้าอาวาสชุนวิ่งหน้าตาตื่นมาดูอาการของหลินซินเยว่อีกทั้งยังต้องหิ้วสตรีใกล้บ้ากลับอารามไปด้วยผ่านไปสองวันสองคืนหลินซินเยว่ถึงได้ฟื้นคืนสติอาการปัญญาอ่อนจะเรียกว่าหายก็ไม่ได้ เพราะยังมึนงงสับสน นั่งเหม่อดวงตาเลื่อนลอยร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง พูดจายังไม่รู้เื่นั่นคือตอนที่หลินซือเยว่ในยุคปัจจุบันทะลุมิติมา
เ้าอาวาสชุนมองเห็นโอกาสดีของทั้งคู่จึงขอให้เผิงฉืออยู่เลี้ยงดูหลินซินเยว่จนเติบใหญ่วันข้างหน้าจะได้พึ่งพาบุญวาสนาของนางเผิงฉือที่เพิ่งสูญเสียทุกสิ่งอย่างในชีวิตไปได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับในทันที
หลินซือเยว่ที่ข้ามมิติมานั้นต้องใช้เวลาถึงสองวันกว่านางจะเข้าใจเหตุการณ์ทุกอย่างได้แต่เพราะร่างกายของเ้าของร่างเดิมนั้น เป็เด็กปัญญาอ่อนจากการเกิดอุบัติเหตุการที่จะพูดคุยกับผู้อื่นให้เป็ปกติ ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนเต็มระหว่างนั้นสิ่งที่ทำให้นางต้องตื่นตะลึงก็คือ
นางไม่เพียงแค่ระลึกอดีตอันน้อยนิดของคุณหนูตัวน้อยผู้นี้ได้จำปัจจุบันที่จากมาได้ ว่าตัวเองเป็ถึงหมอศัลยกรรมชื่อดังของประเทศหนึ่งแต่ว่านางยังระลึกอดีตชาติอันไกลโพ้นได้อีกด้วยอดีตกาลนั้นนางเคยเป็ถึงปรมาจารย์เต๋าเลื่องชื่อ ล่วงรู้ความลับฟ้า รักษาผู้คนได้อีกทั้งยังมีดวงเนตรทิพย์ สามารถมองเห็นิญญาคนตายได้ด้วย
หลินซือเยว่ต้องทำความเข้าใจกับเื่ราวเหล่านี้อยู่นานนางกลายเป็คนที่มีทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต อยู่ในคนคนเดียวความสามารถนั้นล้นหลามจนตัวนางไม่อยากเชื่อเมื่อนางอายุสิบขวบดวงเนตรทิพย์ของนางเริ่มทำงาน นางมองเห็นิญญาคนตายเต็มไปหมดไม่ใช่โลกที่นาง้าแม้แต่น้อย นางเค้นเอาความสามารถในอดีตกาลออกมาร่ายคาถาปิดผนึกดวงเนตรทิพย์ไม่ให้มองเห็นเช่นนั้นนางถึงอยู่อย่างสงบมาได้จนถึงทุกวันนี้
ใครจะคาดคิดว่าหลังผ่าตัดนักพรตเฒ่าผู้หนึ่งนั้นนางวูบหมดสติและเสียชีวิตลงไป ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในร่างของคุณหนูปัญญาอ่อนที่มีชื่อเดียวกันผู้นี้เสียแล้ว ทั้งยังจำอดีตชาติอันรุ่งเรืองได้อีกด้วยผู้คนอาจคิดว่านางเป็ศิษย์ของเ้าอาวาสชุน แต่ในความเป็จริงนั้นเ้าอาวาสชุนต่างหากที่ยกให้นางเป็อาจารย์ เรียนรู้เคล็ดวิชาเต๋าขั้นสูงจากนางเพียงแต่นางไม่กล้ารับไว้ และยกให้ท่านเป็อาจารย์ไว้เช่นเดิม