ธามนิ่งไปเพียงอึดใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา “ตอนนี้หายโง่แล้วเหรอ?” เขาถามเสียงเบา ขยับตัวเหมือนกำลังสังเกตท่าทางของเล่น
“หรือแค่แสร้งฉลาด เพราะน้อยใจที่ถูกทิ้งก่อน?”
คิรัญหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ไขว้ขาสบาย ๆ สายตาเย็นเฉียบปราศจากความรู้สึกใด ๆ เหมือนกำลังมองของบางอย่างที่เคยมีราคา...แต่หมดอายุแล้ว
“เปล่าครับ ผมแค่เริ่มรู้ว่า การยอมโง่ให้คุณเหยียบมันก็สิ้นเปลืองเวลาไปหน่อย”
เขาหยุดเพียงครู่ เหลือบตามองอีกฝ่าย “พูดถึงเื่เวลา...เรามาคุยเื่ที่คุณ้าจะคุยกับผมดีกว่าดีกว่า เื่สัญญาใช่ไหมครับ?”
ธามยิ้มบาง มุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อยราวกับนักล่าที่ยังคิดว่าตัวเองถือไพ่ เขาพิงหลังกับเก้าอี้อย่างสบาย
“ใช่ ฉันกำลังคิดจะต่อสัญญาให้นาย...และแน่นอนว่าเงื่อนไขจะดีกว่าเดิมมาก”
เสียงของเขาต่ำ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันบางอย่างที่แฝงอยู่ในคำพูด
“ตอนนี้กระแสนายบนโซเชียลกำลังมาแรง รูปถ่ายที่นายถ่ายกับเสือมันน่าดู...น่าขย้ำมาก”
เขาหยุด เว้นจังหวะสั้น ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อช้า ๆ เหมือนกำลังบรรจงวางกับดัก “...ซึ่งแตกต่างกับเื่บนเตียงของนายที่สุดแสนจะจืดชืดซะเหลือเกิน”
คิรัญไม่ได้สะท้านแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่ค่อย ๆ ผุดขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาเรียวสวยที่เคยหลบเลี่ยงในวันวาน วันนี้กลับจ้องตรงมาอย่างท้าทาย
"ความจริงแล้วผมร้อนแรงพอตัว เพียงแต่ว่า... ตัวคุณมันน่าเบื่อเกินไป... ผมเลยไม่มีอารมณ์ร่วมเท่านั้น"
ธามฟังแล้วถึงกับชะงัก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็ความประหลาดใจระคนไม่พอใจ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะกัดฟันกรอด ด้วยความขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ชัด ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาเหยียดหยามเขาแบบนี้กับเขามาก่อน โดยเฉพาะ คู่ขา ที่เขาเคยเลี้ยงไว้ในกรอบทองอย่างอัณณ์
ทันใดนั้น คิรัญก็เอ่ยขึ้นต่อโดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พูดแทรกแม้แต่คำเดียว
“แต่ผมขอบอกคุณธามไว้ก่อนนะครับ…” คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำน้ำเสียงที่ฟังดูสุภาพ แต่สายตากลับฉายแววซุกซนอย่างจงใจ
เขาเดินเข้าไปหาธามอย่างช้า ๆ ทำให้ระยะห่างระหว่างทั้งสองหายวับ จนในที่สุด คิรัญก็หยุดยืนอยู่ตรงหน้าธาม ใกล้พอให้ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาเฉียดแก้มอีกฝ่าย
“ผมไม่คิดจะอยู่บริษัทเดียวกับไอ้ภู”
ธามเบิกตากว้างเล็กน้อย คำว่า ‘ไอ้ภู’ ที่หลุดออกจากปากอัณณ์ มันคือการประกาศตัดขาดจากอดีตทุกเสี้ยวที่เคยผูกพันเขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำนั้นจากคนที่เมื่อก่อน... แทบจะยอมตายแทนภูวเดชได้
แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ คิรัญก็ถอนตัวออกมาก่อนจะพูดปิดท้ายด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ผมมันเป็ประเภท...ยิ่งรักมาก ก็ยิ่งแค้นมากครับ”
รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากดวงตาของเขา...ฉายแววอาฆาตออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“ถ้าบริษัทของคุณธามมีไอ้ภู ก็จะไม่มีผมก็เท่านั้น”
คิรัญเอ่ยด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ ราวกับเขากำลังประกาศเงื่อนไขทันที ไม่ใช่การขอร้อง จนธามใเป็อย่างมากไม่คิดว่าอัณณ์จะเดินเกมแบบนี้ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเด็กหนุ่มพูดต่อ
“ในเมื่อผมทำให้ภูวเดชมันดังได้ ผมก็ทำให้มันดับได้เช่นกัน”
ดวงตาเรียวคู่นั้นจ้องลึกลงในดวงตาของธามเหมือนกำลังบอกว่า “คุณอย่าคิดว่าผมจะไม่กล้า?”
“อย่าลืมนะครับ ว่าผมมีหลักฐานการคบกันของผมกับภูวเดชไว้กับตัว คุณคงรู้ว่าผมคบกับมันั้แ่ก่อนที่มันจะเข้าวงการบันเทิงเสียอีก รวมถึง...เอกสารสัญญาที่คุณเซ็นให้ผมในฐานะเมียเก็บ เพื่อแลกกับการดันมันขึ้นมา”
ธามยังคงเงียบ แต่มือที่เคยวางอยู่บนโต๊ะขยับช้า ๆ อย่างไม่รู้ตัว เขาไม่คิดว่าเด็กที่ดูหงิมๆ ติ๋มๆ จะร้ายกาจเช่นนี้ถึงกับกล้าข่มขู่เขาได้อย่างไม่กลัวเกรง แต่มันก็ดูน่าสนใจเป็อย่างมาก ประธานหนุ่มจ้องมองร่างบางที่กำลังเอื้อนเอ่ยวาจาข่มขู่ออกมา อย่างน่าสนใจ
“ผมชักอยากรู้เหมือนกันว่า...คุณจะช่วยมันยังไง ถ้าผม เปิดหลักฐานทั้งหมดนั้น ให้สื่อดู ดูสิว่าใครมันจะเสียหายมากกว่ากัน”
ธามเลิกคิ้วเล็กน้อย ขยับตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างไม่รู้ตัว “นายไม่กลัวหรือ ว่าสุดท้ายจะพังไปด้วยกันหมด?”
คิรัญหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้า อย่างคนที่รู้ดีว่าเดิมพันครั้งนี้ใหญ่แค่ไหนและเขาเลือกจะเล่นมันด้วยมือของตัวเอง
“ผมไม่กลัวหรอกครับ ว่าจะพังไปด้วย”
เขาสบตาธามตรง ๆ แววตานิ่งสงบ…แต่ข้างในกลับเป็พายุที่ก่อตัวเงียบ ๆ
“คุณลองคิดดูสิ ว่าคนที่สื่อจะเห็นใจมากกว่าคือใคร...ระหว่างไอ้ภู ที่หลอกใช้แฟนตัวเองเพื่อไต่ขึ้นไปสูง พอถึงที่ก็ทิ้งเขาไปเหมือนไม่มีตัวตนหรือผม ที่เป็แค่คนรักเก่าธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่ถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจมากที่สุดอย่างแฟนและเพื่อน?”
คิรัญหยุด เพื่อให้น้ำหนักกับคำต่อไป เสียงของเขายังคงนุ่ม แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
“และคนที่จะโดนถล่มมากที่สุด ก็คือไอ้ภู…กับไอ้กูร์”
“ส่วนตัวผมจะลอยตัวเหนือปัญหา เหมือนคนที่พยายามอดทนมาตลอด แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว”
ประโยคสุดท้ายไม่ได้แฝงความเว้าวอนใดๆ มีเพียงความเฉียบขาดของคนที่เลือกจะวางไพ่ใบสุดท้ายลงบนโต๊ะแล้ว
“คุณจะเลือกใคร…ก็เื่ของคุณ”
เสียงเรียบเอ่ยนิ่งราวกระจกน้ำค้าง
“แต่ถ้ามันยังอยู่ ผมก็ไม่จำเป็ต้องอยู่ในสมการของคุณอีกต่อไป”
แล้วคิรัญก็ถอยออกมาท่าทางสงบ เยือกเย็น และเหนือกว่าทุกอารมณ์ในห้องก่อนจะโค้งศีรษะเพียงเล็กน้อย ตามมารยาท
“ผมมีเื่จะคุยกับคุณเพียงเท่านี้...ขอตัวก่อนนะครับ”
เขาหันหลังเดินออกจากห้อง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดังก้องในความเงียบ ทิ้งไว้เพียงคำขาดที่ไม่มีใครกล้าเถียง
ธามมองตามร่างระหงที่เดินออกไปจากห้อง ด้วยฝีเท้าไม่ได้รีบเร่ง ทุกย่างก้าว...เต็มไปด้วยความมั่นใจที่เกินตัว เกินกว่าที่เด็กคนนั้นเคยมี
...และนั่นแหละที่ทำให้เขารู้สึกบางอย่างเต้นในอก
เมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบโรยตัวอย่างช้า ๆ แต่แทนที่ความโกรธจะปะทุ แต่เป็ธามเองที่แทบบ้าคลั่งเพราะถูกท้าทายต่อหน้า แต่กลับรู้สึกว่า "ไอ้เด็กนั่น...น่าจับกดกว่าเดิมอีก"
"บ้าชะมัด" ธามสบถออกมาอย่างหงุดหงิดพลางคลายเนกไทที่รัดแน่นคอออก ััของปลายนิ้วที่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตยังร้อนผ่าว เขาไม่คิดว่าแค่มองรูปและคำพูดไม่กี่คำของอัณณ์... จะทำให้เขาเกิดอารมณ์ขึ้นมาได้ขนาดนี้ อัณณ์... ช่างเป็ของเล่นที่น่าลิ้มลองเสียจริง ร่างกายที่เคยเป็เพียงที่ระบายอารมณ์ชั่วคราว บัดนี้กลับกลายเป็เปลวไฟที่เผาผลาญความ้าภายในอก
‘ยิ่งพยศแบบนี้ก็ยิ่งน่าสนใจ’ ... ธามคิดในใจ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นรูปถ่ายในคอมพิวเตอร์... รูปที่อัณณ์ถ่ายคู่กับเสือเบงกอลตัวเขื่อง ในรูปนั้นอัณณ์กำลังลูบหัวเสืออย่างอ่อนโยน แต่แววตากลับเย้ายวนและเต็มไปด้วยอำนาจ... ราวกับกำลังครอบงำสัตว์ร้าย ร่างกายที่ดูผอมบางในรูป... แต่กลับให้ความรู้สึกอันตรายและร้อนแรงอย่างประหลาด...
ทันใดนั้น เขาก็ััได้ถึงความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย มันปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง... ดุจลาวาใต้พิภพที่พร้อมจะะเิออกมา
เขาชักเสียดายแล้วสิที่ตัดสินใจโอนเงินสิบล้านบาทเพื่อตัดความสัมพันธ์ สิบล้านบาทให้กับคนที่เขาเคยคิดว่าเป็การกำจัดความน่ารำคาญไปให้พ้นหน้า ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมขมับ แรงกระตุกที่เส้นเืทำให้รู้สึกปวดร้าว...
เขาไม่ได้เสียดายเงินแม้แต่น้อย สำหรับธามแล้ว สิบล้านบาทก็แค่เศษเงิน แต่ที่เสียดาย... คือเด็กหนุ่มคนนี้ ที่เคยว่าง่าย ดุจลูกแมวเชื่องๆ บัดนี้กลับกลายเป็พยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำ
แต่แล้ว... ภาพของภูวเดช ศิรวิทยากุล... ดาราในสังกัดของเขา ที่กำลังดังขึ้นหม้อ กำลังกวาดงานพรีเซนเตอร์และงานแสดงเข้ามาไม่หยุดหย่อน ภาพลักษณ์ที่กำลังไปได้สวยในวงการบันเทิงก็ผุดขึ้นมาในหัว จะให้ตัดออกตอนนี้ก็น่าเสียดาย...ผลประโยชน์ที่กำลังจะได้รับมหาศาล
ธามจ้องมองไปยังรูปอัณณ์กับเสือเบงกอลอีกครั้ง ดวงตาคมกริบฉายแววล้ำลึก ยากจะคาดเดา เกมนี้ช่างซับซ้อนและน่าตื่นเต้นเสียจริง ธาม ไม่ใช่คนที่จะปล่อยของเล่นที่น่าสนใจหลุดมือไปง่ายๆ ... และอัณณ์ ในเวอร์ชันที่เต็มไปด้วยความพยศ... ช่างเป็ของเล่นที่ล่อใจเหลือเกิน
ยั่วให้เขาอยากเอาชนะแต่ขณะเดียวกันก็เหมือนบาดลึกลงในใจอย่างช้า ๆ ริมฝีปากหยักได้รูปขยับน้อย ๆ คำถามหนึ่งผุดขึ้นในใจเขา
‘ฉันควรทำยังไงกับนายดีล่ะ…อัณณ์’
ธามครุ่นคิด ดวงตาจับจ้องไปยังรูปถ่ายของอัณณ์กับเสือเบงกอลไม่วางตา รอยยิ้มเย็นๆ ค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ของที่ฉันอยากได้... ไม่เคยมีชิ้นไหนหนีฉันพ้น นายเองก็เหมือนกัน อัณณ์… นายจะได้รู้ว่า การทำให้ฉันกลับมาสนใจอีกครั้ง มันต้องแลกด้วยอะไรบ้าง"

แต่นี่มันฉากต่อรองหรือฉากเปิดศึกใต้เตียงคะ
ยัยน้องตอนเดินเข้าไปคือโหมด “ขอโทษนะครับคุณพี่ ผมไม่ได้มาเล่น... ผมมาเผาเรือ”
ส่วนพี่ธามคือตอนแรกทำฟอร์มเหมือนถือไพ่เหนือกว่า พอโดนจ้วงปุ๊บ... หน้าเริ่มคุมไม่อยู่ เหงื่อแตกแป๊บ
ไฮไลต์สุดคือ “ผมมันประเภท ยิ่งรักมาก ยิ่งแค้นมาก” โอ้ยยยย ใครให้เด็กมันเท่ขนาดนี้คะ!!!
แต่ที่ช็อกยิ่งกว่าคือ... พี่ธามนั่งหัวร้อนอยู่ แต่ในหัวคือคิดว่า "ไอ้เด็กนี่...น่าจับกดกว่าเดิมอีก"
ใครก็ได้คะ...ช่วยยัยน้องด้วยค่ะ ยัยน้องกำลังจะตกลงสู่กับดักคนคลั่งรักค่ะ