ดึกสงัดคืนวันอาทิตย์ เป็คืนที่ฉันไม่อาจหลับตาลงได้เลย
อากาศที่หนาวเย็นกว่าทุกๆคืน ฉันนอนครุ่นคิดถึงเื่ของปวีณา
เพราะฉันตัดสินใจแล้วว่า เธอควรได้รับมันไป ไม่ว่ามันจะทำให้ฉันได้คุยกับแม่หรือไม่ก็ตาม
อยู่ๆเสียงประตูหน้าต่างถูกลมพัดกระโชกกระทบกันรุนแรงเสียงดังโครมคราม
ฝนตกกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ทั้งเสียงฝนและเสียงฟ้าร้อง ไม่ได้ทำให้ฉันใกลัวเลยแม้แต่น้อย
หัวใจฉันตอนนี้เต็มไปด้วยความมุ่งหวัง ว่าคืนพรุ่งนี้อาจจะได้คุยกับแม่จริงๆ
"เหมี๊ยว"เสียงเ้าดำร้องเบาๆพร้อมกับซุกตัวลงนอนข้างๆ
แล้วเช้าวันจันทร์ก็มาถึง ฉันที่ยังไม่ได้นอนเลยทั้งคืน รีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว
ไปรอพ่อที่หน้าบ้าน พ่อมีสีหน้าแปลกใจนิดๆ คงสงสัยในท่าทางกระตือรือร้นอยากไปโรงเรียนของฉัน
แต่ก็ไม่มีคำถามใดใดจากพ่อ
เรา2คนพ่อลูกเดินทางไปถึงโรงเรียนด้วยรถมอเตอร์ไซด์คันเก่า
ฉันเจอปวีณาที่ยังแสยะยิ้มเยาะเย้ย แลบลิ้นปริ้นตาใส่ฉันเหมือนเคย
ฉันกำขวดโหลที่บรรจุกระจุกผมไว้ในมือแน่น ไม่กล้าเอาไปมอบให้เธอตรงๆ ฉันรู้สึกตื่นเต้น
คิดว่าคงต้องแอบเอาไปใส่ในกระเป๋าเป้ของปวีณาจะดีกว่า
ทั้งวันฉันเอาแต่จ้องกระเป๋าเป้ใบเล็กๆสีชมพูใบนั้น
จนกระทั้งถึงเวลาที่เด็กๆอนุบาลอย่างเราต้องนอนกลางวัน
เพื่อนๆค่อยๆหลับไปทีละคน-2คน จนหมดทั้งห้อง ไม่เว้นแม้แต่ครูดวงพร
ที่แอบฟุบอยู่บนโต๊ะทำงาน ฉันจึงย่องไปอย่างช้าๆใจเย็นๆมองซ้ายและขวาอย่างรอบคอบ
เหลือบไปเห็นปวีณาที่นอนกระโปรงเปิดอยู่ ฉันยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
เปลี่ยนแผน เอาของขวัญชิ้นพิเศษนี้ไปใส่ไว้ในกระเป๋ากระโปรงของเธอแทนจะดีกว่า
สำเร็จแล้ว ฉันแอบยินดีกับตัวเองอย่างเงียบๆ
ร่างกายที่อดหลับอดนอน เมื่อครายความตื่นเต้นก็เริ่มอ่อนเพลีย
ฉันกลับมานอนหลับ ในเบาะนอนของตัวเองอย่างสบายใจ
ในเวลาผ่านไปไม่นานเท่าไหร่ เสียงครูดวงพรก็ปลุกเด็กๆให้ตื่นขึ้นมาล้างหน้า ดื่มนม
ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นพร้อมๆกับคนอื่นๆเหลือแต่ปวีณาที่ยังดูหลับสนิท
ครูดวงพร: "ปวีณา ตื่นได้แล้ว ใกล้เวลาต้องกลับบ้านแล้วนะ ตื่นสิจ๊ะ"
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากปวีณา เธอนอนแน่นิ่ง ไม่ไหวติง จนครูดวงพรเริ่มใ
ครูดวงพรพยายามปลุกปวีณาด้วยการเขย่าตัว ทั้งอุ้ม ทั้งะโ
เด็กๆในห้องทุกคนเริ่มใกลัว
มีเสียงเด็กผู้ชายคนนึงพูดขึ้นว่า "หนูนาตายแล้ว"
ครูดวงพรอุ้มปวีณาแล้วพาออกไปนอกห้อง สักพักมีเสียงหว่อของรถพยาบาลมาที่โรงเรียน
เกิดเื่ใหญ่ขึ้นในโรงเรียนนี้แล้ว มันจะเกี่ยวกับของขวัญที่ฉันให้เธอไหมนะ ฉันเริ่มหวั่นใจนิดๆ
แต่ก็ดีแล้วนิ ถ้าโรงเรียนนี้ไม่มีเด็กเกเรอย่างปวีณา ฉันคงอยากมาโรงเรียนมากขึ้น
ถึงเวลาพ่อมารับกลับบ้านแล้ว ฉันเดินฝ่าความวุ่นวาย เสียงพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ว่าปวีณาเป็อะไร
จอแจวุ่นวายไปหมด บรรดาเด็กๆและผู้ปกครองดูจะตื่นตระหนกกับเสียงหว่อของรถพยาบาล
ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อผู้เฉยเมยของฉัน
พ่อ: "เด็กคนนั้นเป็อะไรเหรอลูก"
ฉันส่ายหน้าอย่างซื่อๆ แล้วจับมือพ่อ จูงแขนรีบเดินไปที่รถ
เรากลับบ้านโดยที่พ่อเองก็ไม่ได้สนใจซักถามอะไรอีก
พ่อเป็คนพูดน้อย และไม่ค่อยรับรู้เื่ราวรอบข้างอยู่แล้ว
ฉันเองก็แทบไม่พูดกับใครเลย จนเพื่อนๆและญาติๆชอบล้อเลียนและเรียกฉันว่า "อีใบ้"
ฉันไม่ชอบพูด ไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น แม้แต่กับพ่อก็ไม่ค่อยได้พูดกัน
ฉันไม่ชอบให้ใครพูดกับฉันว่า สงสาร เวทนา กำพร้า อาภัพ คนพวกนั้นชอบพูดในทำนองนี้
ฉันจึงหลีกเลี่ยงพวกเขา
กลับถึงบ้าน หลังจากกินข้าวเย็นกับพ่อแล้ว ฉันรีบขึ้นไปบนห้องนอน
ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซด์ของพ่อ ก็รู้ทันทีว่าพ่อออกไปข้างนอกเช่นเคย ในบ้านมีแค่ฉันกับแมวดำ
เ้าแมวดำที่ตอนนี้มันย้ายมาอยู่ประจำที่บ้านกับฉัน
"ขวัญ" เสียงแว่วมาจากมุมห้อง มีใครบางคนเรียกชื่อฉัน ฉันหันมองไปทั่วๆไม่เห็นอะไร
ได้กลิ่นเหม็นคาวเืรุนแรง จนแทบจะอ๊วก ปนๆกลิ่นไหม้ของควันไฟ ฉันสำลักควันไฟหายใจแทบไม่ออก
กระแสลมเริ่มพัดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆอีกแล้ว นอกหน้าต่าง มีทั้งเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า
ฉันเดินไปปิดหน้าต่างที่ฝนกำลังเทสาดเข้ามาอย่างหนัก ทันใดนั้นไฟก็ดับวูบไปทั้งบ้าน
ฉันกรีดร้องด้วยความใกลัว "พ่อจ๋า พ่ออยู่ไหน" ะโหาพ่อ ทั้งๆที่รู้ว่าพ่อไม่อยู่บ้าน
มือสีดำเรียวยาว พุ่งมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว กระชากหัวของฉันด้วยแรงเหวี้ยงอย่างรุนแรง
ฉันหงายหลังล้มทั้งยืน แต่ไม่ทันที่ร่างฉัน จะกระแทรกลงพื้น
ฉันก็พบตัวเองอยู่บนถนน สายหนึ่ง มืดจนแทบไม่เห็นหนทาง
กลางสายฝนนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งเปียกปอนเธอร่ำไห้กรีดร้องโหยหวน
ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดเดินเข้าไปมองใกล้ๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
มันน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน กับภาพที่เห็น หญิงที่นอนจมกองเื ช่องท้องนั้นมีไส้ทะลักออกมา มีมีดปักอยู่ตรงอก
เธอดึงมีดออกมาอย่างช้าๆแล้วปักไปที่เดิมซ้ำๆ พร้อมกับดวงตาที่แดงกล่ำ
ปากของเธอพรึมพรำว่า "ขอโทษ ขอโทษ"
ในความมืดนั้นฉันเห็นเเววตาที่จ้องมาอย่างเหลือกถลน เสียงนั้นมันคุ้นมาก
จากนั้นเสียงฟ้าที่ผ่าดังเปรี๊ยง !
มีแสงจากฟ้าผ่าแว๊บนึงที่ทำให้ฉันเห็นใบหน้านั้นว่ามันคือ ใบหน้าของแม่ปวีณานั้นเอง
ฉันกลัวจนสิ้นสติ วิ่งหนีไปเรื่อยๆในความมืด
นี้มันเป็แค่ความฝันเท่านั้น ฉันพยายามบอกตัวเอง
แต่ทำไมฉันเหนื่อยหอบเหลือเกิน เจ็บเท้า และหนาวสั่น "พ่อจ๋า ช่วยหนูด้วย"
มีเสียงหัวเราะของผู้หญิงแก่ๆดังลั้นไปทั่ว ในทุกๆที่ ที่ฉันวิ่งไป
ฉันวิ่งอย่างขาดสติ จนหกล้มอย่างไม่เป็ท่า ล้มลุกคลุกคลานด้วยความหวาดกลัว
เจ็บแขน เจ็บเข่า ไปหมด นี้ไม่ใช่ความฝันแล้ว เพราะมันน่ากลัวเหลือเกิน
ฉันพยายามยันตัวเองเพื่อลุกขึ้นหนีอีกครั้ง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นแม่ของปวีณายืนอยู่ตรงหน้า
ในมือของหล่อน ถือมีดแล้วยังแทงที่อกบ้าง ที่ท้องบ้าง จนเละไปทั้งตัว ตาเหลือกถลนนั้น ปากก็ยังพูดว่า "ขอโทษ"ซ้ำๆ
ฉันถอยหลังกรูไปจนชนกับกำแพงอะไรสักอย่าง ร้องะโว่า "ช่วยด้วย" สุดเสียง ตะเกียดตะกายล้มลุกคลุกคราน
จนหันมาเห็นว่านี้เป็ประตูรั่วของบ้านฉันเอง ฉันวิ่งเข้าไปที่ประตูบ้าน รีบปิดมันไว้ไม่ให้ใครเข้ามาได้
ไฟมาแล้ว ฉันมองดูสภาพตัวเอง ที่แขนและขามีแผลถลอกเต็มไปหมด เสื้อผ้าเปียกปอนเปื้อนดินโครน
ตัวที่สั่นเทาเพราะความหนาวปนความตื่นตระหนก "ทำไมพ่อไม่กลับมาสักที" ฉันร้องไห้หาพ่อ
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงจากชั้น2ของบ้าน ฉันกลัวสุดขีด หนีไปหลบในมุมหนึ่งของตัวบ้าน
ภาวนาว่า ให้มีใครก็ได้มาช่วยฉันจากผีร้ายตัวนี้สีกที
ขาเรียวยาว ขาวๆคลุมด้วยกระโปรงสีแดงบางๆขาดรุ่งริ่งเลยเข่านั้น
ค่อยๆเดินลงมาจากบรรไดอย่างช้าๆจนถึงขั้นสุดท้าย
เท้าซีดๆคู่นั้นเดินตรงมาหาฉันเรื่อยๆ
ฉันเงยหน้าขึ้นมองแสงไฟที่เปิดจ้าสว่างทั่วบ้าน ทำให้ฉันเห็นใบหน้าที่สวยงามผุดผ่องนั้นได้ชัดเจน
แม่ แม่ของฉันจริงๆด้วย
ฉันโผเข้ากอดทันที อ้อมกอดที่เย็นะเืนั้นไร้ซึ่งความอบอุ่น เเต่เต็มไปด้วยความสุข เติมเต็มในหัวใจของฉัน
แม่: "ขวัญลูกแม่ หนูคุยกับแม่ได้หนึ่งประโยคเท่านั้นนะลูก แต่แม่จะอยู่กับหนูได้จนกว่าฟ้าจะสาง"
ฉัน: "แม่ ขวัญไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยค่ะ"
แม่: "ไม่ลูก นี้ไม่ใช่ความฝันอีกแล้ว เราเจอกันจริงๆมันเป็แบบนี้ได้ทุกคืน แค่ขวัญเอาของนั้นไปให้คนที่ลูกเกลียดเท่านั้นเอง"
ฉันพยายามจะเล่าให้แม่ฟังว่าเมื่อกี้เจออะไรมาบ้าง แต่ปากมันกลับขยับไม่ได้เลย แม่ยิ้มเหมือนรู้ความคิดของฉัน
แม่: "ประโยคเดียวลูก ถามได้ประโยคเดียวเท่านั้น"
ฉันร้องไห้ด้วยความอัดอั้น อึดอัดเหลือเกิน แต่ไม่เป็ไร แค่กอดกันก็พอนะค่ะแม่ แค่นี้หนูก็มีความสุขที่สุดแล้ว ฉันคิด
แม่ลุกขึ้นช้าๆฉันลุกตามทันที กระโจนเข้ากอดแม่จากด้านหลัง ไม่ยอมห่าง
ไม่ใช่กลัวแค่ผี แต่เป็เพราะกลัวแม่จะหายไปอีก
แม่: "แม่จะไปเอากล่องยามาทาให้ขวัญไงลูก จะเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นะ"
น้ำตายังคงไหลนอง2แก้มของฉันอย่างต่อเนื่อง แม่ทำแผลให้ด้วยมือเย็นๆคู่นั้น บางครั้งแม่ทายาให้จนฉันเจ็บ
แต่ไม่เป็ไร ฉันไม่เป็ไรสักนิด ฉันมีความสุขและไม่กลัวอะไรอีกแล้ว
อยากให้พ่อรีบกลับมาบ้านจัง จะได้เจอกับแม่
แม่: "แม่จะพาขวัญไปนอนนะลูก"
แม่พูดพร้อมกับอุ้มฉันเดินขึ้นบรรไดไปชั้น2ของบ้าน
คืนนั้นฉันได้นอนกอดกับแม่ทั้งคืน และรู้ดีว่าเมื่อฟ้าสางแม่จะหายไป