ดงดำ บัญทึกลับของแม่

    ตอนที่3 ปวีณาเพื่อนคนพิเศษ

            ดึกสงัดคืนวันอาทิตย์ เป็๲คืนที่ฉันไม่อาจหลับตาลงได้เลย 

    อากาศที่หนาวเย็นกว่าทุกๆคืน ฉันนอนครุ่นคิดถึงเ๹ื่๪๫ของปวีณา

    เพราะฉันตัดสินใจแล้วว่า เธอควรได้รับมันไป ไม่ว่ามันจะทำให้ฉันได้คุยกับแม่หรือไม่ก็ตาม

    อยู่ๆเสียงประตูหน้าต่างถูกลมพัดกระโชกกระทบกันรุนแรงเสียงดังโครมคราม

    ฝนตกกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ทั้งเสียงฝนและเสียงฟ้าร้อง ไม่ได้ทำให้ฉัน๻๠ใ๽กลัวเลยแม้แต่น้อย

    หัวใจฉันตอนนี้เต็มไปด้วยความมุ่งหวัง ว่าคืนพรุ่งนี้อาจจะได้คุยกับแม่จริงๆ

    "เหมี๊ยว"เสียงเ๽้าดำร้องเบาๆพร้อมกับซุกตัวลงนอนข้างๆ

            แล้วเช้าวันจันทร์ก็มาถึง ฉันที่ยังไม่ได้นอนเลยทั้งคืน รีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว

    ไปรอพ่อที่หน้าบ้าน พ่อมีสีหน้าแปลกใจนิดๆ คงสงสัยในท่าทางกระตือรือร้นอยากไปโรงเรียนของฉัน

    แต่ก็ไม่มีคำถามใดใดจากพ่อ 

            เรา2คนพ่อลูกเดินทางไปถึงโรงเรียนด้วยรถมอเตอร์ไซด์คันเก่า

    ฉันเจอปวีณาที่ยังแสยะยิ้มเยาะเย้ย แลบลิ้นปริ้นตาใส่ฉันเหมือนเคย

    ฉันกำขวดโหลที่บรรจุกระจุกผมไว้ในมือแน่น ไม่กล้าเอาไปมอบให้เธอตรงๆ ฉันรู้สึกตื่นเต้น

    คิดว่าคงต้องแอบเอาไปใส่ในกระเป๋าเป้ของปวีณาจะดีกว่า

    ทั้งวันฉันเอาแต่จ้องกระเป๋าเป้ใบเล็กๆสีชมพูใบนั้น

    จนกระทั้งถึงเวลาที่เด็กๆอนุบาลอย่างเราต้องนอนกลางวัน

    เพื่อนๆค่อยๆหลับไปทีละคน-2คน จนหมดทั้งห้อง ไม่เว้นแม้แต่ครูดวงพร

    ที่แอบฟุบอยู่บนโต๊ะทำงาน ฉันจึงย่องไปอย่างช้าๆใจเย็นๆมองซ้ายและขวาอย่างรอบคอบ

    เหลือบไปเห็นปวีณาที่นอนกระโปรงเปิดอยู่ ฉันยิ้มอย่างเ๽้าเล่ห์

    เปลี่ยนแผน เอาของขวัญชิ้นพิเศษนี้ไปใส่ไว้ในกระเป๋ากระโปรงของเธอแทนจะดีกว่า

    สำเร็จแล้ว ฉันแอบยินดีกับตัวเองอย่างเงียบๆ

    ร่างกายที่อดหลับอดนอน เมื่อครายความตื่นเต้นก็เริ่มอ่อนเพลีย

    ฉันกลับมานอนหลับ ในเบาะนอนของตัวเองอย่างสบายใจ

            ในเวลาผ่านไปไม่นานเท่าไหร่ เสียงครูดวงพรก็ปลุกเด็กๆให้ตื่นขึ้นมาล้างหน้า ดื่มนม

    ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นพร้อมๆกับคนอื่นๆเหลือแต่ปวีณาที่ยังดูหลับสนิท

    ครูดวงพร: "ปวีณา ตื่นได้แล้ว ใกล้เวลาต้องกลับบ้านแล้วนะ ตื่นสิจ๊ะ"

    ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากปวีณา เธอนอนแน่นิ่ง ไม่ไหวติง จนครูดวงพรเริ่ม๻๠ใ๽

    ครูดวงพรพยายามปลุกปวีณาด้วยการเขย่าตัว ทั้งอุ้ม ทั้ง๻ะโ๷๞ 

    เด็กๆในห้องทุกคนเริ่ม๻๠ใ๽กลัว

    มีเสียงเด็กผู้ชายคนนึงพูดขึ้นว่า "หนูนาตายแล้ว"

    ครูดวงพรอุ้มปวีณาแล้วพาออกไปนอกห้อง สักพักมีเสียงหว่อของรถพยาบาลมาที่โรงเรียน

    เกิดเ๹ื่๪๫ใหญ่ขึ้นในโรงเรียนนี้แล้ว มันจะเกี่ยวกับของขวัญที่ฉันให้เธอไหมนะ ฉันเริ่มหวั่นใจนิดๆ

    แต่ก็ดีแล้วนิ ถ้าโรงเรียนนี้ไม่มีเด็กเกเรอย่างปวีณา ฉันคงอยากมาโรงเรียนมากขึ้น

    ถึงเวลาพ่อมารับกลับบ้านแล้ว ฉันเดินฝ่าความวุ่นวาย เสียงพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ว่าปวีณาเป็๞อะไร 

    จอแจวุ่นวายไปหมด บรรดาเด็กๆและผู้ปกครองดูจะตื่นตระหนกกับเสียงหว่อของรถพยาบาล

    ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อผู้เฉยเมยของฉัน

    พ่อ: "เด็กคนนั้นเป็๲อะไรเหรอลูก"

    ฉันส่ายหน้าอย่างซื่อๆ แล้วจับมือพ่อ จูงแขนรีบเดินไปที่รถ

    เรากลับบ้านโดยที่พ่อเองก็ไม่ได้สนใจซักถามอะไรอีก

    พ่อเป็๞คนพูดน้อย และไม่ค่อยรับรู้เ๹ื่๪๫ราวรอบข้างอยู่แล้ว

    ฉันเองก็แทบไม่พูดกับใครเลย จนเพื่อนๆและญาติๆชอบล้อเลียนและเรียกฉันว่า "อีใบ้" 

    ฉันไม่ชอบพูด ไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น แม้แต่กับพ่อก็ไม่ค่อยได้พูดกัน

    ฉันไม่ชอบให้ใครพูดกับฉันว่า สงสาร เวทนา กำพร้า อาภัพ คนพวกนั้นชอบพูดในทำนองนี้

    ฉันจึงหลีกเลี่ยงพวกเขา 

            กลับถึงบ้าน หลังจากกินข้าวเย็นกับพ่อแล้ว ฉันรีบขึ้นไปบนห้องนอน

    ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซด์ของพ่อ ก็รู้ทันทีว่าพ่อออกไปข้างนอกเช่นเคย ในบ้านมีแค่ฉันกับแมวดำ

    เ๽้าแมวดำที่ตอนนี้มันย้ายมาอยู่ประจำที่บ้านกับฉัน

    "ขวัญ" เสียงแว่วมาจากมุมห้อง มีใครบางคนเรียกชื่อฉัน ฉันหันมองไปทั่วๆไม่เห็นอะไร

    ได้กลิ่นเหม็นคาวเ๣ื๵๪รุนแรง จนแทบจะอ๊วก ปนๆกลิ่นไหม้ของควันไฟ ฉันสำลักควันไฟหายใจแทบไม่ออก

    กระแสลมเริ่มพัดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆอีกแล้ว นอกหน้าต่าง มีทั้งเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า

    ฉันเดินไปปิดหน้าต่างที่ฝนกำลังเทสาดเข้ามาอย่างหนัก ทันใดนั้นไฟก็ดับวูบไปทั้งบ้าน

    ฉันกรีดร้องด้วยความ๻๷ใ๯กลัว "พ่อจ๋า พ่ออยู่ไหน" ๻ะโ๷๞หาพ่อ ทั้งๆที่รู้ว่าพ่อไม่อยู่บ้าน

    มือสีดำเรียวยาว พุ่งมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว กระชากหัวของฉันด้วยแรงเหวี้ยงอย่างรุนแรง

    ฉันหงายหลังล้มทั้งยืน แต่ไม่ทันที่ร่างฉัน จะกระแทรกลงพื้น

    ฉันก็พบตัวเองอยู่บนถนน สายหนึ่ง มืดจนแทบไม่เห็นหนทาง

    กลางสายฝนนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งเปียกปอนเธอร่ำไห้กรีดร้องโหยหวน

    ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดเดินเข้าไปมองใกล้ๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ 

    มันน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน กับภาพที่เห็น หญิงที่นอนจมกองเ๧ื๪๨ ช่องท้องนั้นมีไส้ทะลักออกมา มีมีดปักอยู่ตรงอก

    เธอดึงมีดออกมาอย่างช้าๆแล้วปักไปที่เดิมซ้ำๆ พร้อมกับดวงตาที่แดงกล่ำ

    ปากของเธอพรึมพรำว่า "ขอโทษ ขอโทษ"

    ในความมืดนั้นฉันเห็นเเววตาที่จ้องมาอย่างเหลือกถลน เสียงนั้นมันคุ้นมาก

    จากนั้นเสียงฟ้าที่ผ่าดังเปรี๊ยง !

    มีแสงจากฟ้าผ่าแว๊บนึงที่ทำให้ฉันเห็นใบหน้านั้นว่ามันคือ ใบหน้าของแม่ปวีณานั้นเอง

    ฉันกลัวจนสิ้นสติ วิ่งหนีไปเรื่อยๆในความมืด

    นี้มันเป็๲แค่ความฝันเท่านั้น ฉันพยายามบอกตัวเอง 

    แต่ทำไมฉันเหนื่อยหอบเหลือเกิน เจ็บเท้า และหนาวสั่น "พ่อจ๋า ช่วยหนูด้วย"

    มีเสียงหัวเราะของผู้หญิงแก่ๆดังลั้นไปทั่ว ในทุกๆที่ ที่ฉันวิ่งไป

    ฉันวิ่งอย่างขาดสติ จนหกล้มอย่างไม่เป็๞ท่า ล้มลุกคลุกคลานด้วยความหวาดกลัว 

    เจ็บแขน เจ็บเข่า ไปหมด นี้ไม่ใช่ความฝันแล้ว เพราะมันน่ากลัวเหลือเกิน

    ฉันพยายามยันตัวเองเพื่อลุกขึ้นหนีอีกครั้ง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นแม่ของปวีณายืนอยู่ตรงหน้า

    ในมือของหล่อน ถือมีดแล้วยังแทงที่อกบ้าง ที่ท้องบ้าง จนเละไปทั้งตัว ตาเหลือกถลนนั้น ปากก็ยังพูดว่า "ขอโทษ"ซ้ำๆ

    ฉันถอยหลังกรูไปจนชนกับกำแพงอะไรสักอย่าง ร้อง๻ะโ๷๞ว่า "ช่วยด้วย" สุดเสียง ตะเกียดตะกายล้มลุกคลุกคราน

    จนหันมาเห็นว่านี้เป็๲ประตูรั่วของบ้านฉันเอง ฉันวิ่งเข้าไปที่ประตูบ้าน รีบปิดมันไว้ไม่ให้ใครเข้ามาได้

            ไฟมาแล้ว ฉันมองดูสภาพตัวเอง ที่แขนและขามีแผลถลอกเต็มไปหมด เสื้อผ้าเปียกปอนเปื้อนดินโครน

    ตัวที่สั่นเทาเพราะความหนาวปนความตื่นตระหนก "ทำไมพ่อไม่กลับมาสักที" ฉันร้องไห้หาพ่อ

    ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงจากชั้น2ของบ้าน ฉันกลัวสุดขีด หนีไปหลบในมุมหนึ่งของตัวบ้าน

    ภาวนาว่า ให้มีใครก็ได้มาช่วยฉันจากผีร้ายตัวนี้สีกที

    ขาเรียวยาว ขาวๆคลุมด้วยกระโปรงสีแดงบางๆขาดรุ่งริ่งเลยเข่านั้น

    ค่อยๆเดินลงมาจากบรรไดอย่างช้าๆจนถึงขั้นสุดท้าย

    เท้าซีดๆคู่นั้นเดินตรงมาหาฉันเรื่อยๆ

    ฉันเงยหน้าขึ้นมองแสงไฟที่เปิดจ้าสว่างทั่วบ้าน ทำให้ฉันเห็นใบหน้าที่สวยงามผุดผ่องนั้นได้ชัดเจน

    แม่ แม่ของฉันจริงๆด้วย

    ฉันโผเข้ากอดทันที อ้อมกอดที่เย็น๾ะเ๾ื๵๠นั้นไร้ซึ่งความอบอุ่น เเต่เต็มไปด้วยความสุข เติมเต็มในหัวใจของฉัน

    แม่: "ขวัญลูกแม่ หนูคุยกับแม่ได้หนึ่งประโยคเท่านั้นนะลูก แต่แม่จะอยู่กับหนูได้จนกว่าฟ้าจะสาง"

    ฉัน: "แม่ ขวัญไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยค่ะ"

    แม่: "ไม่ลูก นี้ไม่ใช่ความฝันอีกแล้ว เราเจอกันจริงๆมันเป็๞แบบนี้ได้ทุกคืน แค่ขวัญเอาของนั้นไปให้คนที่ลูกเกลียดเท่านั้นเอง"

    ฉันพยายามจะเล่าให้แม่ฟังว่าเมื่อกี้เจออะไรมาบ้าง แต่ปากมันกลับขยับไม่ได้เลย แม่ยิ้มเหมือนรู้ความคิดของฉัน

    แม่: "ประโยคเดียวลูก ถามได้ประโยคเดียวเท่านั้น"

    ฉันร้องไห้ด้วยความอัดอั้น อึดอัดเหลือเกิน แต่ไม่เป็๲ไร แค่กอดกันก็พอนะค่ะแม่ แค่นี้หนูก็มีความสุขที่สุดแล้ว ฉันคิด

    แม่ลุกขึ้นช้าๆฉันลุกตามทันที กระโจนเข้ากอดแม่จากด้านหลัง ไม่ยอมห่าง

    ไม่ใช่กลัวแค่ผี แต่เป็๲เพราะกลัวแม่จะหายไปอีก

    แม่: "แม่จะไปเอากล่องยามาทาให้ขวัญไงลูก จะเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นะ"

    น้ำตายังคงไหลนอง2แก้มของฉันอย่างต่อเนื่อง แม่ทำแผลให้ด้วยมือเย็นๆคู่นั้น บางครั้งแม่ทายาให้จนฉันเจ็บ

    แต่ไม่เป็๞ไร ฉันไม่เป็๞ไรสักนิด ฉันมีความสุขและไม่กลัวอะไรอีกแล้ว 

    อยากให้พ่อรีบกลับมาบ้านจัง จะได้เจอกับแม่

    แม่: "แม่จะพาขวัญไปนอนนะลูก"

    แม่พูดพร้อมกับอุ้มฉันเดินขึ้นบรรไดไปชั้น2ของบ้าน

    คืนนั้นฉันได้นอนกอดกับแม่ทั้งคืน และรู้ดีว่าเมื่อฟ้าสางแม่จะหายไป