บทที่ 13 สมาชิกคนใหม่
ณ ห้องคณะกรรมการนักเรียนบนชั้นสามของอาคารหลัก บัดนี้ประธานโอมยืนมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่กำลังก้ม ๆ เดิน ๆ กันอยู่หน้าเสาธง เด็กกลุ่มนั้นเป็กริ้นท์กับกลุ่มเพื่อนสนิทของเขาที่กำลังช่วยกันเก็บขยะอยู่ ครู่หนึ่งก็มีกรรมการนักเรียนคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยเช่นกัน
"ดู ๆ ไป เด็กพวกนั้นก็นิสัยดีเหมือนกันนะ โดยเฉพาะเ้าหนุ่มหัวหน้าแก๊ง ถึงขั้นซัดหน้าประธานโอมของเราได้ ถึงแม้ไม่มีแรงทำให้นายเจ็บได้ แต่ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ"
ประธานโอมเหลือบตาจ้องคนที่ยืนข้าง ๆ เขม็ง แล้วพูดอย่างเ็า "พูดมาก..ฉันซัดหน้านายแทนดีไหม!!"
"โห่...ล้อเล่นเอง อย่าดุไปเลยน่า คุณประธานหน้าเหม็ง" เขายกมือขึ้นมากั้นไว้ทั้งสองข้าง แล้วยิ้มตาหยีโดยไม่หยุดที่จะแขวะเพื่อน
ประธานโอมยกมือขวาขึ้นเตรียมจะซัดหน้า แต่กรรมการคนนี้ก็พูดขัดมาก่อนเพื่อไม่ให้โอมฟาดหน้าเขา "เดี๋ยว..ๆ !! หยอกเล่นเอง อย่าโมโหไปเลยน่า"
ประธานโอมเอามือลงแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ตอนนี้ไม่มีกลุ่มกริ้นท์กับกลุ่มเพื่อน ๆ อยู่ที่จุดนั้นอีกแล้ว จากนั้นเขาก็ถามออกไปโดยที่ไม่หันมามองเพื่อนเลย
"คาบต่อไปวิชาอะไร"
"คณิต" กรรมการนักเรียนตอบกลับไปแล้วลงไปนั่งที่โต๊ะประจำของเขา ประธานโอมก็ผละออกจากหน้าต่างมานั่งที่โต๊ะของเขาด้วยเหมือนกัน "เอาการบ้านมาลอกหน่อย"
กรรมการคนนี้เปิดกระเป๋าหยิบสมุดยื่นไปให้แล้วพูดมาด้วยว่า "นายก็ฉลาดนะ แต่ทำไมไม่ยอมทำการบ้านเลยนี่สิ"
"ยุ่งน่ะ"
เพียงคำเดียวทำให้ปาร์เพื่อนสนิทของโอมเลิกตอเเยอีกเลย ความจริงเขาก็ไม่ถือโทษโกรธอะไรโอมอยู่แล้ว เพราะเขารู้จักนิสัยของเพื่อนดี จริง ๆ แล้วโอมก็ไม่ได้เป็คนเลวร้ายอะไรเลย เขาเป็คนดีมีมารยาทมากด้วยซ้ำไป แต่เขาแสดงออกไม่เก่ง อีกอย่างเขาก็เป็คนปากไม่ตรงกับใจด้วยอีกนัยหนึ่ง
เสียงพูดคุยกันเจี๊ยวจ๊าวของนักเรียนชายหญิงที่อยู่ในสวนตะแบก ดังจนฟังไม่ออกว่าใครพูดอะไรกันบ้าง ปกติที่สวนแห่งนี้จะไม่ค่อยมีใครพูดคุยกันเสียงดังเลย แต่วันนี้มีคนมานั่งพักกันอยู่มาก เสียงเลยดังชนกันจนน่ารำคาญ ทิมเดินเข้ามาอยู่ภายในรั้วโรงเรียนแห่งนี้ ตอนนี้เขาสวมชุดนักเรียนแฝงตัวเข้ามาเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเขาเป็คนนอกที่ไม่ใช่นักเรียนของโรงเรียนนี้ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นักเรียนช่างที่ซึ่งเคยเป็อริกับโรงเรียนนี้ด้วย ผู้คนที่อยู่ในสวนตะแบกต่างมองทิมเดินเข้ามาเป็ตาเดียวกันหมด เพราะไม่คุ้นหน้าไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้ว่าเขาเรียนอยู่ที่โรงเรียนนี้ด้วย ระหว่างที่ทิมเดินตรงไปที่โต๊ะหินอ่อนที่มีกลุ่มนักเรียนมอปลายนั่งกันอยู่ เด็กมอต้นคนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะตัวแรกกับเพื่อน ๆ ได้กระซิบพูดเบา ๆ
"นั่นมันทิมจากแก๊งดิอายหนิ"
"ใช่เหรอ .."
"หมอนั่นมาที่นี่ทำไม"
"เขาไม่ได้เรียนที่นี่ไม่ใช่เหรอ"
ต่างคนต่างกระซิบพูดกันเบา ๆ ตามองทิมเดินไปถึงโต๊ะตัวเป้าหมาย น่าแปลกที่โต๊ะตัวนั้นเป็กลุ่มของแก๊งปะเหลียนเอสคอร์ท ซึ่งเป็อริของแก๊งดิอาย ไม่แปลกเลยที่ทุกคนต่างคิดเช่นนั้น เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าทิมเดินออกจากแก๊งมาเข้าร่วมกับแก๊งปะเหลียนเอสคอร์ทเรียบร้อยแล้ว
"นี่นายมาได้ยังไง" แบงค์พูดออกมาหน้าไม่พอใจนัก ทิมนั่งลงข้าง ๆ กริ้นท์ แล้วตอบคำถามของแบงค์
"ก็เดินเข้ามาสิ"
"นายได้ชุดของโรงเรียนนี้มาจากไหน" แจ็คที่นั่งอยู่ข้างแบงค์เอ่ยถามออกมาเมื่อทิมนั่งได้สนิท
"ลูกพี่ลูกน้องฉันเรียนอยู่ที่นี่เหมือนกัน เลยยืมมาใส่"
ท็อปกับธีกวาดตามองคนที่อยู่ในสวนตะแบกต่างคนต่างมองมาที่ทิมกันหมด แล้วหันไปพูดกับเพื่อนในกลุ่ม
"ดูท่าพวกเขาจะรู้นะว่านายไม่ใช่นักเรียนที่นี่"
ทุกคนต่างหันไปมองตามที่ธีบอกมา เห็นทุกสายตาจดจ้องมาที่โต๊ะพวกเขากันหมด จากนั้นก็หันกลับมาฟังแบงค์พูดต่อ "มีอะไรถึงตามมาถึงนี่!"
ดูเหมือนแบงค์ยังคงไม่ไว้วางใจทิมอยู่ ทุกคำที่เขาพูดฟังเหมือนประชดประชันแว้งกัดทุกครั้งที่ได้พูด ทิมเห็นทุกคนจ้องมาที่เขากันหมด เขารู้ได้ทันทีว่าทุกคนอยากรู้ด้วยเหมือนกันว่าเขามาที่นี่ทำไม
"ก่อนอื่นฉันต้องเล่าให้ฟังก่อนว่าฉันรู้จักพวกนายมากขนาดไหน นาย..! หัวหน้าแก๊ง" ทิมจ้องไปที่กริ้นท์แล้วเล่าออกมา "กริ้นท์...าานักตบ ชื่อเสียงของนายดังกระฉ่อนไปทั่วโรงเรียนของฉันเลยนะ ตบทีเดียวร่วง ใครได้ยินก็ต้องนึกถึงนายกันหมด"
"ชื่อเสียงไม่ค่อยน่าภูมิใจเลยแฮะ" กริ้นท์บ่นอุบ หน้ายิ้มแหย ๆ
"ส่วนนายมือขวาของแก๊ง" ทิมหันไปทางแบงค์ "ยอดนักเตะของแก๊ง ดูนายพริ้วสุดในแก๊งเลยก็ว่าได้ เสียอย่างเดียว...ใจร้อนเกินไป ส่วนมือซ้ายของแก๊ง...แจ็ค นายหมัดหนักที่สุดแล้ว แต่เสียอย่างเดียว ตัวแข็งไปหน่อย"
"นายรู้แม้กระทั้งมือซ้ายมือขวาเลยเหรอเนี่ย" แจ็คขัดขึ้นมา
ทิมพยักหน้าแล้วพูดต่ออย่างจริงจัง "ท็อป...สายน้ำหลั่งไหลของแก๊ง รวดเร็วดั่งใจหมาย เห็นนายสู้แล้วน่าใ รวดเร็วลื่นไหลจนเพลินตาเลย ส่วนนาย...ธี น้องชายของหัวหน้าแก๊ง เห็นนายสู้เเล้วจุกแทนเลยว่ะ เข่าคมสุด ๆ เปรี้ยงทุกการต่อสู้ ราวกับสายฟ้าเลยว่ะ"
"ฟังดูก็ไม่ได้แย่นะ แต่นายยังรู้จักเราน้อยไป โดยเฉพาะกริ้นท์...เขามีอะไรมากกว่าที่นายคิดอีกเยอะ"
ทิมแทบเหวอไปเพราะคำพูดของแบงค์ ดูท่าเขาจะต้องสร้างผลงานอีกเยอะเลย ถึงจะทำให้แบงค์ไว้วางใจเขาได้ แต่ยังไงเขาก็ไม่ยอมแค่นี้หรอก เขาจำเป็ต้องพูดชี้แจงต่อไป "นั่นสินะ...แต่ยังไงก็เหอะ พวกนายต้องรับผมเข้าแก๊ง ผมจะได้รู้จักพวกนายให้ลึกกว่านี้ไง"
แบงค์ถึงกับกลืนน้ำลายตัวเอง ไม่คิดว่าทิมจะเฉือนได้คมขนาดนี้ แม้แต่แจ็คเองก็ยังรู้สึกกลัวคน ๆ นี้เลย ฝีมือต่อสู้อาจไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่สมองคมกริบราวกับเพชรที่เจียระไนมาอย่างดีแล้วยังไงยังงั้น
คน ๆ นี้น่ากลัวจริง ๆ ถ้าเป็ศัตรูกันล่ะก็...แย่แน่ โชคดีที่ตอนนั้นไม่มีหมอนี้อยู่ด้วย ถ้าใช้มันสมองของหมอนี่เราอาจพลิกเกมศึกครั้งนี้ได้เลยก็ได้ กริ้นท์คลุ่นคิดอยู่ภายในใจ ตาจดจ้องใบหน้าที่มุ่งมั่นของทิมก่อนเอยอะไรออกไป "พูดอะไรของนาย...ก็ตอนนี้นายเป็พวกเราแล้วหนิ"
"กริ้นท์..." แบงค์หลุดปากออกมา เขาอยากจะขัดเพื่อนมากที่สุด แต่กริ้นท์ก็ตัดสินใจไปแล้ว เขาเลยได้แต่ยอมรับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นหลังจากนี้
"แล้วเหตุผลที่นายมาที่นี่ล่ะทิม ฉันเห็นนายอารัมภบทอยู่นานแล้วนะ" แจ็คขัดขึ้นมาหลังจากที่เพื่อน ๆ พูดนอกเื่อยู่นาน
"นั่นสินะ" ทิมเริ่มเข้าเื่ "ฉันมีข้อเสนอมาให้พวกนาย พวกนายจะรับเอาไว้หรือไม่ก็แล้วแต่ แต่นี่เป็หนทางเดียวที่พวกนายจะสู้ศึกครั้งนี้ได้"
"ข้อเสนออะไร.." ท็อปเอ่ยถามขึ้น เขามีท่าทีอยากรู้ไม่เเพ้พวกเพื่อน ๆ
ทิมมีสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นมา แล้วกล่าวข้อเสนอที่ว่า "ตอนนี้แก๊งดิอายได้แตกออกเป็สองฝ่ายแล้ว ไอ้ปุ๊มันจะกำจัดแดงแล้วขึ้นเป็หัวหน้าหน่วยแทน ไอ้หมอนี่ร้ายกาจมาก หลังจากมันกำจัดแดงได้แล้ว พวกมันจะนำกำลังมาลอบทำร้ายพวกนายก่อนที่จะเปิดศึกใหญ่ ฉันอยากจะให้พวกนายไปช่วยแดงก่อนที่จะถูกไอ้ปุ๊กำจัดซ่ะก่อน ฉันคุยกับหมอนั่นแล้ว ถ้าหมอนั่นรอดมาได้ หมอนั่นจะนำกำลังที่มีมาเป็กำลังเสริมให้พวกนายด้วย"
"นี่สินะเป้าหมายของนาย" แบงค์โพล่งออกมา หน้าขมวด เขาสะใจที่หมอนี่เผยธาตุแท้ออกมา
"จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่ฉันก็ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับพวกนายเลย ฉันตั้งใจช่วยพวกนายจริง ๆ และตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าแก๊งพวกนายด้วย"
"นายจะให้พวกเราไปช่วยคนที่เคยเป็อริกันงั้นเหรอ" ธีถามไปหน้าจริงจัง "มันง่ายเกินไปมั้ย"
ทิมเปลี่ยนสายตาไปมองพื้น สีหน้าเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด แล้วฝืนพูดออกไป "พวกนายจะไม่รับฉันเข้าแก๊งก็ไม่เป็ไร แต่ขอให้พวกนายไปช่วยแดงเถอะ ฉันรับรองพอถึงศึกใหญ่แดงจะส่งกำลังมาช่วยพวกนายแน่ ลองคิดดูดี ๆ สิ ถ้าเราหยุดไม่ให้ไอ้ปุ๊ขึ้นเป็หัวหน้าหน่วยได้ พวกนายจะลดกำลังฝ่ายศัตรูได้เกือบยี่สิบคนเลยนะ อีกทั้งพวกนายยังได้กำลังเพิ่มมาอีกหลายคน ดูยังไงพวกนายก็ได้มากกว่าเสียซ่ะอีก"
เพื่อน ๆ ทุกคนต่างคลุ่นคิดตามข้อเสนอที่ทิมยื่นมา เว้นเสียแต่แบงค์ เขายังคงจดจ้องอย่างอาฆาตไม่เลิก เขาไม่ไว้วางใจทิมเลยแม้แต่น้อย แจ็คกุมคางคิดอย่างละเอียดรอบคอบก่อนเอ่ยคำพูดใดต่อไป
"มันก็จริงที่ว่าเราได้มากกว่าเสีย แต่ดูยังไงเราก็ไม่มีวันจะเอาจะชนะศึกใหญ่ครั้งนี้ได้เลย ถึงจะช่วยแดงไว้ได้แล้วได้กำลังพลมาเพิ่ม แต่สู้ยังไงก็ไม่อาจชนะได้อยู่ดี นายคิดว่าเราจะพลิกเกมได้น่ะเหรอ"
เป็คำถามที่แฝงเขี้ยวเล็บไว้อย่างดีเลย กริ้นท์ก็คิดเช่นเดียวกับแจ็ค แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงยังรู้สึกเชื่อมั่นในตัวทิมอยู่ไม่หาย
"..หึ.." ทิมยิ้มมุมปาก ตามองทุกคนไปรอบ ๆ แล้วกล่าวออกมา "ได้สิ! นายคิดว่าใครในโรงเรียนของนายเก่งที่สุดล่ะ"
เป็คำตอบที่แฝงคำถามไปในตัว ทำให้ทุกคนต่างคิดตามที่ทิมว่า ท็อปนึกขึ้นมาได้คนนึง แต่ก็ไม่มั่นใจว่าใช่หรือเปล่า เลยพูดอย่างไม่เต็มเสียงนัก
"ประธานโอมเหรอ..?"
ทิมยิ้มขึ้นมา ทุกคนเลยมั่นใจขึ้นมาทันทีว่าต้องใช่แน่ ๆ
"ใช่...ฉันสามารถทำให้เขามาเป็กำลังเสริมได้นะ แค่เขาคนเดียวก็สามารถล้มไปได้หลายคนเลยหนิ ถ้าพวกนายได้เขามาเป็กำลังเสริมได้ โอกาสพลิกเกมก็ไม่ไกลเกินเอื้อม"
"จริงอยู่ที่ว่าประธานโอมสามารถล้มกองกำลังของศัตรูไปได้หลายคน แต่นายคิดว่าจะทำให้โอมมาช่วยได้งั้นเหรอ มันไม่ง่ายมั้ง"
"ใช่..คนอย่างหมอนั่นไม่ฟังใครอยู่แล้ว" แจ็คเห็นด้วยกับแบงค์
"ทำได้สิ! พวกนายคอยดูแล้วกัน" ทิมบอกแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง "ขึ้นอยู่กับว่าพวกนายจะยอมให้ฉันช่วยรึเปล่า"
"ไม่!! นายต้องทำให้ได้ ก็ตอนนี้นายเป็พวกเราแล้ว เื่แดงไม่ต้องห่วง เราช่วยเขาแน่ และนายต้องช่วยให้เราชนะศึกครั้งนี้ด้วย ทางเดียวที่นายจะตอบแทนพวกเราได้ ฉันเชื่อในตัวนาย"
น้ำตาหยดเล็ก ๆ หลั่งออกจากดวงตาของเขาทันทีที่ได้ยิน ทิมรู้สึกทราบซึ้งใจที่กริ้นท์ออกตัวช่วยขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาเคยเป็ศัตรูกันมาก่อน และความไว้วางใจก็ยังมีไม่มากพอ แต่กริ้นท์ยังคงรับเขาเข้าแก๊งอยู่ ถึงแม้เพื่อน ๆ จะห้ามยังไงเขาก็ยังคงเชื่อใจทิมอยู่เหมือนเดิม
"กริ้นท์...ขอบใจนายมากนะ" น้ำตาของทิมร่วงอาบหน้า เขาเข้าไปจับมือกริ้นท์ขึ้นมากุมไว้ทั้งสองข้าง แล้วแสดงความปราบปลื้ม "ฉันจะช่วยให้นายชนะศึกครั้งนี้ให้ได้ ผมขอเอาหัวของผมเป็ประกัน!"
เมื่อคุยกันจบ ทิมก็บอกลาแล้วเดินออกจากโรงเรียนไป ปล่อยให้กริ้นท์กับเพื่อน ๆ ได้เข้าเรียนคาบต่อไปเมื่อถึงเวลา เพราะตอนนี้นักเรียนคนอื่น ๆ ต่างแยกย้ายกันขึ้นห้องตัวเองกันไปหมดแล้ว
••••• จากนักเลงสู่มาเฟีย •••••