ยามนั้นเมฆดำทะมึนลอยเข้ามาครอบคลุมทั่วผาเขาหงส์ฝนปรอยสาย เสียงฟ้าร้องและฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างฟังแล้วชวนให้หวาดหวั่นแต่เหล่าโจรร้ายในชุดดำที่คลุมหน้ามิดชิดเบื้องหน้า น่ากลัวยิ่งกว่าฟ้าฝนนัก
เคร้ง! เคร้ง! คร้าง!
เสียงดาบปะทะกันลั่นไปทั่วคุ้งน้ำเรือลำใหญ่ของตระกูลสิงแล่นเข้าใกล้่ผาเขาหงส์เข้าไปทุกขณะเถ้าแก่สิงแทงกระบี่เข้าใส่โจรจนตกลงไปในน้ำหลายคนองครักษ์ตระกูลสิงล้วนแล้วมีความสามารถพวกเขาต่อต้านโจรร้ายอย่างแข็งขันทว่าขณะนั้นกลับมีชายชุดดำสามคนลอบเข้าไปด้านหลังชิงเอาตัวอูหยินสิงและคุณหนูตัวน้อยออกมาเป็ตัวประกัน
สิงเซียนมองดูภาพเบื้องหน้าด้วยความโกรธแค้นดาบใหญ่พาดอยู่บนลำคอของภรรยาและอีกอันก็พาดอยู่บนลำคอเล็กๆ ของเด็กหญิงสิงถิงถิงร้องไห้จ้า นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษในชุดดำด้วยความหวาดกลัวใต้คิ้วของคนที่จ่อดาบใส่นางนั้นมีไฝสีแดงใหญ่อยู่จุดหนึ่ง
“ท่านพ่อ! ช่วยข้าด้วย!”
สิงเซียนกำกระบี่ในมือแน่นอีกคนคือภรรยาสุดที่รักและอีกคนก็คือบุตรีผู้เป็แก้วตา ทั้งสองกำลังถูกโจรลากให้เดินไปตามข้างกราบเรือ
“ปล่อยลูกและภรรยาข้าเดี๋ยวนี้!”
หลงจู๊สกุลสิงที่ติดตามมาด้วยลอบสะกิดแขนเถ้าแก่ของตนเบาๆ ในการปล้นทุกครั้งไม่มีการต่อรองโจรที่บุกเข้ามาล้วน้าฆ่าทุกคนแล้วชิงเรือไปหลงจู๊กระโจนออกไปด้านข้างยิงหน้าไม้ถูกแขนของชายที่พาดดาบไว้บนคอของเด็กหญิงขณะเดียวกันเถ้าแก่สิงก็ขว้างกระบี่ออกไปอย่างแม่นยำ
“อ๊ากกกก....!!!!”
ตู้ม!!! ต้าม!!!!
เปรี้ยง!!!
ร่างของสตรีและเด็กหญิงพลัดตกลงจากเรือขณะนั้นฟ้าคำรามแล้วผ่าลงมาเสากระโดงเรืออย่างแรงแต่กลับไม่มีร่องรอยการไหม้หรือเปลวไฟลุกโชติขึ้น พลันท้องฟ้าก็สว่างไสวเมฆดำเลือนหาย สายฝนหยุดอย่างฉับพลัน
“นายหญิงตกเรือ! คุณหนูตกเรือ! ลงไปช่วยเร็วเข้า!” หลงจู๊ะโสุดเสียง
เหล่าองครักษ์สกุลสิงนับสิบกระโจนลงไปควานหาตัวสตรีและเด็กหญิงไม่นานนักฮูหยินสิงก็ถูกนำตัวขึ้นมา ในขณะนั้นมีเรือลาดตระเวนของมือปราบผ่านมาพอดี
“เกิดเหตุปล้นเรือใหญ่แล้ว! เข้าไปช่วยเร็ว!”
มือปราบผู้หนึ่งจุดพลุไฟขึ้นเพื่อเรียกกำลังเสริมส่วนพวกเขาก็นำเรือเข้าไปเทียบกับเรือใหญ่แล้วตะลุยช่วยคนบนเรือฆ่าโจรสิงเซียนหันไปะโร้อง ถามองครักษ์
“เจอลูกสาวข้าหรือยัง?”
“ยังขอรับ”
เถ้าแก่สิงหน้าซีดเซียวเขาหันกลับไปมองด้านหลังเมื่อเห็นว่าหลงจู๊กับองครักษ์บนเรือมีมือปราบนับสิบนายเข้ามาช่วยควบคุมสถานการณ์ได้แล้วจึงมาเกาะกราบเรือะโให้พวกที่อยู่ในน้ำช่วยกันหาตัวบุตรสาวต่อไป
หลงจู๊รีบไปตามท่านหมอประจำเรือที่ซ่อนตัวอยู่ห้องข้างล่างให้ออกมาตรวจอาการของนายหญิงอย่างเร่งด่วนซินเฟยหรือฮูหยินสิงที่ฟื้นจากการจมน้ำร่างกายยังอ่อนระโหยโรยแรงได้แต่นอนพังพาบอยู่บนเตียง
“ท่านพี่ถิงถิงล่ะเ้าคะ?”
สิงเซียนกุมมือภรรยาเอาไว้แน่น“เ้าวางใจข้าจะต้องหาลูกเราเจอแน่”
หลังจากภรรยานอนหลับไปเพราะฤทธิ์ยาเถ้าแก่สิงจึงได้กลับออกมาคุมคนผลัดเปลี่ยนกันลงน้ำไปควานหาร่างของบุตรสาวทว่ากลับพบเพียงรองเท้าปักลายนกน้อยคู่หนึ่งของถิงถิงลอยอยู่เหนือน้ำ
“นั่นรองเท้าของคุณหนู” หลงจู๊ร้องเอะอะ
องครักษ์ที่อยู่ใกล้รีบว่ายน้ำเข้าไปคว้าเอารองเท้ามาส่งขึ้นเรือเล็กส่วนอีกสามคนก็รีบดำลงไปบริเวณใกล้ๆ พวกเขาถึงกับไปยืมแหอวนมาลากเพื่อหวังจะหาคุณหนูเล็กให้เจอ
เหล่ามือปราบที่มาตามพลุอีกสองลำช่วยกันลำเลียงศพโจรกลับไปยังสำนักมือปราบในเมืองหลวงเรือใหญ่ของตระกูลสิงยังคงลอยลำอยู่ริมฝั่งบริเวณผาเขาหงส์เพื่อหาตัวคุณหนูเล็กให้เจอ
ฮูหยินสิงตื่นขึ้นมาอีกครั้งนางก็ได้รับเพียงรองเท้าข้างหนึ่งของเด็กหญิงจากสามีจึงเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา
ขณะเดียวกันบนหน้าผาเขาหงส์
กลุ่มโจรที่ดักปล้นก็ยืนกันพรึ่บขวางถนนเอาไว้มิยอมให้รถม้าของจวนโหวเจียงผ่านไปได้
“ต้านเอาไว้!”เสียงของหัวหน้าองครักษ์ร้องลั่น
ฝีมือขององครักษ์สกุลเจียงล้วนแต่ร้ายกาจพวกเขาหนึ่งคนไม่ถึงครึ่งก้านธูปก็ฆ่าคนร้ายตายไปสามรายสร้างความครั่นคร้ามให้แก่มือสังหารยิ่งนัก
“ระวังด้านข้างด้วย!” องครักษ์ของท่านหญิงร้องลั่น
หัวหน้าองครักษ์กระโจนเข้าขวางนักฆ่าอย่างกล้าหาญนักฆ่ามองเห็นสหายของตนล้มตายก็ไม่กล้าพุ่งทะลวงเข้ามาอย่างบ้าบิ่นเหมือนคราแรก
“ขับรถม้าขึ้นไปข้างบนเร็วเข้า!”
พ่อบ้านซุนะโลงไปยืนหน้ารถม้าคันที่สองร้องสั่งรถม้าทั้งสามคันเสียงดังลั่นท่ามกลางเสียงฟ้าร้องสายฟ้าที่แลบแปลบๆ อยู่ตลอดเวลาทำให้มองเห็นการต่อสู้ได้ชัดเป็ระยะๆ
ซุนมี่กับซุนลี่กำดาบไว้แน่นพวกนางเองก็ถูกฝึกมาให้อารักขาท่านหญิงเช่นกันแม้จะไม่มีวรยุทธ์อย่างองครักษ์ที่ใช้วิชากระบี่แต่พวกนางก็คล่องแคล่วในการใช้ดาบอยู่ไม่น้อย
“ข้างนอกเป็อย่างไร?”เจียงลู่ซือคว้ากระบี่ข้างกายมากำไว้ใต้ผ้าแพร
“องครักษ์ของพวกเรายังต้านทานไว้ได้เ้าค่ะ”ซุนมี่น้ำเสียงมั่นใจ
รถม้าของพวกเราอยู่ใน่ทางขาขึ้นเขาหงส์ซึ่งเป็ทางชันเมื่อเกิดฝนตกถนนลื่นและเฉอะแฉะจึงไม่อาจวิ่งเร็วได้อย่างใจเพราะฝั่งซ้ายมือเป็หน้าหากรถม้าวิ่งทะเล่อทะล่าอาจไถลตกหน้าผาได้
เคร้ง! เคร้ง!คร้าง!
เหล่านักฆ่าล้วนรู้สึกว่าตนเองไม่อยู่ในสถานะได้เปรียบเพียงแต่พวกเขารับงานมาแล้ว หลังจากลงมือก็มีเพียงต้องต่อสู้ให้ชัดเจนกันลงไปข้างหนึ่งองครักษ์ของสกุลเจียงเก่งกาจกว่าที่คาดไว้
เดิมทีหัวหน้านักฆ่านึกประมาทว่าจวนโหวเจียงมิใช่ครอบครัวขุนนางฝีมือองครักษ์คงจะปราบได้ไม่ยากทว่า...กลับกลายเป็พวกเขาที่หืดขึ้นคอ!
*****************************

