ตอนที่ 7 ความผิดพลาดครั้งที่สอง
ทางเดินปูด้วยหินกาบสีเข้มทอดยาวจากตัววิลล่าหลักไปสู่โซนสปาส่วนตัวด้านหลัง ดูราวกับเส้นทางเดินเข้าสู่ลานปะาสำหรับผมในเวลานี้ เสียงน้ำตกจำลองที่ไหลรินกระทบโขดหิน ผสมผสานกับเสียงนกร้องยามเย็น ควรจะสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย แต่สำหรับผมที่กำลังประคองถาดไม้วอลนัทบรรจุแก้วมาร์การิต้าด้วยมือที่สั่นเทา เสียงเ่าั้กลับเหมือนจังหวะกลองที่กำลังตีรัวเร่งเร้าให้หัวใจผมเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา แต่ความชื้นในอากาศที่เริ่มเจือด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของตะไคร้ มะกรูด และน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกมวนท้องอย่างบอกไม่ถูก กลิ่นอายของสปาที่ลอยมากระทบประสาทัั บ่งบอกว่าผมกำลังเข้าใกล้อาณาเขตส่วนตัวของคุณรส เ้านายสาวผู้ทรงอำนาจที่เพิ่งปั่นป่วนร่างกายและจิตใจของผมจนแทบคลั่งเมื่อ่เช้า
"ใจเย็นไว้ไอ้ตง... แค่เอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟ แล้วก็รีบกลับออกมา" ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ พยายามสะกดกลั้นความหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นในใจ
เหงื่อกาฬเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นตามไรผมและหลังคอ แม้ว่าอากาศยามเย็นจะเริ่มเย็นลงบ้างแล้ว แต่ความร้อนรุ่มที่สุมอยู่ในอกั้แ่ถูกปลายเท้าของเธอหยอกล้อใต้โต๊ะประชุมยังคงไม่จางหายไปไหน ร่างกายท่อนล่างของผมยังคงรู้สึกปวดหนึบและไวต่อความรู้สึก เพียงแค่ขากางเกงสแลกเสียดสีกับผิวเนื้อตอนที่ก้าวเดิน ความเสียวซ่านจางๆ ก็แล่นปราดขึ้นมาเตือนให้รู้ว่าผมยังคงตกอยู่ภายใต้อำนาจของเธออย่างสมบูรณ์แบบ
ผมก้าวผ่านซุ้มประตูไม้แกะสลักสไตล์บาหลี เข้าสู่โซนพักผ่อนหน้าห้องสปา บรรยากาศภายในถูกจัดแต่งอย่างหรูหราทว่าเงียบสงบ แสงไฟสีวอร์มไวท์สลัวๆ ส่องกระทบผนังหินทราย ไอน้ำจางๆ ลอยอวลออกมาจากทิศทางของห้องสตรีมที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน สร้างความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในอีกโลกหนึ่ง... โลกที่มีเพียงผมและผู้หญิงที่กำลังนั่งรออยู่บนเก้าอี้เอนหลังบุเบาะนุ่มสีครีมตรงหน้า
วินาทีที่สายตาของผมปะทะเข้ากับร่างระหงของคุณรส ลมหายใจของผมก็สะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ
คุณรสอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสปาสีขาวเนื้อนุ่มฟูฟ่อง ทว่าการผูกสายรัดเอวที่ดูหลวมๆ นั้นกลับเผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มขาวผ่องรำไรผ่านรอยแยกของคอเสื้อที่คว้านลึก ชายกระโปรงคลุมที่เลิกขึ้นสูงยามที่เธอนั่งไขว่ห้าง อวดเรียวขาขาวเนียนละเอียดไร้ที่ติที่เคยก่อกวนผมอยู่ใต้โต๊ะประชุมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ขาเรียวยาวนั้นทอดตัวอย่างเกียจคร้าน แต่กลับดูเย้ายวนจนผมต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความประหม่า ลำคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เธอนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มือข้างหนึ่งถือสมาร์ทโฟนเขี่ยดูอะไรบางอย่างด้วยท่าทีผ่อนคลาย แต่ทันทีที่เสียงฝีเท้าของผมดังขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแบรนด์เนมก็ตวัดขึ้นมามองผมทันที
"มาตรงเวลาดีนี่... สำหรับคนที่ได้รับคำสั่งั้แ่เมื่อเช้าน่ะนะ"
น้ำเสียงเ็าและราบเรียบของคุณรสดังขึ้นทำลายความเงียบ มันไม่ใช่คำชม แต่เป็คำประชดประชันที่เสียดแทงทะลุความรู้สึกของผมอย่างจัง ผมสะดุ้งเล็กน้อย รีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ด้วยความลุกลี้ลุกลน
"ข... ขอโทษครับคุณรส พอดี... พอดีที่บาร์คนค่อนข้างเยอะ แล้วผมก็... เอ่อ... ต้องหาวัตถุดิบด้วยครับ" ผมพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตาเธอตรงๆ มือทั้งสองข้างที่ประคองถาดไม้เริ่มสั่นหนักขึ้นจนแก้วมาร์การิต้าส่งเสียงกระทบกับพื้นถาดเบาๆ
"ข้ออ้างของคนที่ไม่เตรียมพร้อม" เธอกล่าวสวนกลับมาทันทีโดยไม่รักษาน้ำใจ "ฉันสั่งเธอั้แ่ตอนไหนตง? ถ้าเธอรู้ว่าตัวเองต้องมาทำเครื่องดื่มให้ฉัน เธอควรจะเตรียมการทุกอย่างไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ แล้วค่อยมาอ้างว่าคนเยอะหรือหาของไม่เจอ"
คำตำหนิที่ตรงไปตรงมาและเยียบเย็นของคุณรสทำเอาผมหน้าชา ผมรู้ว่าตัวเองผิดเต็มประตู ความจริงคือผมมัวแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำเพื่อสงบสติอารมณ์และจัดการกับความ้าที่เธอเป็คนจุดชนวนขึ้นมาต่างหาก แต่ผมไม่มีความกล้าพอที่จะพูดความจริงนั้นออกไป
คุณรสวางสมาร์ทโฟนลงบนโต๊ะกระจกข้างตัว ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรง สายตาคมกริบของเธอกวาดมองสำรวจผมั้แ่หัวจรดเท้า ราวกับเครื่องสแกนที่กำลังตรวจหาความผิดปกติทุกตารางนิ้ว การจ้องมองของเธอไม่ได้มีความรีบร้อน แต่เป็การกวาดสายตาอย่างเชื่องช้า เนิบนาบ ทว่าทรงอำนาจจนทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกจับเปลื้องผ้าต่อหน้าเธอ
"ไหนล่ะ... มาร์การิต้าที่ฉันสั่ง" เธอแบมือออกมารอรับเครื่องดื่ม โดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของผมที่บัดนี้แดงก่ำไปถึงใบหู
ผมรีบก้าวเข้าไปใกล้ ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อวางแก้วเครื่องดื่มลงบนมือของเธอด้วยความระมัดระวังที่สุด ทันทีที่ปลายนิ้วของเราัักันเบาๆ กระแสไฟฟ้าสถิตก็แล่นปราดจากปลายนิ้วของเธอพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจของผมจนผมต้องรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก
คุณรสรับแก้วมาร์การิต้าไปถือไว้ในมือ เธอยกมันขึ้นมาในระดับสายตา หมุนแก้วไปมาเบาๆ เพื่อพิจารณาสีสันของน้ำสีเหลืองอ่อนภายใน ก่อนที่คิ้วเรียวสวยของเธอจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
"ไม่มีเกลือ?" เสียงของเธอราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน
ผมเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ค... คือ... ผม... ผมลืมครับคุณรส ผมขอโทษครับ! ผมจะรีบไปเปลี่ยน..."
"ไม่ต้อง" เธอยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทีเด็ดขาด "ฉันี้เีรอแล้ว"
พูดจบ เธอก็จรดริมฝีปากอิ่มสวยที่บัดนี้ไร้เครื่องสำอางเคลือบแฝงใดๆ ลงบนขอบแก้ว ก่อนจะจิบน้ำสีเหลืองอ่อนนั้นเข้าไปอึกหนึ่ง
วินาทีต่อมา ใบหน้าเรียบเฉยของคุณรสก็แปรเปลี่ยนเป็ความบึ้งตึง เธอหลับตาลงแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันราวกับกำลังกล้ำกลืนของขมคอ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาจ้องหน้าผมด้วยสายตาที่ดุดันยิ่งกว่าเดิม
"นี่มันอะไรกันตง?" เธอถามเสียงเข้ม "เธอใส่เตกีล่าลงไปกี่ออนซ์? รสชาติมันถึงได้บาดคอและแรงขนาดนี้! อัตราส่วนของทริปเปิลเซคกับน้ำมะนาวมันหายไปไหนหมด?"
"ผ... ผม..." ผมอ้าปากค้าง สมองตื้อไปหมด ไม่รู้จะหาคำแก้ตัวอะไรมาอธิบาย ความลนลานและความประหม่าทำให้ผมกะปริมาณผิดไปหมดจริงๆ
"ปัง!"
เสียงแก้วคริสตัลกระแทกลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรง แม้จะไม่ถึงกับแตก แต่ก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณห้องสปาที่เงียบสงบ เสียงนั้นทำเอาผมสะดุ้งสุดตัว ไหล่ทั้งสองข้างห่อเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจ
"ทำงานหละหลวม เสิร์ฟช้า ลืมทาเกลือขอบแก้ว แถมยังชงเครื่องดื่มออกมาไม่ได้เื่..." คุณรสไล่เลียงความผิดของผมด้วยน้ำเสียงที่เย็นะเืราวกับน้ำแข็ง "นี่หรือคือผลงานของเด็กที่ฉันอุตส่าห์ให้โอกาสมาฝึกงานในโปรเจกต์สำคัญ? หรือว่า..."
เธอเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดคลุมอาบน้ำสีขาวที่หลวมโพรกขยับตามการเคลื่อนไหว เผยให้เห็นร่องอกที่ลึกขึ้นและเรียวขาที่ยาวสวยชัดเจนกว่าเดิม เธอจงใจเดินก้าวเข้ามาหาผมอย่างช้าๆ ราวกับนางพญาเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"หรือว่า... สมาธิของเธอมันไปจดจ่ออยู่กับ 'เื่อื่น' จนลืมหน้าที่ของตัวเองไปหมดแล้วหืม... ตง?"
ผมก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อเธอขยับเข้ามาใกล้ แต่ละก้าวที่เธอเดินเข้ามา กลิ่นหอมของสบู่อาบน้ำสไตล์สปาที่ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอม Chanel No.5 อันเป็เอกลักษณ์ของเธอก็ยิ่งโชยมาเตะจมูกผมแรงขึ้น มันเป็กลิ่นที่ตีวนอยู่ในความทรงจำของผมั้แ่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ กลิ่นที่ทำให้สติสัมปชัญญะของผมพร่ามัวและร่างกายเริ่มตอบสนองอย่างห้ามไม่อยู่
"ผ... ผมขอโทษครับคุณรส ผมผิดเองที่สะเพร่า... ผม... ผมจะปรับปรุงตัวครับ" ผมพยายามพูดขอโทษซ้ำๆ น้ำเสียงสั่นเครือจนแทบจะกลายเป็เสียงกระซิบ
"ฉันไม่ได้อยากฟังคำขอโทษซ้ำซากตง" เธอเดินเข้ามาประชิดตัวผมจนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่ถึงคืบ ผมต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับเธอ "ฉันอยากรู้เหตุผล... ว่าทำไมเด็กที่เคยตั้งใจทำงานอย่างเธอ ถึงได้สติแตก ทำอะไรผิดพลาดไปหมดั้แ่เมื่อเช้าจนถึงตอนนี้"
สายตาคาดคั้นของคุณรสที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม เหมือนกับมีดที่กรีดเปิดเปลือกนอกที่ผมพยายามสร้างขึ้นมาปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง ความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอทำให้ผมรู้สึกหายใจไม่ออก ร่างกายของผมสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
"บอกฉันมาตง... อะไรที่รบกวนจิตใจเธออยู่?" เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมััได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดปลายจมูก "หรือจะเป็เพราะ... ััใต้โต๊ะเมื่อเช้านี้?"
คำถามที่แทงใจดำอย่างจังทำเอาผมเบิกตากว้าง หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงจนปวดหนึบ ผมพยายามจะส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ความจริงที่อัดอั้นอยู่ในใจก็ะเิออกมาจนได้
"ค... ครับ..." ผมสารภาพออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า ก้มหน้าหนีสายตาของเธอด้วยความอับอายและยอมจำนน "ผม... ผมไม่มีสมาธิเลยครับ... ั้แ่เมื่อเช้า... สิ่งที่คุณรสทำ... มันทำให้ผม... คิดถึงแต่เื่นั้น... ผมไม่สามารถจดจ่อกับงานได้เลยครับ..."
คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและน่าอายของผมหลุดลอยออกไปในอากาศ ผมหลับตาปี๋ รอรับคำด่าทอหรือบทลงโทษที่รุนแรงจากการบังอาจพูดจาล่วงเกินเ้านาย
แต่สิ่งที่ตอบกลับมากลับกลายเป็เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความพึงพอใจและชัยชนะ
ผมลืมตาขึ้นมองเธออย่างกล้าๆ กลัวๆ และพบว่ามุมปากของคุณรสกำลังกระตุกยิ้มร้ายกาจ รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เธอใช้ตอนที่ทรมานผมอยู่ใต้โต๊ะประชุม รอยยิ้มของผู้กุมอำนาจที่ได้เห็นเหยื่อยอมศิโรราบแทบเท้า
"เด็กโง่..." เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนจากความเ็าเป็ความแหบพร่าและยั่วยวน "เธอนี่มันอ่อนหัดจริงๆ แค่โดนยั่วกวนนิดหน่อยก็เตลิดเปิดเปิงไปหมด สติหลุดจนทำงานพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้..."
คุณรสขยับตัวเข้ามาใกล้อีกก้าว บังคับให้ผมต้องถอยร่นไปด้านหลัง จนกระทั่งแผ่นหลังของผมไปชนเข้ากับพื้นผิวกระจกที่เย็นเฉียบและเปียกชื้นของประตูห้องสตรีม ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อััได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านทะลุกระจกฝ้าออกมาจากภายในห้องอบไอน้ำ
เธอก้าวตามเข้ามาประชิดจนร่างกายของเราแทบจะแนบชิดกัน กลิ่นอายความหอมหวานและไอความร้อนจากตัวเธอผสมผสานกับไอน้ำจากห้องสตรีม สร้างบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอึดอัดทางเพศ (Sexual Tension) จนผมรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย
คุณรสยกมือขึ้นมาอย่างช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวที่ตัดแต่งเล็บมาอย่างดีค่อยๆ ไล้ไปตามปกเสื้อเชิ้ตของผม ััแ่เบานั้นลากผ่านกระดุมคอ ลงมาที่หน้าอก ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ตำแหน่งหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามอยู่ภายใน
"รู้ใช่ไหมตง... ว่ากฎของการทำงานที่นี่คืออะไร?" เธอกระซิบถามข้างใบหูของผม ลมหายใจอุ่นๆ รดรินจนขนอ่อนทั่วร่างของผมลุกชัน
"ท... ทราบครับ... ห้ามทำผิดพลาด..." ผมตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นกระเส่า ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
"ถูกต้อง..." เธอเลื่อนใบหน้ากลับมาสบตาผม แววตาของเธอเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ลุกโชนและอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน "ความผิดพลาดครั้งแรก... ฉันอาจจะแค่เตือนเบาๆ อย่างเมื่อเช้า... แต่ความผิดพลาดซ้ำสอง..."
เธอลากปลายนิ้วลงมาเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องที่เกร็งแน่นของผม ลงไปหยุดอยู่ที่ขอบเข็มขัด ััเพียงแ่เบาแค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้ส่วนอ่อนไหวเบื้องล่างของผมที่กำลังหลับใหลตื่นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มันขยายขนาดและดันเนื้อผ้ากางเกงสแลกจนตึงเปรี๊ยะ ประท้วงหาอิสรภาพและการปลดปล่อยอย่างน่าไม่อาย
"...ย่อมมี 'บทลงโทษ' ที่หนักหนากว่าเดิมหลายเท่า" เธอกระซิบประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าและแหบต่ำ มันเต็มไปด้วยความเย้ายวนและคำขู่ที่ทำให้ผมทั้งหวาดกลัวและกระสันซ่านไปในเวลาเดียวกัน
ผมยืนตัวสั่นเทา หายใจหอบถี่ราวกับคนขาดออกซิเจน สมองของผมขาวโพลนไปหมด ไม่สามารถคิดหาทางหนีหรือคำพูดใดๆ มาตอบโต้เธอได้อีกต่อไป ผมคือลูกไก่ในกำมือของเธออย่างแท้จริง จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด... และดูเหมือนว่าเธอตั้งใจจะบีบคั้นผมให้แหลกคามือเสียด้วย
คุณรสละสายตาจากใบหน้าของผม เธอเอื้อมมือไปจับที่จับประตูห้องสตรีมด้านหลังผม ก่อนจะดึงมันเปิดออกอย่างแรง
"ฟู่..."
กลุ่มไอน้ำสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกมาจากภายในห้องสตรีม คละคลุ้งเข้าปกคลุมร่างของเราทั้งสองคน ความร้อนชื้นและกลิ่นสมุนไพรเข้มข้นปะทะเข้ากับใบหน้าของผมจนต้องหรี่ตาลง อุณหภูมิรอบกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่สู้ความร้อนรุ่มที่แผดเผาอยู่ในร่างกายของผมตอนนี้
คุณรสถอยออกไปครึ่งก้าว ยืนจังก้าอยู่ท่ามกลางกลุ่มไอน้ำที่ลอยอวล สายตาของเธอที่มองมาผ่านม่านไอน้ำนั้นดูอันตรายและทรงเสน่ห์อย่างถึงที่สุด
"ถอดเสื้อผ้าของเธอออกซะตง..." เธอออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและไม่มีพื้นที่ให้ปฏิเสธ "แล้วตามฉันเข้าไปข้างใน... ถึงเวลาที่เธอต้องชดใช้ความผิดพลาดของตัวเองแล้ว"
พูดจบ เธอก็หันหลังและก้าวเดินเข้าไปในห้องสตรีมที่เต็มไปด้วยไอน้ำสีขาวขุ่น ทิ้งให้ผมยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตูด้วยหัวใจที่เต้นระทึก ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น ความหวาดกลัว ความประหม่า และความ้าที่พลุ่งพล่านผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก
ผมรู้ดีว่าเมื่อก้าวเท้าผ่านประตูบานนี้เข้าไป... ผมจะไม่มีวันกลับออกมาเป็คนเดิมได้อีกต่อไป
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*