Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

บทที่ 564 คำถามที่อยากถาม

คำถามที่อยากถาม

 

            เมื่อการวิจัยหยดพลังลึกลับของแองจี้เริ่มต้นขึ้น ข่าวการค้นพบหยดพลังลึกลับของกัสก็แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บรรยากาศภายในตระกูลเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง

            เพียงไม่กี่ชั่วโมง บุคคลระดับสูงภายในตระกูลก็ตระหนักถึงคุณค่าของหยดพลังลึกลับและวางแผนเพื่อให้ได้มาซึ่งหยดพลังลึกลับที่แสนมีค่านี้

            แต่ก่อนที่ใครจะได้เคลื่อนไหว คำสั่งจากเบื้องบนก็ถูกส่งลงมาเสียก่อน ส่งผลให้การเคลื่อนไหวทั้งหมดถูกระงับไว้โดยสมบูรณ์

            ไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหวหรือวางแผนใดๆ ทั้งสิ้น แม้กระทั่งสภาผู้อาวุโสก็ยังไม่กล้าตัดสินคำร้องขอใดๆ ที่มาจากทายาทจากสายตระกูลต่างๆ

            ทั้งนี้ก็เพราะคำสั่งห้ามนี้ถูกส่งมาจากผู้นำตระกูลโดยตรง มันเป็นคำสั่งห้ามที่ไม่มีใครสามารถฝ่าฝืนได้

            ด้วยเหตุนี้กัสจึงสามารถพักฟื้นต่อไปได้โดยไม่ถูกใครรบกวนและไม่รู้เลยด้วยซ้ำไปกว่าข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วตระกูลของเขาแล้ว

            ทั้งนี้ก็เพราะกัสไม่ได้ตั้งใจที่จะเปิดเผยในตอนนี้ แต่ที่ข่าวมันแพร่กระจายออกไปก็เพราะแองจี้ตื่นเต้นมากเกินไปหน่อย จนลืมขอให้เพื่อนๆ ปิดข่าวนี้ไว้ ทำให้มันรั่วไหลออกไปด้วยเหตุผลเดียวกัน

            เรื่องนี้ไม่น่าแปลกอะไรนักเพราะตั้งแต่ฝ่ายวิศวกรรมมนตราและตำหนักผู้รักษาก่อตั้งขึ้น ก็ยังไม่มีใครเลยที่ค้นพบทรัพยากรที่สามารถเสริมความแข็งแกร่งของจิตสำนึกได้โดยตรงเหมือนหยดพลังลึกลับของกัส

            ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรมนตราหรือผู้รักษา ขอเพียงทราบข่าวนี้ก็ล้วนแต่ตื่นเต้นยินดีจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างกันทั้งนั้น แต่ก็ด้วยเหตุผลนี้ด้วยเช่นกันที่ทำให้กัสได้รับผลงานวิจัยในขั้นต้นอย่างรวดเร็ว

            เพียงแค่ 12 ชั่วโมงโดยประมาณ ผลงานวิจัยขั้นต้นของหยดพลังลึกลับก็ถูกส่งมาถึงมือกัสซึ่งสร้างความประหลาดใจให้เขาไม่น้อย

            แต่กัสก็ไม่ได้คิดมากเช่นกัน แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตื่นเต้นยินดีเหมือนกับแองจี้หรือใครหลายๆ คน แต่เขาก็มีความต้องการใช้งานหยดพลังลึกลับนี้เป็นอย่างมาก เขาจึงดีใจมากที่ได้รับผลงานวิจัยโดยเร็วและรู้ว่าหยดพลังลึกลับนี้ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่มีอันตราย

            เมื่อรู้แบบนั้นกัสก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะกลั่นทะเลทรายวิญญาณเพื่อเปลี่ยนเป็นหยดพลังลึกลับและใช้มันในการฟื้นฟูพลังของตัวเอง

            ผลลัพธ์จากการกลั่นอย่างตั้งใจ ส่งผลให้ขนาดของทะเลทรายวิญญาณหดตัวลงอย่างรวดเร็ว ช่องว่างวิญญาณถูกปกคลุมด้วยเพลิงสีทองดำแทบจะตลอดเวลา ทำให้ขนาดของมันหดตัวลงด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

            แต่ถึงจะใช้มันเร็วแค่ไหน กัสก็ยังต้องใช้เวลานานถึงครึ่งปี เขาถึงจะสามารถกลั่นทะเลทรายวิญญาณที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตานี้ได้

            หลังจากกลั่นทะเลทรายวิญญาณทั้งหมดและดูดซับหยดพลังลึกลับเข้าไปจนหมด พลังของกัสก็ฟื้นฟูกลับมาได้ราว 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำให้กัสพึงพอใจไม่น้อย     

            แต่หลังจากทะเลทรายวิญญาณหมดไป ความเร็วในการฟื้นฟูก็ตกลงจนกัสแทบจะทนไม่ไหว

            แม้ว่ากัสจะใช้เพลิงประหลาดในการฆ่ามอนเตอร์ทั้งหมด จนสามารถฆ่าพวกมันได้วินาทีละเป็นพันๆ ล้านตัว แต่พลังที่ได้ก็ยังไม่น่าพอใจเท่ากับการกลั่นทะเลทรายวิญญาณที่เกิดจากพลังวิญญาณของครึ่งเทพระดับ 9 ดาวอยู่ดี

            ด้วยความหงุดหงิดในหัวใจ กัสที่ลอยตัวอยู่เหนือสนามรบก็อดไม่ได้ที่จะชี้นิ้วออกไปแล้วระเบิดพลังออกมา พริบตาเดียวเปลวไฟสีทองดำก็กลืนทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมี 100 กิโลเมตรไปจนหมดสิ้น

            ไม่เว้นแม้กระทั่งภูเขาสูงนับพันเมตรที่เป็นดังปราการธรรมชาติของดินแดน

            แต่หลังจากเผาภูเขาจนหายไปในอึดใจ กัสก็เลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความแปลกใจ เมื่อเขาพบว่าความหนาแน่นของเปลวไฟที่แผดเผาภูเขานั้นเพิ่มสูงขึ้น

            ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายนี้ทำให้กัสตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะทดสอบซ้ำอีกครั้งด้วยการเผาภูเขาไปอีกหลายสิบลูก เขาก็ตระหนักว่าภูเขาเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นพลังให้เขาได้เช่นกัน

            “นี่มัน..ได้ไงกัน จริงสิ!! ทุกสิ่งทุกอย่างในดันเจี้ยนถือเป็นวัตถุกึ่งพลังงาน..มันนับเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งเพราะงั้นก็เลย..”

            หลังจากเข้าใจเรื่องนี้กัสก็ตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็วเมื่อได้เปรียบเทียบพลังงานที่ได้จากการเผาภูเขาทั้งลูก กับการเผามอนเตอร์ทั้งฝูงที่มีมากกว่าพันล้านตัว

            กัสพบว่าพลังงานที่ได้จากภูเขาเหล่านั้นมีน้อยกว่ากองทัพมอนเตอร์มาก แต่มันก็ยังไม่ได้น้อยจนไม่มีค่า เขาจึงเพิ่มภูมิประเทศต่างๆ ลงไปในสิ่งที่เขาต้องการ ‘กิน’ ด้วยเพลิงประหลาดด้วย ส่งผลให้ DP ถูกผลาญไปเร็วยิ่งกว่าเดิม

            ยิ่งกัสฟื้นตัวได้มากเท่าไหร่ ความเร็วในการกินของเขาก็มีมากขึ้นเท่านั้น มากจนทำให้นักรบในดันเจี้ยนถึงกับไม่มีอะไรทำนอกจากยืนเฝ้าด่านที่ไม่มีมอนเตอร์หลุดรอดมาแม้แต่ตัวเดียว

            เมื่อเผชิญหน้ากับเวลาว่างที่น่าเบื่อหน่าย เสียงบ่นของนักรบก็ดังมาถึงหูของกัส ทำให้เขาตระหนักว่าเขารีบร้อนเกินไปและหลงลืมเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันไปเช่นกัน

            นั่นคือการฝึกฝนนักรบเพื่อสงครามในเกมชิงอำนาจ

            แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่ปีนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาท้าชิงตำแหน่ง เนื่องจากหายนะในครั้งก่อนได้สร้างความสะท้านสะเทือนใจให้กับผู้คนมากมาย โดยเฉพาะตระกูลเขี้ยวทองคำที่สูญเสียครึ่งเทพระดับ 9 ดาวที่เปรียบได้กับเสาหลักของตระกูลไปทั้งคน

            ความสูญเสียนี้ไม่เพียงแต่สร้างความตกตะลึงให้กับพวกมัน แต่ยังทำให้พวกมันหวาดระแวงถึงภัยอันตรายที่ซ่อนอยู่ด้วย พวกมันจึงตัดสินใจไม่เคลื่อนไหว ปีนี้จึงนับเป็นปีแรกที่ไม่มีการชิงอำนาจเกิดขึ้น

            กัสที่ได้รับภาษีจำนวนมากจึงถอนหายใจออกมาด้วยความผ่อนคลาย ก่อนจะนำเอาภาษีจำนวนมากที่ได้มากินด้วยเพลิงประหลาด แล้วกลั่นมันเป็นหยดพลังลึกลับเพื่อฟื้นฟูร่างกายของเขา

            หลังจากทำแบบนี้กัสก็พบว่าวัตถุธาตุที่ผ่านการควบแน่นแล้วนั้น ให้พลังมากกว่าวัตถุในดันเจี้ยนมาก

            เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้กัสก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาและเริ่มมองหา ‘ทรัพยากร’ หายากที่มีราคาไม่แพงนักมากินด้วยเพลิงประหลาด

            สิ่งแรกที่กัสคิดจะกินก็คือ พวกแร่ธาตุที่มีมวลหนาแน่นเพราะเขาคิดว่ามวลสารที่ถูกเผาทำลายน่าจะให้พลังที่มาก

            แต่กัสก็คิดผิดและตระหนักความหนาแน่นของสสารไม่ได้ส่งผลต่อปริมาณพลังที่ได้ เขาจึงหันไปหาทรัพยากรที่มีพลังงานสูง แต่รุนแรงเกินกว่าที่มนุษย์จะใช้ประโยชน์ได้แทน

            ถึงตอนนั้นเขาถึงพบว่าทรัพยากรที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานนั้น สามารถเปลี่ยนเป็นหยดพลังลึกลับได้มากกว่าการไล่กินมอนเตอร์ในดันเจี้ยนมาก

            สิ่งเดียวที่มันด้อยกว่าก็คือ ความบริสุทธิ์ของพลังที่ไม่สามารถเทียบได้ ซึ่งทำให้กัสต้องลำบากชำระล้างมันก่อนที่จะดูดกลืนเข้าไป

            ในส่วนนี้กัสขอให้สกายเบรดมาช่วยเขาได้ ทำให้ปัญหามันลดลงไปหลายส่วน ความเร็วในการฟื้นฟูพลังของเขาจึงเพิ่มสูงขึ้นทีละน้อย

            แต่มันก็ยังเพิ่มได้จำกัดอยู่บ้าง กัสเลยเริ่มเดินสายทัวร์กินแบบไม่มีจำกัด

            สถานที่ที่กัสชื่นชอบเป็นพิเศษคือ ดันเจี้ยนสรวงสวรรค์สีเขียว ด้วยการตระเวนไปยังดินแดนย่อยแต่ละแห่งแล้วกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขว้างหน้าจนทำให้ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์กลายเป็นดินแดนรกร้าง

            ดินแดนย่อยหลายๆ แห่งที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ถูกกัสกินจนแทบจะล่มสลาย กัสเลยเพิ่มจำนวนดินแดนย่อยให้มากขึ้นและไล่กินทุกอย่างที่ขว้างหน้า เปลี่ยน DP จากทุกดันเจี้ยนที่เขามีให้กลายเป็นพลังของตัวเอง

            ความเร็วในการฟื้นฟูของเขาจึงเร็วขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับการกินทะเลทรายวิญญาณของครึ่งเทพชราอยู่ดี

            แต่ถึงจะช้ากว่ามาก กัสก็ยังสามารถฟื้นฟูพลังกลับมาได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ในปีต่อมา

            ถึงตอนนั้นพลังที่มีอยู่ก็มีมากพอที่จะทำสิ่งที่เขาอยากจะทำแล้ว

            “ได้เวลาถามหาความรับผิดชอบแล้ว”

            แต่ก่อนที่กัสจะออกไปจากดันเจี้ยนเพื่อถามหาความรับผิดชอบจากใครบางคนและถามคำถามบางคำ เขาก็ตัดสินใจไปหาใครบางคนที่เฝ้ารอเขามาตลอดก่อน

            สีหน้าของกัสกลายเป็นอ่อนโยนเมื่อเขาเดินเข้ามาในคฤหาสน์ของเทียร์น่า คู่หมั้นสาวของเขาจากตระกูลดีไวซ์เนอร์

            บรรยากาศรอบตัวเทียร์น่ายังคงเป็นเหมือนเดิม ยังคงอบอุ่นและอ่อนโยนเหมือนเดิม แม้ว่าดวงตาของเธอจะหม่นหมองไปบ้างเล็กน้อย

            สาเหตุที่ทำให้เทียร์น่ามีสภาพเช่นนี้นั้น กัสย่อมทราบดี นับจากสงครามเทวะในครั้งก่อนที่จบลงด้วยหายนะ ข่าวที่ว่าตระกูลเขี้ยวทองคำใช้ปืนสังหารเทวะและกระสุนสังหารเทวะโจมตีเขาก็แพร่กระจายไปตั้งแต่แรก

            มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เทียร์น่าจะไม่ทราบเพราะเขาไม่เคยคิดที่จะปกปิดเธอ ข่าวสารนี้จึงไปถึงหูของเทียร์น่าตั้งแต่เดือนแรกเสียด้วยซ้ำ

            แต่เพราะกัสอยู่ในสภาพที่ไม่มั่นคงนัก เขาจึงไม่อนุญาตให้เทียร์น่าเข้ามาหาและพยายามปลอบโยนเธอมาตลอด แต่เขาก็ทราบดีว่าหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น เทียร์น่าต้องเผชิญหน้าแรงกดดันมากขนาดไหน

            กัสรู้แม้กระทั่งเรื่องที่ตระกูลดีไวซ์เนอร์ส่งคำสั่งลับมาถึงเทียร์น่าและสั่งให้เธอร้องขอไมตรีจากเขา

            ทว่าเทียร์น่าก็ไม่ทำตาม เธอเมินเฉยต่อคำสั่งทั้งหมด รวมไปถึงคำขู่ การแสดงออกของเธอนั้นทำให้กัสชื่นชมเธออย่างมาก รวมไปถึงเหล่าภรรยาของเขาที่ชื่นชมการตัดสินใจของเทียร์น่ามากขึ้น

            ด้วยเหตุนี้แม้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับเทียร์น่าจะไม่พัฒนาไปมากกว่าเดิม แต่ความเป็นครอบครัวของพวกเขานั้นเด่นชัดขึ้นจนสัมผัสได้

            สิ่งนี้กลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวที่ทำให้สภาพจิตใจของเทียร์น่ามั่นคงขึ้น แต่เธอก็ยังรู้สึกผิดและหวาดกลัวอยู่ลึกๆ เพราะเธอทราบดีว่าการกระทำของเธอนั้นจะส่งผลต่อครอบครัวของเธอยังไง

            แต่เธอก็ยังเลือกที่จะทำแบบนี้ กัสจึงชื่นชมเธอมาก เขาจึงขอให้ภรรยาของเขาดูแลเธอเป็นพิเศษเพื่อให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขามากยิ่งขึ้น

            ทันทีที่กัสเดินเข้ามาในห้องรับแขก เทียร์น่าก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาทันที เธอยิ้มแย้มอย่างอ่อนหวานและส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความคิดถึงมาหาเขา

            ทันทีที่กัสสบเข้ากับดวงตาคู่งามนี้ เขาก็ตัดสินใจได้ในทันทีว่าจะรับเธอมาเป็นภรรยาของเขา โดยไม่สนว่าตระกูลดีไวซ์เนอร์จะคิดยังไง

            วินาทีที่ตัดสินใจได้ กัสก็ก้าวข้าม ‘ระยะห่าง’ ที่เขาสร้างขึ้นทันที มันเป็นระยะห่างที่แสนสั้นเพียงครึ่งเมตร เป็นระยะห่างเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรเลยสำหรับเทพเทวะอย่างเขา แต่มันกลับสามารถขัดขว้างไม่ให้เขาสัมผัสเทียร์น่ามานานหลายปี

            พริบตานั้นคำพูดที่กำลังจะหลุดออกมาจากริมฝีปากของเทียร์น่าก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยริมฝีปากของกัส หยุดไว้ด้วยจูบที่อ่อนหวานและรุนแรง มันทำให้หัวสมองของเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะ ทำให้ข้ารับใช้ของเธอตกตะลึงจนอ้าปากค้าง

            ทุกเสียงเงียบหายไปในวินาทีนั้น ราวกับทุกคนลืมวิธีพูดไป เสียงที่เหลืออยู่ภายในห้องรับแขกจึงเหลือเพียงเสียงครางเบาๆ ในลำคอของเทียร์น่าและเสียงของหัวใจหลายๆ ดวงที่เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น

            “ข้าขอโทษ..ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้ารอนาน”

            ทันทีที่กัสผละออกจากเทียร์น่า คำพูดแรกที่เขาพูดออกมาคือคำขอโทษ มันทำให้ดวงตาของเทียร์น่าเบิกกว้างขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่หยาดน้ำตาแห่งความยินดีจะไหลรินออกมาเป็นสาย

            จากนั้นเสียงครางเบาๆ ก็กลายเป็นเสียงสะอื้นไห้ของความยินดีและกลายเป็นความเงียบที่ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงเขาและเธอ

            ทุกอย่างดำเนินต่อไปในลักษณะนี้ แม้จะหยาบกระด้าง ดุดันและไม่งดงาม แต่ในวินาทีนั้น ในสายตาของข้ารับใช้ที่เฝ้ามองเจ้าท่านที่รักโศกเศร้ามานานหลายปี สำหรับพวกเธอภาพนี้คือภาพที่งดงามที่สุดที่พวกเธอเคยเห็นมาตลอดชีวิต

            ช่วงเวลาที่เงียบสงบจึงดำเนินต่อไป ข้ารับใช้ทั้งหมดราวกับรู้ตัวว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะที่พวกเธอจะอยู่อีกต่อไป พวกเธอจึงทยอยจากไปทีละคนๆ จนห้องรับแขกเหลือเพียงกัสและเทียร์น่าเพียงลำพัง

            กัสยังคงโอบกอดเทียร์น่าเอาไว้ จูบเบาๆ ที่เปลือกตาของเธอ ลิ้มลองรสชาติของน้ำตาที่แฝงไว้ด้วยรสขม พลางกล่าวคำปลอบโยนและคำขอโทษเบาๆ

            เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ โดยไม่มีคำพูดอะไรเกิดขึ้นระหว่างกัสและเทียร์น่า จนกระทั่งน้ำตาของเธอหยุดไหล รอยยิ้มที่อ่อนหวานกลับคืนมาอีกครั้ง หัวใจของเขาก็ผ่อนคลายลง

            “ท่านจะลงมือแล้วสินะคะท่านกัส”

            “ใช่ เจ้าคงไม่ว่าอะไรข้าใช่ไหม”

            เทียร์น่าส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนจาง ราวกับไม่รู้สึกอะไร แม้จะรู้ว่าสิ่งที่กัสกำลังจะทำต่อจากนี้จะส่งผลให้ตระกูลของเธอพบเจอกับความสูญเสียอย่างสาหัส

            ราวกับว่าเธอได้ละทิ้งตระกูลของตัวเองไปแล้วอย่างแท้จริง

            “ข้าไม่มีทางตำหนิท่านแน่นอนค่ะท่านกัส..เพราะข้ามอบใจของข้าให้กับท่านแล้ว ข้ายึดถือตัวเองเป็นคนของท่าน..เป็นสะใภ้ที่แต่งเข้าตระกูลอันดูวเดธของท่าน”

            กัสนิ่งเงียบไปชั่วขณะ พลางสบตากับเทียร์น่าที่ดูเหมือนจะคิดอย่างที่พูด แต่เขาก็ยังมองเห็นความรู้สึกผิดและความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคู่งามของเธอ

            หลังจากมองอยู่ครู่หนึ่งกัสก็เข้าใจและให้คำสัญญากับเธอประโยคหนึ่ง

            “ข้าสัญญาว่าจะพาครอบครัวของเจ้ากลับมาหาเจ้า..”

            พูดจบกัสก็ไม่รอคำตอบแต่อย่างใด หากแต่จากไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เทียร์น่านั่งนิ่งอยู่แบบนั้นอยู่นานก่อนจะยิ้มหวานออกมาด้วยความยินดี

            เมื่อออกมาจากคฤหาสน์ของเทียร์น่า กัสก็ตรงไปยังดันเจี้ยนดินแดนที่ล่มสลายทันที จากนั้นก็ออกไปจากดันเจี้ยนและปรากฏตัวขึ้นเหนือเมืองแห่งดันเจี้ยนที่อยู่ใต้การปกครองของตระกูลดีไวซ์เนอร์

            กัสลอยตัวอยู่เงียบๆ ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย พลางกวาดสายตาไปรอบๆ แล้วตรงไปยังวิหารเทพจริงแท้ประจำเมืองแห่งนี้ จากนั้นจึงใช้วงแหวนเวทเคลื่อนย้ายมิติ ตรงไปยัง ‘อาณาจักรเทพจักรกล’ ในทันที

            การเคลื่อนไหวของกัสนั้นไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ไม่แม้กระทั่งปกปิดเจตนาของเขา เขาไม่ฟังแม้กระทั่งคำเตือนของผู้อาวุโสประจำวิหารที่เตือนเขาว่าอย่าใจร้อน

            กัสใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง จากดันเจี้ยนปราการแห่งการปกป้องมาถึงอาณาจักรเทพจักรกลและเผชิญหน้ากับการต้อนรับที่แสนอบอุ่นจากครึ่งเทพกว่าครึ่งร้อยและเทพอสูรอีกหลายสิบคน

            บรรยากาศของการเผชิญหน้าเต็มไปด้วยแรงกดดัน ‘ปราการจักรกลเทพพิทักษ์’ ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์เทพขนาดยักษ์ที่ทรงพลังที่สุดของตระกูลดีไวซ์เนอร์กำลังเปิดใช้งาน ส่งผลให้แรงกดดันของการเผชิญหน้าทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

            กัสมองดูปราการจักรกลขนาดยักษ์ตรงหน้า ปราการที่สร้างจากโลหะซึ่งสูงกว่าพันเมตร มีปืนสังหารเทวะนับหมื่นกระบอกติดตั้งอยู่ภายใน มีสิ่งประดิษฐ์เทพประเภทปืนอีกมากมาย รวมไปถึงข่ายอาคมนับไม่ถ้วน

            สิ่งนี้นับเป็นปราการด่านสุดท้ายและเป็นปราการที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลดีไวซ์เนอร์ มันเป็นทั้งอำนาจ ชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของตระกูลดีไวซ์เนอร์

            เพราะสิ่งนี้ทำให้ไม่มีใครกล้าบุกเข้ามายังตระกูลดีไวซ์เนอร์ตลอดพันปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มันถูกเปิดใช้งานน้อยครั้งมากจนสามารถนับได้ด้วยฝ่ามือเดียวตลอด 1 พันปีที่ผ่านมา

            เมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งนี้ กัสกลับพบว่าหัวใจของเขายังคงสงบนิ่ง ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ ซ่อนอยู่ ไม่มีแม้กระทั่งความรู้สึกกดดัน

            สิ่งเดียวที่กัสคิดในตอนนี้คือ

            ‘หากได้กินเจ้าสิ่งนี้..พลังของข้าจะฟื้นฟูได้มากขนาดไหนกันนะ’

            ขณะที่คิดถึงพลังที่จะได้รับหลังจากกลืนกินปราการจักรกลยักษ์นี้ลงไป กัสก็เผลอตัวเลียริมฝีปากด้วยความรู้สึกหิวกระหาย มันทำให้ดวงตาของเทพทั้งหมดเบิกกว้างขึ้นในพริบตา

            พริบตานั้นแรงกดดันวิญญาณอันมหาศาลของครึ่งเทพกว่าครึ่งร้อยก็ระเบิดออกมาพร้อมกัน แปรเปลี่ยนท้องฟ้าและพื้นดินจนกลายเป็นโลกของจักรกล ฟันเฟืองนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นราวภาพมายา ปืนใหญ่หลากหลายรูปร่างปรากฏขึ้น หุ่นยนต์ยักษ์ หุ่นยนต์อสูร รวมไปถึงศาสตราวุธนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นมาในพริบตา

            แรงกดดันที่ก่อตัวขึ้นเพิ่มสูงขึ้นจนถึงจุดวิกฤติในเสี้ยววินาที มันทำให้ครึ่งเทพทั้งหมดแทบจะลงมือพร้อมกัน

            แต่ก่อนที่พวกมันจะเคลื่อนไหว ครึ่งเทพชราผู้หนึ่งก็ยกมือขึ้นหยุดการกระทำทั้งหมดเอาไว้ก่อน

            “เด็กน้อย..เจ้าคิดจะทำอะไร เจ้ามีเจตนาอะไรถึงทำเช่นนี้!!”

            คำถามนี้ทำให้กัสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะกลายเป็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นอำมหิต

            “ข้าไม่เข้าใจ..ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ แล้วทำไม..ทำไมพวกท่านถึงได้ทำตัวเหมือนวัวสันหลังหวะเช่นนี้เล่า หรือว่า..พวกท่านทำอะไรผิดต่อข้าเอาไว้”

            คำพูดของกัสคล้ายกับคมศรที่ทิ่มแทงใจดำของพวกมัน ทำให้สีหน้าของเหล่าเทพเปลี่ยนแปลงไปในทันที ใบหน้าของพวกมันกลายเป็นดำมืด ความดุร้ายที่พวกมันสะกดเอาไว้ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง

            ทว่าครึ่งเทพชราก็ยังคงออกคำสั่งหยุดการกระทำทั้งหมดเอาไว้ ทำให้สถานการณ์วิกฤตสงบลงก่อนที่จะระเบิด

            “เด็กน้อย..ข้าจะเห็นแก่หน้าบรรพชนของเจ้า ข้าจะไม่เอาเรื่องเจ้า ดังนั้นจงกลับไปเสีย หาไม่แล้วอย่าหาว่าผู้อาวุโสอย่างข้ารังแกเจ้า!!”

            รอยยิ้มของกัสยกสูงขึ้นเล็กน้อย สีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงไปบ้างนิดหน่อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของครึ่งเทพชราที่ดูแล้วน่าจะเป็นครึ่งเทพระดับ 9 ดาวคนหนึ่ง

            “หากผู้อาวุโสพูดเช่นนั้นข้าก็ต้องขอบคุณท่านแล้ว แต่ว่า..ข้าคงกลับไปแบบนี้ไม่ได้ ยกเว้นว่าท่านจะตอบคำถามของข้าเสียก่อน”

            สีหน้าของครึ่งเทพชราเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันคล้ายกับรู้ว่ากัสจะถามอะไร ซึ่งก็ไม่น่าแปลกเพราะเอาเข้าจริงพวกมันสมควรทราบตั้งแต่ข่าวการต่อสู้ในสงครามเทวะแพร่กระจายออกไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาแล้ว

            แต่ทั้งที่เป็นแบบนั้นพวกมันก็ทำราวกับไม่ได้ยินไม่ได้ฟังอะไร ทำตัวราวกับคนบริสุทธิ์ที่โดนปรักปรำ

            สีหน้าของครึ่งเทพชราเปลี่ยนไปมาเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับ กัสก็ยกยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

            “ข้าอยากรู้ว่า..คนทรยศที่ขายกระสุนสังหารเทวะให้ตระกูลเขี้ยวทองคำคือใคร”

คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน

จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

นิยาย แฟนตาซี
146K 253
สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.42M 982
Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
337K 1011
อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.38M 1499
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
207K 185
เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

นิยาย แฟนตาซี
106K 139
[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.77M 1648
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258