ด้วยความรู้สึกมากมายที่รุมเร้าในจิตใจของเขาจนเกิดความลังเลอยู่นาน พลางส่งสายตามองมาทางควีนลูกเ้าของตลาดที่เขาเคยใช้ชีวิตร่วมกันมาั้แ่เด็กจนโต แต่เขาก็ต้องรู้สึกเ็ปทางใจและร่างกายเสมอมา เขาจึงใช้ความเด็ดเดี่ยวของตัวเองตัดสินใจอะไรบางอย่าง
"ผมพร้อมจะไปทำงานกับคุณทิชาครับคุณนาย"
ทันทีที่เขาเอ่ยปากออกไป ควีนก็รีบพูดสวนขึ้นทันควัน "ฉันไม่ให้นายไปไหนทั้งนั้น!"
"คุณห้ามผมไม่ได้หรอกคุณควีน พ่อของผมเป็หนี้คุณนายอยู่เท่าไหร่ครับ?" เขมปฏิเสธเสียงแข็งแล้วหันไปถามเจ๊หยกถึงเื่หนี้สินของเขากับหล่อน
"หนึ่งล้างสองแสงบาก ทิชาจะใช้หนี้ให้เขมเลยใช่ไหมจ๊ะ?" หล่อนตอบคำถามของเขม ก่อนจะหันไปถามถึงคนที่จะใช้หนี้แทนเขม
"ครับแต่ผมไม่ได้พกเงินมามากขนาดนั้น เดี๋ยวผมออกไปเบิกให้นะครับ" ขณะที่ทิชาเตรียมจะขึ้นรถไปธนาคาร ควีนลูกเ้าของตลาดก็พูดขึ้น
"เอาอย่างนี้ใครใช้หนี้ให้เขมได้ก่อน เขมก็ควรเป็ของคนนั้น!?"
ทุกคนดูใในคำพูดของควีนก่อนจะใอีกรอบเมื่อควีนเดินกลับไปหยิบเงินในรถส่วนตัวมายื่นให้แม่ของตัวเอง
"ผมไม่ใช่สิ่งของนะที่คุณจะใช้เงินฟาดหัวได้ ถึงคุณจะใช้หนี้ให้ผม ผมก็จะไม่ยอมเป็คนของคุณอีก ผมจะไปทำงานกับคุณทิชาเพียงคนเดียวเท่านั้น"
เมื่อทิชาได้ยินเช่นนั้นก็รีบขึ้นรถยนต์แล้วขับไปยังธนาคารเพื่อเบิกเงินสดออกมา ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีเงินจำนวนหนึ่งล้านสองแสนบาทก็ถูกส่งต่อให้กับเจ๊หยกผู้เป็เ้าหนี้ของเขม
"ลื๊อแน่ใจแล้วช่ายม๊ายว่าจะปายทามงางกับอาทิชาของอั๊ว"
"ผมแน่ใจและมั่นใจครับ ผมลานะครับ ผมขอขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา ที่คุณนายให้โอกาสผมคอยช่วยเหลือผมมาโดยตลอด ผมขอขอบคุณคุณนายมากนะครับ"
เขมนั่งลงคุกเข่าก้มกราบหญิงวัยกลางคนด้วยความเคารพและรู้ซึ้งในน้ำใจของหล่อน โดยที่เจ๊หยกก้มตัวประคองไหล่ของเขาให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะหันหลังให้สองคนแม่ลูกเพื่อจะเดินไปยังรถเบนซ์สปอร์ตสีดำของดาราหนุ่ม ขณะที่ควีนมีน้ำตาไหลนองหน้าด้วยความเสียใจก่อนที่จะวิ่งเข้าสวมกอดเขมจากด้านหลัง
"ฉันรักนายนะเขม นายเป็เพียงคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่นะ นายอย่าไปได้ไหม?"
“...” ไม่มีคำตอบจากเขมแต่สิ่งที่ทำให้ควีนต้องเ็ปก็เกิดขึ้นเมื่อเขาแกะมือเล็กของควีนออกอย่างไร้ความปราณี
"ปล่อยผม ปากของคุณบอกว่ารักผมแต่คุณก็เที่ยวไล่ล่าคนอื่นไปทั่ว ตอนมีความสุขคุณเคยสนใจผมไหม ก็ไม่เคยแต่พอไม่มีใครคุณก็กลับมาหาผม ผมไม่ใช่ของเล่นของคุณนะคุณควีน ใครขัดใจอะไรคุณก็มาลงที่ผม ผมไม่ไหวแล้ว ผมเหนื่อย..."
หลังจากสิ้นคำพูดของเขมเขาก็เดินจากอีกฝ่ายไปโดยไม่หันหลังไปมอง แล้วขึ้นรถเบนซ์สปอร์ตสีดำออกไปจากบ้านนั้นทันที
แมค ธราดล
ควีนร่ำไห้ด้วยความเสียใจพลางวิ่งตามรถเบนซ์สีดำออกไปจนสะดุดล้มก่อนจะถึงหน้าประตูรั้วบ้านโดยที่รถของดาราหนุ่มไม่ได้หยุดจอดหรือสนใจอะไรเขาเลย กระทั่งคนเป็แม่วิ่งตามมาหาเขาและช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้น แล้วถามเขาด้วยความสงสัยและติดใจกับคำพูดลูกชายของหล่อน
"อาควีนสิ่งที่ลื๊อพูกเมื่อกี้ ลื๊อหมายความว่ายังงาย พูกตามความลู้สึกของลื๊อเลยไม่ต้องคิดปิดบังอั๊วเลี้ยว"
หล่อนเอ่ยถามลูกชายสุดที่รักขณะใช้ฝามือปาดน้ำตาที่ไหลนองแก้มของลูกจนหมดด้วยความรัก
"แม่หนูพูดได้ทุกอย่างใช่ไหม แม่จะไม่เกลียดไม่โกรธหนูใช่ไหม?"
เมื่อหล่อนได้ฟังคำถามจากลูกชายที่ข้องใจ ก็ทำให้หล่อนยิ้มอย่างเข้าใจก่อนจะพยักหน้าช้าๆ
"ผมรักเขมครับ เราสองคนรักกัน แล้วก็รักกันมานานมากด้วย แม่จะไม่ว่าผมใช่ไหมครับ"
"อั๊วจะว่าลื๊อทามมายก็ลื้อเปงลูกของอั๊วน๊า อาควีน เหลียวๆ ลื๊อบอกว่ารักอาเขมเลี้ยวอาจันทร์ละลื๊อคิกยังงาย?"
ควีนทำหน้าตาครุ่นคิดตามคำถามของแม่และคำตอบของเขาก็ทำให้เจ๊หยกเกิดความไม่เข้าใจในตัวลูกชาย
"หนูเลือกไม่ได้ หนูยอมรับว่ารักเขมแต่หนูก็ขาดพี่จันทร์ไม่ได้เหมือนกัน หนูควรจะทำยังไงดีครับแม่"
เมื่อเจ๊หยกได้ฟังคำตอบจากลูกชาย ความรู้สึกสงสารบวกกับความไม่เข้าใจทำให้เธอไม่รู้จะตอบในคำถามของลูกได้อย่างไร ก่อนจะดึงตัวลูกชายเข้ามากอดด้วยความรู้สึกหลายๆ อย่างที่เข้ามาภายในจิตใจของหล่อนในตอนนี้
ในรถเบนซ์สปอร์ตสีดำ
ระหว่างเดินทางกลับของดาราหนุ่มที่ถูกคุณนภาซึ่งมีความเกี่ยวข้องเป็ถึงแม่ของตัวเองที่เฝ้าโทรตามลูกชายเป็รอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้
จากน้ำเสียงที่แมครับสายรู้สึกหวาดกลัวในน้ำเสียงนั้นพอสมควรและเขาสามารถคาดการณ์ได้อีกว่า เมื่อดาราหนุ่มกลับไปถึงบ้านน้องชายของเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เขาหันมองที่กระจกส่องหลังก็เห็นดาราหนุ่มกำลังพูดคุยกับสมาชิกใหม่ในบ้านหลังใหญ่อย่างคุ้นเคย
"น้องทิชาครับรู้ไหมว่าการกระทำของเราในวันนี้ถูกหรือผิดอย่างไรไหนบอกพี่แมคมาสิ?"
แมคตั้งคำถามขึ้นกับน้องชายที่เขาทั้งรักและปรารถนาดีใน่ที่คนทั้งสองยุติบทสนทนาระหว่างกัน