บทที่ 11 ฝึกทำอาหารกับน้องสาว
สรรพคุณของยานั้นไม่เลวเลยหลังจากดื่มลงไปได้ไม่นานตัวยาก็เริ่มออกฤทธิ์อาการปวดกล้ามเนื้อบรรเทาลงอย่างรวดเร็วความร้อนในร่างกายก็คล้ายกับบรรเทาลงหลายส่วน ทำให้ยูเมะสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้เหมือนปกติอีกครั้ง
ผลลัพธ์นี้ทำให้ยูเมะทึ่งไม่น้อยแต่เขาก็ไม่รู้ว่าคนที่ทึ่งกว่าเขานั้นคือแพทย์หนุ่มที่เป็ผู้จ่ายยาให้กับเขา
‘ยาออกฤทธิ์แล้วหรือ!’
แพทย์หนุ่มลอบอุทานในใจขณะที่ตรวจสอบข้อมูลจากมายด์เบรนอยู่ตลอดจนกระทั่งมั่นใจว่ายาออกฤทธิ์แล้วจริงๆมันถึงได้ตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะตั้งสติได้และตรวจสอบซ้ำอีกหลายรอบจนมั่นใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด
ถึงตอนนั้นสายตาที่แพทย์หนุ่มมองยูเมะก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยจากลูกค้าพิเศษที่ต้องจับตามองก็กลายเป็บุคคลที่น่าสนใจ
ทว่าความสนใจนี้ก็เกิดขึ้นเพียงชั่ววูบก่อนจะถูกเก็บกลับไปเนื่องจากจรรยาบรรณทางการแพทย์ทำให้แพทย์หนุ่มไม่สามารถมองยูเมะเป็ ‘หนูทดลอง’ได้ แต่ถึงจะเป็แบบนั้นแพทย์หนุ่มก็ยังลอบคิดในใจว่านับจากนี้จะให้ความสนใจกับยูเมะเป็พิเศษ
หลังจากคิดในใจแพทย์หนุ่มก็จากไปพร้อมกับอุปกรณ์ยูเมะที่ฟื้นฟูกำลังกลับมาแล้วก็ตัดสินใจกลับบ้านไปเตรียมอาหารเย็นสำหรับครอบครัว
ก่อนกลับเขาแวะร้านค้าเล็กน้อยมองหาของสดด้วยตาของตัวเองแล้วซื้อของสดจำนวนหนึ่งตามเมนูที่คิดไว้และให้ทางร้านส่งกลับไปที่บ้าน
หลังจากทำทุกอย่างจนเสร็จยูเมะก็ขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน
ขณะที่ก้าวขึ้นรถประจำทางนั้นยูเมะก็ต้องประหลาดใจที่พบกับหญิงสาวร่างบางอีกครั้ง
ฝ่ายหญิงสาวเองก็เหมือนจะประหลาดใจเช่นกันทั้งนี้ก็เพราะท่ารถที่ยูเมะขึ้นมานั้น มาจากร้านค้าของสดสำหรับประกอบอาหารซึ่งเธอไม่เคยเห็นยูเมะขึ้นรถจากท่ารถแห่งนี้มาก่อน
ทว่าความประหลาดใจของทั้งสองก็หยุดอยู่ที่ความประหลาดใจยูเมะเพียงแค่พยักหน้าทักทายเล็กน้อยตามประสาคนคุ้นหน้าฝ่ายหญิงเองก็ทำแบบเดียวกัน
จากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้สนใจกันอีกยูเมะเลือกที่นั่งติดกระจกเหมือนทุกครั้งแล้วมองออกไปด้านนอกมองภาพวิวทิวทัศน์ที่เป็ระเบียบเพื่อฆ่าเวลา
แต่หลังจากมองดูได้ไม่นานยูเมะก็เปิดหน้าต่างภารกิจขึ้นมาอีกครั้งและยิ้มบางๆให้กับความสำเร็จที่ปรากฏขึ้นในหน้าต่างระบบ
รอยยิ้มของยูเมะนั้นแฝงไว้ด้วยความพึงพอใจความภาคภูมิใจและความรู้สึกสมใจมันเป็รอยยิ้มของคนที่เพิ่งกระทำบางสิ่งที่ยากลำบากได้สำเร็จซึ่งเป็รอยยิ้มที่ไม่ได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของยูเมะนานแล้ว
ชั่วขณะนั้นยูเมะก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ารอยยิ้มของเขาถูกหญิงสาวร่างบางที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมองเห็นโดยไม่ได้ตั้งใจและทำให้สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปชั่วขณะ
พริบตานั้นความคิดบางอย่างได้ปรากฏขึ้นในใจของหญิงสาวก่อนจะถูกเธอสลัดทิ้งไปด้วยรอยยิ้มฝืนๆ
ท่าทางที่ผิดปกติของหญิงสาวนั้นแน่นอนว่ายูเมะย่อมไม่สังเกตเห็นเพราะเขาในตอนนี้เหนื่อยเกินกว่าที่จะคิดอะไรวุ่นวาย
หลังจากผ่านไปได้ไม่นานรถประจำทางก็วิ่งมาถึงท่ารถใกล้บ้าน ยูเมะก็ลงไปทันทีโดยไม่มีความคิดที่จะมองย้อนกลับมาแม้แต่น้อยทำให้เขาไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของหญิงสาวที่มองตามมาด้วยความสงสัย
สีหน้าของหญิงสาวแปลกไปชั่วขณะราวกับกำลังคิดถึงใครบางคน ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง
“ไม่ใช่..ไม่ใช่เขา”
น้ำเสียงที่แ่เบานี้มีเพียงตัวเธอเท่านั้นที่ได้ยินภาพที่อยู่ในใจของเธอนั้นก็มีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็นจึงไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เธอพูดหมายถึงอะไรและใครคือคนที่เธอคิดถึง
ในไม่ช้ารถประจำทางก็ออกตัวอีกครั้งนำพาหญิงสาวกลับไปยังบ้านของเธอขณะที่ชายหนุ่มที่ทำให้เธอเกิดความสับสนก็กำลังเดินขึ้นไปยังอพาร์ทเม้นท์ของตัวเองเพื่อกลับไปหาครอบครัว
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆต่อกัน ราวกับคนที่ยืนอยู่บนเส้นทางที่แตกต่างมาั้แ่แรก
ยูเมะที่กลับมาถึงบ้านก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากน้องสาวทำให้เขายิ้มออกมาน้อยๆ ราวกับรู้ทัน ซึ่งทำให้เด็กสาวหน้าแดงด้วยความขัดเขิน
“รู้แล้วๆ พี่จะรีบทำเดี๋ยวนี้แหละ”
“หนูไม่ได้เร่งสักหน่อย..วันนี้ให้หนูช่วยก็แล้วกัน เพราะพี่น่าจะเหนื่อย”
ยูเมะพยักหน้ารับโดยไม่ขัด ก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้านตรงไปยังห้องอาบน้ำแล้วส่งชุดออกกำลังกายลงถังไปรวมกับชุดของตนเองจากนั้นกดปุ่มเปิดเครื่องซักผ้าก็เริ่มทำงาน
จากนั้นยูเมะก็ตรงเข้าไปในครัวแล้วตรวจสอบของสดที่ซื้อมาเล็กน้อยแบ่งส่วนหนึ่งกลับเข้าไปในตู้เย็น จากนั้นนำส่วนที่เหลือออกมาเตรียมโดยมีน้องสาวเป็ลูกมือ
เพราะมีน้องสาวมาช่วยอาหารเย็นมื้อนี้จึงเสร็จเร็วกว่าปกติเล็กน้อยแต่ก็แลกมาด้วยหน้าตาที่ไม่น่าทานเท่ากับที่ยูเมะลงมือเองทำให้เด็กสาวเม้มปากด้วยความไม่พอใจ
ยูเมะเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มขำพลางส่ายหน้าน้อยๆ แล้วปลอบโยนไปหลายคำ
“อย่าคิดมากน่า แค่หน้าตาไม่สวยเท่านั้นเองฝึกอีกหน่อยเดี๋ยวก็ทำได้ดีเองแหละ”
“ค่ะ หนูเข้าใจ! เอาไว้หนูจะเข้าไปฝึกในเกมก็แล้วกัน”
ยูเมะพยักหน้ารับแบบไม่คิดมาก จากนั้นทั้งสองก็ช่วยกันจัดโต๊ะ ก่อนที่เด็กสาวจะไปเรียกแม่ให้มากินมื้อเย็นด้วยกันหลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็มานั่งล้อมวงกินมื้อเย็นกันอย่างมีความสุข
พอจบมื้ออาหารทุกอย่างก็ดำเนินไปเหมือนกับวันก่อนๆ ทุกคนผ่อนคลายอยู่หน้าทีวีอย่างมีความสุขจนกระทั่งเสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นจากมายด์เบรนของแม่ ทุกคนจึงแยกย้ายกันจากไป
ยูเมะกลับเข้ามาในห้องตรวจสอบหน้าต่างระบบครั้งหนึ่ง จากนั้นจัดท่าทางเล็กน้อยเพื่อเตรียมพร้อมหากรางวัลที่ได้เป็ทักษะแล้วจัดการกดรับรางวัลทันที
การสุ่มกาชาปองก็เกิดขึ้นอีกครั้งโหลแก้วหมุนวนอย่างรวดเร็วทำให้ลูกแก้วหลากสีภายในกลิ้งไปมาอยู่ชั่วขณะก่อนที่ลูกแก้วสีแดงจะไหลออกมาอีกครั้ง
“สีแดงอีกแล้ว!”
ลูกแก้วกลิ้งออกมาแล้วแตกสลายในพริบตา กลายเป็ข้อความแสงประโยคหนึ่ง ‘ความสามารถในการฟื้นฟูของกล้ามเนื้อ 0.1’
ยูเมะมองของรางวัลด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง เขาดูเหมือนจะดีใจแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ดีใจนัก ราวกับคาดเดาได้แต่แรกว่าจะต้องเป็แบบนี้
ขณะที่คิดถึงความเป็ไปได้บางอย่างหน้าต่างภารกิจก็เริ่มเปลี่ยนแปลง กรอบข้อความภารกิจที่เคยมีเพียง 1 กรอบใหญ่นั้นตอนนี้ถูกแบ่งออกเป็ 2 กรอบในทันที จากนั้นก็มีข้อความภารกิจปรากฏขึ้นอีกประโยคหนึ่งในกรอบที่สอง
“ภารกิจฝึกฝนงั้นหรือ”
ยูเมะเลิกคิ้วน้อยๆ แล้วกดนิ้วลงไปยังข้อความภารกิจที่ปรากฏขึ้นมาแต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีข้อความหรือคำอธิบายใดๆไม่มีแม้กระทั่งเนื้อหาของภารกิจ
เห็นแบบนั้นยูเมะก็ได้แต่เลิกคิ้วก่อนจะส่ายหน้าด้วยความจนใจ จากนั้นก็มองไปยังเคบินแล้วลงไปนอนสติก็เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตแล้วปรากฏตัวขึ้นในอินเทอร์โฮม
ทว่าครั้งนี้ยูเมะไม่ได้คิดที่จะเข้าไปในเกมเหมือนอย่างเคยแต่หันไปมองโปรแกรมค้นหา แล้วจัดการค้นหาเกมที่เกี่ยวกับการทำอาหารแทน
คำพูดของน้องสาวที่พูดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้ยูเมะคิดขึ้นมาได้ว่าบางทีเขาอาจจะใช้เกมทำอาหารมาฝึกฝนทักษะทำอาหารได้เขาเลยเลือกเกมแนวนี้
ส่วนอีกเหตุผลนั้นเป็เพราะวันนี้เขาเหนื่อยมากเขาเลยไม่อยากเล่นเกมที่ต้องใช้พลังเยอะเลยเลือกเกมทำอาหารที่น่าจะเล่นได้สบายหน่อยสำหรับเขา
ขณะที่ค้นหาเกมทำอาหารกรอบข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นที่มุมจอ ยูเมะก็ยิ้มออกมาแล้วกดนิ้วลงไปหน้าต่างสื่อสารก็ปรากฏขึ้น
“ว่าไงโนโซมิ มีอะไรหรือเปล่า”
“พี่! เล่นเกมนี้กันไหม”
เด็กสาวพูดจบ เว็บไซต์เกมออนไลน์เกมหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหน้าจอของยูเมะพร้อมกับรายละเอียดของเกมส่วนหนึ่ง
ยูเมะเลิกคิ้วน้อยๆแต่ไม่ตอบในทันที แต่กดนิ้วลงไปเพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ของเกมโดยตรง
อึดใจเดียวสภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไปกลายมาเป็ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเป็แบบจำลองของเว็บไซต์เกมออนไลน์
“ห้องครัวยอดกุ๊กงั้นหรอ น่าสนใจนะแต่..มันดูไม่สมจริงเท่าไหร่”
“เอ๋! แต่หนูว่ามันน่าสนุกดีออก”
ยูเมะยิ้มขำให้กับความคิดเห็นของน้องสาวแต่เขาก็ไม่แปลกใจเพราะถ้าพูดถึงการเล่นเกมแล้ว การเลือกเกมที่ ‘น่าสนุก’ ย่อมเป็สิ่งที่ถูกต้อง
เพียงแต่เป้าหมายของยูเมะคือการฝึกทำอาหารเขา้าเกมทำอาหารที่มีระบบสมจริงกว่านี้เพื่อให้สามารถฝึกฝนทักษะความชำนาญได้
“มันก็น่าสนุกจริงๆ นั่นล่ะ แต่พี่อยากเล่นเกมที่ช่วยฝึกทักษะมากกว่า”
ได้ยินแบบนั้นเด็กสาวก็เหมือนจะเข้าใจเธอจึงไม่ปฏิเสธอีกและเริ่มหาเกมใหม่ที่สามารถใช้ฝึกทักษะได้
ไม่นานนักยูเมะก็เจอเกมที่น่าสนใจเขาจึงส่งข้อมูลไปให้น้องสาวดูจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ตัดสินใจเลือกเกมนี้
‘วิถีแห่งเชฟ’
เกมนี้ไม่ใช่เกมที่ลึกลับอะไรทั้งยังไม่ได้รับความนิยมมากนักในหมู่ผู้เล่นเนื่องจากระบบที่สมจริงทุกระเบียบนิ้วทำให้ยากที่จะหาความสนุกจากมันได้
ยกเว้นเพียงกลุ่มคนที่ชอบการทำอาหารจริงๆถึงจะสนใจเกมนี้และเล่นเกมนี้อย่างสนุกสนาน
ยูเมะกับน้องสาวแน่นอนว่าไม่ใช่คนกลุ่มนั้นแต่พวกเขาก็เลือกที่จะเล่นเพราะมันเป็เกมที่ได้รับการรับรองจากวงการเชฟระบบโลกจึงมั่นใจได้ว่ามันเป็เกมที่สามารถใช้ฝึกทักษะได้จริง
พอเลือกได้สองพี่น้องก็เริ่มสมัครเพื่อเล่นเกมจากนั้นยูเมะก็กดซื้อเกมมาแล้วส่ง ‘บัตรเชิญ’ที่ตัวเกมแถมมาให้กับน้องสาวเพื่อให้เธอสามารถเล่นเกมนี้ได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อเกมเพิ่ม
นี่นับเป็ข้อดีของเกมแนว‘อาชีพ’ที่เน้นการฝึกทักษะในด้านต่างๆ ที่มักจะแถมบัตรเชิญให้ผู้ซื้อสามารถชวนเพื่อนหรือคนในครอบครัวมาเล่นด้วยได้
หลังจากส่งบัตรเชิญไปให้น้องสาวแล้วยูเมะก็เหลือบัตรเชิญอีกใบหนึ่ง ตอนแรกเขาคิดจะส่งให้แม่แต่คิดอีกทีก็เปลี่ยนใจและส่งไปให้เมโลดี้แทน
ยูเมะส่งบัตรเชิญไปพร้อมกับข้อความสั้นๆโดยหวังว่าเมโลดี้จะเข้ามาเล่นกับเขาได้ในตอนที่ว่างจากนั้นก็คุยกับน้องสาวฆ่าเวลาขณะที่รอการติดตั้งโปรแกรมเกม
ทางด้านยูเมะนั้นโปรแกรมถูกติดตั้งจนแล้วเสร็จอย่างรวดเร็วเพราะประสิทธิภาพที่สูงล้ำของเครื่องเกมรุ่นเคบินแต่น้องสาวของเขานั้นไม่ใช่ เธอใช้รุ่นฟูลไดร์ทั่วไป ทำให้ต้องใช้เวลานานกว่ามาก
ยูเมะจึงอยู่รอเป็เพื่อนเธอขณะที่อ่านข้อมูลของเกมไปพร้อมกัน
ระหว่างคุยการติดตั้งโปรแกรมเกมของน้องสาวก็เสร็จสิ้นพอดีพวกเขาจึงเข้าเกมไปพร้อมกันโดยใช้ระบบ ‘แฟมิลี่’ทำให้พวกเขาเข้าสู่ห้องเริ่มต้นแห่งเดียวกัน
ยูเมะปรากฏตัวขึ้นในร่างอวตารของซามูไรเกราะดำของเขาส่วนน้องสาวนั้นปรากฏตัวขึ้นในร่างอวตารของมนุษย์แมวตัวเล็กที่แสนน่ารัก
สองพี่น้องมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ให้กับร่างอวตารที่อีกฝ่ายใช้
“พี่ว่าพวกเราเปลี่ยนร่างอวตารกันดีกว่า”
“อืม! หนูก็ว่างั้น ร่างกายเล็กๆ แบบนี้ตอนเล่นเกมมันก็สนุกดีหรอกแต่ถ้าจะทำอาหารคงลำบากน่าดู”
พูดจบทั้งสองก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาพร้อมกันแล้วเลือกหน้าต่างปรับแต่งอวตารจากนั้นก็เปลี่ยนไปใช้ร่างอวตารพื้นฐานที่มาพร้อมกับบัตรประจำตัวประชาชน
พริบตาเดียวร่างอวตารของยูเมะก็กลายเป็ชายหนุ่มร่างอวบซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับร่างกายจริงๆของเขาแทบจะทุกระเบียบนิ้วเช่นเดียวกับน้องสาวของเขาที่มาในร่างอวตารของเด็กสาวที่ดูคล้ายกับตัวเธออย่างมากแต่จะสวยและน่ารักกว่าเท่านั้น
ความแตกต่างนี้ทำให้ยูเมะยิ้มน้อยๆแต่ก็ไม่คิดที่จะพูดอะไรเพราะเขารู้ดีว่าเื่นี้ไม่ควรพูด
หลังจากนั้นสองพี่น้องที่เปลี่ยนมาใช้ร่างอวตารที่เลียนแบบร่างกายจริงๆก็เข้าสู่เกม เลือกเล่นตามระบบพื้นฐานจนปรากฏตัวขึ้นในห้องครัวที่แสนเรียบง่าย
เครื่องครัวที่ใช้ได้มีจำนวนน้อยเช่นเดียวกับวัตถุดิบที่มีอยู่ทั้งนี้ก็เพราะพวกเขาเพิ่งจะเริ่มเล่นของทุกอย่างจึงมีน้อยซึ่งเป็ไปตามการตั้งค่าของเกมสำหรับมือใหม่
“เอาละ! เริ่มจากเมนูง่ายๆก่อนก็แล้วกัน เอาเป็เมนูเมื่อตอนเย็นดีไหม”
“อือ!! รอบนี้หนูจะทำสุดฝีมือเลย!!”
ยูเมะยิ้มรับด้วยความขบขัน จากนั้นทั้งสองก็แบ่งหน้าที่กันแบบง่ายๆยูเมะก็ตรงไปยังชั้นวางอุปกรณ์เลือกเอาอุปกรณ์ครัวมาชุดหนึ่ง เตรียมกระทะหม้อและมีดให้พร้อม
ส่วนโนโซมิก็หันไปเตรียมวัตถุดิบเธอกวาดเอาวัตถุดิบที่ต้องใช้มาแทบจะหมดตู้โดยไม่คิดถึงปริมาณที่ต้องใช้จริงเลยสักนิดทั้งนี้ก็เพราะเธอตั้งใจจะใช้วัตถุดิบพวกนี้ฝึกมือ
ผลลัพธ์คือวัตถุดิบกองเท่าูเาถูกขนออกมาจากตู้ได้อย่างน่าตลก แต่เพราะมันเป็เกมมันเลยเกิดขึ้นได้เพราะถึงเกมจะใส่ระบบที่สมจริงสำหรับการทำอาหารมามากเท่าไหร่ผู้พัฒนาก็คงไม่จริงจังมากขนาดที่จะใส่ความสมจริงให้กับทุกอย่าง
ดังนั้นภาพของเด็กสาวที่ถือตะกร้าใบโตที่มีวัตถุดิบกองเป็ูเาจึงเกิดขึ้นมาได้
พอยูเมะหันมาเจอเขาก็อึ้งไปก่อนจะหัวเราะขำๆ จนถูกน้องสาวปาหัวหอมใส่หน้าเต็มแรงจนหน้าสะบัด
แต่ถึงจะโดนแบบนั้นยูเมะก็ยังขำ ทั้งยังขำมากกว่าเดิมเนื่องจากเกมนี้ไม่มีระบบความเ็ปเขาจึงไม่รู้สึกอะไรแม้จะถูกหัวหอมเป็สิบหัวปาใส่หน้า
“ฮะๆ พอแล้วๆ อย่าเอาของกินมาปาเล่นสิยัยเด็กคนนี้นี่!”
“พี่ก็อย่าหัวเราะสิ!”
“ได้ๆ พี่ไม่หัวเราะแล้ว ฮะๆ โอเคๆ มาเริ่มทำจริงๆ กันดีกว่า”
เด็กสาวเม้มปากด้วยความไม่พอใจ แต่สุดท้ายเธอก็เผลอหัวเราะออกมาเช่นกันทำให้เสียงหัวเราะดังก้องอยู่ภายในห้องครัวอีกนานก่อนที่เสียงหัวเราะจะเงียบหายแล้วกลายเป็เสียงมีดกระทบเขียงแทน
หลังจากกลับมาสงบเหมือนเดิมอีกครั้งยูเมะก็หันกลับไปเตรียมเครื่องปรุงอย่างรวดเร็ว เขาใช้มีดได้ค่อนข้างดี แม้ว่าการควบคุมจะต่างจากร่างกายจริงอยู่บ้างแต่ก็ถือว่าใกล้เคียงเขาจึงใช้ทักษะที่ได้มาอย่างคล่องแคล่วจนคะแนนการใช้มีดเพิ่มขึ้นไม่หยุด
คะแนนพวกนี้ไม่ได้ทำให้ยูเมะสนใจนักเพราะมันไม่มีความหมายสำหรับคนที่ตั้งใจเข้ามาฝึกฝนทักษะอย่างจริงจังแต่มีเอาไว้ให้ผู้เล่นที่ชอบความเป็เกม
พอยูเมะจัดการส่วนของเขาจนหมดเขาก็หันไปมองน้องสาวก่อนจะอึ้งไปน้อยๆ เมื่อเห็นสภาพที่น่ากลัว
ใบหน้าของน้องสาวตอนนี้ซีดขาวจนน่าสงสารมือทั้งสองข้างของเธอเต็มไปด้วยเืจำนวนมาก จากาแที่เกิดจากการใช้มีดผิดพลาด
เกมนี้ไม่มีระบบความเ็ปก็จริงแต่ภาพที่น่ากลัวก็ยังทำให้เด็กสาวหน้าซีดได้เหมือนกัน
ยูเมะเห็นแบบนั้นก็พูดไม่ออกเขายืนมองน้องสาวที่พยายามใช้ทักษะมีดอย่างสุดฝีมือ โดยไม่มีพื้นฐานที่เหมาะสมก่อนจะส่ายหน้าโดยไม่แปลกใจที่เธอทำมีดบาดตัวเองได้น่ากลัวแบบนี้
“พอๆ หยุดก่อน ไปล้างมือก่อนเร็วสภาพแบบนี้ไม่เรียกว่าทำอาหารแล้ว!”
เด็กสาวได้ยินแบบนั้นก็หยุดมือ เธอเงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาที่น่าสงสารก่อนจะมองไปทางฝั่งของพี่ชายที่เตรียมทุกอย่างได้สมบูรณ์ราวกับมืออาชีพ
เห็นแบบนั้นเด็กสาวก็ยิ่งผิดหวังก่อนจะไปล้างมือตามที่ยูเมะบอก ส่วนยูเมะเขาก็จัดการกับสภาพที่เหมือนกับฉากฆาตกรรมโดยฝีมือน้องสาวด้วยการกวาดวัตถุดิบที่เสียหายทั้งหมดทิ้งไป ล้างทุกอย่างด้วยระบบเกม
เมื่อเด็กสาวกลับมาอีกครั้งหลังจากล้างมือเสร็จยูเมะก็ยิ้มน้อยๆ จากนั้นจูงมือเธอมายืนอยู่ที่หน้าเขียงอีกครั้งจากนั้นโอบเธอเอาไว้และจับมือทั้งสองข้างเพื่อสอนให้เธอรู้ถึงพื้นฐานสำคัญของการใช้มีด
การถูกพี่ชายโอบกอดโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้ใบหน้าของเด็กสาวแดงขึ้นมาน้อยๆด้วยความใ ร่างกายของเธอแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว
“เอาละตั้งใจ ทำมือแบบนี้ แล้วค่อยๆ หั่นลงไปแบบนี้ตั้งมีดให้ดีอย่าให้เอียงเข้าหาตัวเอง”
ยูเมะสอนน้องสาวอย่างช้าๆ และตั้งใจด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ปานเสียงกระซิบทำให้ใบหน้าของเด็กสาวแดงขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมเพราะตำแหน่งของเสียงที่ดังขึ้นมันดังขึ้นที่ข้างหูของเธอพอดี
จากระดับความสูงของทั้งสองทำให้เด็กสาวอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างอะไรจากการถูกกอด ทำให้เธอใจเต้นน้อยๆอย่างไม่อาจควบคุม จนเธอต้องพยายามบอกตัวเองหลายต่อหลายครั้งว่านี่คือพี่ชายของเธอ
การฝึกทำอาหารของสองพี่น้องจึงแฝงไว้ด้วยบรรยากาศที่วาบหวานอย่างประหลาดซึ่งยูเมะไม่ได้สังเกตเห็นเลยเพราะความสนใจของเขาหมดไปกับการสอนน้องสาวให้ใช้มีดอย่างถูกต้อง
ขณะที่เด็กสาวเองก็พยายามตั้งสมาธิกับการเรียนรู้อย่างตั้งใจแต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาน้อยๆและหัวเราะออกมาเป็ครั้งคราวจนยูเมะต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
“พี่เปลี่ยนไปนะรู้ตัวไหม”
“หืม! พี่นะหรอเปลี่ยนไป”
“อืม..ถ้าเป็พี่เมื่อก่อนคงไม่กล้าทำอะไรแบบนี้กับหนูแน่ๆแต่ตอนนี้..พี่กลับทำตัวเ้าชู้กับน้องสาวของตัวเองแบบนี้ได้โดยไม่รู้สึกอะไรเลย”
ได้ยินแบบนั้นยูเมะก็อึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะมองดูท่าทางของเขากับน้องสาวแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นเขกหัวน้องสาวตัวแสบแรงๆทีหนึ่ง ทำให้เด็กสาวหัวเราะเสียงใสออกมาด้วยความชอบใจ
“ยัยเด็กคนนี้! พูดแบบนี้กับพี่ได้ไงพี่ไปทำตัวเ้าชู้กับเราตอนไหนกัน!!”
“แต่ที่พี่ทำอยู่มันเหมือนนี่ ไม่เชื่อพี่จับหน้าอกหนูดูสิพี่จะได้รู้ว่าหัวใจหนูเต้นแรงขนาดไหน!!”
ได้ยินแบบนั้นยูเมะก็ได้แต่กลอกตาแล้วคว้าหมับเข้าให้อย่างไม่เกรงใจทำเอาเด็กสาวถึงกับใจนกรีดร้องออกมา
“ไหนละเสียงหัวใจเต้น! เกมนี้มันเกมทำอาหารนะมันไม่มีระบบพวกนั้นหรอก ต่อให้พี่จับไป พี่ยังไม่รู้สึกเลยว่าจับอะไรระหว่างเขียงกับหน้าอก!”
เด็กสาวที่ใจนหน้าแดงก่ำได้ยินแบบนั้นก็หน้าบูดทันทีแต่ไม่นานนักเธอก็สงบใจได้เพราะเธอไม่รู้สึกอะไรจริงๆ อันที่จริงตอนที่โดนกอดก็ไม่มีความรู้สึกเลยต้องบอกว่านอกจากความรู้สึกตอนหยิบจับสิ่งของและวัตถุดิบแล้ว เธอก็ไม่มีความรู้สึกอื่นใดเลย
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมปล่อยให้พี่ชายจับหน้าตกตามใจชอบแต่อย่างใด
“หนูจะฟ้องแม่!”