ตอนที่ 8
ขายสมุนไพรล้ำค่า
พอเห็นโสมอายุร้อยปีสองต้นในมือของเด็กหนุ่ม ลูกจ้างร้านยาก็เบิกตากว้างด้วยความใ แทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตาเห็น
“นี่ ๆ นี่มัน…” น้ำเสียงเขาตะกุกตะกักด้วยความตื่นเต้น พลางหันไปส่งสายตาให้เพื่อนร่วมงาน ก่อนที่อีกฝ่ายจะผลุบเข้าไปด้านหลังร้าน
“ตกลงว่ารับหรือไม่?” จางมู่หลินส่งเสียงถามอีกครั้งอย่างใจเย็น ไม่สนใจว่าลูกจ้างอีกคนที่เข้าไปหลังร้านคิดจะทำอะไร
“คุณชายน้อยได้โสมสองต้นมาจากที่ใด?” ชายชราคนหนึ่งเดินออกมาจากทางด้านหลังร้านและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ที่แท้ลูกจ้างอีกคนก็เข้าไปตามท่านหมอที่เป็ผู้ดูแลออกมา
“บังเอิญเจอมันเกิดอยู่ข้างกันบนูเา” จางมู่หลินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง คล้ายกับว่าสิ่งที่เขาพูดถึงคือสมุนไพรธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไป
“...”
พอทุกคนในร้านได้ยินแบบนั้นก็อ้าปากค้าง รู้สึกไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง โสมูเาอายุร้อยปีนะ ไม่ใช่หัวผักกาด ทำไมถึงได้เจอทีเดียวพร้อมกันถึงสองต้น จะโชคดีเกินไปแล้ว!
ร้านยารับซื้อสมุนไพรจากชาวบ้านมานาน ใช่ว่าจะไม่มีคนนำโสมูเามาขาย แต่ที่นำมาขายส่วนมากเป็โสมอายุแค่ไม่กี่ปี มากสุดก็ไม่เกินห้าสิบปี ไม่เคยเจอโสมูเาอายุร้อยปีมาก่อน แถมยังเจอพร้อมกันสองต้น!
ตอนแรกพวกเขายังคิดว่าเด็กหนุ่มไปขโมยโสมมาจากที่ใดหรือไม่ แต่พอมองดูโสมที่ถูกถอนมาทั้งต้น แถมยังมีดินติดอยู่ บ่งบอกว่าเพิ่งถอนออกมาจากดินได้ไม่นาน ทุกคนก็ได้แต่ทำใจและคิดว่าอีกฝ่ายโชคดีมากเท่านั้น
จางมู่หลินขายโสมูเาสองต้นได้เงินมาหกร้อยตำลึง เขาเก็บตั๋วแลกเงินไว้ในแหวนมิติโดยทำทีว่าเก็บใส่ไว้ในอกเสื้อ ก่อนจะออกจากร้านก็โดนลูกจ้างรบเร้าถามถึงสถานที่ที่เจอโสมูเาไม่หยุด เขาจึงตอบไปว่าเจอบนเขาเหลียนฮั่ว แล้วออกจากร้านไป
(หน่วยเงินของจีนโบราณโดยส่วนมากเรียงจากต่ำไปสูงคือ อีแปะ (เรียกเหวิน หรือ เฉียนก็ได้) ก้วน (พวง) ตำลึงเงิน ตำลึงทอง โดย 1,000 อีแปะ = 1 ก้วน = 1 ตำลึงเงิน, 10 ตำลึงเงิน = 1 ตำลึงทอง, ถ้าพูดถึงเงินตำลึงในนิยายให้เข้าใจว่าคือตำลึงเงินนะคะ นอกจากจะระบุว่าเป็ตำลึงทอง, สมัยโบราณ ถ้าเงินจำนวนมาก เช่นห้าสิบตำลึงเงินขึ้นไป จะออกเป็ตั๋วแลกเงิน เพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บและพกพาได้สะดวก)
ลูกจ้างในร้านได้ยินว่าเด็กหนุ่มเจอโสมร้อยปีที่เขาเหลียนฮั่ว ก็ได้แต่ถอนหายใจ ถึงเมืองอวิ๋นหยางจะติดเขาหลายลูก แต่ด้านที่ติดเขาเหลียนฮั่วกลับเป็หน้าผาสูงชัน ยากที่จะขึ้นไปได้ ถ้าอยากขึ้นไปจริง ๆ จำต้องอ้อมไปขึ้นฝั่งอำเภอชิงเสียน ซึ่งระยะทางไม่ใช่ใกล้ ๆ ต่อให้เสียเวลาไปก็ใช่ว่าจะเจอ สุดท้ายจึงได้แต่ตัดใจ
จางมู่หลินแวะไปร้านยาอีกหลายร้าน และนำเอาสมุนไพรหายากกับโสมูเาออกมาขาย ทำเอาคนในร้านยาต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
เขาถือโอกาสสร้างเื่ บอกว่าตนเองบังเอิญเจอสมุนไพรหลายอย่างบนเขา แต่ไม่รู้ว่าเป็สมุนไพรล้ำค่าหรือไม่ ถ้ามีข้อมูลหรือรูปภาพให้ดูน่าจะพอบอกได้ เถ้าแก่ร้านยาบางคนพาซื่อไม่ก็ความโลภบังตา รีบขนเอาตำราแพทย์และสมุนไพรที่มีออกมาให้เขาเปิดดู เผื่อว่าจะมีสมุนไพรที่คุ้นตา
วิชาแพทย์หรือสมุนไพรเช่นนี้ ปกติจะไม่เปิดเผยหรือถ่ายทอดให้คนอื่นง่าย ๆ โดยเฉพาะคนนอก แต่หมอชราที่ประจำร้านก็ไม่ได้เอ่ยห้าม เพราะคิดว่าแค่ตรวจสอบดูไม่นาน พวกเขาไม่ได้เสียหายอะไร แถมยังไม่คิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะสามารถเข้าใจตำราหรือแอบขโมยวิชาความรู้ไปได้
จางมู่หลินเปิดดูตำราแพทย์และสมุนไพรหลายเล่มอย่างรวดเร็ว ในใจรู้สึกยินดีที่เื่ราวสำเร็จง่ายดายโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม
ถึงชาติที่แล้วเขาจะเชี่ยวชาญการหลอมโอสถ แต่ส่วนมากเป็โอสถที่ใช้กับผู้บำเพ็ญเพียรที่มีรากปราณ การรักษาหรือสมุนไพรทั่วไปที่ใช้กับคนธรรมดาเขาล้วนไม่คุ้นเคย ดังนั้นจึงต้องเพิ่มความรู้ให้ตัวเอง
เพราะเป็ดวงิญญาของผู้บำเพ็ญเพียร ถึงร่างกายจะเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา แต่ิญญากลับแข็งแกร่งมาก ไม่ว่าอะไรแค่เพียงเห็นผ่านตาก็ไม่มีทางลืม เขาเพียงแค่เปิดตำราผ่าน ๆ อย่างรวดเร็ว สมุนไพรและวิชาแพทย์ที่ได้เห็นแม้เพียงชั่วครู่ กลับจดจำได้แม่น
“ขอบคุณมาก ในตัวข้าตอนนี้มีหลินจือโลหิตอยู่พอดี…” เขาปิดตำราเล่มสุดท้ายในมือลง ก่อนจะหยิบเอาเห็ดหลินจือโลหิตดอกใหญ่ออกมาวางบนโต๊ะ ถือว่าเป็การขอบคุณที่แอบขโมยเรียนวิชาจากพวกเขา
เถ้าแก่ร้านยากับหมอชรามองหลินจือสีแดงสดดุจโลหิตด้วยสายตาลุกวาว รีบหยิบขึ้นมาตรวจสอบด้วยท่าทางตื่นเต้น รู้สึกว่าการที่ให้เด็กหนุ่มดูตำราแพทย์กับสมุนไพรเมื่อครู่ไม่ได้เสียเปล่า
สุดท้ายจางมู่หลินก็ขายเห็ดหลินจือโลหิตดอกใหญ่ได้หลายร้อยตำลึง พอเขาออกจากร้าน เถ้าแก่ก็รีบส่งสายตาให้ลูกจ้างในร้านตามไป เผื่อจะรู้ว่าเด็กหนุ่มเป็ใครมาจากไหน ลูกจ้างวิ่งตามออกไปอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา ได้แต่กลับเข้าไปรายงานด้วยความผิดหวัง
หลังจากนั้นในเมืองอวิ๋นหยางก็เกิดเสียงเล่าลือในหมู่ร้านขายยา เื่ที่มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งนำสมุนไพรล้ำค่าหายากมาขาย ทั้งโสมูเาร้อยปี ทั้งหลินจือโลหิต รวมไปถึงสมุนไพรล้ำค่าอีกหลายอย่าง แต่พอถามถึงรูปร่างหน้าตาของเด็กหนุ่มผู้นั้น กลับไม่มีใครจดจำได้แน่ชัด ซึ่งเป็เื่ที่แปลกประหลาดมาก หลายคนถึงขั้นพูดกันว่าบางทีเขาอาจจะเป็ภูตโสมหรือภูตูเา ถึงได้มีสมุนไพรล้ำค่ามากมายขนาดนั้น
จางมู่หลินที่ได้ยินเสียงเล่าลือก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็ภูตโสม ที่ทุกคนจดจำใบหน้าเขาได้ไม่ชัด เป็เพราะตอนที่เข้าไปในร้านยา เขาเก็บลมปราณในร่างเพื่อไม่ให้เป็ที่สนใจ แถมทุกคนยังเอาแต่สนใจสมุนไพรล้ำค่ามากกว่าจะสนใจสำรวจหน้าตา ทำให้จดจำใบหน้าเขาไม่ได้
❈
หลังจากขายสมุนไพรหลายอย่างและมีเงินในมือ จางมู่หลินก็ซื้อข้าวของกลับไปฝากเสี่ยวเฉินกับแม่นมหวัง โดยเฉพาะของกินที่ดูน่าอร่อยหลายอย่าง คิดว่าเด็กคนนั้นน่าจะดีใจ
ทุกครั้งที่คุณชายขึ้นเขา แม่นมหวังจะเป็ห่วงและรอคอยด้วยใจจดใจจ่อ เห็นคุณชายกลับมาในตอนเย็นและสบายดี ไม่มีร่องรอยาเ็ จึงวางใจลงได้ในที่สุด
แต่พอวันนี้เห็นคุณชายถือข้าวของพะรุงพะรังหลายอย่างกลับมา นางกับบุตรชายก็รีบเข้าไปรับด้วยความแปลกใจ
“อาจารย์พาข้าไปขายสมุนไพรที่เมืองอวิ๋นหยาง ได้เงินมาไม่น้อย เลยซื้อของกลับมามากหน่อย” จางมู่หลินอธิบาย พลางหยิบเอาถังหูลู่กับน้ำตาลปั้นออกมาส่งให้เสี่ยวเฉิน ก่อนหน้านี้เขาเก็บของทั้งหมดไว้ในแหวนมิติ พอลงจากเขาถึงเอาออกมาถือ
(ถังหูลู่ คือผลไม้เคลือบน้ำตาล ปกติแล้วจะใช้ผลซานจาหรือพุทราป่า แต่ในปัจจุบันใช้ผลไม้หลากหลายขึ้น)
“!!”
เสี่ยวเฉินขยี้ตาอยู่หลายทีเพราะคิดว่าตัวเองตาฝาด แต่พอเห็นว่าคุณชายยื่นถังหูลู่กับน้ำตาลปั้นมาตรงหน้าจริง น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เพราะจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้กินของพวกนี้คือเมื่อใด
“เ้าไม่อยากกินหรือ?” เห็นเด็กน้อยเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมรับเอาไป จางมู่หลินก็นึกอยากแกล้ง เขาชักมือกลับมาทำท่าจะกินเอง
“กินขอรับ!” เสี่ยวเฉินรีบคว้าเอาถังหูลู่กับน้ำตาลปั้นรูปัในมือคุณชายมาถือไว้ด้วยท่าทางทะนุถนอม ไม่กล้ากินแม้แต่นิดเดียว
แม่นมหวังไม่ได้สนใจบุตรชาย เพราะตอนนี้นางกำลังตกตะลึงกับข้าวของที่เพิ่งแกะออกจากห่อ ทั้งเนื้อหมู แป้ง ข้าวสาร เกลือ น้ำตาล น้ำมัน และยังมีเครื่องเทศกับข้าวของอีกหลายอย่าง เกือบสามปีแล้วที่นางไม่ได้เห็นข้าวของมากมายขนาดนี้
“ต่อไปแม่นมกับเสี่ยวเฉินก็ไม่ต้องกินน้ำข้าวหรือโจ๊กใสจางแล้ว” จางมู่หลินพูดด้วยรอยยิ้ม
“คุณชาย…” แม่นมหวังเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามกลืนก้อนสะอื้นที่จุกตรงลำคอลงไปอย่างยากลำบาก แต่แล้วก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อคุณชายยัดถุงเงินที่หนักอึ้งใส่มือนาง
“ข้างในมีเงินอยู่ร้อยตำลึง ต่อไปจะได้ไม่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งปักผ้าไปขาย ที่ผ่านมาลำบากแม่นมแล้ว...” จางมู่หลินพูดพลางหันไปเรียกเสี่ยวเฉินให้เตรียมน้ำร้อนให้อาบ ที่เขาให้เงินแม่นมหวังไว้แค่ร้อยตำลึง เพราะเกรงว่าถ้าให้มากกว่านี้ในครั้งเดียวจะเกิดพิรุธได้
“ไม่ลำบากเ้าค่ะ ไม่ลำบากเลย...” แม่นมหวังข่มกลั้นอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไป น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ต่างจากบุตรชาย
ที่ผ่านมานางไม่ได้รู้สึกว่าการดูแลคุณชายเป็เื่ลำบากเลยสักนิด ต่อให้ตนเองต้องอด ขอแค่คุณชายได้อิ่มท้องและได้ดื่มยาตามเวลาก็พอแล้ว เพราะถ้าไม่ได้ฮูหยินช่วยเอาไว้ นางที่สูญเสียสามีกับบุตรชายคนโตไปพร้อมกัน และกำลังท้องโตใกล้คลอด คงไม่สามารถอยู่รอดจนคลอดบุตรชายคนเล็กออกมาได้ บุญคุณของฮูหยิน ต่อให้นางต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเหลือคุณชาย นางก็จะทำด้วยความเต็มใจ
หลายวันที่ผ่านมานางเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณชายที่ราวกับเป็คนละคน ก็รู้สึกตื้นตันและมีความหวัง คิดว่าต่อให้ตอนนี้ตนเองเป็อะไรไป คุณชายก็จะสามารถเอาตัวรอดได้ และบุตรชายของนางก็จะมีที่พึ่งพิงแล้ว…
โปรดติดตามตอนต่อไป
สงสารคนในร้านยา ในใจคงคิดว่านี่มันโสมร้อยปีนะ ทำไมเอาออกมาขายได้มากมาย เหมือนเป็หัวผักกาดที่หาได้ทั่วไป 5555
จางมู่หลินจะกลายเป็จอมสร้างเื่ไม่ก็จอมโกหกแล้ว ต้องโกหกหลายอย่างเลย แถมยังตีบทแตกอีก 5555