วันนี้เป็วันกีฬาของมหาลัย
ปรินกับปรางขับรถไปรับแคทและมายด์ั้แ่ตี5เพราะสาวๆต้องไปแต่งหน้าทำผมที่มหาลัย
ปรินไปส่งสาวๆแล้วก็กลับไปบ้านเพื่อเตรียมตัวไปบริษัท ปรินแต่งตัวเสร็จเดินลงมาเพื่อกินข้าวเช้า เห็นพ่อที่แต่งตัวพร้อมไปทำงานกับแม่กำลังกินข้าวต้มอยู่ จึงเดินเข้า
ไปนั่งกินด้วยแล้ว
“วันนี้พ่อจะเข้าบริษัทหรือคับ” ปรินถาม
“ก็แม่แกบอกให้พ่อไปบริษัทแทนแกไง”พ่อบอก
“ก็ใช่ไง แล้วทำไมลูกแต่งตัวอย่างนี้ล่ะ”แม่หันมาถามปริน
“ก็ผมต้องไปบริษัทไงคับ”ปรินบอก
“วันนี้ลูกไม่ต้องไป ให้พ่อไปแทน ลูกไปดูแลยายปรางกับหนูแคท หนูมายด์ที่มหาลัยนู่น”แม่หันมาบอกเขา
“ถ้าลูกไม่ไปดูแล ถ้าเกิดมีใครไปดูแลแทนจะทำไงล่ะ”แม่พูด
ตอนแรกปรินก็ไม่ได้คิดอะไรแต่พอแม่พูดทำให้เขาคิดเลย บอกตรงๆเขาอยากจะไปดูแคทใจจะขาดแต่เพราะเขามีงานที่ต้องรับผิดชอบจึงต้องไปทำ อีกอย่างถ้าแคทรู้ว่าเขาโดดงานล่ะก็ คงไม่ค่อยพอใจเท่าไร แต่พอแม่กับพ่อเปิดโอกาสเขาก็ต้องรีบสิ
“งั้นผมเอาชยากับเอกไปด้วยนะคับพ่อ”ปรินบอก
เขารีบไปเปลี่ยนชุดและต้องโทรบอกชยากับเอกด้วย
“ตามใจ”พ่อบอกตามหลัง
ที่มหาลัยแคท มายด์และปรางแต่งตัวเสร็จแล้ว แคทไม่ยอมปล่อยผมตามเคย มายด์กับปรางก็เลยเกล้าผมสูงเหมือนกัน ส่วนชุดไม่ต้องกลัวว่าจะโป๊ เพราะแคทเป็คนจัดการเื่ชุดเอง ส่วนรองเท้าก็เป็บูทที่สูงขึ้นมาถึงเข่า เสื้อก็เป็กึ่งลูกไม้ติดคอแขนยาวแค่ไหล่กางเกงเป็แบบแลกกิ้งแต่หนาโดยรวมแล้วมิดชิดมาก แต่มันปิดความสวยของแคทไม่ได้เลย
ปรางมองดูแคทแล้วคิดในใจว่ามันเหมือนนางแบบมากกว่า ยิ่งพอแต่งแบบนี้แล้วมันยิ่งดูรูปร่างกลมกลึงไปหมด รับรองว่าถ้าพี่ปรินเห็นต้องตกตะลึงแน่นอน
มายด์มองนาฬิกาที่ติดผนังเพิ่งจะ7โมง กว่าจะเตรียมจัดขบวนก็ตั้ง8โมง
“ออกไปหาอะไรกินรองท้องกันก่อนมั้ย อีกตั้งนาน”มายด์หันไปถามแคทกับปราง
ทั้งสองคนพยักหน้าแล้วก็พากันเดินออกมาข้างนอกห้องที่ใช้แต่งตัว
ทั้งสามคนตั้งใจจะเดินไปที่ร้านขายกาแฟหน้าตึกเพราะที่นั่นจะมีแซนวิชและอาหารเบาๆให้กินรองท้องได้ แต่ยังเดินไม่ทันถึงก็ได้ยินเสียงเรียกเสียก่อน
“แคท แคท”แคทกับมายด์และปรางหันไปมอง ศิวานั่นเอง
“มีอะไรคะ”แคทถาม
ศิวาเอาแต่มองหน้าเธอแต่ไม่พูดอะไร
“เอ่อ พี่เอาขนมมาให้กินรองท้องน่ะ”ศิวาพูด
แคทยังไม่ได้พูดอะไร
“อ้าว!พี่ปริน พี่ชยา พี่เอก ทางนี้ค่ะ”ปรางเรียก
สิ้นเสียงปราง แคทกับมายด์ก็มองเห็นพี่ๆทั้งสามคนที่กำลังเดินอยู่แถวหน้าห้องแต่งตัว ในมือของพี่ๆทั้งสามคนนั้นมีถุงใส่ของกินมากันคนล่ะถุง
ปริน ชยา และเอกได้ยินเสียงปรางเรียกก็เลยหันมามอง แล้วพากันเดินตรงมาที่สาวๆทันที
“ทำไมมากันได้ล่ะคะ ไม่ไปทำงานกันหรือไง”ปรางถามทันทีที่ปรินกับเพื่อนเดินมาถึง
ปรินมองแคทผ่านหัวศิวาที่ยืนอยู่หน้าแคท
“พวกพี่เอาของกินมาให้ กลัวว่าพวกเราจะเป็ลมไปเสียก่อน”ปรินบอก
ปรินเห็นแล้วว่าในมือของศิวามีห่อขนมและน้ำอยู่ ก็คงจะเอามาให้แคทนั่นเอง เขาเองอยากรู้ว่าแคทจะทำยังไง
“ขอบคุณพี่ศิวามากนะคะแต่พอดี พี่ๆของปรางเอาขนมมาให้แล้วงั้นแคทขอไม่รับนะคะ พี่ศิวาเอาไว้ทานเองดีกว่าค่ะ”
แคทบอกศิวา
“ก็ได้คับ งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ”ศิวาพูดจบแล้วก็หันกลับไปทางเก่า
ปรินแอบเห็นแคทถอนหายใจเบาๆ เขาคิดในใจว่าเอากับเธอสิ ปฏิเสธคนแบบหน้าตาเฉย ถ้าเป็เขาโดนแบบนี้บ้างก็ยังไม่รู้ว่าจะทำไงเลย น่ากลัวใจจริงๆ
“พูดแบบนั้นเดี๋ยวเขาก็น้อยใจแย่หรอก”ปรินพูดโดยที่ยังมองหน้าแคทอยู่
นี่ดีนะที่เขามาเป็เหมือนอย่างที่แม่พูดจริงๆ ปรินคิด
“ก็อยากให้เป็อย่างนั้นค่ะ”แคทตอบ
เธอเดินไปนั่งที่ม้าหินออ่นข้างหน้า
แคท มายด์ และปรางนั่งข้างเดียวกัน โดยมีปริน ชยา และเอกนั่งฝั่งตรงข้ามเมื่อทุกคนนั่งลงแล้วสามหนุ่มก็ส่ง
ขนมกับน้ำที่ซื้อมาให้กับสามสาว
“ขอบคุณค่ะ”แคทมองปริน
มายด์กับปรางก็เช่นกัน สามสาวนั่งกินไปโดยมีสามหนุ่มนั่งมอง
“แล้วตกลงไม่ไปทำงานกันเหรอคะ”ปรางหันไปถามปริน
“แม่บอกให้พวกพี่มาดูแลพวกเรานี่แหละ”ปรินตอบปรางแต่ตามองคนตรงหน้าตลอด
“แล้วตกลงพี่มาขัดจังหวะ หรือมาถูกเวลาล่ะ”ปรินถาม
แคทเงยหน้ามองปรินทำหน้าเฉยๆ
“ไม่ว่าพี่ปรินจะมาหรือไม่ แคทก็ปฎิเสธอยู่ดีค่ะ”แคทบอก
ปรินมองหน้าคนพูดอดอมยิ้มไม่ได้
“น่าสงสารเขาเหมือนกันนะ ถ้าเป็พี่โดนแบบนั้นบ้างก็คงทำอะไรไม่ถูก”ปรินพูด
แคทมองคนตรงหน้าด้วยดวงตาที่ว่างเปล่าทำเอาคนถูกมองเสียวสันหลังเลย
“จริงๆแคทก็ปฎิเสธไปตรงๆแล้วนะคะ แต่เขาก็ไม่ยอมถอยพยายามตื้อ ในความคิดของแคทคนเราถ้ามันไม่ใช่ต่อให้พยายามแค่ไหนมันก็ไม่ใช่อยู่ดี”แคทบอก
คำพูดของแคททำให้ปรินอึ้งไป
“แต่ถ้าเขายังทำแบบนี้ต่อไป คนอื่นจะมองเราไม่ดีนะ”ปรินพูดจากความรู้สึกในใจ
“ขอบคุณที่เป็ห่วงนะคะ แต่แคทไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไง แค่เรารู้ว่าตัวเราทำอะไรอยู่ก็พอค่ะ”แคทยิ้ม
มายด์ ปราง ชยาและเอกนั่งฟังทั้งคู่คุยไปโดยไม่ขัด จนกระทั่งมีคนมาเรียกให้พวกสาวๆไปเตรียมจัดขบวน
ปรินจึงพาชยากับเอกไปหาที่นั่งดูสามสาวในที่ๆเขาจัดไว้ให้คนนอกไปนั่งดู
เมื่อขบวนเดินเข้าในสนามและประธานได้ทำพิธีเปิดเรียบร้อย ขบวนก็ค่อยๆเดินออกจากสนาม เป็อันว่าหมดหน้าที่ของทั้งสามสาวแล้ว ทั้งสาม
คนจึงชวนกันไปเปลี่ยนชุด
“เดี๋ยวๆ ถ่ายรูปกันหน่อยดีกว่า”ปรางบอก
แคทกับมายด์เห็นด้วย
ทั้งสามคนจึงผลัดกันถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน
“มาถ่ายรูปกันไม่รอพวกพี่เลยนะ”เสียงของเอกดังขึ้น
สาวๆจึงหันไปมอง
“มาสิคะ เร็วๆด้วย”ปรางกวักมือเรียก
สามหนุ่มจึงเดินมาแล้วถ่ายรูปกับสามสาวหลายรูปมีทั้งรูปหมู่ รูปคู่แบบคู่ใครคู่มันและสลับคู่ พอถ่ายเสร็จสามสาวก็รีบเดินไปเพื่อเปลี่ยนชุดทันที
“ทำไมต้องรีบขนาดนั้น”ปรินถามปราง
เขาเห็นว่าทั้งสามคนดูแปลกๆ
ปรางหันมาตอบปรินเบาๆเพราะกลัวแคทจะได้ยิน
“หรือพี่ปรินอยากให้แคทถ่ายรูปคู่กับคนอื่นใช่มั้ย” พอได้ยินน้องสาวพูดปรินจึงได้เข้าใจ
พอเปลี่ยนชุดแล้วสามสาวก็เดินออกมาตรงที่สามหนุ่มนั่งคอยอยู่
ปรินหันมาเมื่อได้ยินเสียงเดินและคุยกัน ปรินมองหน้าแคทแล้วจึงเห็นว่าเธอล้าง
เครี่องสำอางค์บนหน้าออกจนหมด ตอนนี้หน้าใส ขาวอมชมพูดูมีเสน่ห์ ส่วนปรางกับมายด์ยังพอมีรอยแป้งและลิปสติกบางๆบนหน้า นั่นทำให้ปรินพอจะรู้ว่าแคทคงจะไม่ชอบแต่งหน้าเท่าไร
“ต้องอยู่ต่อหรือกลับได้เลยล่ะ”ปรินถาม
“จริงๆหมดหน้าที่แล้วกลับได้เลยค่ะ แต่แคทกับมายด์จะไปร้านหนังสือกันปรางก็เลยว่าจะไปด้วย”ปรางบอก
“พวกพี่ก็กลับไปทำงานหรือจะไปทำธุระกันก็ได้นะคะ เดี๋ยวพวกเราไปกันเองได้ค่ะ”แคทรีบบอก
ปรินมองหน้าคนพูดแบบรู้ทัน เขารู้ว่าเธอเกรงใจแต่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้พวกเธอไปเดินกันเองแน่ๆ
ปรินจึงหันไปหาชยาและเอก
“ไหนๆพวกพี่ก็ได้หยุดแล้ว และก็ไม่ได้มีธุระที่ไหน วันนี้พวกพี่ขอเป็ผู้ติดตามไปด้วยแล้วกัน”ปรินบอก
ชยากับเอกพยักหน้าเห็นด้วย
“แต่เรามีรถสามคันงั้นให้ปรางมากับพี่แล้วกัน”พี่ชยาพูด
ปรางหน้าเปลี่ยนสีนิดหน่อยแต่ไม่ได้ว่าอะไร
“งั้น มายด์มากับพี่นะคับ”เอกพูดบ้าง
มายด์หน้าเปลี่ยนเป็สีชมพูทันที
ส่วนแคทไม่พูดอะไรเพราะเธอมองออกมาตั้งนานแล้วว่าพี่เอกชอบมายด์และมายด์เองก็ดูเหมือนจะชอบพี่เอกเหมือนกัน
“ถ้างั้นไปเจอกันที่ร้านนายอินทร์สาขาเซ็นทรัลรัชดานะ”แคทหันไปบอกกับสองสาว
จากนั้นทุกคนก็พากันไปขึ้นรถ
ปรินหันไปมองหน้าแคทที่นั่งเงียบมาในรถ
“พี่นึกว่าเราจะหวงเพื่อนซะอีก”ปรินพูด
แคทมองไปข้างหน้า
“ไม่ได้หวงเพื่อนแต่ห่วงต่างหากค่ะ แล้วที่ยอมปล่อยให้ไปเพราะแคทคิดว่ามองคนไม่ผิด หรือพี่ปรินคิดว่าไงคะ”แคทย้อนถามปริน
“เอกชอบมายด์จริงๆและพี่ก็บอกได้เลยว่าเอกจะไม่ทำให้มายด์เสียใจแน่นอน”ปรินตอบ
แคทหันมามองหน้าคนพูดแล้วอมยิ้ม
“เป็อย่างนั้นได้ก็ดีค่ะ เพราะถ้าพี่เอกหรือพี่ชยาทำให้เพื่อนแคทต้องเสียใจ รับรองว่าแคทจะไม่มีวันให้คนที่ทำได้มีความสุขแน่นอน”แคทบอกเสียงเรียบๆ
ปรินได้ยินจึงหันมามองทันได้เห็นแววตาที่เย็บเฉียบแม้จะแค่แว๊บเดียวแต่ก็ทำให้เขารู้ว่าเธอพูดจริงและทำจริง
ปรินกระแอมก่อนจะพูดเล่นๆ
“ดุ จริงๆนะเรา อย่างนี้ใครมาเป็แฟนเรานี่คงต้องอยู่ในโอวาสสินะ”
คราวนี้แคทถึงกับขำ
“ก็ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่มีอะไรบอกกันตรงๆไม่ปิดบังกัน จะรักหรือจะเลิกก็บอกไม่ใช่อ้ำๆอึ้งๆหรือไปแอบๆทำ ก็แค่นั้น”แคทพูดด้วยท่าทีสบายๆ
“ได้ยินมาว่าเราไม่เคยคบกับใครเป็แฟนเลยเหรอ ขอโทษนะที่พี่ถามก็แค่อยากรู้ถ้าไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็ไร”ปรินเริ่มถามในสิ่งที่เขาอยากรู้
แคทยังคงมองไปข้างหน้า
“ก็อย่างที่แคทเคยพูดไปแล้วว่าถ้ามันไม่ใช่ให้ทำยังไงมันก็ไม่ใช่ หลายคนที่เข้ามาจีบแคทส่วนใหญ่ ก็คงเป็เพราะรูปร่างหน้าตาที่เขามองกันว่าสวยแต่แคทไม่เห็นว่ามันจะสวยตรงไหน ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆแล้วนิสัยแคทเป็ยังไง จะคบกันได้มั้ย ดูกันแค่ฉาบฉวย แคทก็เลยไม่ค่อยชอบเวลามีคนมาบอกรักทั้งๆที่บางทียังไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ”แคทพูดจากความรู้สึกจริงๆ
“เราก็เลยไม่เปิดใจให้ใครเลยเหรอ ใจร้ายนะ”ปรินพูด
“การที่แคทบอกปฎิเสธเพราะอยากให้เขาไปเริ่มต้นกับคนอื่นดีกว่าต้องมาจมปลักอยู่กับคนที่ไม่มีวันจะรักเขาได้ อีกอย่างแคทเห็นเพื่อนหลายคนมีแฟนคบกันไม่กี่วัน ไม่กี่เดือนแล้วก็เลิกกัน ถ้าคบกันแล้วต้องเป็อย่างนั้นสู้ไม่มีดีกว่า สบายใจด้วยนะแคทว่า”แคทบอก
ปรินฟังแคทพูดความรู้สึกออกมาแล้วเขาจึงคิดว่าแคทมีความคิดที่คล้ายกับเขามาก ส่วนเื่ที่เธอบอกว่าตัวเองไม่สวย ถ้าอย่างนี้ไม่สวยงั้นคงหาใครสวยไม่ได้แล้วมั้งบนโลกนี้
ในที่สุดก็มาถึงร้านหนังสือ ต่างคนต่างก็เดินหาหนังสือ หนุ่มๆต่างก็เดินตามคนที่ตัวเองชอบ
“หาหนังสืออะไรล่ะ เดี๋ยวพี่ช่วยหา”ปรินถาม
“ไม่รบกวนพี่ปรินหรอกค่ะ พี่ปรินหาที่อยากอ่านเถอะ”แคทพูดทั้งๆที่ยังก้มดูหนังสืออยู่
“ให้พี่ช่วยเถอะนะ”ปรินพูดอีก
แคทมองหน้าปริน ทำไมวันนี้เขาพูดแปลกๆแต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไร เขาคงอยากช่วยจริงๆ
“หาหนังสือที่สอนเกี่ยวกับการตกแต่งภายในค่ะ”แคทบอก
ปรินมองหน้าแคทงงๆ
“เราเรียนเลขาเอกภาษาต่างประเทศไม่ใช่เหรอ ทำไมหาหนังสือเกี่ยวกับสถาปัตฯล่ะ”ปรินถาม
“จริงๆแล้วแคทอยากเรียนสถาปัตฯแต่พ่อไม่ยอม พ่อบอกว่าคณะนี้มีแต่ผู้ชายเรียน ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ไม่ยอม ก็เลยต้องมาเรียนเลขานี่ล่ะค่ะ และก็หาหนังสือไปศึกษาเอาเอง”แคทพูดยิ้มๆ
ปรินมองแคทแบบทึ่งๆ
“ที่บ้านพี่มีหนังสือเรียนเกี่ยวกับสถาปัตฯตั้งมากไว้พี่จะเอามาให้ก็แล้วกันนะ”ปรินบอก
“ขอบคุณล่วงหน้านะคะ”แคทหันมาบอก
ปรินคิดว่านี่เขามีเื่ไว้คุยกับเธอได้อีกเื่แล้วสินะ ปรินเองเรียนจบปริญญาตรีและโทคณะสถาปัตฯจากเมืองไทยกับอเมริกาเพราะบริษัทของเขาทำงานเกี่ยวกับการตกแต่งภายใน โดยรับงานทั้งในและนอกประเทศ
ในที่สุดก็ใกล้จะสอบเทอมแรกแล้ว ปรางจึงชวนแคทกับมายด์ไปติวกันที่บ้านของปรางในวันเสาร์ โดยให้แคทกับมายด์ไปค้างที่บ้านปราง 1คืน
แคทกับมายด์เคยมาเที่ยวค้างที่บ้านปรางบ่อยๆตอนที่เรียนกวดวิชาจึงรู้จักและคุ้นเคยกับทุกคนในบ้านปรางเป็อย่างดี แต่ในตอนนั้นปรินไปเรียนที่อเมริกาจึงไม่ได้เจอกัน ตอนแรกปรางจะไปรับแคทกับมายด์เองแต่ทั้งคู่บอกว่ามาเองได้และไม่ยอมให้ไปรับ
แคทกับมายด์มาถึงบ้านปรางตอนสายของวันเสาร์ พอลงจากแท็กซี่ก็กดกริ่งหน้าประตู คนสวนเห็นจำแคทกับมายด์ได้ก็เลยมาเปิดประตูให้
แคทกับมายด์เดินเข้ามาเรื่อยๆผ่านสวนหย่อมข้างทางมีดอกไม้และต้นไม้ปลูกอยู่เรียงราย มีการตกแต่งสวนเป็อย่างดีตามแบบสวนคนรวยทั่วไป
เมื่อแคทกับมายเดินเข้าไปในบ้านเห็นปรางนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขกกับแม่ ปรางหันมาเห็นรีบเดินมาหา
“มาถึงแล้ว ทำไมไม่โทรบอกล่ะ จะได้ออกไปรับ”ปรางบอก
แคทกันมายด์หันไปยกมือไหว้แม่ที่กำลังเดินมาหาพวกเธอ
“สวัสดีค่ะแม่”สองสาวพูดพร้อมกัน
แม่ยกมือรับไหว้ แล้วเดินมากอดแคทกับมายด์
“ทำไมไม่ให้ไปรับล่ะลูก ลำบากนั่งแท็กซี่มาอันตรายด้วย สมัยนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้”แม่บอก
“มันเป็ตอนกลางวันและอีกอย่างมากันสองคนด้วยค่ะแม่”มายด์พูด
แม่หันไปมองแคท
“แล้วแคทล่ะ ขาหายดีแล้วเหรอลูก ปรางมาเล่าให้แม่ฟังว่าหนูไปเล่นบาสกับผู้ชาย เล่นเก่งกว่าผู้ชายอีก”แม่ถาม
แคทมองปรางทันทีพร้อมทำตาดุ
“หายดีแล้วค่ะ ก็แค่ออกกำลังกายนิดหน่อยค่ะ” แคทบอกกับแม่
“งั้นก็ไปติวกันเถอะ ไปที่เฉลียงข้างบ้านก็ได้ เดี๋ยวแม่ให้เด็กเอาของว่างไปให้”แม่บอกกับสามสาว
“ต้องรบกวนแม่อีกแล้วค่ะ”มายด์พูด
“ไม่เป็ไรลูก ดีซะอีกแม่จะได้ไม่เหงา”แม่บอกพร้อมกับเอามือลูบหัวแคทกับมายด์
ตกเย็นปรินกับพ่อกลับมาจากทำงาน ปรินรู้อยู่แล้วว่าแคทกับมายด์จะมาติวและนอนค้างที่บ้านเขา พอเดินเข้ามาในบ้านเขาไม่เห็นใครก็เลยยืนมองหา แม่เดินเข้ามาหาปรินแล้วชี้มือไปที่เฉลียงข้างบ้าน ส่วนพ่อเดินไปนั่งที่โซฟาห้องรับแขกโดยมีแม่เดินตามไป
ปรินเดินไปที่เฉลียงเห็นสามสาวกำลังนั่งติวกันอยู่ ปรางกับมายด์ทำหน้าตายุ่งเหยิง ส่วนแคทไม่แสดงท่าทีอะไรเหมือนเดิม เขาเดินเข้าไป
แคทเงยหน้าขึ้นจากชีทในมือแล้วยกมือไหว้
“พี่ปริน สวัสดีค่ะ”แคททักทายเขา
มายด์กับปรางจึงหันตามมา
มายด์ยกมือไหว้ปรินด้วยเช่นกัน
ปรินรับไหว้แล้วเอามือจับหัวปราง
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะเรา”ปรินถาม
ปรางเงยหน้ามองพี่
“โอ้ย!ก็มันยากแถมยังมากจะอ่านไม่ไหวแล้วเนี่ย”ปรางบ่น
“ใช่ค่ะ ถ้ารู้ว่ามันจะยากขนาดนี้ไม่ตามยายแคทมาด้วยหรอก”มายด์สนับสนุนคำพูดของปราง
แคทมองเพื่อนๆ
“อ้าว ทำไมมาโทษกันล่ะจ๊ะ ไม่ได้บังคับเสียหน่อย”แคทว่าเพื่อนแล้ววางชีทในมือลง
ปรินหยิบชีทที่แคทวางมาดู เขาอ่านข้อความในชีท
“อันนี้ก็สอบด้วยเหรอ”ปรินถาม เพราะที่เขาอ่านมันเป็เื่หลักการตกแต่งภายในขั้นสูง
“มันไม่ได้ใช้ในการสอบหรอกค่ะนั่นน่ะ แคทไม่ต้องอ่านหนังสือก็ผ่านอยู่แล้ว”ปรางพูด
“ใช่ค่ะ แคทไม่เคยอ่านหนังสือก่อนสอบแต่ก็ได้ท๊อปตลอดั้แ่เด็กแล้วค่ะ”มายด์อธิบายให้ปรินฟัง
“ที่แคทมานี่ก็เพราะมาติวให้ปรางกับมายด์ต่างหาก”ปรางเสริมต่อ
“แล้วนี่แคทศึกษาเื่การตกแต่งภายในถึงระดับนี้แล้วเหรอ”ปรินหันไปถาม
แคทบ้าง
เพราะที่เขาอ่านมันเป็การเรียนในระดับปริญญาโทแล้วนะ
“ค่ะ ก็อ่านทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ มันไม่ได้มีการสอบวัดผลอะไรเหมือนคนที่เรียน แคทก็เลยเอาเท่าที่ตัวเองเข้าใจแค่นั้น”แคทบอก
“พี่ว่าไม่ใช่แค่อ่านผ่านๆมั้ง เพราะถ้าไม่ศึกษาจริงจัง ให้อ่านยังไงก็ไม่เข้าใจหรอก นี่มันเป็ของนักศึกษาป.โทเลยนะ”ปรินพูด
“พี่ปรินไม่ต้องแปลกใจหรอกค่ะ
แคทศึกษาเกี่ยวกับวิชาของสถาปัตฯั้แ่เรียนม.ปลายเทอมแรกแล้ว ความรู้ในหัวก็คงจะมากพอกับคนเรียนป.
โทนั่นแหละ” มายด์บอก
“ไม่ได้ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ก็แค่ชอบแล้วอีกอย่างจะได้มีอะไรไว้อ่านตอนที่ติวให้เธอสองคนไง”แคทพูดแล้วยิ้มที่เห็นเพื่อนทำท่าหมดแรง
“ถ้าชอบอ่านที่ห้องหนังสือของพี่มีหนังสือที่พี่เรียนตอนป.โทหลายเล่ม แคทก็เอาไปอ่านได้นะ”ปรินบอกกับแคท
“ขอบคุณค่ะ งั้นพรุ่งนี้ขอเข้าไปหาดูนะคะ”แคทบอกตาเป็ประกาย
ปรินมองแล้วคนตรงหน้าแล้วอมยิ้ม
ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นปรินตื่นนอนแล้ว เขายืนอยู่ที่ระเบียงพลางมองลงไปที่สนามหญ้าข้างล่าง เขามองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งรูปร่างสูงโปร่ง ใส่กางเกงขาสามส่วนสีน้ำตาลเสื้อยืดสีเหลืองกำลังยืนคุยกับลุงที่ทำสวน เป็แคทนั่นเองทำไมตื่นแต่เช้าหรือจะนอนไม่หลับ พอคิดอย่างนั้นปรินจึงเดินลงไปเพื่อจะคุยกับเธอ ตอนที่ปรินเดินถึงที่แคทยืนอยู่ลุงที่ทำสวนก็ไปทำงานแล้ว
“ทำไมตื่นแต่เช้า นอนไม่หลับเพราะแปลกที่เหรอ”ปรินถามแคทที่ยืนหันหลังให้เขาอยู่
แคทหันกลับมามอง
“เปล่าหรอกค่ะ.. แคทตื่นเช้าจนชินน่ะค่ะ พี่ปรินก็ตื่นแต่เช้านะคะทั้งที่เป็วันหยุด” แคทพูด
“พี่ก็เหมือนกัน พอได้เวลามันก็ตื่นเอง”
ปรินพูด
“แล้วกินอะไรหรือยังล่ะ”ปรินถาม
“ยังไม่หิวเลยค่ะ ขอเดินเล่นก่อน สวนที่นี่สวยดีนะคะแต่น่าจะมีดอกไม้มากๆหน่อยจะได้สดชื่น”แคทบอก
“พี่ก็ว่าจะตกแต่งใหม่นะ แล้วแคทมีคำแนะนำอะไรมั้ย” ปรินมองหน้าแคท
“แคทจะไปสู้พี่ปรินได้ไงคะ พี่เรียนมาโดยตรงนะคะ แคทแค่พอรู้” แคทพูดแล้วยิ้ม
ปรินมองแคทแล้วคิดว่าหลังๆนี่แคทเริ่มจะยิ้มและหัวเราะต่อหน้าเขาบ่อยขึ้นแล้ว แต่เขายิ่งเห็นบ่อยใจเขาก็เริ่มจะไม่ค่อยอยู่กับตัวเองเท่าไหร่
“แต่เื่ต้นไม้ ดอกไม้นี่พี่ไม่ถนัดเลยนะ พี่ได้ยินมาว่าแคทเป็คนจัดสวนที่บ้านเองไม่ใช่เหรอ เพราะงั้นต้องเก่งกว่าพี่แน่ๆ”ปรินบอก
แคทคิดในใจว่าสงสัยมายด์จะเล่าให้ปรางฟัง
“ก็ได้ค่ะ แต่จะทำตามหรือไม่แล้วแต่เ้าของบ้านนะคะ”แคทบอก
ปรินยิ้มแล้วคิดว่าต้องทำตามอยู่แล้วก็ว่าที่เ้าของบ้านในอนาคตเป็คนออกความคิดนี่
แม่กับพ่อของปรางยืนมองปรินกับแคทยืนคุยกันที่สนามหญ้าท่าทางมีความสุขก็พากันยิ้มอย่างพอใจ
ปรางกับมายด์เดินลงมาเห็นพ่อกับแม่ยืนมองลงไปที่สนามหญ้าด้านหน้าจึงเดินมาหา
“มองอะไรกันคะท่าทางมีความสุขเชียว”ปรางถาม
แม่หันมาชี้มือไปข้างหน้า
ปรางกับมายด์มองตามที่แม่ชี้ แล้วก็พากันยิ้ม
“ไปเรียกมากินข้าวกันได้แล้วล่ะ”พ่อบอกแม่
แม่จึงให้คนไปบอกปรินกับแคทที่สนาม
หลังจากกินข้าวเสร็จพ่อกับแม่ก็เดินไปที่ห้องนั่งเล่น สามสาวก็กำลังจะพากันไปนั่งที่เฉลียงข้างบ้านเพื่อที่จะติวกันต่อ
“แคทจะไปดูหนังสือมั้ยพี่จะพาไป”ปรินถามแคท
“แคทไปหาหนังสือก่อนก็ได้ เดี๋ยวชั้นกับมายด์อ่านไปพลางๆก่อน”ปรางบอกแคทแล้วก็เดินไปกับมายด์
แคทเดินตามปรินไปที่ห้องหนังสือซึ่งมันอยู่ติดกับห้องนอนของเขา ปรินเปิดประตูไว้แล้วเดินไปข้างในห้องแคทเดินตามเข้าไป
ห้องหนังสือของปรินมีชั้นวางหนังสือทั้งสองข้างและทุกชั้นก็มีหนังสือวางอยู่เต็มทุกชั้น ส่วนกลางห้องมีโซฟาวางไว้สำหรับใช้นั่งหรือนอนอ่านหนังสือ
“เลือกตามสบายเลยนะ อยากอ่านเล่มไหนก็หยิบไปได้เลย”ปรินบอก
แคทพยักหน้าแล้วก็เดินเลือกหนังสือ แคทเลือกหนังสือมาได้2เล่ม แล้วเอามาส่งให้ปรินดู
“แน่ใจเหรอ มันค่อนข้างละเอียดมากนะ”ปรินถาม
“แต่แคทว่ามันน่าสนใจดีค่ะ เพราะการตกแต่งภายในมันต้องละเอียดและพิถีพิถันมากในความคิดของแคทอ่ะ”แคทบอก
“งั้นถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็มาถามพี่แล้วกันนะ”
“จะไม่รบกวนพี่ปรินเหรอคะ”
“จะเกรงใจอะไรนักล่ะเรา ไม่รบกวนหรอกดีเสียอีกพี่จะได้ทบทวนไปด้วย”
ปรินบอก
วันนี้โต๊ะติวจึงมีคนเพิ่มมาอีกคนก็คือปริน ปรางกับมายด์อ่านหนังสือเรียนโดยที่มีแคทคอยติวให้เป็่ๆ แคทก็อ่านหนังสือที่ได้มาจากปรินแล้วก็หันไปถามปรินเวลามีอะไรไม่เข้าใจ พ่อกับแม่มองออกมาจากห้องนั่งเล่นแล้วก็หันหน้าไปมองตากันแล้วยิ้ม
บ่ายมากแล้วทุกคนมานั่งรวมกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น สาวๆเลิกติวแล้วเพราะปรางบอกว่าถ้าติวอีกหัวะเิแน่ๆ
“สอบแล้วปิดเลยหรือป่าวลูก”พ่อเอ่ยถาม
“ค่ะ พ่อ”ปรางบอก
“แล้วมายด์กับแคทกลับบ้านเลยหรือลูก”พ่อถามต่อ
“น่าจะอยู่อีก2วันค่ะเคลียร์งานส่งอ.ก่อนค่ะ”มายด์บอก
“ป่านนี้พ่อกับแม่คิดถึงแย่แล้วมั้ง”แม่พูดบ้าง
ปรินแอบมองหน้าแคทแล้วคิดว่าเขาต่างหากที่จะคิดถึงตายแน่ๆ
แคทกับมายด์ยิ้มกับคำพูดของแม่
“ยายปรางต้องเหงาแน่ๆเพื่อนไปกันหมด”แม่พูดแต่ตามองไปที่ปรินที่นั่งเงียบๆ
“แล้วกลับกันยังไงล่ะลูก”พ่อถาม
“ป้ามลขับรถไปส่งค่ะ พอดีว่าป้าจะไปหาแม่หนูพอดี”มายด์ตอบ
“ปิดกี่วันล่ะ”แม่ถาม
“3อาทิตย์ค่ะ แต่ปิดจริงๆแค่2อาทิตย์แค่นั้น”ปรางหันมาบอกแม่
หลังจากคุยกันอีกสักพักปรินกับปรางก็ขับรถมาส่งแคทกับมายด์ที่บ้านป้ามล
หลังสอบเสร็จแล้ว2วันแคทกับมายด์ก็กลับบ้าน ในระหว่างที่มหาลัยปิดเอกกับมายด์โทรติดต่อกันตลอด มายด์บอกกับแคทว่าเอกขอเธอคบเป็แฟนแต่มายด์ยังไม่ได้ให้คำตอบกับเอกได้แต่บอกว่าขอคิดดูก่อน
ส่วนปรินก็ไลน์บ้างโทรบ้างหาแคทโดยใช้เื่การตกแต่งสวนที่บ้านเขามาเป็ข้ออ้างในการติดต่อกับแคท และแคทเองก็มีเื่การตกแต่งภายในจากหนังสือที่เธอยืมปรินมาอ่านแต่ไม่เข้าใจก็โทรถามเขา ความสัมพันธ์ของทั้งสองคู่ดีขึ้นตามลำดับ แต่ปรินก็ยังคงต้องปิดแคทต่อไปถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอ แต่เขาก็ดีใจที่เธอสนิทและเชื่อใจเขามากขึ้นเรื่อยๆ