“ไม่เป็ไรหรอกครับ พวกคุณไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”
เด็กชายพยายามสะกดกั้นอารมณ์แล้วก้มหน้าตอบเซเรีย
“ไม่หรอกค่ะ... คือว่า...”
เซเรียเหยียดปากตรงก่อนตอบ
อย่างที่ริโอะพูด เซเรียก็ไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเขาจริงๆ นั่นแหละ
แต่พอคิดว่าคนที่ทำร้ายริโอะเป็ชนชาติเดียวกันเซเรียก็พลอยรู้สึกผิดไปด้วย
“ช่างมันเถอะครับ จากนี้ไปผมต้องทำยังไงต่อครับ?”
“พรุ่งนี้เ้าต้องเข้าเฝ้าพระาา แต่หลังจากนั้นแล้วข้าไม่รู้เหมือนกันตอนนี้เ้าคือผู้มีพระคุณต่อท่านฟลอร่า...องค์หญิงรัชทายาทลำดับที่ 2ข้าคิดว่าคงจะไม่มีเื่แย่ๆ เกิดขึ้นหรอก”
“ผมจำเป็ต้องเข้าเฝ้าพระาาด้วยเหรอครับ?”
“ใช่จ้ะ พระองค์ทรงอยากขอบพระทัยโดยตรงน่ะจ้ะ”
ริโอะเลิกคิ้วขึ้น ท่าทีของเขาดูไม่ค่อยถูกใจในคำอธิบายของเซเรียสักเท่าไร
ความจริงแล้วเด็กชายไม่อยากเกี่ยวข้องกับราชวงศ์กับพระาานี่ยิ่งแล้วใหญ่
แต่ท่านผู้นั้นเป็ถึงเ้าของทั้งพระราชวังและผืนดินแห่งนี้ไม่ว่าเราจะพูดอะไรก็คงไม่มีความหมายสินะ
ริโอะรู้สึกปลง จึงได้แต่ถอนหายใจ
“ผมก็ไม่ได้ทำเื่ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้นซะหน่อย”
“ทำสิจ๊ะ เ้าช่วยท่านฟลอร่าตั้งหลายอย่างย่อมต้องได้รับรางวัลตอบแทนอยู่แล้ว รู้นะว่าเ้าหนักใจแต่ก็ไม่ควรปฏิเสธน้ำพระทัยใช่ไหมอาเรีย?”
เซเรียหันหน้ามาทางอาเรีย เหมือนพยายามจะบอกให้อาเรียช่วยพูด
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ข้าก็เข้าใจความรู้สึกท่านอยู่แต่ยังไงท่านก็ปฏิเสธรับสั่งขององค์เหนือหัวไม่ได้อยู่แล้วนี่เ้าคะลองคิดในแง่ดีแทนดีกว่าเ้าค่ะ”
อาเรียตอบ
“นั่นสินะครับ คุณก็พูดถูก”
ริโอะยอมแพ้ก่อนเหยียดปากงามยิ้มจางๆ
เซเรียและอาเรียใกับท่าทีโตเกินตัวของเด็กชาย
“ขอรบกวนทั้งสองคนช่วยสอนมารยาทการเข้าเฝ้าให้ผมหน่อยจะได้ไหมครับ?พวกมารยาทหรือการใช้คำพูด ผมอยากเตรียมตัวไว้สักหน่อย”
ริโอะก้มหัวแทนคำขอ
“ยินดีจ้ะ”
“คำขอของท่านคือหน้าที่ของบ่าวเ้าค่ะ”
เซเรียและอาเรียท่าทีนอบน้อมพร้อมยินดีช่วยเหลือ
◇ ◇ ◇
ในตอนนั้นเอง ณ ห้องพระาาแห่งพระราชวังเบลต์ลัมต์
ในห้องฟิลลิป เบลต์ลัมต์ หรือพระเ้าฟิลลิปที่ 3บัดนี้เต็มไปด้วยบรรดาขุนนางเรืองอำนาจทางการเมืองการปกครอง
ขุนนางทั้งหมดในห้องนี้แบ่งออกเป็ 3 ฝ่ายด้วยกัน
พวกเขานั่งแบ่งแยกเป็ฝั่งซ้ายขวา
ฝั่งขวามือของพระที่นั่งคือเหล่าขุนนางฝ่ายตระกูลดยุกอัลโบ (*ดยุก –ตำแหน่งขุนนางในสมัยโบราณ) เป็กลุ่มที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดและฝั่งซ้ายมือคือกลุ่มของตระกูลดยุกยุกโนซึ่งมีสมาชิกมากเป็อันดับ 2และตระกูลฟอนเทียน่าที่มีสมาชิกน้อยที่สุด
สรุปสั้นๆ ของสถานการณ์ทางการเมืองของอาณาจักรเบลต์ลัมต์คือ
อย่างแรกพระเ้าฟิลลิปที่ 3 ทรงมีพระชนมายุยังไม่ถึง 30 ปีและเพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน
ด้วยความที่พระาาองค์ปัจจุบันทรงมีพระชนมายุไม่มาก จึงทำให้ดยุกอัลโบมีอำนาจมั่นคงมากกว่าพระองค์นับั้แ่ที่พระาาองค์ก่อนต
ตระกูลอัลโบได้รับความไว้วางใจจากาาองค์ก่อนเป็อย่างมากพวกเขามีหน้าที่เป็ผู้นำเหล่าอัศวิน ยามที่พระาาองค์ก่อนใกล้จะสิ้นพระชนม์หัวหน้าของตระกูลนี้มีอำนาจแต่งตั้งตำแหน่งอัศวินบ่อยครั้งที่เขาใช้อำนาจแต่งตั้งอัศวินใหม่ก่อนจะชวนมาเป็พันธมิตรของตน
จึงเป็เหตุให้ดยุกอัลโบมีอำนาจมากมายมหาศาลในพระราชวังทั้งๆที่มีตำแหน่งเป็เพียงหัวหน้าอัศวินเท่านั้น
นับั้แ่ที่เปลี่ยนพระาาเป็องค์ปัจจุบัน พวกยุกโนและฟอนเทียน่าก็เสียเปรียบและลำบากมาโดยตลอด
ดยุกอัลโบนั้นเป็แค่ทหารแต่กลับมีอำนาจทางการเมืองด้วย
จึงทำให้ทั้งาาองค์ปัจจุบัน ดยุกยุกโนและดยุกฟอนเทียน่าต่างก็ไม่พอใจดยุกอัลโบกันทั้งนั้น
ยิ่งเวลาผ่านไป อัลโบยิ่งมีอำนาจบารมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนตัวดยุกเองค่อยๆเผยธาตุแท้ออกมา
แถมพักหลังๆ มานี้พวกอัลโบก็ชักจะวางอำนาจมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอีกด้วย
จนขุนนางหลายๆ คนเริ่มอยากจะกำจัดเขา
เหตุการณ์ลักพาตัวฟลอร่าที่เกิดขึ้นนั้น กลุ่มอัศวินผู้รับผิดชอบหน้าที่ปกป้องราชวงศ์กลับปล่อยให้ฟลอร่าโดนลักพาตัวไปสำหรับดยุกอัลโบที่เป็หัวหน้าอัศวินแล้ว นี่คือข้อผิดพลาดครั้งใหญ่เชียวล่ะ
มิหนำซ้ำผู้รับผิดชอบการลาดตระเวนก็คือชาลล์ ลูกชายของดยุกอัลโบ
ดยุกอัลโบจึงต้องรับผิดชอบที่ดูแลลูกน้องได้ไม่ดี
สำหรับขุนนางคนอื่นๆ แล้ว นี่คือโอกาสทองที่พวกเขารอคอย
“เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พวกเราได้รู้ถึงความไร้น้ำยาของเหล่าอัศวิน”
ดยุกยุกโนกล่าวอย่างเ็า
ขุนนางโลดันที่อยู่ฝ่ายเดียวกับดยุกยุกโนก็แสดงท่าทีเห็นด้วย
“ใช่! แค่โจรก็จับไม่ได้ เพราะความประมาทเลินเล่อของพวกอัศวินแท้ๆ”
“ตอนลาดตระเวนก็ไม่มีปัญหานี่”
ดยุกอัลโบรีบร้อนพูดแก้ต่าง
แต่การแก้ตัวในตอนนี้หาได้มีประโยชน์ไม่
“ถ้าทำงานไม่บกพร่องจริง เื่แบบนี้คงไม่เกิดขึ้นหรอกท่านโชคดีที่ครั้งนี้องค์หญิงเล็กไม่เป็อะไร แต่ท่านจะรับผิดชอบเช่นไร?”
ดยุกยุกโนถามขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เรายังหาคนร้ายไม่พบ ข้าจะรับผิดชอบทุกอย่างหลังพบตัวคนร้ายแล้ว”
ดยุกอัลโบตอบพร้อมยิ้มยกมุมปาก แต่สีหน้าเขากลับไม่สบอารมณ์
ส่วนดยุกยุกโนและโลดันนั้นมีสีหน้าแช่มชื่นราวกับฝูงปลาที่ได้เจอน้ำ
“พูดอะไรเช่นนั้นล่ะท่าน เพราะแบบนี้ไงล่ะ ท่านถึงได้ต้องรับผิดชอบทันที”
“ข้าเห็นด้วย การสืบสวนน่ะไม่ใช่แค่พวกอัศวินที่ทำได้เราไม่ควรจะไหว้วานอัศวินที่จับไม่ได้แม้แต่โจรด้วยซ้ำ”
โลดันเถียงทันที
อัลโบมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ และจ้องมองดยุกยุกโนและโลดันที่อายุน้อยกว่าเขามากกว่า10ปีเสียอีก
“ไอ้พวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเอ๊ย...”
อัลโบสบถด่าในใจ
“2 คนนั้นพูดถูกนะ เฮลมูต”
องราชันซึ่งเงียบฟังการถกเถียงมานานตรัสขึ้น
เฮลมูตคือชื่อจริงของดยุกอัลโบ
“ฝะ...ฝ่าา”
อัลโบผงะ สีหน้าของเขาดูแย่ลงเรื่อยๆ
“่นี้ข่าวลือหนาหูมากว่าพวกอัศวินทำงานบกพร่อง ข้าวางแผนว่าจะปฏิรูปเหล่าอัศวินหลังจากจบเื่นี้”
เมื่อได้ยินรับสั่งของาา เหล่าขุนนางที่อยู่ฝ่ายดยุกยุกโนและฟอนเทียน่าก็พยักหน้าด้วยสีหน้าพึงพอใจ
“แต่นี้ต่อไป อำนาจการแต่งตั้งอัศวินตกเป็ของข้า เ้าต้องลาออกจากการเป็หัวหน้า และชาลล์ก็ต้องถูกลดตำแหน่งลงจากรองแม่ทัพแล้วยกให้อัลเฟร็ด เอมาลเป็แทน”
ฟิลลิปประกาศกร้าว
ถึงแม้ว่าฟิลลิปจะเป็ถึงพระาาแต่การที่จะได้รับอำนาจที่พระาาคนก่อนมอบให้คนอื่นคืนนั้นไม่ใช่เื่ง่ายแต่เหตุการณ์อื้อฉาวแบบนี้ละก็อีกเื่หนึ่ง
องค์าาเองก็รู้สึกโมโหที่ลูกสาวสุดที่รักถูกลักพาตัวไปอยู่หรอกแต่นับว่ามีเื่น่ายินดีปนอยู่ด้วย
“ฮึ่ม...”
อัลโบเผลอนิ่วหน้าอย่างไม่รู้ตัว
ไม่แปลกเลยที่เขาจะโมโหโทโส เพราะความรุ่งเรืองของตระกูลเขาหายวับไปชั่วพริบตา
แต่ด้วยความที่ดยุกอัลโบเป็ขุนนางที่มีประสบการณ์มานานจึงรู้จักสะกดกั้นอารมณ์
เขาจึงยิ้ม และคุกเข่าน้อมรับพระดำรัส
“พ่ะย่ะค่ะ”
ดยุกอัลโบนึกแค้นในใจเมื่อเห็นยุกโนยิ้มเยาะ
แต่อัลโบก็ยังแสร้งยิ้มต่อไป
ดีใจไปก่อนเถอะ อีกไม่นานหรอก ฝากไว้ก่อนแล้วกัน
ถึงตอนนั้นข้าจะกลับมาเอาคืนเป็ร้อยเท่าพันเท่า
และข้าไม่ยกโทษให้ไอ้คนที่ก่อเื่นี้เด็ดขาด
อัลโบคิดในใจ