“คุณเอาของไปเก็บก่อนได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะเอาอาหารออกมาจากครัวให้เอง”
เดิมทีไช่ซุนหลันจะเข้าไปรับของที่มือของหลี่เหวินไค แต่เธอเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเธอลืมเอาอาหารออกมาจากมิติซึ่งก็เป็เพราะมัวแต่หยอกล้อกวนประสาทซูเจี๋ย
“พี่สาวซูเจี๋ย เดี๋ยวฉันกับเหวินไคเราสองคนจะกินมื้อเย็นกันแล้วค่ะถ้าพี่สาวไม่มีธุระอะไรก็...” ไช่ซุนหลันเอ่ยขึ้น
ประโยคนี้ของไช่ซุนหลันหากไม่โง่พอก็จะสามารถเข้าใจได้ว่าเ้าของบ้านเอ่ยปากไล่ถึงจะหน้าหนาแค่ไหนซูเจี๋ยก็ไม่กล้าที่จะอยู่ต่อ เพราะมันจะกลายเป็ว่าเธอนั้นไม่มีมารยาทต่อหน้าหลี่เหวินไคชายหนุ่มที่เธอแอบหลงรัก
“เอ่อ...ร้อยหลี่ ซุนหลัน ฉันต้องกลับแล้วค่ะ ไว้เจอกันวันหลังนะคะ”แม้จะอยากอยู่กินข้าวกับหลี่เหวินไค แต่เมื่อเ้าของบ้านไม่เชิญ ซูเจี๋ยจึงต้องกลับบ้านอย่างไม่เต็มใจ
“ดูเหมือนคุณจะไม่ต้อนรับเพื่อนสักเท่าไรเลยนะ” จู่ๆ หลี่เหวินไคก็เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าซูเจี๋ยจากไปแล้ว
“ก็ฉันไม่ได้สนิทกับพี่สาวซูเจี๋ยขนาดนั้นนี่คะ คุณไม่เห็นเหรอว่าเธอก็ไม่ได้อยากสนิทกับฉันเช่นกันที่เธอพี่สาวซูเจี๋ยมาหาฉันบ่อยๆ มันก็เป็เพราะคุณนั่นแหละค่ะ”
คิ้วของหลี่เหวินไคผูกแน่นเป็ปม เขาพูดขึ้นอย่างไม่สบายใจว่า “ที่คุณพูดแบบนี้ คงไม่ใช่จะกำลังหาเื่ทะเลาะกับผมหรอกนะ”
“โอ้ว เปล่าเลยค่ะ ฉันเพียงแค่บอกคุณไว้เท่านั้นเอง หากเป็ไปได้คุณก็ระวังเธอไว้หน่อยก็แล้วกัน”
“ไม่มีใครกล้ามายุ่งวุ่นวายกับผมหรอกน่า” หลี่เหวินไคส่ายหัวอย่างไม่ใคร่จะใส่ใจเพราะเื่นี้มันไม่มีทางเป็ไปได้อยู่แล้ว
“ถ้าคุณไม่เชื่อ ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้”ไช่ซุนหลันเบ้ปากแล้วเชิดหน้าขึ้น
เมื่อได้ฟังภรรยาพูดเช่นนั้น หลี่เหวินไคก็ถึงกับกินอาหารไม่ลงนี่ไม่ใช่ว่าเขากับเธอจะต้องทะเลาะกันอีกแล้วหรือ? รอบก่อนเื่ของหม่านหยู รอบนี้เป็เื่ของซูเจี๋ยบ้านเพิ่งจะเหมือนบ้านได้แค่วันเดียวจะต้องมาลุกเป็ไฟอีกแล้ว?
ฝ่ายไช่ซุนหลันเมื่อเห็นว่าหลี่เหวินไคนิ่งเงียบไป เธอจึงเอ่ยอีกว่า“คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ ฉันไม่ได้จะหาเื่อะไรคุณเสียหน่อย เพราะยังไงๆฉันก็รับปากกับคุณแล้วว่าฉันจะกลับเสิ่นหยางวันพรุ่งนี้”
“อืม สำหรับเื่นั้นผมไปจองตั๋วรถไฟให้คุณแล้ว ได้รอบบ่ายสามวันพรุ่งนี้ ่เช้าคุณไม่จำเป็ต้องไปทำงานฝ่ายผลิตหรอกนะพรุ่งนี้มีงานต้อนรับทหารจากอีกค่าย คุณจะไปร่วมงานในตอนเช้าก็ได้”
“ลำบากคุณแล้ว ขอบคุณมากนะคะ แต่เื่ร่วมงาน อืม..ฉันว่าฉันขอผ่านดีกว่าค่ะ”ไช่ซุนหลันมองหลี่เหวินไคอย่างซาบซึ้งใจ จนหลี่เหวินไครู้สึกขนลุก
‘ผู้หญิงคนนี้แปลกไปมากจริงๆ’
อาหารมื้อนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไช่ซุนหลันรับหน้าที่เก็บกวาดและล้านจานเธอให้หลี่เหวินไคไปอาบน้ำและเข้านอนเพราะพรุ่งนี้เช้าเขาต้องอยู่ต้อนรับเหล่าพลทหารต่างค่ายคืนนี้เป็อีกหนึ่งคืนที่หลี่เหวินไคนอนหลับอย่างสบายใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น
เช้านี้ไช่ซุนหลันนั้นตื่นไม่ทันสามี แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเพราะเป็ตัวหลี่เหวินไคเองที่ออกไปเร็วกว่าที่บอกเธอไว้เมื่อคืน ไช่ซุนหลันเริ่มเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้ทหารสีเขียวขี้ม้าของหลี่เหวินไคเพื่อเตรียมตัวกลับหมู่บ้านเธอตั้งใจไว้ว่าจะไม่ไปร่วมงานเช้านี้
“ไหนๆ ตานั่นก็ออกไปแต่เช้า ฉันก็ไม่จำเป็ต้องทำอาหารหรอกมั้งเนี่ย”
ไช่ซุนหลันตกลงกับตัวเองก่อนจะหยิบขนมปังจากในมิติมากินคู่กับเครื่องดื่มมอลต์รสช็อคโกแลตร้อนๆ
สักพักไช่ซุนหลันก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
ก๊อก! ก๊อก!
ไช่ซุนหลันรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะคนที่มาเคาะประตูในเวลานี้ไม่น่าจะเป็หลี่เหวินไคได้หรือว่าจะเป็ซูเจี๋ย? เธอคิดอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเปิดประตูแล้วตีหน้าขรึม
“พี่สาวไช่ หนูนึกว่าพี่สาวไม่อยู่บ้านเสียแล้ว! หนูได้ยินมาจากเอ่อช่างเถอะ หนูรู้มาว่าวันนี้พี่สาวจะกลับเสิ่นหยางแล้วเหรอคะ? ทำไมถึงรีบร้อนนักล่ะ” เป่ยซือเยว่รีบพ่นคำพูดออกมารัวๆ
เมื่อไช่ซุนหลันเห็นว่าคนที่คือเป่ยซือเยว่ไม่ใช่ซูเจี๋ยเธอก็ส่งยิ้มสดใสให้เด็กสาวก่อนจะตอบกลับว่า
“พรุ่งนี้สามีพี่ก็ต้องไปปฏิบัติภารกิจพิเศษแล้วล่ะ พี่อยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรสู้กลับบ้านไปหาลูกดีกว่า อีกอย่างสามีพี่ก็จองตั๋วรถไฟรอบบ่ายสามไว้ให้พี่แล้วด้วย”
“นั่นมันแย่จังเลยนะคะ ไม่รู้ว่าเมื่อไรหนูถึงจะได้เจอพี่สาวอีก ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราไปที่เนินเขากันเถอะพี่สาวไช่หนูอยากไปร่วมงานอะไรแบบนั้นดูสักครั้ง แต่ไม่มีใครพาไปเลย” เป่ยซือเยว่ออดอ้อนไช่ซุนหลันด้วยการส่งสายตาน่าสงสารมาให้
ไช่ซุนหลันชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะยอมพยักหน้าตกลง แม้จะไม่อยากไปแต่นี่ดูเหมือนเยว่เอ๋อร์จะเศร้ามากที่ต้องบอกลาเธอแค่พาไปครั้งเดียวถือว่าเป็การเลี้ยงส่งก็ได้ล่ะมั้ง
สาวงามกับเด็กสาวตัวน้อยจับจูงกันไปจนถึงบริเวณเนินเขาเตี้ยๆตรงนั้นมีดอกไม้ป่าอยู่มากมาย และใกล้ๆกันนั้นก็ยังมีม้านั่งไว้สำหรับนั่งพักผ่อน ผู้คนสามารถชื่นชมและซึมซับบรรยากาศ้าเนินเขานี้ได้อีกทั้งตรงนี้ยังสามารถมองลงไปเห็นขบวนของทหารต่างค่ายที่เดินทางมาร่วมงานในกองทัพอีกด้วยงานนี้ไม่ได้บังคับว่าทหารทุกคนจะต้องไปอยู่ต้อนรับด้านใน แต่หากเป็ทหารยศใหญ่หน่อยอย่างเช่นหลี่เหวินไคก็จำเป็ต้องอยู่ที่นั่น
ระหว่างที่ไช่ซุนหลันและเป่ยซือเยว่กำลังหัวเราะคิกคักกันอยู่ซูเจี๋ยและซ่งหมินก็มาถึง เมื่อซ่งหมินเห็นว่าไช่ซุนหลันอยู่ที่นี่ก็ลอบเบ้ปากอย่างดูแคลน
‘ถ้าผู้หญิงน่ารำคาญนั่นเห็นเราจะต้องเข้ามาเกาะแกะแน่เลย’
แต่แล้วซ่งหมินก็ต้องแปลกใจ แม้ไช่ซุนหลันจะมองมาที่เขาและซูเจี๋ยแต่ก็มองแค่แวบเดียวเท่านั้นก่อนจะผละสายตาไป นี่มันหยามกันชัดๆ ทำเหมือนกับว่าเขาคืออากาศธาตุอย่างไรอย่างนั้น
ทีแรกทางด้านซูเจี๋ยเมื่อเห็นไช่ซุนหลันมาก็แอบดีใจที่สุดท้ายไช่ซุนหลันก็กลืนคำพูดตัวเอง
‘คงเป็เพราะอยากเจอซ่งหมินสินะ ฮึ! ทำเป็พูดดีไปว่าไม่ได้ชอบเขานี่อะไรมาถึงก่อนที่ซ่งหมินจะมาเสียอีก’
ที่ซูเจี๋ยกับซ่งหมินดูสนิทกับนั่นก็เป็เพราะว่า พ่อของซูเจี๋ยนั้นยศจ่าสิบยศเดียวกับซ่งหมินและอยู่ในสังกัดเดียวกันตัวเธอเองก็เคยชอบซ่งหมินอยู่เหมือนกัน แต่นั่นเป็เื่ในอดีตก่อนที่จะมาเจอกับหลี่เหวินไค
ทั้งซูเจี๋ยและซ่งหมินรอไปสักพัก ด้วยหวังว่าอีกไม่นานไช่ซุนหลันจะทักทายพวกตนแต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไช่ซุนหลันกับเป่ยซือเยว่ยังคงไม่มีท่าทีที่จะสนใจพวกตนเลยสักนิดจนซูเจี๋ยทนไม่ไหว เธอจึงตัดสินใจพาซ่งหมินเดินมาหาไช่ซุนหลันก่อนจะเอ่ยทักทาย
“ไหนว่าจะไม่มาไงล่ะ ซุนหลัน”
“พี่สาวซูเจี๋ยอย่าได้คิดไปไกล ถ้าไม่เป็เพราะว่าเยว่เอ๋อร์รบเร้า ฉันก็คงไม่มาหรอกค่ะ”ไช่ซุนหลันพูดอย่างเ็า
ด้วยความหลงตัวเองของซ่งหมิน จากเดิมที่หญิงสาวตรงหน้ามักจะเข้าหาเขาอยู่เสมอจนเขารำคาญแต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม แม้จะเบื่อที่ถูกไช่ซุนหลันเข้าหาอยู่ตลอด จนหลายๆ ครั้งซ่งหมินต้องออกปากไล่แต่พอไช่ซุนหลันไม่ทำเหมือนเดิมเขากลับรู้สึกแปลกๆ และเริ่มหงุดหงิดกับพฤติกรรมของสาวสวยคนนี้
พอสังเกตดีๆ ดูเหมือนเธอจะสวยขึ้นนิดหน่อยด้วย นั่นยิ่งทำให้เขาไม่ค่อยพอใจกับท่าทีเ็านี้จนต้องเอ่ยปากขึ้น
“สวัสดีครับซุนหลัน คุณอยากจะไปเดินเที่ยวกับผมสักหน่อยไหม?”