เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า ตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามกันแล้วเนี่ย? หลินเฟิงเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะทั้งโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ และกุญแจของเขาล้วนถูกคุณตำรวจยึดไปจนหมดเกลี้ยง
แล้วไอ้ท่อเหล็กบนระเบียงห้องของเขามันคืออะไรกันแน่? ใครหน้าไหนมันเอาของพรรค์นั้นมาโยนทิ้งไว้ตรงนั้นวะ? หรือว่าจะเป็... โจรขโมยชุดชั้นใน?!
ในวินาทีนั้น หลินเฟิงก็ตระหนักขึ้นมาได้ทันที ท่อเหล็กบนระเบียงนั่นจะต้องเป็ของโจรขโมยชุดชั้นในตัวจริงทิ้งเอาไว้แน่ ๆ ที่มันทำแบบนี้ก็เพื่อใส่ร้ายป้ายสี หวังจะโยนความผิดให้เขารับเคราะห์แทนชัด ๆ
ไม่ได้การล่ะ! เขาจะมาทนนั่งแหง็กอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ ต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้!
หลังจากตื่นตระหนกอยู่พักหนึ่ง หลินเฟิงก็ค่อย ๆ ดึงสติกลับมาใจเย็นลง ตอนนี้สิ่งเดียวที่จะช่วยเขาได้ คงมีแค่ระบบค้นหาสมบัติในร่างกายของเขาเท่านั้น
เมื่อ่บ่ายหลินเฟิงเปิดหีบสมบัติไปสองใบ หนึ่งในนั้นมีการ์ดที่ชื่อว่าการ์ดตาทิพย์อยู่ด้วย เขายังไม่ทันได้ตรวจสอบสรรพคุณของมันเลย หวังว่าของสิ่งนี้จะเอามาใช้ประโยชน์ในสถานการณ์ตอนนี้ได้นะ?
ด้วยความคิดที่ว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้ว หลินเฟิงใช้ความคิดสั่งการเปิดระบบค้นหาสมบัติขึ้นมา บนหน้าจอปรากฏข้อมูลขึ้นมาบรรทัดหนึ่ง
[โฮสต์ : หลินเฟิง]
[เงิน : 1,010,000 หยวน]
[ช่องเก็บของ : 1/10]
[จำนวนหีบสมบัติที่เปิดได้ต่อวัน : 1/3]
ยอดเงินเพิ่มขึ้นเป็หนึ่งล้านหนึ่งหมื่นหยวน ทว่าหลินเฟิงกลับไม่แสดงสีหน้าดีใจออกมาเลยแม้แต่น้อย เขารีบเปิดช่องเก็บของระบบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่การ์ดใบหนึ่งในช่องแรก
[การ์ดตาทิพย์ : สามารถระบุเป้าหมายใดก็ได้เพื่อทำการสอดแนมจากระยะไกลข้ามมิติได้ ระยะเวลาแสดงผล : 10 วินาที]
พอได้อ่านสรรพคุณที่แน่ชัดของการ์ดใบนี้ หัวใจของหลินเฟิงก็แทบจะเต้นทะลุออกมานอกอก!
นี่มันจะมหัศจรรย์เกินไปแล้วมั้ง? สอดแนมจากระยะไกลข้ามมิติ? แบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับตาทิพย์เลยไม่ใช่หรือไง?
ที่สำคัญที่สุดก็คือ การ์ดใบนี้มันโผล่มาได้ทันเวลาพอดีเป๊ะ ราวกับแสงสว่างสายหนึ่งที่สาดส่องเข้ามาท่ามกลางความมืดมิด มอบความหวังอันไร้ที่สิ้นสุดให้กับหลินเฟิง!
ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและลุ้นระทึก หลินเฟิงะโก้องในใจอย่างสุดเสียง
'ฉัน้าใช้งานการ์ดตาทิพย์!'
[ติ๊ง! โปรดระบุเป้าหมายที่โฮสต์หลินเฟิง้าสอดแนม]
'ฉัน้าสอดแนมโจรขโมยชุดชั้นในตัวจริง ไอ้โจรชั้นต่ำที่ขโมยชุดชั้นในผู้หญิงไปนับไม่ถ้วนในหมู่บ้านหลานหยวน แถมฉันยัง้ารู้ตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของมันด้วย!'
[ติ๊ง! กำลังค้นหาเป้าหมาย กรุณารอสักครู่...]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบทำเอาหัวใจของหลินเฟิงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม จะรอดหรือร่วงก็ขึ้นอยู่กับครั้งนี้แล้ว ระบบเอ๋ยระบบ ชีวิตของฉันขอฝากไว้ที่แกแล้วกันนะ!
[ติ๊ง! ค้นหาเป้าหมายสำเร็จ โปรดให้โฮสต์หลินเฟิงเตรียมพร้อมสำหรับการสอดแนม]
สิ้นเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นอีกครั้ง ภาพที่คุ้นตาก็ปรากฏขึ้นในระยะสายตาของหลินเฟิง
นี่... นี่มันภาพมุมสูงของหมู่บ้านหลานหยวนไม่ใช่หรือไง? ฉัน้าสอดแนมโจรขโมยชุดชั้นในนะเว้ย แกส่งภาพมุมสูงของหมู่บ้านมาให้ฉันดูทำซากอะไรวะ?
ขณะที่ความคิดนี้เพิ่งจะแล่นผ่านเข้ามาในหัว ภาพในสายตาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
มุมกล้องถูกซูมเข้าใกล้อย่างรวดเร็ว ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยดึงมันให้พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง!
สายตาของหลินเฟิงพุ่งตามมุมกล้องไปติด ๆ เพียงแค่หนึ่งวินาทีให้หลัง อพาร์ตเมนต์ที่แสนคุ้นตาก็ปรากฏขึ้นในกรอบสายตาของเขา
บ้าเอ๊ย! นี่มันตึก 4 ที่เขาอาศัยอยู่นี่หว่า! หรือว่าโจรขโมยชุดชั้นในก็อาศัยอยู่ในตึกนี้ด้วย?
อีกหนึ่งวินาทีต่อมา มุมกล้องก็ถูกซูมเข้าไปใกล้มากขึ้นอีก ครั้งนี้ ในสายตาของหลินเฟิงปรากฏภาพโถงทางเดินที่แสนจะคุ้นเคย
เวรเอ๊ย! นี่มันโถงทางเดินชั้นสองที่เขาอยู่นี่!
อีกหนึ่งวินาทีต่อมา มุมกล้องก็ถูกซูมเข้าไปใกล้มากขึ้นไปอีก ในลานสายตาของหลินเฟิงปรากฏป้ายเลขที่ห้อง 203!
บัดซบเอ๊ย! โจรขโมยชุดชั้นในที่แท้ก็คือไอ้สารเลวโจวเหล่ยหรอกเหรอ?
มุมกล้องทะลุผ่านบานประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว สภาพภายในห้อง 203 ปรากฏแก่สายตาของหลินเฟิงในชั่วพริบตา
"เอ๊ะ!" หลินเฟิงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ราวกับได้เห็นเื่ราวที่เหลือเชื่อที่สุด สีหน้าของเขาตอนนี้ช่างดูพิลึกพิลั่นเกินจะบรรยาย!
ภายในลานสายตา ผู้ชายตัวโต ๆ อย่างโจวเหล่ยกำลังยืนเปลือยกายล่อนจ้อนอยู่หน้ากระจก ในมือของเขากำลังบีบขยำกางเกงในตัวหนึ่งอยู่!
ที่ปลายเท้าของโจวเหล่ยมีกระเป๋าเดินทางหนังสีดำใบใหญ่เปิดอ้าไว้ ภายในกระเป๋าอัดแน่นไปด้วยชุดชั้นในผู้หญิงสีสันฉูดฉาดหลากสี มีทุกแบบทุกสไตล์จนลายตาไปหมด!
กริ๊ก!
ในจังหวะนั้นเอง ภาพก็ถูกตัดไปดื้อ ๆ หลินเฟิงถึงกับต้องขยี้ตาตัวเองอย่างแรง
คิดไม่ถึงเลยว่าโจวเหล่ยจะมีรสนิยมวิปริตแบบนี้ ขนแขนของหลินเฟิงลุกซู่ไปทั้งตัว ภาพเมื่อกี้มันช่างบาดตาบาดใจเหลือเกิน!
เอาไงต่อดีล่ะ? โจรขโมยชุดชั้นในตัวจริงถูกเขาล็อกเป้าหมายเอาไว้แล้ว ถึงเวลาที่ต้องเรียกคุณตำรวจมาคุยกันให้รู้เื่สักทีใช่ไหม?
แต่ว่า... คุณตำรวจจะยอมเชื่อเขาหรือเปล่า? ยังไงซะตอนนี้ตัวเขาเองก็ตกเป็ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญอยู่นะ!
ช่างเถอะ ลองเสี่ยงดูสักตั้งก็แล้วกัน!
หลินเฟิงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่หลังประตูห้องสอบสวน ก่อนจะลงมือทุบประตูบานนั้นอย่างแรง "ปัง ปัง ปัง!" "คุณตำรวจครับ ผมมีเื่สำคัญจะคุยด้วย!"
ผ่านไปไม่นาน ประตูห้องสอบสวนก็ถูกใครบางคนผลักเปิดเข้ามาจากด้านนอกอีกครั้ง และคนที่เดินเข้ามาในครั้งนี้ ก็ยังคงเป็ตำรวจหญิงผู้เ็าดุจน้ำแข็งคนเดิม
"จะโวยวายหาอะไร? ไม่รู้หรือไงว่าที่นี่คือสถานีตำรวจ?" ตำรวจหญิงเอ่ยถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง
"คุณตำรวจครับ ผมขอพบหัวหน้าของคุณหน่อย ผมมีเื่สำคัญมากที่จะต้องคุยกับเขา!" หลินเฟิงช้อนตามองตำรวจหญิงด้วยสีหน้าน่าสงสาร
"นายมีเื่สำคัญอะไรถึงต้องขอคุยกับหัวหน้าของเรา?" ตำรวจหญิงมองหลินเฟิงด้วยสายตาแปลก ๆ
ใบหน้าของหลินเฟิงฉายแววลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะกัดฟันพูดออกมาว่า "ผมรู้แล้วว่าโจรขโมยชุดชั้นในตัวจริงคือใคร! แล้วก็รู้ด้วยว่าของกลางที่มันขโมยไปถูกซ่อนเอาไว้ที่ไหน!"
"งั้นเหรอ?" ตำรวจหญิงขมวดคิ้วมุ่น เธอสวนคำถามกลับทันควัน "แล้วทำไมเมื่อกี้ถึงไม่ยอมบอก?"
"ก็ตอนแรกผมถูกพวกคุณทำให้ใจนทำอะไรไม่ถูกนี่ครับ พอตั้งสติได้ ถึงได้ค่อย ๆ นึกออก!" หลินเฟิงแต่งเื่โกหกคำโตขึ้นมาหน้าตาเฉย
"โจรขโมยชุดชั้นในเป็ใคร? แล้วของกลางซ่อนอยู่ที่ไหน?" ตำรวจหญิงตีหน้าขรึมเอ่ยถาม
"ไม่ได้ครับ ผม้าพบหัวหน้าของคุณ ผมจะคุยกับเขาโดยตรงเท่านั้น ผมไม่ไว้ใจตำรวจชั้นผู้น้อยอย่างคุณ!" หลินเฟิงแสดงอคติต่อตำรวจหญิงคนนี้อย่างชัดเจน
ตำรวจหญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นสูง จากนั้นเธอก็ล้วงเอาบัตรประจำตัวตำรวจออกมาจากกระเป๋าโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง แล้วจ้องมองหลินเฟิงด้วยสายตาเ็าพลางเอ่ยว่า "ฉันคือฉู่อิ๋งอิ๋ง หัวหน้าหน่วยสืบสวนอาชญากรรมเขตอวี่ฮวา เมืองไห่ฉิน รหัสประจำตัว PC000138 นี่คือบัตรประจำตัวตำรวจของฉัน!"
หลินเฟิงถึงกับอ้าปากค้าง คิดไม่ถึงเลยว่าตำรวจหญิงสุดเ็าคนนี้จะมีตำแหน่งเป็ถึงหัวหน้าหน่วยสืบสวน นี่แหละที่เขาเรียกว่ารู้หน้าไม่รู้ใจจริง ๆ
"ทีนี้ นายจะคุยกับฉันตรง ๆ ได้หรือยัง?" ตำรวจหญิงส่งยิ้มที่ดูเหมือนไม่ยิ้มมาให้หลินเฟิงพลางเอ่ยถาม
สีหน้าแบบนี้อีกแล้ว! หลินเฟิงเกลียดเวลาที่เธอทำสีหน้าแบบนี้ที่สุดเลย! พอเห็นเธอทำหน้าแบบนี้ทีไร หัวใจของหลินเฟิงก็เต้นรัวเป็จังหวะกลองแทบจะทะลุออกมานอกอก ความมั่นใจหดหายไปหมด!
เอาวะ เป็ไงเป็กัน! หลินเฟิงปรับสีหน้าให้เป็ปกติ จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ผมรู้ว่าโจรขโมยชุดชั้นในคือใคร ตอนนี้เขากำลังอยู่ในหมู่บ้านหลานหยวน แถมชุดชั้นในผู้หญิงที่เขาขโมยไปทั้งหมดก็อยู่ข้าง ๆ เขาด้วย..."
เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของหลินเฟิง คิ้วของฉู่อิ๋งอิ๋งก็ขมวดเข้าหากันอีกครั้ง
เ้าหน้าที่แผนกพิสูจน์หลักฐานไม่พบรอยนิ้วมือของหลินเฟิงบนท่อเหล็กเส้นนั้นเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังไม่พบรอยนิ้วมือของคนอื่นเลยด้วย เห็นได้ชัดว่าท่อเหล็กถูกใครบางคนเช็ดทำความสะอาดมาแล้ว ดังนั้น ของชิ้นนี้จึงไม่สามารถนำมาใช้เป็วัตถุพยานเพื่อเอาผิดหลินเฟิงได้
ตามหลักการแล้ว หลินเฟิงควรจะเป็ผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่งในคดีนี้ แต่จากการสอบสวน ฉู่อิ๋งอิ๋งกลับพบว่าหลินเฟิงไม่ได้มีท่าทีเหมือนคนโกหกเลย
ยิ่งไปกว่านั้น คำให้การของซูเม่ยยังมีช่องโหว่อย่างเห็นได้ชัด เธอเห็นแค่หลินเฟิงถือชุดชั้นในของเธอเอาไว้ แต่ไม่ได้เห็นตอนที่เขาขโมยชุดชั้นในด้วยตาของตัวเองเสียหน่อย
สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ฉู่อิ๋งอิ๋งคุ้นเคยกับ่เวลาลงมือของโจรขโมยชุดชั้นในเป็อย่างดี ปกติแล้วอีกฝ่ายมักจะลงมือใน่เที่ยงคืนไปจนถึงเช้ามืด ซึ่งมันไม่ตรงกับ่เวลาที่หลินเฟิงก่อเหตุในครั้งนี้เลยสักนิด!
แต่แน่นอนว่า ก็ไม่อาจตัดความเป็ไปได้ที่ว่าโจรขโมยชุดชั้นในคนนี้อาจจะนึกครึ้มอกครึ้มใจ เกิดมีอารมณ์อยากลงมือตอนกลางวันแสก ๆ ขึ้นมา...
"...เดี๋ยวผมจะพาพวกคุณไปหาโจวเหล่ยตอนนี้เลย ขอแค่พังประตูเข้าไป ก็สามารถจับตัวเขาได้คาหนังคาเขาแล้ว!" หลินเฟิงกล่าวปิดท้าย
หลังจากฟังคำบอกเล่าของหลินเฟิงจบ ฉู่อิ๋งอิ๋งก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าราบเรียบว่า "นายมีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายคือโจรขโมยชุดชั้นใน?"
"นี่คือสิ่งที่ผมเห็นมากับตาตัวเองเลยนะ!" หลินเฟิงตอบกลับอย่างหนักแน่นมั่นใจ
"แค่คำพูดพล่อย ๆ ฝ่ายเดียวของนาย แล้วจะให้ตำรวจอย่างพวกเราบุกรุกเข้าไปในบ้านของคนอื่นเนี่ยนะ?" ฉู่อิ๋งอิ๋งมีสีหน้าเ็าลง เธอพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน
"ในสถานการณ์ที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลย ต่อให้เป็ตำรวจอย่างพวกเรา ก็ไม่สามารถบุกเข้าไปในห้องของคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าได้หรอกนะ!"
"สิ่งที่พวกนั้นพูดคือหลักฐาน แต่สิ่งที่ผมพูดกลับกลายเป็แค่คำพูดพล่อย ๆ ฝ่ายเดียวงั้นเหรอ? ตกลงคุณเป็ตำรวจประสาอะไรกันเนี่ย?" หลินเฟิงเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาแล้ว
"หลินเฟิง โปรดระวังคำพูดของนายด้วย!" ฉู่อิ๋งอิ๋งถลึงตาใส่หลินเฟิง
"ผมล่ะไม่เข้าใจจริง ๆ โจรขโมยชุดชั้นในตัวจริงก็อยู่ตรงหน้านี้แล้ว ทำไมตำรวจอย่างพวกคุณถึงไม่ไปจับมันล่ะ? แถมยังมาขังคนดี ๆ อย่างผมไว้สอบปากคำอยู่ที่นี่อีก มิน่าล่ะอัตราการปิดคดีของเมืองไห่ฉินถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาตลอด ก็เพราะมัวแต่เลี้ยงพวกไร้ประโยชน์อย่างพวกคุณไว้นี่ไง!"
"หุบปากนะ!" ฉู่อิ๋งอิ๋งะเิอารมณ์ออกมา เธอชี้หน้าหลินเฟิงพลางตวาดลั่น
"นายกล้าดูิ่เ้าพนักงานเหรอ เชื่อไหมว่าฉันสามารถจับนายใส่กุญแจมือ แล้วส่งตัวเข้าสถานกักกันเดี๋ยวนี้เลยก็ได้!"
"งั้นคุณก็จับผมใส่กุญแจมือเลยสิ! ยังไงซะชื่อเสียงของผมมันก็ป่นปี้ไม่มีชิ้นดีอยู่แล้ว จะส่งเข้าสถานกักกันก็ทำไปเลย! ผมไม่สนหรอกว่าจะมีข้อหาเพิ่มขึ้นมาอีกข้อ! ผมพูดได้คำเดียวเลยนะ คนดี ๆ ไม่คู่ควรที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้หรอก มีแต่พวกคนเลวเท่านั้นแหละที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายบนโลกใบนี้!"
หลินเฟิงสูญเสียความเยือกเย็นไปแล้ว ท่าทีของฉู่อิ๋งอิ๋งทำให้เขารู้สึกปวดร้าวไปถึงขั้วหัวใจ!
แตกหักก็แตกหักกันไปเลย! ฉันยอมแพ้แล้ว คราวนี้พวกคุณทุกคนคงพอใจแล้วใช่ไหม?
ในวินาทีนี้ แววตาของหลินเฟิงหม่นหมองลงอย่างสิ้นเชิง...