“นักแสดงประกอบทั้งหมดไปยืนรอที่ด้านหลัง วันนี้มีแค่ฉากที่พวกเธอต้องเดินอยู่รอบๆ ชายหาด พยายามทำตัวให้เป็ธรรมชาติและธรรมดาที่สุด เราจะต้องทำให้พระเอกกับนางเอกแสนสวยของเราโดดเด่นที่สุด เข้าใจไหม” ผู้กำกับซ่งประกาศผ่านโทรโข่งเสียงดัง
นักแสดงประกอบกว่ายี่สิบคนรีบวิ่งไปประจำยังที่ของตนเอง เซี่ยฮ่าวหยูก็เช่นกัน วันนี้เขารับบทตัวประกอบที่กำลังนั่งชมพระอาทิตย์ตก ซึ่งเป็จุดที่นางเอกกับพระเอกจะต้องเดินผ่าน
“เสียงพร้อม! กล้องพร้อม! ซีน...คัท...แอคชัน!” เสียงผู้กำกับประกาศเริ่มการถ่ายทำ
พระเอกนางเอกของเื่เดินจูงมือกันเดินผ่านนักแสดงประกอบตามจุดต่างๆ จนมาถึงจุดที่เซี่ยฮ่าวหยูนั่งอยู่ ตัวเอกทั้งคู่แสดงบทบาทของคู่รักออกมาได้ดีมาก มากเสียจนเซี่ยฮ่าวหยูคิดว่าทั้งคู่คือคู่รักกันจริงๆ หัวใจของเขารู้สึกเ็ปขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
บังเอิญที่กล้องถ่ายมาเห็นสีหน้าอันแสนเ็ปของเขา ผู้กำกับทำสัญญาณมือให้ซูมภาพไปที่หน้าของเซี่ยฮ่าวหยูก่อนจะสั่งคัท
“นักแสดงสมทบที่นั่งอยู่ตรงนั้นน่ะ นายทำได้ดีมาก” ผู้กำกับพูดขึ้นอย่างชอบใจ “เอาไว้ฉันจะบอกให้คนเขียนบทเพิ่มบทให้นายสักหน่อย อาจเป็คนรักเก่าหรือไม่ก็คนที่แอบรักนางเอกฝ่ายเดียว”
เซี่ยตงจื่อได้ยินก็รีบขอบคุณ “ขอบคุณผู้กำกับซ่งมากๆ เลยครับ คนนั้นคือน้องชายของผมเอง”
“หืม...เขาคือน้องชายของนายเหรอ ไม่เลวเลยนี่ ไม่เสียแรงที่นายเรียนจบมาทางด้านนี้ ฉันแนะนำว่าให้นายฝึกการแสดงให้เขาต่อ ฉันคิดว่าเขามีแววในวงการบันเทิงอยู่พอสมควร”
“ครับ ผมจะส่งเขาไปเรียนการแสดงเพิ่มอย่างแน่นอนครับ” เซี่ยตงจื่อยิ้มก่อนจะเดินไปหาน้องชายอย่างดีใจ
“พี่ ผู้กำกับพูดอะไรกับพี่เหรอ ทำไมพี่ถึงดูอารมณ์ดี” เซี่ยฮ่าวหยูเห็นพี่ชายเดินยิ้มมาแต่ไกล
“ผู้กำกับซ่งบอกว่าอาจจะเพิ่มบทให้นายแสดงเป็คนรักเก่าหรือไม่ก็คนที่แอบรักนางเอกข้างเดียวน่ะสิ เขายังบอกว่านายดูมีแววเป็นักแสดง ฉันก็เลยคิดว่าจบจากการถ่ายละครเื่นี้ ฉันจะส่งนายไปเรียนการแสดงอย่างจริงจัง”
“ผมแค่นั่งเฉยๆ ผู้กำกับยังบอกว่าผมแสดงดีอีกเหรอ”
“ฉันก็ไม่รู้นะ แต่ผู้กำกับซ่งบอกมาอย่างนี้จริงๆ” เซี่ยตงจื่อทำท่าคิด “หรือว่าฉันจะไปขอดูมอนิเตอร์ดีล่ะ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงบอกว่านายแสดงดี”
“ถ้าพี่ไม่กลัวผู้กำกับจะดุเอา พี่ก็ไปขอดูมอนิเตอร์เลยสิ”
“งั้นฉันก็ไม่อยากรู้แล้ว เอาเป็ว่ากลับไปคราวนี้ฉันจะให้นายไปเรียนการแสดง อ้อ...เย็นนี้นายกินข้าวที่กองแล้วรีบกลับไปนอนก่อนเลยนะ ฉันยังมีประชุมคิวงานสำหรับพรุ่งนี้ต่อ”
“ครับ เดี๋ยวผมกินข้าวเสร็จก็จะกลับห้องเลย”
“พี่ลี่ การแสดงของฉันวันนี้เป็ยังไงบ้างคะ” ฉินซูอี้ถามผู้จัดการ เธอมักจะถามคำนี้หลังจากถ่ายทำเสร็จเสมอ
“ผู้กำกับก็ยังชมเธอเหมือนเดิมนั่นล่ะ มีแต่ฉันที่รู้สึกว่าเวลาที่เธอเล่นบทรักทีไร อารมณ์ของเธอมันส่งไปไม่ถึงดวงตา” เจียลี่ลี่มองน้องสาว “นี่ถ้าฉันไม่รู้จักเธอมานานและรู้ว่าเธอยังไม่เคยมีคนรัก ฉันคงนึกว่าเธอเป็คนอกหักที่เข็ดขยาดกับความรักเอามากๆ จนไม่กล้าเปิดใจให้ใครแล้ว หรือว่าเธอเคยคบกับใครแล้วไม่บอกฉัน เธอเคยถูกผู้ชายหักอกมาใช่ไหม บอกฉันมาซิว่าผู้ชายคนนั้นเป็ใคร”
ฉินซูอี้หัวเราะ “โธ่...พี่ลี่ พี่ไม่ได้แค่รู้จักฉันมานาน แต่เราโตมาด้วยกันเลยนะคะ ฉันเคยมีแฟนหรือไม่เคยมี พี่ยังไม่รู้อีกเหรอ”
“นั่นสินะ ฉันกับเธออยู่ด้วยกันตลอดเวลา ถ้าเธอมีแฟน ฉันก็ต้องรู้อยู่แล้ว แต่จะว่าไป ตอนที่ฉันนั่งดูมอนิเตอร์อยู่กับผู้กำกับ เธอรู้ไหมว่าเซี่ยฮ่าวหยูมองเธอกับจ้าวจิ่นเทาเดินจับมือกันผ่านหน้าเขาไป สีหน้าเขาดูเ็ปมากเลยล่ะ” เจียลี่ลี่ยิ้มกว้าง “นี่ถ้าฮ่าวหยูไม่บอกฉันว่าเขาเป็แฟนคลับของเธอ ฉันคงนึกว่าเขาแอบหลงรักเธอจริงๆ เข้าแล้ว”
“เซี่ยฮ่าวหยูคิดว่าฉันกับจ้าวจิ่นเทาเป็แฟนกันจริงๆ? เขาบ้าหรือเปล่า พี่รีบไปบอกเขาเลยนะคะว่ามันไม่ใช่เื่จริง ทั้งหมดมันเป็แค่การแสดงเท่านั้น” ฉินซูอี้รีบบอก เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกไม่สบายใจเมื่อได้ยินคำพูดของผู้จัดการ
“เธอไม่ต้องคิดมากหรอกน่า คงเป็อารมณ์แฟนคลับที่หวงดาราในดวงใจของเขาเท่านั้น” เจียลี่ลี่เห็นว่าเป็เื่ปกติ เพราะแฟนคลับหลายๆ คนที่คลั่งไคล้ศิลปินในดวงใจก็มักจะมีอาการอย่างนี้ และเซี่ยฮ่าวหยูก็คงจะอยู่ในอารมณ์นั้นเหมือนกัน
“แต่ยังไงพี่ก็ไปอธิบายให้เขาฟังเถอะค่ะ ฉันไม่อยากให้เขาคิดไปเองว่าฉันกับจ้าวจิ่นเทาเป็แฟนกัน” ฉินซูอี้ย้ำ
“ก็ได้...ก็ได้ ถ้าฉันเจอเขา ฉันจะอธิบายให้เขาฟังเอง” เจียลี่ลี่จัดของเสร็จแล้ว “ไปเถอะ ไปหาอะไรกินเร็วหน่อย พรุ่งนี้มีถ่ายฉากพระอาทิตย์ขึ้นด้วย เธอจะได้กลับมานอนเร็วๆ”
“คุณซูอี้ นั่งทานข้าวด้วยกันไหมครับ” จ้าวจิ่นเทาที่รับบทเป็พระเอกของเื่ทักทายหญิงสาวเมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัว
“แหมๆ จิ่นเทารูปหล่อ เดินเข้ามากันสองคนแต่คุณชวนอี้อี้แค่คนเดียว ผู้จัดการสาวโสดอย่างฉันก็อยากนั่งใกล้คนหล่อเหมือนกันนะ” เจียลี่ลี่เดินเข้าไปแล้วเลือกที่นั่งตรงกลางเพื่อคั่นระหว่างจ้าวจิ่นเทากับฉินซูอี้ เธอรู้ว่าจ้าวจิ่นเทาไม่ได้มีเจตนาจะให้เป็ข่าวหรือสร้างกระแส แต่การรักษาระยะห่างก็เป็เื่ที่ต้องป้องกันไว้ก่อน
จ้าวจิ่นเทาเห็นก็ยิ้มให้เจียลี่ลี่อย่างเข้าใจ ฉินซูอี้เป็นางเอกดังที่พร้อมจะเป็ข่าวได้ทุกเมื่อ ส่วนเขาเป็นักแสดงที่เพิ่งขึ้นมาเป็พระเอกได้ไม่นานก็ไม่ควรมีข่าวรักๆ ใคร่ๆ ในกองถ่ายเช่นกัน จ้าวจิ่นเทาเลื่อนเก้าอี้ให้เจียลี่ลี่ “พูดอะไรอย่างนั้นครับ ผมก็อยากนั่งใกล้ผู้จัดการมือทองที่ปั้นนักแสดงชื่อดังระดับโลกเหมือนกัน นี่ถ้าไม่เกรงใจ ผมอยากจะสมัครเป็ดาราในสังกัดของพี่อีกสักคน”
“ค่อยอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย” เจียลี่ลี่หันไปยิ้มแล้วทำท่าวิ้งให้จ้าวจิ่นเทา “หน้าตาดีแล้วยังปากหวานขนาดนี้ อีกไม่นานแฟนคลับคงล้นประเทศแล้ว”
เซี่ยฮ่าวหยูนั่งทานข้าวและมองภาพนั้นอยู่เงียบๆ ‘ซูอี้ ข้าอยากไปนั่งทานข้าวอยู่กับเ้าตรงนั้นเหลือเกิน แต่ติดที่ข้าเข้าใกล้เ้าไม่ได้ ความรู้สึกที่ตนเองไม่คู่ควรมันเป็อย่างนี้นี่เอง ตอนนั้นที่เ้ารู้สถานะที่แท้จริงของข้า เ้าคงอึดอัดมากเลยใช่หรือไม่’
ฉินซูอี้รู้สึกว่ามีคนมอง เธอเงยหน้าขึ้นแล้วก็สบตาเข้ากับเซี่ยฮ่าวหยูพอดี เมื่อเห็นเขามองมาที่เธอแล้วมองเลยไปที่จ้าวจิ่นเทา เธอรีบขยับเก้าอี้ออกห่างจากเจียลี่ลี่และจ้าวจิ่นเทาทันที
“เป็อะไรไป ทำไมเขยิบไปนั่งเสียไกลขนาดนั้น” เจียลี่ลี่พูดกระซิบ “ไม่ต้องห่วงนะ มีฉันนั่งคั่นกลางอยู่ทั้งคน แต่ถ้าเธอเขยิบไปนั่งไกลแบบนั้น มันจะกลายเป็ว่าเธอกับจิ่นเทาไม่ถูกกันน่ะสิ”
จ้าวจิ่นเทาที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ได้ยินทุกคำ เขาไม่ได้โกรธแต่กลับเข้าใจสถานการณ์ “พี่ลี่ คุณซูอี้ ผมทานอิ่มแล้วครับ ผมขอตัวขึ้นไปซ้อมบทกับผู้จัดการต่อนะครับ”
“ขอบใจนะจิ่นเทา” เจียลี่ลี่หันไปพูดขอบคุณ
จ้าวจิ่นเทายิ้มแล้วเดินออกจากโต๊ะไป ฉินซูอี้ถอนหายใจโล่ง เธอหันไปมองเซี่ยฮ่าวหยูอีกครั้ง แต่น่าผิดหวังที่เซี่ยฮ่าวหยูไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว ‘ทำไมเราต้องกลัวผู้ชายคนนั้นไม่พอใจด้วยล่ะ แล้วนี่คิดจะไปก็ไป ไม่รู้จักมาร่ำลากันเสียด้วย เหอะ...เป็แค่นักแสดงประกอบยังมาเรียกร้องความสนใจ วันหลังฉันจะไม่สนใจนายแล้ว’
ฉินซูอี้ได้แต่บ่นเซี่ยฮ่าวหยูอยู่ในใจ เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเธอเอาแต่หงุดหงิดและไม่พอใจเขา
“สวัสดีครับคุณฮ่าวหยู” จ้าวจิ่นเทาไม่ได้ขึ้นไปซ้อมบทกับผู้จัดการตามที่บอก เขาเลือกที่จะมาเดินเล่นที่ชายหาด เพื่อย่อยอาหาร
“สวัสดีครับคุณจ้าว” เซี่ยฮ่าวหยูทักทายอย่างสุภาพ แต่เมื่อนึกถึงที่จ้าวจิ่นเทาเดินจับมือกับฉินซูอี้ เขาก็รู้สึกไม่พอใจจ้าวจิ่นเทาขึ้นมานิดๆ “ไม่นั่งทานข้าวต่อล่ะครับ ปล่อยคุณซูอี้ไว้อย่างนั้นคนเดียวมันจะดีเหรอ”
“ผมปล่อยเธอไว้คนเดียวที่ไหน พี่ลี่ก็อยู่” จ้าวจิ่นเทารับรู้ถึงความไม่พอใจ “ได้ยินว่าคุณกับพี่ชายเป็แฟนคลับของคุณซูอี้ ที่โมโหอยู่นี่คงไม่ได้คิดว่าผมกับคุณซูอี้เป็คนรักกันจริงๆ หรอกนะครับ”
เซี่ยฮ่าวหยูไม่ตอบ เขายังเดินต่อไปอย่างไร้อารมณ์
“ผมได้ยินผู้กำกับพูดว่าจะเพิ่มบทให้คุณด้วย ผมดีใจด้วยนะครับ” จ้าวจิ่นเทายิ้มให้เซี่ยฮ่าวหยูอย่างจริงใจ “เมื่อก่อนผมก็เริ่มต้นจากการเป็ตัวประกอบเหมือนคุณ ผมหวังว่าต่อไปเราอาจจะได้มาเล่นละครด้วยกันสักเื่นะครับ”
“ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ ผมก็หวังว่าสักวันผมจะมีโอกาสได้ขึ้นไปยืนอยู่ในจุดเดียวกับพวกคุณบ้าง” เซี่ยฮ่าวหยูตอบก่อนจะถามต่อ “แล้วทำไมคุณถึงออกมาเดินเล่นคนเดียวล่ะครับ”
“ผมมีเพื่อนในวงการไม่มากนัก คงเพราะผมไม่ใช่ดาราแถวหน้า ทั้งยังเกิดมาจากครอบครัวยากจน จะเป็ไรไหมครับถ้าผมจะขอเป็เพื่อนกับคุณ” จ้าวจิ่นเทาเห็นสายตาของเซี่ยฮ่าวหยูจึงรีบอธิบาย “คุณอย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมชอบผู้หญิง ผมไม่ได้คิดกับคุณแบบนั้น แต่ผมเห็นคุณกับพี่ชายของคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีมากๆ และพวกคุณก็ดูจริงใจและเข้าถึงง่าย ผมก็เลยอยากเป็เพื่อนกับพวกคุณน่ะครับ”
เซี่ยฮ่าวหยูเคยเป็ฮ่องเต้จึงมักจะสังเกตคนผ่านสีหน้าและแววตา และเขาก็มองไม่เห็นสายตาเ้าเล่ห์ของเ้าจิ่นเทา “ถ้าคุณไม่กลัวว่าภาพลักษณ์พระเอกของคุณจะเสียหายที่มาเป็เพื่อนกับตัวประกอบที่มีครอบครัวเคยล้มละลายมาก่อน ผมก็ยินดีเป็เพื่อนกับคุณ”
“ครอบครัวคุณล้มละลาย แต่ครอบครัวผมยากจนมากๆ จนแทบไม่มีกินเลยนะครับ” จ้าวจิ่นเทาพูดจบก็หัวเราะ
เซี่ยฮ่าวหยูก็หัวเราะตาม ก่อนที่เขาจะยกโทรศัพท์ขึ้นมา “มาครับ มาเพิ่มเพื่อนกันหน่อย มีอะไรจะได้คุยกัน”
จ้าวจิ่นเทายกโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไว เขารู้สึกถูกชะตากับเซี่ยฮ่าวหยูจึงลองขออีกฝ่ายเป็เพื่อน แต่ไม่คิดว่าเซี่ยฮ่าวหยูจะตอบรับโดยง่าย “เวลาว่างผมชอบเล่นเกม เอาไว้วันหลังผมจะออนไลน์เล่นเกมกับคุณนะ อ้อ...ผมอายุยี่สิบเอ็ด เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยปีนี้”
“ผมก็อายุยี่สิบเอ็ด เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยปีนี้เหมือนกัน”
“ในเมื่อเราอายุเท่ากัน ถ้างั้นฉันขอพูดเป็กันเองกับนายนะ”
“ได้สิ เป็เพื่อนกันแล้วก็ไม่จำเป็ต้องพิธีรีตอง” เซี่ยฮ่าวหยูตอบยิ้ม “นี่ก็เริ่มจะดึกแล้ว นายรีบกลับไปพักเถอะ ฉันก็จะกลับไปพักแล้วเหมือนกัน”
เซี่ยฮ่าวหยูกับจ้าวจิ่นเทาเดินกลับที่พักก่อนจะแยกกันไปยังที่พักของตนเอง ฉินซูอี้ที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกอิจฉา ั้แ่เข้าวงการมาเธอไม่เคยมีเพื่อนในวงการสักคน มีแต่เจียลี่ลี่ที่อยู่กับเธอ ‘ถ้าฉันไปขอเป็เพื่อนกับเขาบ้าง เขาจะยอมรับฉันเป็เพื่อนไหมนะ’