ฝนในฤดูร้อน

    บทที่ 1-สายฝนกับโบสถ์ฝรั่ง

            เชนนั่งสงบนิ่ง มองตรงไปยังรูปปั้นพระแม่มารีเหนือศีรษะ ไฟดวงเล็กดวงน้อยที่เรียงรายอยู่ตามผนังส่องแสงระเรื่อเป็๲สีส้มอมเหลืองเพิ่มความขรึมขลังให้โบสถ์คริสต์แห่งนี้ได้อย่างน่าประหลาด

             

            เขากลายเป็๲คนไม่มีศาสนาไปแล้วแต่มีเหตุบางอย่างทำให้ต้องปลีกเวลามา “เข้าโบสถ์” แห่งนี้

             

            แค่ได้นั่งที่เดิมภาพเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนก็ผุดพรายออกมาเองเหมือนกับการฉายหนังซ้ำวนอยู่หนแล้วหนเล่า ภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งลอยวนในความรู้สึก แม้พร่ามัวแต่ไม่เคยเลือนหาย

             

            เสียงตึงๆ ของเท้าคู่หนึ่งดังขึ้นชายร่างท้วมกระโจนพรวดเข้ามา แล้วมายืนค้อมตัวอยู่ด้านหลังของชายหนุ่ม

             

            “มาสายหลายนาทีนะเอ็ง” เขาพูดตำหนิ

             

            “โทษทีพี่ รถเสียเพิ่งซ่อมเสร็จแถวนี้ผมไม่คุ้นเสียด้วย”

             

             “นั่งลงเถอะแล้วก็เงียบๆ ด้วย ที่นี่เป็๲โบสถ์คริสต์ อย่าส่งเสียงดังไป”

             

            ชายร่างท้วมค้อมศีรษะรับ

             

             “เตรียมตัวให้พร้อมคงต้องไปหลายวัน…”

             

            “ครับ ไม่มีปัญหา”

             

            แล้วความเงียบก็ยึดครองทุกอย่างเอาไว้

             

            ……………………………….

            ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ยืนอยู่หน้าโรงเรียนเพ่งมองต้นตะเบบูญ่าข้างกำแพง กำลังออกดอกสะพรั่ง

             

            อีกฟากหนึ่งในรั้ว ต้นไม้สูงใหญ่ออกดอกสีเหลืองเป็๞พวงระย้า พลิ้วไหวไปมาตามแรงลมกลีบดอกเหลืองบางส่วนปลิดปลิวจากขั้วกระจายลงสู่พื้น

             

            “ดอกอะไร สวยจัง”

             

            ชายหนุ่มหันมาตามเสียงใบหน้านั้นเรียวยาว ดวงตาสุกใส คิ้วยาวเรียวไปจนจรดหางตา ผมสั้นติดหนังศีรษะผิวของชายหนุ่มคล้ำสนิทจนเกือบดำ

             

            “ดอกตะเบบูญ่าไงเล่า ไม่รู้จักหรือไง”

             

            หญิงสาวผมยาวสลวยระต้นคอผิวขาวกระจ่างราวปุยหิมะ ๞ั๶๞์ตาโต สวมเสื้อยืดสีขาวมีดอกไม้น้อยใหญ่ระบายอยู่บางๆ ส่วนกระโปรงยาวสีฟ้า

             

            “ตะเบบูญ่า มีสีเหลือง ไม่ใช่หรือ”

             

            “โธ่เอ๊ย ตะเบบูญ่า มีหลายสี หลายพันธุ์ในรั้วโรงเรียนเรียกว่าชมพูพันธ์ทิพย์ ส่วนสีเหลือง เขาเรียกตะเบบูญ่าเหลืองหรือเหลืองปรีดิยาธร ถ้าอยากเห็นทางด้านหลังของโบสถ์ก็มี เดี๋ยวจะชี้ให้ดู”

             

            “สู้ผู้ชายอย่างเมฆไม่ได้เลยเกดเนี่ย”

             

            “อย่าชมเลย” เมฆว่าอย่างขัดเขิน“โรงเรียนใกล้จะเลิกแล้วไม่ได้ชวนมาชมต้นไม้ใบหญ้านะวันนี้ ไปกันหรือยังเรา”

             

            “เนื่องในโอกาสพิเศษอะไร” เกดถามด้วยน้ำเสียงระรื่น

             

            “ออกรถใหม่”

             

            “อยู่ไหนล่ะ รีบไปสิ อยากเห็น”

             

            “รถไม่มีหลังคา”

             

            “รถอะไรไม่มีหลังคา มีด้วยหรือ”

             

            ชายหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบ

             

            แล้วฝนก็เทเม็ดลงมา

            …………………………………

            “ฝนตกพี่”

             ชายหนุ่มมองรอบโบสถ์แม้ภายในสภาพจะเก่าไปบ้าง แต่ยังงดงาม มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูกแสงระเรื่อของไฟเหนือเพดานโบสถ์ ขับเน้นความงดงามของภาพวาดซึ่งเรียงรายอยู่โดยรอบในขณะที่ด้านนอกฝนยังปรอยละอองไม่หยุดเขาได้ยินเสียงเปาะแปะของเม็ดฝนยามกระทบหลังคาโบสถ์

             

            “รถจอดอยู่ไหน”

             

            “หลังโบสถ์พี่ จะไปกันแล้วใช่มั้ย”

             

            ชายหนุ่มขยับลุกขึ้นจากม้านั่งยาว

             

            “พี่ยังหล่อเหมือนเดิมนะเหมือนนายแบบมากกว่าที่จะมาจาก…”ชิตพูด

             

            เขาหันหลัง เดินตรงไปทางออกพูดเสียงเบาราวกระซิบผ่านสายลม

             

            “นายแบบเพิ่งออกจากคุก มีด้วยหรือ”

             

            ………………………………………………….

            แดดแจ่มหลังจากฝนซาลงไป ท้องฟ้าเป็๞สีเทา ลมพัดแรง ฝนปรอยละอองผู้คนในซอยเล็กแคบแห่งนั้นเดินกึ่งวิ่งเพื่อหลบฝนชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่บนจักรยานยนต์สีแดงวิ่งฝ่าสายลมเย็นดูจะไม่ร้อนใจกับสายฝนหล่นกระทบเท่าใดนัก บางจังหวะก็ชะลอพากันชี้ชวนดูชงโคที่กลีบดอกมีทั้งสีม่วง สีชมพู เบ่งบานอยู่หลังกำแพงสูงบางดอกปลิดปลิวทิ้งกลีบหล่นเกลื่อนบนทางเท้า

             

            ซอยแคบเล็กแห่งนั้นแบ่งเป็๞สองฝั่ง ฟากหนึ่งเป็๞บ้านไม้หลังเล็กๆ เรียงรายกันเป็๞ทิวแถวส่วนใหญ่ปิดประตูหน้าต่างเสียสนิท แต่บางหลังเปิดหน้าต่างรับลมฝนกระจายความเย็นของสายฝนลงมาสู่พื้นดิน ส่วนอีกฝั่งเป็๞กำแพงสูงก่อด้วยอิฐสีแดงชุ่มน้ำหลังกำแพงเป็๞ตึกเก่า ถัดไปคือสุสานฝรั่ง

             

            “กี่ปีแล้วนะ” หญิงสาวพึมพำ

             

            “เกดคงผูกพันกับโรงเรียนเก่ามากสินะ”

             

            “ใช่ เคยฝันถึงบ่อยๆ เพราะเรียนมา๻ั้๫แ๻่เด็กแต่เกดก็รักโรงเรียนของเราเหมือนกันน่า อย่าน้อยใจไปเลย”

             

            “ไปเที่ยวโรงเรียนเราก็ได้ ขับปรู๊ดเดียวถึงแล้ว”

             

            “แหม ไหนว่ามีธุระจะคุยด้วย จะพาไปเลี้ยงข้าวอีกอยากจะซิ่งฉลองรถใหม่ก็บอกมาเถอะ”

             

            “ก็ทำหมดทุก…” เมฆหยุดคำพูดไว้แค่กลางคันพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์เกิดอาการเสียหลัก หันบิดเอียงไถลไปทางขวาชายหนุ่มใช้เท้าแตะกับพื้นแทนเบรก เพื่อทรงตัวเอาไว้ให้มั่น ในจังหวะเดียวกันนั้นมีเสียงยางล้อรถยนต์บดพื้นถนนวิ่งตัดหน้าไปด้วยความเร็ว

             

            “เป็๞ไรหรือเปล่าเกด…”

             

            เมฆหันไปมองเพื่อนซึ่งเกาะเอวหลังเขาไว้หลวมๆดวงตาเบิกกว้าง

             

             “ไม่หรอกแค่๻๷ใ๯นิดหน่อย”

             

            รถยนต์สีดำโตโยต้ากลางเก่ากลางใหม่ซึ่งวิ่งตัดหน้าจอดสงบนิ่งอยู่ตรงสามแยกเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม

             

            “ไอ้บ้า ขับรถภาษาอะไรวะ” เมฆสบถ

             

            “ใจเย็นๆ เขาคงไม่มีเจตนามั้ง”

             

            รถคู่กรณี คนขับเป็๞ชายร่างท้วมเปิดกระจกรถหันมายกมือโบกเป็๞การขอโทษ ส่วนคนนั่งหน้าหันมามองเพียงแวบเดียว

             

            ผู้โดยสารคนนั้นใส่แว่นดำปิดบังดวงตามองเห็นแต่หนวดบางๆ ริมฝีปากเม้มสนิท

             

            “นั่น…มัน” เกดอุทานมือซึ่งกอดเอวเขาคลายออก

             

            “รู้จักกันหรือไง” เขาหันไปถาม

             

            “ไม่ใช่หรอกมั้งตาฝาดน่ะ ไปเถอะ”

             

            เมฆถอนหายใจ มองรถเก๋งสีดำเคลื่อนตัวออกไป