หลายวันมานี้หลิวชิงฟงดูแปลกไป
จะว่าแปลกก็แปลกแต่จะว่าไม่แปลกก็ไม่แปลกเพราะเดิมทีหลิวชิงฟงก็พยายามหลีกเลี่ยงหลานเยว่เทียนอยู่แล้วแต่่นี้เขารู้สึกว่าหลิวชิงฟงจะหลีกเลี่ยงเขาหนักขึ้นหรือเปล่าเพราะแค่เจอหน้า.....
“แม่ทัพหลิว....”
“ข้าไม่ว่าง” แค่เอ่ยเรียกหลิวชิงฟงก็แทบจะปลีกตัวไปทันทีหลานเยว่เทียนถอนหายใจ
เอาเถอะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อีกฝ่ายหลบลี้หนีหน้าคงจะเริ่มเบื่อหน่ายที่ถูกเขายุแหย่ทุกวันจนไม่อยากจะเจอแล้วกระมัง
“แม่ทัพของพวกเ้านี่งานรัดตัวจริงๆ” หลานเยว่เทียนเท้าเอว ลี่ฮุ่ยซิ่วที่เพิ่งได้รับคำสั่งจากแม่ทัพใหญ่จึงเอ่ยขึ้น
“วันนี้แม่ทัพใหญ่สั่งให้ทุกคนพาสัตว์พิทักษ์ไปพักผ่อนเนื่องจากทำภารกิจมานานแม่ทัพใหญ่ก็ต้องพาสัตว์พิทักษ์ไปพักผ่อนเช่นกันแต่ท่านซิ่นหลิงนั้นต่างจากสัตว์พิทักษ์ทั่วไปจึงต้องพาไปยังสถานที่ที่พิเศษเพื่อพักผ่อนขอรับ” ท่านซิ่นหลิง? สัตว์พิทักษ์ของหลิวชิงฟงมีนามว่าซิ่นหลิงอย่างนั้นรึ
“ข้าเพิ่งเคยได้ยินนามสัตว์พิทักษ์ของแม่ทัพหลิวเป็ครั้งแรกนั่นสินะ ข้าพานั่วหมี่ไปเดินเล่นในป่าบ้างก็คงจะดี”
“แม่ทัพหลาน”
“ข้าไม่ได้เป็แม่ทัพแล้ว เมื่อไหร่พวกเ้าจะเลิกเรียกข้าเช่นนั้นเสียที”หลานเยว่เทียนกลอกตาระหว่างนั้นก็มองหานั่วหมี่ที่น่าจะวิ่งเล่นอยู่แถวนั้นเพื่อที่จะพาเข้าป่าไปเดินเล่นด้วยกัน
“ท่านเพิ่งเคยได้ยินนามของสัตว์พิทักษ์ของแม่ทัพใหญ่เป็ครั้งแรกจริงหรือขอรับ”
“ใช่ แม่ทัพหลิวไม่เคยเล่าเื่นี้ให้ข้าฟังน่ะ”เมื่อมองหานั่วหมี่ไม่เจอหลานเยว่เทียนจึงเป่าปากเพื่อเรียกหมาป่าผู้พิทักษ์ของตนไม่นานร่างสีขาวขนนุ่มนิ่มก็กระโจนเข้ามาหาหลานเยว่เทียนเต็มแรงก่อนที่ทั้งคู่จะล้มหงายตึงนั่วหมี่เลียใบหน้าของหลานเยว่เทียนประหนึ่งไม่ได้เจอกันหลายวันทั้งๆที่อยู่ด้วยกันตลอด
“นั่วหมี่ วันนี้เราไปเดินเล่นในป่ากันเถอะ” หลานเยว่เทียนลูบขนสีขาวตลอดทั้งตัวของหมาป่าผู้พิทักษ์นั่วหมี่ส่งเสียงอย่างอารมณ์ดีเพราะเดิมทีผืนป่าเหมาะที่จะเป็ที่วิ่งเล่นของหมาป่ามากกว่าภายในพรรคและ่นี้นั่วหมี่มักจะอยู่กับหลานเยว่เทียนไม่ออกไปไหนคงเกิดอาการเบื่อหน่ายเป็อย่างมาก
“เช่นนั้นท่านก็ไปพร้อมพวกข้าเถอะวันนี้เป็วันพักผ่อนของเทียนเช่อเช่นกันการจัดวางกำลังคุ้มกันฉางหวั่นก็ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ท่านไม่ต้องเป็ห่วงขอรับ”ลี่ฮุ่ยซิ่วบอกซึ่งหลานเยว่เทียนก็พยักหน้ารับรู้เช่นนั้นวันนี้ไปเดินเล่นกับทุกคนพร้อมทั้งร่ำสุราริมแม่น้ำคงจะดีไม่น้อย
“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ เวลาไม่คอยท่า ข้าจะอดร่ำสุรากับสหายเสียก่อน”ร่างโปร่งวางแผนการสำหรับวันนี้เสร็จก็ลงจากกำแพงไปหารองแม่ทัพของตัวเองลี่ฮุ่ยซิ่วมองตามไปจนลับสายตา
ท่านไม่ได้เพียงแค่คอยยุแหย่แม่ทัพหลิวจนเกิดความวุ่นวาย แต่ยังรวมไปถึงท่านซิ่นหลิงที่ท่านสร้างความปวดหัวให้จนโดนท่านซิ่นหลิงไล่ตะปมกรงเล็บใส่ตั้งหลายหนแต่วันนี้ท่านกลับบอกว่าเพิ่งเคยได้ยินนามของสัตว์พิทักษ์ของแม่ทัพใหญ่ที่ท่านพูดมันหมายความว่าอย่างไรกัน
เนื่องจากวันนี้เป็วันพักผ่อนของฉางหวั่นจึงไม่มีการฝึกหรือว่าปรับภูมิทัศน์แต่อย่างใดหลายคนก็เข้าไปในเมืองเพื่อเที่ยวชมจับจ่ายซื้อของ บางคนก็กลับไปหาลูกเมียที่อยู่เมืองข้างๆที่ใช้เวลาไม่นานแต่ส่วนใหญ่แล้วทุกคนจะพาสัตว์พิทักษ์ไปผ่อนคลายหรือว่าเที่ยวสนุกกันเสียมากกว่า เทียนเช่อที่มาทำหน้าที่คุ้มกันฉางหวั่นระหว่างปรับภูมิทัศน์ก็ได้รับวันหยุดพักผ่อนเช่นกันวันนี้พวกเขาเลยตกลงกันว่าจะไปล่าสัตว์ในป่าเพื่อหาเสบียงเพิ่มและให้บรรดาหมาป่าผู้พิทักษ์ของพวกเขาได้วิ่งเล่นด้วย
แต่เพราะเทียนเช่อยังต้องถูกจับตามองอยู่และยิ่งวันนี้มีหลานเยว่เทียนไปกับพวกเขาจึงต้องเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นดังนั้นแล้วกลุ่มที่จะเข้าป่าไปล่าสัตว์จึงต้องมีคนของฉางหวั่นไปด้วยหลานเยว่เทียนไม่ได้ว่าอะไรแต่พอเดินมาได้สักพักยังไม่ถึงครึ่งชั่วยามดีร่างโปร่งก็คล้ายว่าจะเหนื่อยเสียแล้ว
“แม่ทัพหลานเหนื่อยแล้วหรือขอรับ” ลี่ฮุ่ยซิ่วที่มากับกลุ่มล่าสัตว์เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าหลานเยว่เทียนเริ่มหอบหายใจถี่ขึ้นเพราะเหนื่อยเมื่อก่อนเขาไม่มีอาการเหนื่อยหอบง่ายเช่นนี้ออกรบทั้งวันทั้งคืนก็ไม่มีแม้แต่อาการเหนื่อยให้ได้เห็น
“พวกเ้าไปกันก่อนเถอะข้าพักตรงนี้สักเดี๋ยวแล้วจะตามพวกเ้าไป” หลานเยว่เทียนนั่งลงที่ใต้ร่มไม้แล้วบอกให้ทุกคนไปก่อนช่างเป็อดีตแม่ทัพที่อ่อนแออะไรเช่นนี้ เพิ่งเดินมาได้แปบเดียวเท่านั้นก็เหนื่อยหอบเช่นนี้แล้วรึ
“การล่าต้องใช้เวลา พวกเ้าไม่ต้องห่วงข้าหรอกข้าจะไปรอที่ริมแม่น้ำระหว่างที่พวกเ้าล่าก็แล้วกัน” หลานเยว่เทียนจำได้ว่าในป่ามีแม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านเขายังไม่เคยไปแต่ที่นั่นคงเหมาะสำหรับที่จะนั่งรอมากกว่ามานั่งอยู่ในป่าแบบนี้
“ข้ามีนั่วหมี่อยู่ด้วย พวกเ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก”เ้าข้าวเหนียวส่ายหางอย่างเห็นด้วยเขารู้ว่าลี่ฮุ่ยซิ่วจะสั่งคนให้อยู่กับเขา แต่เื่นั้นมันไม่ได้จำเป็เสียหน่อยอีกอย่าง ในป่าในเขาแบบนี้เขาไม่มีอารมณ์จะไปสืบหาอะไรนอกจากมาพักผ่อนรอร่ำสุรากับสหายหรอก
“เช่นนั้นโปรดระวังตัวด้วยพวกข้าใช้เวลาล่าไม่นานแล้วจะไปหาท่านที่นั่น”เนื่องจากตะวันเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นสูงแล้วพวกเขาจึงให้หลานเยว่เทียนไปรอที่ริมแม่น้ำก่อนหลังจากที่ทุกคนเดินลับหายไปหลานเยว่เทียนจึงลุกขึ้นยืน
“เอาล่ะนั่วหมี่เราไปแช่น้ำคล้ายร้อนเสียหน่อยดีหรือไม่แต่อย่างเ้าคงชอบดูอยู่บนฝั่งมากกว่ากระมัง” เดิมทีแล้วนั่วหมี่ไม่ค่อยชอบเล่นน้ำเท่าไหร่แต่ยามที่หลานเยว่เทียนไปอาบน้ำหรือว่าแช่ตัวนั่วหมี่ก็มักไปเฝ้าอยู่ใกล้ๆเขาเคยโยนนั่วหมี่ลงน้ำแล้วก็โดนงอนไปเสียตั้งหลายวัน
ทางไปแม่น้ำไม่ได้รกชันหรือว่าเดินลำบากนักเพียงไม่นานเขาก็มาถึงแม่น้ำสายเล็กที่รอบๆอุดมสมบูรณ์ทีเดียว มีพื้นที่ให้นั่วหมี่วิ่งเล่นจนพอใจซึ่งเ้าตัวก็ออกวิ่งไปรอบๆพื้นหญ้าที่โล่งเตียนที่อยู่ริมแม่น้ำหลานเยว่เทียนอมยิ้มเล็กน้อยจะว่าไปแล้วั้แ่จำความได้นั่วหมี่ก็อยู่กับหลานเยว่เทียนตลอดอายุคงจะพอๆกับหลานเยว่เทียนกระมัง
เมื่อเห็นว่านั่วหมี่พอใจเขาก็นั่งลงที่พื้นหญ้า ที่นี่สวยมากทีเดียวน่ามานั่งทำสมาธิเป็ไหนๆ แต่สำหรับฉางหวั่นแล้วการทำสมาธิไม่ค่อยจะจำเป็เท่าไหร่นานๆทีจะทำมากกว่า
หลานเยว่เทียนเอนกายลงนอนกับพื้นหญ้า สายลมอ่อนๆพัดโชยพัดเอากลิ่นอายของดอกไม้ลอยมาตามลมเขาหลับตา ปล่อยกายปล่อยใจให้สบาย สูดกลิ่นหอมอ่อนๆจากพื้นหญ้าไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ชื่นชอบธรรมชาติแบบนี้มากกว่านั่งอยู่ในห้องหรือเที่ยวในเมืองนั่วหมี่พอวิ่งเล่นได้สักพักก็ทิ้งตัวลงข้างๆเขาโดยเกยหัวโตๆไว้ที่หน้าท้องของหลานเยว่เทียนเขาลูบหัวนั่วหมี่อย่างเอ็นดู
อย่างไรเสียคงใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่ทุกคนจะกลับมาถือโอกาสพักสายตาสักหน่อยก็แล้วกัน
เสียงตวัดดาบแหวกอากาศดังขึ้นอย่างต่อเนื่องร่างสูงเคลื่อนไหวร่างกายตามกระบวนท่าของการต่อสู้ คู่ต่อสู้เป็ร่างสูงที่พอๆกันกับเขากำลังใช้มือเปล่าในการรับมือเมื่อกระบวนท่าสุดท้ายจบลงพวกเขาทั้งสองก็แยกจากกัน
“นานแค่ไหนแล้วที่เ้ากับข้าไม่ได้ประมือกันเช่นนี้”ร่างสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงพอใจหลิวชิงฟงมองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะเก็บดาบกลับที่เดิมพื้นที่รอบๆตัวพวกเขาถูกทำลายไปหลายส่วนหลังจากที่ถูกเขาฟันทิ้งไปหลายหน
“ข้าให้มาพักผ่อน” หลิวชิงฟงเอ่ยร่างที่ยืนเท้าเอวอยู่หัวเราะ
“ประมือกับเ้าก็นับว่าเป็การพักผ่อนเช่นกัน” ร่างสูงยืดตัวบิดี้เี สักพักก็ทิ้งตัวลงนอนที่พื้นทั้งอย่างนั้นเหมือนแมวที่เข้าสู่่นอนกลางวันทั้งๆที่เพิ่งจะเข้าสู่่สายเท่านั้น
เมื่อคู่ซ้อมทิ้งตัวลงนอนแล้วหลิวชิงฟงจึงนั่งลงปรับลมปราณของตัวเองใบหน้าหล่อเหลาสักพักก็ขมวดคิ้วสักพักก็นิ่งสนิทจนคนที่มองอยู่อดเอ่ยขึ้นมาเสียไม่ได้
“หายากที่จิตใจเ้าจะวอกแวกได้ถึงขนาดนี้” ร่างที่นอนอยู่เอาแขนเท้าศีรษะตัวเองไว้มองคนที่นั่งปรับลมปราณเดี๋ยวหน้าบึ้งเดี๋ยวขมวดคิ้ว
หลายวันมานี้หลิวชิงฟงเอาแต่ฝึกดาบ ทำสมาธิไม่ค่อยอยู่ที่พรรคอย่างที่ควรจะเป็ แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถามว่าสาเหตุของอาการบ้างานพวกนั้นมาจากที่ไหน
“ข้าได้ยินมาว่าเ้าลูกหมานั่นมาอยู่ที่ฉางหวั่นมิใช่ว่าตายไปแล้วหรอกรึ” หลิวชิงฟงลืมตาขึ้นมามองคนที่นอนเท้าศีรษะอย่างนึกเหนื่อยใจ พอมาอยู่ในร่างมนุษย์ก็พูดมากเสียจริง
“ยังไม่ตาย”
“แล้วมาทำอะไรที่ฉางหวั่นข้านึกว่าเ้าจะไล่เ้าลูกหมานั่นกลับั้แ่วันแรกแล้วเสียอีก”
“เป็ราชโองการขององค์จักรพรรดิเสร็จธุระเขาก็จะกลับไปเอง” ใบหน้าคมคายทำหน้าเหมือนจะถามว่าเป็อย่างนั้นหรอกรึสักพักก็ดีดตัวขึ้น
“ข้าได้กลิ่นเ้าลูกหมาด้วย ขอข้าตะปบกรงเล็บใส่เ้านั่นให้หายแค้นที่กล้ามาดึงหนวดของข้าเสียหน่อยเถอะ”ว่าเสร็จก็กลับคืนร่างเป็เสือดำตัวเขื่องแล้วพุ่งออกไปจากป่าหลิวชิงฟงจะเอ่ยห้ามก็ไม่ทันจึงได้ถือดาบกับโล่ของตัวเองเดินไปยังทิศทางที่เขาจับััได้ว่าร่างโปร่งอยู่
ต่อให้ไม่จับัั แต่กลิ่นหอมที่ลอยมาตามลมแบบนี้มีแค่อีกฝ่ายคนเดียวเท่านั้น
หลายวันมานี้หลิวชิงฟงรู้สึกผิดปกติรับรู้ได้ว่ากลิ่นหอมที่อยู่รอบๆตัวหลานเยว่เทียนคล้ายจะหอมมากขึ้นจนอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆแม้จะอยู่ไกลก็ยังััถึงกลิ่นหอมนั้นได้ บางทีร่างกายของหลานเยว่เทียนอาจมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากเกิดเื่วันนั้นแต่หลานเยว่เทียนก็ยังดูปกติดีแล้วก่อกวนเขาได้เหมือนอย่างเคย
ไม่ใช่แค่หลานเยว่เทียนที่เขารู้สึกผิดปกติตัวเขาเองก็รู้สึกผิดปกติมากเช่นกัน ยามที่ทำสมาธิก็มักจะไม่ค่อยนิ่งบางคราวก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้หลายหนที่เขารู้สึกเหมือนกำลังอดกลั้นกับบางอย่าง บางคราวก็เหมือนกำลังหงุดหงิดหลายวันมานี้เขาบีบถ้วยชาแตกไปหลายใบเพราะคุมตัวเองไม่ได้
เขาคงจะเหนื่อยมากเกินไป ถึงได้เป็เช่นนี้คงต้องขอให้ท่านหมอเทพช่วยตรวจดูอาการให้ว่าเขาไม่สบายที่ตรงไหนหรือเปล่า
ที่ที่จับััได้มาจากริมแม่น้ำในป่าแต่หลานเยว่เทียนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำตรงนั้นร่างโปร่งนอนนิ่งอยู่บนพื้นหญ้าโดยที่ข้างตัวมีร่างของหมาป่าผู้พิทักษ์นอนอยู่ด้วยหลิวชิงฟงหรี่ตา ร่างสูงดีดตัวขึ้นไปอยู่บนผิวน้ำสองหนก็เข้าประชิดตัวคนที่นอนอยู่อย่างรวดเร็ว
“เ้าทำอะไร” ดวงตาสีทองหันไปมองสัตว์พิทักษ์ที่เป็เสือดำจำเป็ต้องเอาคืนจนหมดสติเช่นนี้เลยรึ
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรมาถึงเ้าลูกหมานี่ก็นอนอยู่แบบนี้แล้ว” ซิ่นหลิงจำแลงกายเป็มนุษย์แล้วกอดอกตัวเองหลิวชิงฟงประคองคนที่นอนอยู่ขึ้นมา หลานเยว่เทียนหลับสนิทไม่มีวี่แววจะตื่นขึ้นมาแต่อย่างใด
ยังไม่ถึง่นอนกลางวัน หลับลึกถึงเพียงนี้เชียว
“เ้าไม่ได้ทำจริงๆรึ”
“เ้านี่ ข้าแค่ตีปลุกให้ตื่นแต่ก็ยังนอนนิ่ง ปล่อยให้ถูกเสือคาบไปกินนั่นแหละดีแล้วเ้าลูกหมานี่น่ะ”ถ้าหากยังนอนนิ่งเงียบอยู่แบบนี้คงได้ถูกเสือคาบไปกินจริงๆแล้วสัตว์พิทักษ์ก็ยังหลับเป็ตายด้วยกันเสียนี่ ทั้งที่ควรจะคอยปกป้องผู้เป็นายแท้ๆ
แม้จะยังเป็่สายแต่แดดเริ่มจะแรง ครั้นจะปลุกให้ตื่นก็ไร้ผลหลิวชิงฟงจึงค่อยๆช้อนตัวคนหลับขึ้นอุ้มแล้วมองสัตว์พิทักษ์ขนสีขาวที่ยังนอนอยู่ซิ่นหลิงที่ยืนเท้าเอวจึงหิ้วหมาป่าสีขาวเดินตามมาด้วยกันที่ใต้ร่มไม้วันนี้ทั้งฉางหวั่นและเทียนเช่อต่างหยุดพักผ่อนและออกล่าสัตว์แต่ที่หลานเยว่เทียนมาอยู่ตรงนี้ก็แปลว่าเขามากับกลุ่มล่าสัตว์แต่เพราะเหนื่อยจึงมาพักอยู่ที่นี่แล้วเผลอหลับไป
เตือนหลายหนแล้วว่าป่าแห่งนี้อันตรายแต่ก็ไม่เคยได้รับการเชื่อฟังสักหน ยังคงแอบเข้ามาในป่าตามใจ ไม่รู้ว่าสมุนไพรในป่านี้มันน่าสนใจอะไรนักหนาถึงกับต้องเสี่ยงเข้ามาบ่อยๆ
“เ้าเป็คนปลิดชีพเ้าลูกหมานี่ด้วยตัวเองแต่เ้านี่ยังรอดมาได้ดวงแข็งไม่เบาเลยนี่” ร่างสูงโยนร่างหมาป่าผู้พิทักษ์ลงพื้นอย่างไม่ไยดีนักมันครางหงิงๆเล็กน้อยก่อนจะนิ่งไป หลิวชิงฟงวางคนที่หลับอยู่ให้พิงกับต้นไม้ใหญ่ก่อนหันมามองซิ่นหลิงนิ่งๆไม่นานก็ลากตัวซิ่นหลิงไปที่ริมแม่น้ำก่อนจะโยนลงไป
“หลิวชิงฟง!!”
“ตัวสกปรก” หลิวชิงฟงเอ่ยแค่นั้นแล้วเดินกลับมานั่งใต้ร่มไม้ซิ่นหลิงพอถูกจับโยนลงไปในน้ำก็คืนร่างเป็เสือดำแล้วลอยคออยู่ในน้ำเหมือนจะประท้วงการกระทำของหลิวชิงฟงแต่ร่างสูงไม่ได้สนใจดวงตาสีทองจับจ้องไปยังคนที่นอนอยู่เล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปเกลี่ยเส้นผมที่ระใบหน้าออก
ดูเหมือนจะผอมลงอีกแล้วกระมัง
นับั้แ่ที่หลานเยว่เทียนมาอยู่ที่ฉางหวั่นก็คล้ายว่าเขาจะผอมลงเรื่อยๆทั้งที่อาหารการกินก็ถูกจัดเตรียมอย่างดีและสองสามวันจะมีไข้อ่อนๆหนหนึ่ง โชคดีหน่อยก็สิบวันถึงจะมีไข้บางวันก็หลับไม่ตื่นไปทั้งวันจนน่าห่วงท่านหมอเทพก็คอยมาดูอาการอยู่เรื่อยๆแล้วบอกว่ามันคืออาการปกติของหลานเยว่เทียนแต่ก็บอกเอาไว้ว่าคอยดูแลให้ดีและดื่มยาสมุนไพรอย่าได้ขาด แต่สำหรับหลิวชิงฟงเขาคิดว่าที่หลานเยว่เทียนป่วยบ่อยเพราะไม่ยอมอยู่นิ่งๆพักผ่อนแล้วเอาแต่เที่ยวออกไปข้างนอกเสียมากกว่า
เสียงดังตูมตามยังดังมาจากแม่น้ำเพราะซิ่นหลิงกำลังะโไปมาและคอยพ่นน้ำอยู่ไม่หยุดร่างสูงแค่ส่ายหน้าเล็กน้อย ทั้งที่อยู่มานานยิ่งกว่าเขาแต่นิสัยยังเหมือนเด็กไม่มีเปลี่ยน
สายลมที่พัดผ่านหอบเอากลิ่นหอมของธรรมชาติมาวนเวียนอยู่รอบๆตัวพวกเขาหลิวชิงฟงเอนตัวพิงต้นไม้ใหญ่ อย่างไรเสียวันนี้คือวันพักผ่อนที่พรรคก็วางกำลังคุ้มกันเอาไว้แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
เวลาดำเนินไปได้ไม่นานนัก กลุ่มคนที่ออกล่าสัตว์ก็มุ่งตรงมายังริมแม่น้ำที่หลานเยว่เทียนบอกว่าจะมาพักรอพวกเขารองแม่ทัพลี่ฮุ่ยซิ่วนำขบวนล่าสัตว์มายังริมแม่น้ำก่อนจะยกมือสั่งทุกคนให้เงียบเสียงลง
“เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ” ลี่ฮุ่ยซิ่วมองภาพตรงหน้าใต้ร่มไม้ใหญ่มีสองร่างที่กำลังนอนหลับอิงแอบกันอยู่ แม่ทัพใหญ่ในชุดเกราะสีดำเอนตัวพิงต้นไม้โดยที่ข้างๆเขามีร่างในชุดสีม่วงที่กำลังหลับอยู่เช่นกันทั้งสองร่างนอนอิงแอบกันภายใต้สายลมที่กำลังพัดเย็นสบายเหล่าขบวนล่าสัตว์ที่เห็นภาพนั้นก็เข้าใจว่าทำไมรองแม่ทัพลี่ฮุ่ยซิ่วถึงได้สั่งให้เงียบเสียงลง
ไม่มีใครอยากทำลายภาพอันงดงามของสองแม่ทัพในตอนนี้ลงอีกทั้งพวกเขารู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งคู่แม้ว่าแม่ทัพหลิวจะไม่ได้มองในมุมมองนั้นก็ตาม
แต่อีกไม่นานคงหันมามองในมุมมองเดียวกันกับพวกเขาและคนข้างตัวของเขา
“เตรียมการให้เงียบเสียหน่อย หลังเตรียมการเสร็จค่อยปลุกแม่ทัพอีกที”ทั้งหมดพยักหน้ารับคำก่อนจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไรแล้ววันนี้ก็เป็วันหยุด พวกเขาจะสังสรรค์วันหยุดกันที่นี่ย่างเนื้อร่ำสุราเล่นดนตรี ผลัดคนไปเฝ้าเวรยามที่พรรคด้วย
รองแม่ทัพฟานหลิงเหอตามมาสมทบด้วยเวลาที่ไล่เลี่ยกันเขาไปเจอสมุนไพรน่าสนใจมาจึงตั้งใจจะนำมันไปมอบให้กับท่านแม่ทัพของตนแต่รองแม่ทัพลี่ฮุ่ยซิ่วรั้งตัวเขาเอาไว้เสียก่อน
“รองแม่ทัพลี่มีอะไรรึ?” ทำไมทุกคนดูเงียบผิดปกติเกิดเื่อันใดขึ้น
“มากับข้าสักเดี๋ยว” รองแม่ทัพทั้งสองเดินไปจนเกือบถึงริมแม่น้ำก่อนจะหยุดเมื่อเกือบถึงต้นไม้ต้นหนึ่งลี่ฮุ่ยซิ่วชี้ไปยังใต้ร่มไม้ใหญ่ที่มีแม่ทัพของพวกเขาพักผ่อนอยู่ฟานหลิงเหอจึงพยักหน้าเข้าใจ ที่ทุกคนเงียบไปไม่ใช่เพราะว่ามีเื่อะไรแต่เพราะแม่ทัพของพวกเขากำลังพักผ่อน...อยู่ด้วยกัน!
“จริงรึ” ฟานหลิงเหอยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่นักเท่าที่ดูแล้วต้องมีใครสักคนเป็คนหลับก่อนเป็แน่มิเช่นนั้นคงอยู่ด้วยกันแบบนี้ไม่ได้ ฟานหลิงเหอมองลี่ฮุ่ยซิ่ว
“นานๆทีเป็เช่นนี้ก็ดีมิใช่รึเราต่างก็รู้ว่าแม่ทัพหลานรู้สึกอย่างไรอย่างน้อยให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกันสักนิดก็ยังดี” ทั้งสองมองไปยังสองแม่ทัพที่อยู่ไม่ไกลฟานหลิงเหอก้มหน้า
ในตอนนี้ ความรู้สึกของแม่ทัพหลานจะยังเป็เช่นเดิมอยู่หรือไม่ที่ทำอยู่ทุกวันมันอาจเป็แค่ความเคยชินก็เป็ได้
“เมื่อเช้ามีเื่น่าแปลกใจเกิดขึ้นแม่ทัพหลานบอกว่าเพิ่งเคยได้ยินนามของท่านซิ่นหลิงที่เป็สัตว์พิทักษ์ของแม่ทัพใหญ่เป็ครั้งแรกทั้งๆที่ปกติแล้วแม่ทัพหลานแกล้งท่านซิ่นหลิงบ่อยกว่าแม่ทัพใหญ่เสียอีก” ลี่ฮุ่ยซิ่วเล่าเื่เมื่อเช้าให้ฟานหลิงเหอฟังรองแม่ทัพหนุ่มมองแม่ทัพของตน เขาถามเื่นี้กับอสรพิษเหมาฉาแล้ว คำตอบที่ได้คือ
“ถ้าหากเ้าถูกคนที่รักมากที่สุดลงดาบด้วยมือของเขาเองเ้ายังจะอยากจดจำเขาอยู่หรือไม่ล่ะ”
ที่อสรพิษเหมาฉาพูดก็มิใช่ว่าเป็ไปไม่ได้แต่แม่ทัพหลานนั้นมีความรู้สึกที่มั่นคงและความรู้สึกเ่าั้ก็หยั่งรากลึกถึงจิตใจเขาจะสามารถลืมแม่ทัพหลิวไปได้จริงๆอย่างนั้นหรือ
หรือว่าในวันนั้น จิตใจของแม่ทัพหลาน ได้แหลกสลายไปจนหมดแล้ว
“แม่ทัพหลานอาจจะลืมเพราะไม่ได้เจอกันมานานมากกระมัง”
“แล้วข้ารู้สึกว่าแม่ทัพหลานดูแปลกไปเขายังทำตัวเป็ปกติแต่ข้ากลับมองว่าแม่ทัพหลานไม่เหมือนเดิม ราวกับข้ากำลังมองเห็นระยะห่างที่เพิ่มมากขึ้นจากเมื่อก่อน” สมแล้วที่เป็รองแม่ทัพที่คอยออกหน้าแทนแม่ทัพหลิวอยู่เสมอแต่เื่ที่ว่าหลานเยว่เทียนจดจำแม่ทัพหลิวไม่ได้นั้นฟานหลิงเหอคงยากที่จะเอ่ยปากบอกใคร
ข้าได้แต่หวังว่าแม่ทัพหลานจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ข้ารู้ว่าท่านเ็ปและเหนื่อยที่จะไล่ตามคนผู้นั้นแต่ข้าเชื่อ ว่าอีกไม่นาน แม่ทัพหลิวจะต้องตอบรับความรู้สึกของท่าน
แม้จะมีคนเป็ห่วงเื่ความทรงจำของหลานเยว่เทียนแต่เ้าตัวไม่ได้เป็เดือดเป็ร้อนเลยสักนิด ยังคงยึดถือสิ่งที่หลานเยว่เทียนคนก่อนฝากฝังเอาไว้ว่าให้ดูแลหลิวชิงฟงแม้จะกังขาเื่ที่ว่าตัวเองไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับหลิวชิงฟง เขาก็จะยังคงคอยดูแลหลิวชิงฟงต่อไป
งานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองวันหยุดเริ่มขึ้นเมื่อแม่ทัพทั้งสองตื่นจากการพักผ่อนแล้วผู้ที่ตื่นก่อนคือแม่ทัพหลิวชิงฟงเพราะเขาได้กลิ่นหอมๆที่อยู่ใกล้ตัวจนรู้สึกว่าใกล้มากเกินไปจึงลืมตาขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าหลานเยว่เทียนนั้นเอนศีรษะพิงไหล่เขาเอาไว้ เมื่อมองไปรอบๆทุกคนต่างก็กำลังตระเตรียมอาหารและงานรื่นเริงไม่มีใครสนใจพวกเขาหรือในความเป็จริงคือลี่ฮุ่ยซิ่วสั่งว่าห้ามสนใจพวกเขาต่างหาก
หลิวชิงฟงค่อยๆประคองหัวทุยๆของอีกคนให้พิงต้นไม้ก่อนจะลุกขึ้นมองสัตว์พิทักษ์ของตัวเองที่ย้ายร่างโตๆไปนอนทับตักของหลานเยว่เทียนเหมือนจะให้หนักจนตายเขาลุกขึ้นยืนไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะบอกคนไปปลุกหลานเยว่เทียนเพราะเขานอนมากเกินไปแล้วร่างโปร่งถึงได้ตื่นไปล้างหน้าล้างตาแล้วมาสังสรรค์กับทุกคน
หลานเยว่เทียนได้รับการเอาใจใส่จากทุกคนทั้งอาหารทั้งสุราต่างยื่นให้ไม่หยุดแม่ทัพหนุ่มขึ้นชื่อเื่ดวลเหล้ามาแต่ไหนแต่ไรแม้ว่าจะถูกท่านหมอเทพสั่งห้ามเอาไว้ว่าห้ามดื่มสุราก็ตามทีจนครึ่งค่อนคืนผ่านไปงานเลี้ยงถึงได้เลิกรา หลานเยว่เทียนสำราญกับการร่ำสุรากับสหายแล้วยังได้สมุนไพรดีๆที่ฟานหลิงเหอเก็บมาให้อย่างไม่ต้องเหนื่อยแรงวันนี้ก็ถือว่าเต็มที่ทั้งวันแล้ว
เพราะหลานเยว่เทียนร่ำสุราไปไม่น้อยประกอบกับร้องรำทำเพลงกับลูกน้องไม่หยุดหลิวชิงฟงจึงคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ออกไปไหนจึงได้สั่งลูกน้องให้ไปพักให้คนติดตามหลานเยว่เทียนไว้สักสองคนก็พอวันนี้ยังนอนมากผิดปกติคงไม่ออกไปไหนสักระยะ
แต่รุ่งเช้ามาเยือน ร่างสูงถึงได้รู้ว่าเขาประมาทหลานเยว่เทียนเกินไป
แม่ทัพใหญ่กำลังนั่งกุมขมับอย่างนึกเหนื่อยใจเอกสารบนโต๊ะทำงานแม้จะยังอยู่บนโต๊ะอย่างครบถ้วนแต่เพราะความเร่งรีบของคนที่แอบเข้ามาเมื่อคืนถึงได้เรียงหน้าเอกสารผิดทำให้เขาจับได้ว่ามีคนแอบเข้ามาแล้วคนที่แอบเข้ามาก็ไม่ใช่ศัตรูที่ไหน คนที่จะแอบเข้ามาในห้องทำงานของแม่ทัพได้ก็มีแต่แม่ทัพด้วยกันเท่านั้น
จะเป็ใครไปได้ถ้าไม่ใช่หลานเยว่เทียน
รวมทั้งรายงานที่เพิ่งได้รับเมื่อสักครู่ด้วย
“อยู่ไกลเป็ร้อยลี้ ยังแอบไปได้” ร่างสูงพึมพำรายงานที่ได้รับหลานเยว่เทียนแอบออกไปยังเมืองที่เขียนเอาไว้ในเอกสารสืบหาอาวุธและพิษที่เขาได้รับมาตอนที่หลานเยว่เทียนถูกลอบสังหารหนแรกแต่เขาไม่ได้บอกเื่นี้กับอีกฝ่ายเพราะมันจะกลายเป็ว่าฉางหวั่นกำลังให้ความช่วยหลานเยว่เทียนอยู่
“ให้ส่งคนไปตามหรือไม่ขอรับ” ตามตอนนี้คงคว้าได้แต่อากาศหลานเยว่เทียนต้องไหวตัวทันแล้วตรงกลับมาที่ฉางหวั่นพร้อมทั้งทำหน้าตาใสซื่อว่าตัวเองไม่เคยออกไปข้างนอกมาก่อนเหมือนอย่างทุกที
หลิวชิงฟงมองเอกสาร จากที่สืบหาพอรู้แล้วว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้างแล้วยังเป็คนที่ยังมีชีวิตอยู่เสียด้วยคงจะปล่อยให้หลานเยว่เทียนคว้าโอกาสงามๆเช่นนี้ไปคนเดียวไม่ได้
“ข้าไปเอง” หลิวชิงฟงลุกขึ้นยืนลี่ฮุ่ยซิ่วมองแม่ทัพของตัวเองเหมือนจะถามว่าจะไปด้วยตัวเองจริงๆหรือ
“คัดเลือกคนมากับข้าห้าคน เ้าก็ต้องไปกับข้าด้วย”ร่างสูงมองรองแม่ทัพของตัวเองที่ตอนแรกจะให้อยู่ที่พรรครักษาการแทนแต่เื่นี้เขาไม่ถนัดนัก ให้รองแม่ทัพไปช่วยคงจะราบรื่นกว่า
“ขอรับแม่ทัพใหญ่” ลี่ฮุ่ยซิ่วรับคำสั่งก่อนจะไปจัดเตรียมคนเพื่อเดินทางไปพร้อมกับแม่ทัพใหญ่หลิวชิงฟงเดินเข้าไปในห้องที่มีฉากกั้นเอาไว้ก่อนจะกวาดสายตามองชุดมากมายที่เรียงรายอยู่
เ้าคงจะจำไม่ได้ด้วยเช่นกันว่าชุดเหล่านี้ล้วนแต่เป็เ้าที่นำมามอบให้ข้า
ดวงตาสีทองมองชุดมากมายที่ถูกแขวนเอาไว้ ทุกชุดล้วนตัดอย่างประณีตและเป็ผ้าเนื้อดีแต่เขาไม่เคยหยิบมันออกมาสวมเลยสักครั้ง
เห็นแก่ที่ต้องออกไปทำภารกิจ สวมชุดพวกนี้เสียหน่อยคงไม่เป็อะไร
หลังจากเลือกชุดและผลัดเปลี่ยนเรียบร้อยหลิวชิงฟงก็มารวมตัวกับทุกคน เขาสั่งคนที่ติดตามไปกับเขาเปลี่ยนเป็ชุดธรรมดาเพื่อให้ง่ายต่อการทำภารกิจในภารกิจนี้แม้จะไม่ได้ไปพาตัวหลานเยว่เทียนกลับโดยตรงแต่อย่างไรเสียก็ต้องเจออีกฝ่ายที่นั่น
หลิวชิงฟงแจกแจงภารกิจซึ่งมันไม่ได้ซับซ้อนนักแค่จับตัวคนผู้หนึ่งมาสอบสวนให้ได้ก็พอส่วนสถานที่นั้น.....
“หอนางโลมหรือขอรับ” หลิวชิงฟงพยักหน้าคนผู้นั้นเท่าที่สืบมาหาตัวง่ายหากไปที่หอนางโลมเพราะอย่างนั้นหลิวชิงฟงจึงต้องพารองแม่ทัพไปด้วย
และหลานเยว่เทียนก็ต้องอยู่ที่นั่นเช่นกันแม้ว่าเขาจะไม่ได้เขียนเื่นี้ไว้ในรายงาน แต่คนอย่างหลานเยว่เทียนต้องรู้เื่นี้ได้ภายในไม่กี่ชั่วยามแน่
“ออกเดินทางก่อนจะมืดค่ำเสียก่อน” ขบวนทำภารกิจเริ่มควบม้าออกจากฉางหวั่นมุ่งตรงไปยังเมืองที่อยู่ห่างออกไปร้อยลี้ร่างสูงมองตรงไปยังเส้นทางข้างหน้าพร้อมกับในใจก็คิดถึงเื่หลังจากนี้
หอนางโลม ข้าอยากจะรู้จริงๆว่าจะเจอเ้าในที่แบบนั้น.....ในสภาพแบบไหน