พ่อเลี้ยงขา... รักหนูได้ไหมคะ

    การปะทะที่ไม่มีใครชนะ 2/3

     

    สิ้นประโยคอันแสนใจร้ายนั้น ใบหลิวก็หลุบตาลงมองมือตัวเองที่กำแน่นอยู่บนตัก และนั่งนิ่งอยู่ท่านั้นไม่ขยับตัวแม้แต่นิดเดียว ขณะที่กรกนกนอนพิงพนักโซฟาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและสับสน

     

    ไม่มีใครเอ่ยอะไรขึ้นมาอีก บรรยากาศหนักอึ้งเสียจนสองแม่ลูกทนอยู่ในห้องเดียวกันแทบไม่ได้

     

    ห้องนั่งเล่นเงียบจนน่าอึดอัด ใบหลิวทำท่าจะขอตัวอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่กล้า กระทั่งผ่านไปพักใหญ่ เสียงเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นและดับลงตามด้วยเสียงฝีเท้าของคนมาใหม่ที่เปิดประตูเข้ามาอย่างไม่รู้เ๹ื่๪๫รู้ราวภายในเวลาไม่ถึงห้านาที

     

    “อ้าว มานั่งทำอะไรกันตรงนี้ครับ”

     

    เรวัตเอ่ยทักตามปกติโดยไม่ทันสังเกตสีหน้าสองแม่ลูก

     

    กรกนกเจอตัวต้นเหตุของเ๹ื่๪๫ก็ไม่ลังเลที่จะเปิดอกคุยให้มันจบ ๆ ไป

     

    “กลับมาพอดีเลยค่ะ” น้ำเสียงเย็นเยียบของกรกนกทำให้เรวัตชะงักมือที่กำลังหยิบรองเท้าใส่เข้าตู้ลง เขาไม่ชอบน้ำเสียงของเธอเลย แต่ให้มาอารมณ์เสียใส่เพราะเ๹ื่๪๫แค่นี้ก็ไม่ใช่นิสัยของเขาเหมือนกัน

     

    หนุ่มใหญ่คิดพลางถอนหายใจก่อนหันไปมองหน้าคนเป็๞ภรรยา

     

    “มีอะไรรึเปล่า”

     

    “มีสิ” กรกนกลุกพรวดจากโซฟา ดวงตาแดงระเรื่อจ้องเขม็งไปที่สามี “ฉันถามอะไรหน่อย”

     

    เรวัตขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

     

    “เ๹ื่๪๫อะไร”

     

    “ผู้หญิงคนนั้นเป็๞ใคร”

     

    คำถามสั้น ๆ ที่ทำเอาเรวัตนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะเหลือบมองใบหลิวแวบหนึ่งโดยไม่สามารถห้ามตัวเองได้ทัน และการกระทำนั้นก็ไม่รอดพ้นสายตาของคนที่จ้องมองอยู่ตลอดไปได้

     

    หนุ่มใหญ่ดึงสายตากลับมาทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะหยันจากคนเป็๞ภรรยา “ผู้หญิงคนไหน”

     

    “ยังจะทำเป็๞ไม่รู้เ๹ื่๪๫อีกเหรอ”

     

    เรวัตยืนอึ้งมองกรกนกสลับกับใบหลิวที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาด้วยความร้อนใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงได้...

     

    “คิดว่าฉันโง่มากรึไง ถึงจะดูไม่ออกว่า๰่๭๫นี้คุณเปลี่ยนไป”

     

    “ผมไม่เข้าใจ”

     

    ความคิดของเขาถูกขัดจังหวะ เรวัตรู้ทันทีว่าบางอย่างกำลังจะบานปลายกว่าที่คิดเอาไว้ หนุ่มใหญ่หลับตาลงครู่หนึ่งแล้วสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมสติ ดูเหมือนว่าเธอก็แค่ระแคะระคายเท่านั้น แต่ไม่ได้รู้ความจริงทั้งหมด เพราะถ้ารู้คงไม่เอาแต่คาดคั้นเอาคำตอบจากเขาอยู่แบบนี้ต้องชี้หน้าด่าเราสองคน

     

    และใบหลิวก็ไม่มีทางอยู่ในสภาพดีไร้รอยขีดข่วน จะยังไงก็แล้วแต่ใบหลิวไม่ควรอยู่ตรงนี้

     

    “หนู... ขึ้นห้องไปก่อนไป” น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง “เดี๋ยวป๊าคุยกับแม่เขาเอง”

     

    ใบหลิวลังเล ดวงตากลมโตมองคนเป็๞แม่กับพ่อเลี้ยงสลับกันอย่างตัดสินใจไม่ถูก

     

    “ไปเถอะ” เรวัตย้ำอีกครั้ง

     

    เอาเถอะอยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี บางทีถ้าเธอไม่อยู่ตรงนี้ป๊าอาจจัดการอะไรง่ายขึ้นก็ได้ หญิงสาวคิดพลางขยับตัวจะลุกขึ้นจากโซฟา แต่ยังไม่ทันจะได้ยืนให้เต็มความสูง เสียงของคนเป็๞แม่ก็ดังแทรกขึ้นมา

     

    “นั่งลง!” น้ำเสียงเฉียบขาดของกรกนกไม่ได้ทำให้ใบหลิว๻๷ใ๯กลัว เธอชะงัก “ใครบอกให้ไป”

     

    กรกนกหันมามองลูกสาว ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ

     

    “ทำไม... ป๊าพูดคำเดียวก็รีบทำตามเลยเหรอ”

     

    “...”

     

    “เมื่อกี้แม่ถามดี ๆ ทำไมไม่ตอบ เชื่อฟังป๊ามากกว่าแม่อีกเหรอ”

     

    ใบหลิวเม้มปากแน่น “ไม่ใช่อย่างนั้น”

     

    กรกนกหัวเราะเบา ๆ ออกมาด้วยความเ๯็๢ป๭๨ “รู้ทุกอย่างอยู่แล้วสินะ รู้แต่ก็เลือกจะปิดบังแม่”

     

    “แม่...” เอาอีกแล้วแม่เอาความโกรธมาลงที่เธออีกแล้ว ป๊าก็ยืนอยู่ตรงนั้นแท้ ๆ แต่เธอกลับเป็๞คนที่ถูกระบายอารมณ์ใส่ มือเล็กกำเข้าหากันแน่น ใบหลิวก้มหน้าลง ไม่อาจหาเสียงตัวเองได้อีก

     

    “แม่ไว้ใจทั้งคู่... แต่สุดท้ายกลับกลายเป็๞ว่าแม่เป็๞คนเดียวที่ไม่รู้เ๹ื่๪๫อะไรเลย”

     

    เรวัตก้าวแทรกเข้ามาทันที “พอทีเถอะ จะโทษอะไรก็โทษผมนี่ ใส่อารมณ์กับลูกทำไม!”

     

    “ไม่เกี่ยวงั้นเหรอ เด็กคนนี้! เด็กคนนี้มันปิดบังฉันแล้วรู้เห็นเป็๞ใจไปกับคุณ!” กรกนกชี้หน้าลูกสาวที่ตอนนี้หน้าซีดเผือด

     

    “รู้เห็นเป็๞ใจรึเปล่าผมไม่รู้” น้ำเสียงของเรวัตแข็งขึ้น “แต่นี่มันเป็๞ปัญหาของเราสองคน อย่าเอาแต่โทษคนอื่น เลิกทำแบบนี้สักที!”

     

    กรกนกนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

     

    “ไม่มีปัญหาก็ไม่เคยจะหันมามองลูกสักครั้ง คุณเป็๞แบบนี้ตลอดไม่เคยเปลี่ยนเลย... จะเสียลูกไปอยู่แล้วก็ไม่รู้ตัวอีก!”

     

    “ป๊า...” ใบหลิวพยายามฝืนแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว เสียงสั่นเครือดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองคนเป็๞แม่ด้วยสายตาตัดพ้อ

     

    ความน้อยใจที่สั่งสมมานานพลันปะทุออกมา

     

    “... แม่จำวันเกิดหนูไม่ได้ ไม่รู้ว่าหนูชอบสีอะไร” แค่เริ่มเธอก็สะอื้นจนพูดแทบไม่เป็๞คำ

     

    “อีกไม่กี่เดือนหนูก็ต้องออกจากบ้านไปเรียนมหาลัยแล้วแม่รู้รึยังว่าหนูได้ที่เรียนต่อที่ไหน แล้วกว่าจะได้ทุนเรียนที่นี่หนูต้องพยายามเท่าไร ต้องนอนดึกกี่คืน”

     

    ระหว่างที่พูดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ก็ไหลลงมา

     

    “หนูไปเรียนมหาลัยแล้วอาจจะยุ่งจนไม่ได้กลับมา... ถ้าแม่ใส่ใจสักนิดแล้วรู้ว่าครั้งก่อนการไปเที่ยวตอนปิดเทอมสำคัญกับหนูแค่ไหน มันอาจเป็๞ครั้งสุดท้ายของเรา แต่แม่ก็ยังมองข้ามมันไปแล้วเลือกเฝ้าน้องซ้อมฟุตบอลแทนทั้งที่จะให้ป๊าทำหน้าที่นั้นก็ได้ น้องก็ลูกป๊าเหมือนกัน แต่หนูมีแม่แค่คนเดียวนะคะ!”

     

    กรกนกนิ่งงัน ริมฝีปากสั่นไหวเล็กน้อย

     

    “นะ นั่นมันไม่เกี่ยวอะไรกับเ๹ื่๪๫นี้สักหน่อย”

     

    “แล้วปัญหาของแม่กับป๊าหนูเกี่ยวอะไรด้วย!” ที่จริงก็เกี่ยวนั่นแหละ... แต่แล้วยังไงล่ะทั้งหมดนี่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการกระทำของแม่หรอกเหรอ

     

    ตอนโดนทิ้งครั้งแรกเธออายุแค่สิบขวบเองนะ

     

    หากเธอกับป๊าเลว... แม่ก็ไม่ใช่คนดี ไม่ใช่นางเอกในเ๹ื่๪๫นี้เหมือนกัน

     

    “หรือถ้าป๊ามีคนอื่นจริง ๆ แล้วหนูช่วยปิดไว้แล้วมันผิดตรงไหน หนูก็แค่ไม่อยากผลักไสคนคนเดียวที่ยื่นมือมาหาในวันที่หนูไม่เหลือใครสักคนเท่านั้นเอง”

     

    “ถ้าทั้งหมดนี้ทำให้แม่รู้สึกว่าหนูทรยศ รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม... หนูก็ขอโทษค่ะ แต่ขอให้รู้เอาไว้ว่าหนูก็รู้สึกแบบนั้นมาตลอดเหมือนกันนั่นแหละ”

     

    พูดจบใบหลิวก็หมุนตัววิ่งขึ้นชั้นบนไปโดยไม่ฟังอะไรอีก