แดนเทพตงเสิ้ง (ทวีปของทวยเทพแห่งทิศบูรพา) ถูกแบ่งออกเป็ทวีปสามพันอาณาจักร์!
แต่ละอาณาจักร จะมีชาว์พิทักษ์ปกป้องอยู่ทุกอาณาจักรเฉกเช่น ฮ่าวเทียน เพื่อคอยปัดเป่าความชั่วร้าย
อาณาจักรบูรพาเย่วอู่ เป็หนึ่งในสามพันของอาณาจักร์
ณ ราตรีหนึ่ง เมืองหลวงของอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ ภายในพระราชวังหลวงอันโอ่อ่า หากมองลึกลงไปจะมองเห็นตำหนักของนางสนมซีเฟย หลังจากสิ้นสุดการตัดสินเนรเทศ อู่ อวึ้ ออกจากอาณาจักร เหล่าเสนาบดี และ ข้าราชบริพาร ต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน
บัดนี้ทั้งตำหนักมืดมิด แสงสว่างเพียงอย่างเดียวที่สามารถมองเห็นได้ ส่องสว่างมาจากเปลวเทียน ที่ถูกจุดไว้เพียงเล่มเดียวเท่านั้น แม้แสงเทียนจะริบหรี่เพียงไหน แต่ก็ยังสามารถแสดงให้เห็นถึงเงาตะคุ่ม ๆ เงาหนึ่ง
เงานั้นดูราวกับว่า มันกำลังร่ายรำอยู่ภายในห้อง หากลองสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าเงานั้นเป็ของสตรีนางหนึ่ง ซึ่งดูราวกับปีศาจร้ายยามค่ำคืน
บัดนี้สนมซีเฟย ได้สวมใส่อาภรณ์เป็ที่เรียบร้อยแล้ว นางยังคงมีใบหน้าอันเย้ายวนเช่นเคย สีหน้าของนางไร้ซึ่งร่องรอย ของความโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ก่อนหน้า แต่เวลานี้มันกลับฉายแววของความอำมหิตโเี้ หากมองลึกลงไปภายในแววตาคู่สวยของนาง จะเห็นประกายตาแห่งความตื่นเต้น อันเปี่ยมล้นไปด้วยความปีติยินดีอย่างยิ่ง
“ข้าคงต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวันนี้!” ซีเฟยกล่าว ขณะที่นางคุกเข่าหมอบก้มคำนับอยู่บนพื้น
“เขาเป็ศิษย์ของข้า แค่งานเล็ก ๆ น้อย สำหรับชาว์ผู้ซึ่งอยู่ในวิถีแห่งเต๋า การขับไล่รัชทายาทเพียงแค่นี้ ถือเป็แค่เื่แค่เล็กน้อยเท่านั้น เอาล่ะ...เื่นี้ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึงมันอีก มาพูดเื่ของวันพรุ่งนี้จะดีกว่า เ้าจงป่าวประกาศถ้อยคำของข้าออกไปว่า ข้าจะแต่งตั้งหยวนฮ่าวขึ้นเป็ฮ่องเต้องค์ใหม่”
แท้จริงแล้วภายในตำหนักของสนมซีเฟย มีนางอยู่เพียงลำพังผู้เดียวเท่านั้น เสียงอันอ่อนเยาว์ ไร้ซึ่งความแยแสของ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ลอยตามมากับสายลมอันแ่เบา!
หยวนฮ่าวเป็บุตรคนโตของสนมซีเฟย
“โปรดน้อมรับคำขอบคุณจากข้าอีกครั้ง เสี่ยวซีจะปรนนิบัติต่อท่านเป็อย่างดี!” ร่างของซีเฟยสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น ดวงตาคู่สวยของนางฉายแววระยิบระยับออกมา
“แม้ว่าหยวนฮ่าว จะไม่เชี่ยวชาญในด้านวรยุทธ แต่ภายในกายของเขาก็ยังมีสายเื ของชาว์อย่างข้าไหลเวียนอยู่ ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้เขาสูญสิ้นหนทาง ข้าจะทำให้เขากลายเป็ฮ่องเต้ ... อาาาาา∼∼∼ มันช่างเป็ความคิดล้ำเลิศอะไรเช่นนี้!”
หากบทสนทนาของพวกเขาทั้งสอง เกิดแพร่งพราย หรือ เล็ดลอดออกไปล่ะก็ มันคงจะสร้างความสั่นะเืไปทั่วทั้งปฐี หากมีผู้ใดล่วงรู้ว่าหยวนฮ่าวเป็บุตรชาย ของฮ่าวเทียน ซ่างเซียน!
ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นน่าสับสนอลหม่านจริงๆ
“ท่านอาจารย์ ข้ายังไม่คลายกังวล ั้แ่เยาว์วัย อู่ อวี้ มักสร้างปาฏิหาริย์ เขามีพร์กระทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แม้ว่าบัดนี้เขาจะสูญเสียวรยุทธไปจนสิ้น และ โดนเนรเทศไปแล้วก็ตาม แต่ข้าก็ยังหวั่นใจ เกรงว่าเขาจะหวนกลับมาอีก!”
ภายใต้แสงเทียนสลัว ดวงตาของซีเฟยกลายเป็สีแดงของความกระหายเื นาง้าขจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นซาก อู่ อวี้ จะต้องตาย!
“เ้าไม่ต้องกังวล ข้าได้ส่งหว่านชิงไปลอบสังหารมันแล้ว เ้าแน่ใจได้เลยว่ายังไงมันก็ไม่มีทางที่จะรอดพ้นคืนนี้ไปอย่างแน่นอน”
“ท่านผู้าุโหว่านชิง!”
ซีเฟยร่างกายสั่นสะท้าน เพียงนางได้ยินชื่อของหว่านชิง นางก็มีทีท่า ... หวาดกลัวอย่างยิ่ง
ตามตำนานเล่าว่าภายในตำหนักนี้ได้มีอสรพิษั์หลบซ่อนอยู่ในเงามืด บางครามันจะออกมาจากสถานที่หลบซ่อนตัว เพื่อกลืนกินชีวิตผู้คน
...............
“กึ่ก กึก! กึ่ก กึก!
ถ้าฟังจากเสียงการสั่นะเืของรถม้า อู่ อวี้ ก็สามารถคาดเดาได้ทันทีว่า ขณะนี้เขากำลังอยู่ในเส้นทางของูเา
หลังจากที่เขากลืน “ผงพรากิญญา” ไปแล้ว เมื่อถึงยามราตรี เขาก็ััได้ว่าวรยุทธของตนสูญสลายไปจนสิ้นแล้ว
เพื่อให้วรยุทธบรรลุถึงระดับชั้นฟ้าขั้นที่ 5 หนึ่งจะต้องหลอมรวมกล้ามเนื้อทั้งหมด บดขยี้เส้นเอ็น ล้างกระดูก สร้างอวัยวะภายในขึ้นมาใหม่ และ เปลี่ยนถ่ายเืทั้งหมด หลังจากเปลี่ยนถ่ายเื อู่ อวี้ จะแข็งแกร่งเป็อย่างมาก เขาจะมีพละกำลังต่อสู้ม้าศึก 50 ตัว ได้ในคราเดียว ต่อให้ม้าศึกของศัตรูนั้นยอดเยี่ยมที่สุดในสนามรบ ก็ไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือของเขาไปได้!
แต่บัดนี้ ไม่ว่าจะเป็กล้ามเนื้อ เื เส้นเอ็น กระดูก อวัยวะภายในทั้งหมดของเขา ความแข็งแกร่งที่เคยมีในอดีตกลับสลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงร่างกายอันอ่อนแอ ไม่เหมาะแก่การฝึกยุทธ หรือ ต่อสู้อีกต่อไป
อู่ อวี้ พยายามเปิดตาอย่างสะลึมสะลือ เมื่อแสงแรกของตะวันยามเช้าสาดส่องเข้ามา ขณะที่มันยังไม่ลอยขึ้นไปบนฟากฟ้าอย่างสมบูรณ์ สภาพแวดล้อมโดยรอบยังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกมืดครึ้ม แต่เขาก็ยังเหลือบเห็นเค้าโครงลาง ๆ ของทหารคุ้มกัน
นักโทษกว่า 100 นาย ทหารเหล่านี้ได้รับมอบหมาย ให้ส่งตัวเขาไปยังพรมแดนของสนามรบอันห่างไกล
ผู้นำหน้าขบวนรถม้าขนนักโทษ และ เหล่าทหารกว่า 100 นาย คงจะเป็หัวหน้า เขาเป็บุรุษผู้มีผิวสีน้ำตาล มีลักษณะท่าทางไม่แยแสต่อสิ่งใด ถึงจะเป็เช่นนั้น แต่เขาก็คอยจับตาดู อู่ อวี้ อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้แน่ใจว่า อู่ อวี้ ไม่ได้คิดหลบหนี หรือ มีลูกไม้อะไรอีก
ขบวนรถม้ายังคงเคลื่อนตัวอย่างต่อเนื่อง ในอีกไม่ช้ามันจะเข้าถึงชายป่า แต่ทันใดนั้น มันก็เหมือนกับว่าเข้ามาในขุมนรก รถม้าส่ายไปมาอย่างรุนแรง!
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ เขารีบยกศีรษะขึ้น เพื่อมองว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ตอนนี้รถม้ากำลังอยู่ในเส้นทางที่คับแคบ และ เต็มไปด้วยหินน้อยใหญ่ ส่งผลให้รูปขบวนต้องกระจายออก อีกทั้งท้องฟ้ายามนี้มืดครึ้มไปด้วยหมอกหนาไม่โปร่งใสเท่าไหร่นัก ส่งผลให้ อู่ อวี้ ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางด้านหน้าได้
“กลิ่นสาบนี่มัน!”
กลิ่นสาบนี้ ยังคงอยู่ในความทรงจำของ อู่ อวี้ มันเป็กลิ่นสาบของปีศาจที่หลบซ่อนอยู่ใต้ตำหนัก มันจะออกมา เมื่อถึงเวลาล่าเหยื่อของมัน แน่นอนว่าเขาเคยต่อสู้กับปีศาจ และสามารถสังหารมันลงได้ในที่สุด เมื่อปีศาจพวกนี้ตายไป มันจะเผยร่างจริงออกมา ในครานั้นร่างแท้จริงของมันก็คือแมงมุม
“ปีศาจ!” มันจะต้องเป็ปีศาจ! ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด จะมีกลิ่นสาบเช่นนี้ได้!
"งู! งู!”
* อั่ค!!! อ๊ากก!!!!! *
เสียงกรีดร้องโหยหวน ของทหารที่อยู่ด้านหน้าดังระงมไปทั่ว ส่งผลให้ขบวนส่งตัวนักโทษ เกิดความโกลาหลขึ้นทันที
“มันก็แค่สัตว์ป่าเท่านั้น พวกเ้าไม่ต้องหวาดกลัวไป พี่น้องของข้า จงตามข้ามา ข้าจะพาพวกเ้าไปฆ่ามันเอง!” ผู้นำขบวนทหารกว่า 100 นาย ที่อยู่ด้านหน้าของ อู่ อวี้ กำลังร้องะโบอกเหล่าทหาร จากนั้นเขาก็ชูดาบกับโล่ขึ้น เพื่อเรียกทหารที่กำลังสับสนกับสถานการณ์ให้มารวมตัวกัน การกระทำของเขาทำให้สถานการณ์เริ่มสงบลง แต่ทว่าเสียงกรีดร้องนั้นยังคงดังระงมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแท้จริงแล้วสถานการณ์ในตอนนี้ พวกทหารเริ่มาเ็ล้มตายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
การเคลื่อนไหวของมันนั้นรวดเร็วมาก อู่ อวี้ รีบลุกขึ้นยืน ฉับพลันรูม่านตาของเขาก็ขยายกว้างขึ้นทันที ... จากนั้นเขาก็ได้เห็นมัน!
งูตัวนี้มีความยาวกว่าห้าสิบเซียะ ความกว้างของลำตัวมีขนาดเท่ากับลำต้นของต้นไม้ ลิ้นสองแฉกของมันยาวร่วมสามเซียะ พิษสีดำไหลย้อยลงมาจากปลายเคี้ยวอันแหลมคมของมัน หรือ พื้นดิน พิษของมันมีฤทธิ์กัดกร่อนต่อทุกสิ่งที่ัั ฤทธิ์กัดกร่อนของมันช่างรุนแรง เมื่อพิษหยดกระทบลงบนโขดหิน มันจะสร้างรอยหลุมเล็ก ๆ จำนวนมากไว้เื้ั
กลิ่นอายปีศาจแผ่กระจายออกมาอย่างรุนแรง กลิ่นอายพิษของมันลอยแทรกซึมมากับอากาศ และ กระแสลม สิ่งที่น่าหวาดกลัวยิ่งไปกว่านั้นก็คือ กลิ่นอายที่แทรกซึมมานี้สามารถกัดกร่อนิัของมนุษย์ได้
* แคว๊กกกก! *
* ฉั๊วะ!!! ฉึ่ก!!! *
ทหารถูกสังหารอย่างโเี้ พวกเขาต่างใช้หอกดาบเฉือนตัดชิ้นส่วนร่างกายที่โดนไอพิษกัดกร่อนทันที แต่มันก็ไร้ผล! การดิ้นรนของพวกเขานั้นไร้ผลอย่างสิ้นเชิง การกระทำเ่าั้กลับกลายเป็การไปขยายาแให้เปิดกว้างมากกว่าเดิม ส่งผลให้พวกเขาได้าเ็มากยิ่งขึ้น! ซึ่งตรงกันข้ามกับงูปีศาจ มันพัฒนาสติปัญญาเยี่ยงมนุษย์ มันสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วฉับไวจนไร้ที่ติ ทันใดนั้น! อสรพิษร้ายพุ่งตัวเข้าใส่กลุ่มทหารหมายฉีกกระชากร่างกายของพวกเขา ให้แหลกเป็เสี่ยง ๆ เพียงชั่วไม่กี่อึดใจ ทหารกว่า 100 นาย บ้างก็ถูกกิน บ้างก็ตาย บ้างก็ถูกหางของงูปีศาจ ฉีกกระชากร่างกายเสียจนไม่เหลือชิ้นดี
“วิ่งงงง วิ่งงงงง!!”
ออกไปจากนรกบนดินนี่เสีย!
แม้แต่ทหารกว่า 100 นาย ยังถูกมันกินจนตายแทบไม่เหลือ!
เวลานี้เหลือทหารเพียงแค่ 15 นายเท่านั้น พวกเขาต่างปลด อาวุธของตนเอง เพื่อหลบหนีให้เร็วที่สุด ส่วนทหารคนอื่นยังคงถูกงูปีศาจโจมตี มันทิ้งไว้เพียงเศษซากชิ้นส่วนร่างกาย ที่มันฉีกร่างกายพวกเขาออกเป็ชิ้น ๆ บนพื้นดินเจิ่งนองไปด้วยเืสีแดงสด และ ชิ้นส่วนร่างกายอันไร้ิญญาของพวกเขา
“มันเล็งมาทางข้า”
อู่ อวี้ สังเกตเห็นว่า แม้งูตัวนี้มันจะโจมตี หรือ เข่นฆ่าพวกทหารอย่างบ้าคลั่ง แต่มันก็มักเบนความสนใจมาทางเขาเสมอ
และ แน่นอนว่ามันจะต้องไม่ไล่ตาม พวกทหารที่วิ่งหลบหนีไป เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของมันก็คือ อู่ อวี้
ภายในอาณาจักรมนุษย์ นอกจากมนุษย์แล้วยังมีชาว์ ผู้ที่ถูกส่งตัวลงมาจาก์ เพื่อลงทัณฑ์ และ เข่นฆ่าพวกคนบาป
ภายในอาณาจักรมนุษย์ ยังมีสัตว์อสูรที่คอยดูดซับแก่นแท้ของ์ และ ปฐี จากนั้นพวกมันก็พัฒนากลายเป็ปีศาจร้ายคอยระรานผู้คน อสรพิษตัวนี้จะต้องเป็หนึ่งในพวกมัน ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันอาศัยอยู่บนโลกมาเป็เวลาช้านานแล้ว
เมื่องูั์เริ่มเลื้อยเข้ามาใกล้ กลิ่นสาบของมันพุ่งเข้าใส่จมูกเขาอย่างรุนแรง กลิ่นเหม็นของมันน่าสะอิดสะเอียนอย่างน่าเหลือเชื่อ จนอู่อวี้แทบจะอาเจียนออกมา
“ฟ่อ!”
ทันใดนั้น ปีศาจงูก็กลายร่างเป็มนุษย์ อู่ อวี้ แทบจะไม่เชื่อสายตาของตนเองว่ามันจะเกิดขึ้นจริง!
งูเขียวตัวใหญ่ ค่อย ๆ หดตัวลง เนื้อ และ เกล็ดของมัน ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง แล้วในท้ายที่สุดมันก็เป็สตรีนางหนึ่ง สวมใส่ชุดคลุมสีเขียวอ่อนปรากฏตัวต่อหน้าต่อตาของเขา ผมของมันยาวสยาย แต่ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ใบหน้าเรียวยาว คางแหลม ดวงตาเชิดขึ้น และ คมกริบ แม้ว่าร่างกายของมันจะดูบอบบางอ้อนแอ้น แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามของอิสตรี ปีศาจร้ายในคราบมนุษย์ยังคงปล่อยกลิ่นอายที่น่าสยดสยองออกมา
“หว่าน ชิง!”
อู่ อวี้ จำนางได้ในทันทีั้แ่แรกเห็น นั่นเพราะนางเป็ลูกศิษย์ของ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เขามักเห็นนางอยู่ข้างกายของฮ่าวเทียนอยู่บ่อยครั้ง เมื่ออู่อวี้รู้ความจริงที่ว่านางเป็ปีศาจ ร่างกายของเขาก็แทบสิ้นเรี่ยวแรง
“ผู้พิทักษ์ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน มีหน้าที่ปกป้องมวลมนุษย์ และ เข่นฆ่าปีศาจงั้นเรอะ! แม้แต่ข้าเองก็ยังไม่คาดคิด ว่าเขาจะชุบเลี้ยงปีศาจงูกินคนอย่างเ้า!”
“ภายในเมืองหลวงของอาณาจักรบูรพาเย่ว อู่ มีพลเมืองสูญหายไปกว่า 1,368 คน ทุกคนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ว่าจะพยายามค้นหาผู้ที่ลักพาตัวอย่างหนักสักแค่ไหน ก็ยากที่จะติดตามตัวมันมารับโทษทัณฑ์ได้ พลเมืองผู้บริสุทธิ์เ่าั้ ล้วนถูกใช้มาเป็อาหารให้แก่เ้า หว่าน ชิง!”
การที่ อู่ อวี้ ได้เห็นร่างแท้จริงของ หว่าน ชิง ทำให้เขาเข้าใจทุกอย่างได้ถ่องแท้ว่า การที่ฮ่าวเทียนซ่างเซียนปรารถนาให้เขาตายนั้น ก็เพื่อขจัดเสี้ยนหนามอย่างเขาออกไปให้สิ้นซาก
นางมารเลื้อยตัวขึ้นมาบนรถม้า มันปล่อยกลิ่นอายปีศาจอันน่าสยดสยอง กลิ่นอายปีศาจอันเข้มข้น เริ่มก่อรูปร่างเป็ฝ่ามือคู่มือหนึ่ง จากนั้นนางก็ใช้มันข่งเหง อู่ อวี้ ด้วยการลูบไล้ไปตามร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง
“ชะตาของเราทั้งสองต้องกันจริง ๆ ว่ามั้ย อู่ อวี้ โชคชะตาเหวี่ยงเราทั้งคู่ให้มาพบกันอีกคราจนได้” หว่าน ชิงกล่าว ขณะที่นางกำลังแลบลิ้นอันยาวเหยียดออกมา เพื่อเลียคราบเืที่ติดอยู่บนริมฝีปากนาง นางจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาสีเขียวมรกต ราวกับว่าเขาเป็ของว่างอันโอชะ ที่นางกำลังจะเขมือบเข้าไป
เมื่อนางมารสังเกตเห็นว่า เขายังคงสุขุม และ ไม่แยแส นางจึงฉีกยิ้มอย่างน่าสยดสยองออกมา พร้อมกับกล่าวว่า “วันนี้เป็วันตายของเ้า เ้าควรจะขอบคุณในน้ำใจของอาจารย์ข้าซะนะ เพราะตอนนี้เ้าจะได้ไปแม่น้ำหวางเหอ ไปอยู่กับพ่อของเ้าไงล่ะ! โถ ๆ ๆ ๆ เ้าคงยังไม่รู้สินะว่าข้าเป็คนสังหารเขาเอง รู้ว่ามั้ยว่าข้าต้องใช้เม็ดยา และ โอสถของท่านอาจารย์ สิ้นเปลืองไปมากแค่ไหน.”
“โอ้!”
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมท่านพ่อของข้า ถึงได้ร่างกายทรุดโทรม และ แก่ชราลงอย่างรวดเร็ว เพียงจากนั้นไม่นานพระองค์ก็สิ้นพระชนม์ด้วยเวลาเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น
ความเกลียดชังที่มีต่อฮ่าวเทียน และ ผู้เกี่ยวข้องในการร่วมปลิดชีพบิดาของเขา ทำให้เืภายในกายของเขาพลุ่งพล่าน ราวกับทะเลเดือดก็ไม่ปาน เขาทุบตีร่างกายของตนเอง เพื่อปลดปล่อยความเคียดแค้น และ ความอัดอั้นนี้ออกไป
“ฮ่าวเทียน สนมซีเฟย เ้าสองคนอำมหิตยิ่งนัก... อาาาา...ไม่น่าแปลกใจเลย”
แม้ท่านพ่อของเขาจะเป็ถึงองค์ฮ่องเต้ มีสนม และ บุตรธิดามากมาย ดังนั้นความรักที่ อู๋ อวี้ ได้รับย่อมได้อย่างจำกัด แต่ถึงอย่างไรท่านพ่อ ก็คือ ท่านพ่อ พระองค์ให้เขาเป็ผู้ครองบัลลังก์ นี่แหละคือความรัก!
“แต่น่าเสียดาย ที่เ้าไม่มีโอกาสได้ชำระหนี้แค้น เพื่อแสดงความกตัญญู.”
หว่านชิงไร้ซึ่งเมตตา
“จงตายซะเถอะ!”
นางกางฝ่ามือทั้งสองข้างออก หมายจะใช้มันบดขยี้ อู่ อวี้ มือทั้งสองข้างนี้มีน้ำหนักกว่า 10,000 ชั่ง! พลังของมันมากเพียงพอที่จะบดร่างขยี้ของ อู่ อวี้ ให้แหลกเป็ชิ้น ๆ!
“เ้าปีศาจ!”
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากท้องฟ้า ฉับพลันแสงสีทองอำพันได้ส่องประกายพาดผ่านลงมา
“เต๋าแห่ง์!”
ณ เวลานั้นเอง สีหน้าของนางมาร หว่าน ชิง ก็ซีดเผือดลงทันตา โดยไม่ต้องเอ่ยวาจาใดอีก นางมารรีบโกยเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิต ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ราวกับว่าลืมเื่ที่นางจะต้องปลิดชีพ อู่ อวี้ ไปจนหมดสิ้น หว่านชิงหนีหัวซุกหัวซุนจนมาถึงแม่น้ำหวางเหอ นางมารก็รีบะโลงไปในแม่น้ำ และ พยายามดำลึกลงไปให้มากสุดเท่าที่นางจะทำได้ เพื่อหลบซ่อนตัว
จนในที่สุดก็ดำมาถึง ระดับความลึกอันมืดมิด ร่างกายของนางมารสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว นางต้องหลบหนีเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไป!
ขณะ อู่ อวี้ กำลังเผชิญความตายอย่างเฉียดฉิว เขาก็ต้องตกตะลึงกับเหตุการณ์อันพลิกผันที่เกิดขึ้น
“ชะล้าง!”
ฉับพลันดวงตาของ อู่ อวี้ ก็เห็นภาพของนักพรตเต๋าผู้หนึ่ง กำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เขามีอายุรุ่นราววัยกลางคน รูปร่างผอมบาง ผมสีดำขลับกำลังโบกสะบัดไปตามกระแสลม เขามีรูปโฉมงดงาม หากมองลึกลงไปในแววตาชายผู้นี้ จะเห็นปราณกระบี่จำนวนมากกำลังกวัดแกว่งอยู่ ปราณกระบี่นับไม่ถ้วนหมุนวนเป็เกลียวคลื่นล้อมรอบกายของบุรุษผู้นี้ ส่งผลให้ฝุ่นละออง และ เศษดิน เศษหิน ในบริเวณใกล้เคียงเริ่มหมุนวนเป็เกลียวคลื่นไปเส้นทางของตามปราณกระบี่
“นังมารชั่ว ข้าจะไม่ยอมปล่อยมารร้ายอย่างเ้า ให้หลุดรอดเงื้อมมือไปได้ ข้าจะไม่ยอมให้เ้าไปสร้างเภทภัยแก่มวลมนุษย์ได้อีกเป็อันขาด!”
ความหวังของข้า!
อู่ อวี้ มองเห็นแสงแห่งความหวังสาดส่องลงมา!
เป็เพราะนางมารหว่านชิงแท้ ๆ ชาว์ถึงได้ลงมา! ข้าต้องรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้!
.................................................................................