ซูลั่วชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ายอมรับอย่างตรงไปตรงมา “หม่อมฉันชอบเขามากเพคะ โดยเฉพาะกลิ่นฟีโรโมนของเขา ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมอยู่เป็นเพื่อนเขาในช่วงเวลาอ่อนไหวหรอก แต่ว่าหม่อมฉัน...”
“แค่นั้นก็พอแล้ว หลังจากพ้นช่วงอ่อนไหวไป ซิงหลานก็จะกลับมามีเหตุผลขึ้น แต่เขาก็จะยังจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นได้ เอาเป็นว่าเหลือเวลาอีกไม่ถึงสองวัน ถึงตอนนั้นจะสานต่อความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา หรือจะยกเลิกการแต่งงาน พวกเธอก็ตัดสินใจกันเองแล้วกัน”
ซูลั่วไม่คิดเลยว่าองค์ราชินีผู้สูงศักดิ์จะทรงอ่อนโยนและคุยง่ายขนาดนี้
แล้วอีกอย่าง ฉู่ซิงหลานเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ไม่ใช่เหรอ? เรื่องแต่งงานของเขาจะทำกันง่าย ๆ แบบนี้ก็ได้เหรอ?
สือหลานมองออกถึงความสงสัยในใจของซูลั่ว พระองค์แย้มสรวลแล้วตรัสว่า “อย่างไรซิงหลานก็ไม่ต้องสืบทอดราชบัลลังก์ ตั้งแต่เด็กเขาก็ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง พอโตขึ้นมา มารดาเช่นเราก็แค่หวังให้เขามีสุขภาพแข็งแรงและปลอดภัย ไม่ได้ต้องการอะไรอีกแล้ว ดังนั้น...ลั่วลั่ว ให้โอกาสซิงหลานหน่อยนะ”
“...”
หลังจากวางสาย ซูลั่วเพิ่งสังเกตเห็นว่าชุดนักศึกษาที่ฉู่ซิงหลานสวมอยู่ เป็นแบบเดียวกับของเธอ คือชุดสำหรับนักศึกษาปีหนึ่ง
เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย “คุณได้ยศผู้บัญชาการแล้วไม่ใช่เหรอคะ? ยังต้องมาเรียนอีกเหรอ?”
ฉู่ซิงหลานกะพริบตาปริบ ๆ นัยน์ตาสีน้ำเงินไคลน์ของเขาส่องประกายเจิดจ้าเป็นพิเศษ “ก่อนหน้านี้ผมสอบติดมหาวิทยาลัยจักรวรรดิครับ แต่ยังไม่ทันได้เข้าเรียนสักวัน ก็ไปสอบจบการศึกษาเลย แล้วก็ผ่านฉลุย”
ซูลั่ว “...”
เก่งจริงนะพ่อคุณ!
จะว่าไป การอวดแบบเนียน ๆ แบบนี้มันน่าโมโหชะมัด คนอื่นอุตส่าห์พยายามแทบตายเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยจักรวรรดิ พอสอบติดแล้วก็ยังต้องตั้งใจเรียนและฝึกฝนอย่างหนัก
แต่ฉู่ซิงหลานกลับสอบติดแล้วไม่คิดจะมาเรียนด้วยซ้ำ แถมยังจบการศึกษาได้ในเสี้ยววินาที!
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังสามารถแหกกฎทุกข้อเพื่อมาเป็นเพื่อนร่วมห้องกับเธอได้อีก!
อภิสิทธิ์นี่มันน่ารังเกียจจริง ๆ!
หลังจากที่หลัวจี๋ นายทหารคนสนิททำภารกิจเสร็จสิ้น เขาก็ขอตัวจากไปอย่างสุภาพ ซูลั่วมองเจ้าจิ้งจอกที่กำลังพยายามดันเตียงเดี่ยวสองเตียงให้มาชิดกันเพื่อทำเป็นเตียงใหญ่ เส้นเลือดบนหน้าผากของเธอพลันเต้นตุบ ๆ “คุณทำอะไรน่ะ?”
ฉู่ซิงหลานมองซูลั่วด้วยสายตาไร้เดียงสา “ตอนกลางคืนผมอยากกอดลั่วลั่วนอนนี่ครับ”
“ไม่ได้!”
ฉู่ซิงหลาน “o(╥﹏╥)o”
พอเห็นน้ำตาเริ่มคลอหน่วยในดวงตาฉ่ำวาวคู่นั้น ซูลั่วก็รู้สึกจนมุม ในอกอึดอัดไปหมด
แม้แต่กลิ่นฟีโรโมนในอากาศก็ยังเจือไปด้วยความน้อยใจ
ตอนที่ใช้ช่วงเวลาอ่อนไหวร่วมกัน คนที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีแค่ฉู่ซิงหลานคนเดียวเสียหน่อย
ในที่สุดซูลั่วก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ช่างเถอะ อย่างไรก็แค่คืนเดียวเท่านั้น
พอถึงเย็นวันพรุ่งนี้ ฉู่ซิงหลานก็น่าจะกลับมาเป็นปกติแล้ว เขาคงไม่มาขอนอนกับเธออีก
หรือบางที เขาอาจจะไม่ได้อยู่ที่หอพักนี้แล้วด้วยซ้ำ
“จะย้ายก็ย้ายไปเถอะค่ะ”
“พี่สาวใจดีที่สุดเลย!”
ฉู่ซิงหลานออกแรงผลักเบา ๆ เตียงเดี่ยวทั้งสองเตียงก็เลื่อนมาชิดติดกัน
จะว่าไป บีสต์แมนระดับ SSS นี่มันแข็งแกร่งเกินไปจริง ๆ เตียงเดี่ยวที่หนักขนาดนั้น เขากลับจัดการได้อย่างง่ายดาย
หลังจากจัดเตียงเสร็จและนำเสื้อผ้าของตัวเองไปแขวนไว้ในตู้ข้าง ๆ เสื้อผ้าของซูลั่วแล้ว ฉู่ซิงหลานก็พูดขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย “พี่สาวครับ เราไปกินข้าวที่ภัตตาคารเว่ยยางเพื่อฉลองที่เราได้อยู่ด้วยกันเถอะ!”
“เรายังไม่ได้อยู่ด้วยกันจริง ๆ สักหน่อย”
“แต่ก็ต้องฉลองสิครับ! นะครับพี่สาว?”
ซูลั่วมองเด็กหนุ่มรูปงามตรงหน้า สุดท้ายก็ต้องย้ำกฎเหล็กสามข้อ “ไปกินข้าวด้วยกันได้ แต่ห้ามบอกคนอื่นเด็ดขาดว่าเราแต่งงานกัน”
อีกแค่วันเดียวก็จะต้องหย่ากันแล้ว ซูลั่วไม่อยากสร้างเรื่องวุ่นวายโดยไม่จำเป็น
เด็กหนุ่มหูจิ้งจอกทำหน้าน้อยใจอีกครั้ง แต่เพราะกลัวว่าซูลั่วจะโกรธ สุดท้ายจึงตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจ “ก็ได้ครับ”
“ถ้าไม่บอกว่าเราแต่งงานกัน แต่ต้องบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทกันนะครับ!”
“ตามใจคุณเลย”
เอาเถอะ พอเขากลับมาเป็นปกติ พวกเขาสองคนก็จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว
เมื่อซูลั่วและฉู่ซิงหลานปรากฏตัวพร้อมกันที่ภัตตาคารเว่ยยาง ก็ทำเอาผู้คนในภัตตาคารตกตะลึงกันถ้วนหน้า!
จินแอนนี่ตกใจจนช้อนในมือร่วง!
แม่เจ้าโว้ย ซูลั่วนี่มันสุดยอดจริง ๆ!
เมื่อวานเพิ่งถูกคู่หมั้นทิ้ง วันนี้ควงหนุ่มหน้าใสคนใหม่ที่หล่อกว่าเจียงเฉินมาเปิดตัวซะแล้ว?!
รวมถึงจินแอนนี่ด้วย ไม่มีใครจำองค์ชายเก้าได้เลย
เพราะรูปลักษณ์ของฉู่ซิงหลานในตอนนี้แตกต่างจากที่เคยเห็นในโลกออนไลน์อย่างสิ้นเชิง แถมปกติเขาก็ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะชนอยู่แล้ว
ทว่าฉู่ซิงหลานหล่อเกินไป แถมยังมีออร่าที่แข็งแกร่งจนยากที่จะไม่สนใจ!
นักศึกษาคนอื่นก็คิดเหมือนกัน
ดังนั้น พวกเขาจึงมองไปที่ซูลั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะพร้อมใจกันหันไปมองเจียงเฉินที่บังเอิญนั่งกินข้าวอยู่ในภัตตาคารด้วย!
พอเทียบกันแบบนี้แล้ว เจียงเฉินดูขี้เหร่ไปเลย!
เจียงเฉินเองก็เห็นท่าทีสนิทสนมของซูลั่วกับผู้ชายคนนั้นแล้วเช่นกัน เขาโกรธจนมือไม้สั่น เพื่อนร่วมห้องที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยังจะราดน้ำมันลงมาบนกองไฟซ้ำอีก
“อาเฉิน ไอ้หมอนั่นออร่าแรงมากเลยว่ะ หรือว่า...ระดับการกลายร่างของมันจะสูงกว่าแก?”
“ถ้าพูดไม่เป็นก็หุบปากไปเลย!”
เจียงเฉินสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วลุกขึ้นเดินตรงไปหาซูลั่ว “ซูลั่ว เธอรู้ว่าฉันกับเสี่ยวซีกำลังจะแต่งงานกัน ก็เลยจงใจพาผู้ชายคนอื่นมาเพื่อยั่วโมโหฉัน อยากให้ฉันเปลี่ยนใจกลับไปหาสินะ?”
คนรอบข้างพอได้ยินแบบนั้นก็เข้าใจทันที
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!
จินแอนนี่อึ้งไปหลายวินาที เธอจ้องซูลั่วอย่างขัดใจ “เป็นแบบนั้นจริง ๆ เหรอ? ซูลั่ว เธอนี่มันใจเสาะชะมัด! ถ่านไฟเก่ามีอะไรน่ากินนักหนา เด็กหนุ่มหล่อ ๆ ข้าง ๆ เธอนี่ เห็นชัด ๆ ว่าหล่อกว่าเจียงเฉินเป็นหมื่นปีแสงเลยนะ”
“ใช่ ๆ!” นักศึกษาหญิงคนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย
ช่วยไม่ได้ ทุกคนต่างก็เป็นพวกคลั่งรักคนหน้าตาดี เมื่อเทียบกับเด็กหนุ่มหน้าใสคนนี้แล้ว เจียงเฉินนับเป็นตัวอะไรกัน!
ซูลั่วมองเจียงเฉินอย่างงุนงง “ฉันจะกินข้าวกับเพื่อน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย?”
เจียงเฉินกัดฟันพูด “เธอไปมีเพื่อนผู้ชายที่...ที่ดูดีและสนิทกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่อง!”
“ทีนายเป็นคนสารเลวขนาดนี้ ฉันก็ไม่เห็นรู้เรื่องเหมือนกัน”
“เธอ!”
“พรืด!” จินแอนนี่ทนไม่ไหว หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
อืม สมแล้วที่เป็นคู่ปรับฉัน ไม่ได้กระจอกเกินไปนัก
แต่ทางฝั่งเจียงเฉินนั้น โกรธจนควันแทบออกหู!
สีหน้าของคนรอบข้างก็ไม่ต่างจากจินแอนนี่นัก ทำเอาเขาไม่กล้าพูดอะไรมาก สุดท้ายจึงได้แต่หันกลับไปจ้องซูลั่วอีกครั้ง
เจียงเฉินหยิบสมองกลขึ้นมาแล้วพูดกับซูลั่ว “ฉันส่งการ์ดเชิญงานแต่งงานไปให้เธอแล้วนะ อีกสองเดือนก็จะเป็นงานแต่งของฉันกับเสี่ยวซี ถึงตอนนั้นเธอต้องมาให้ได้ล่ะ!”
ซูลั่วขมวดคิ้ว
เจียงเฉินยกมุมปากขึ้นอย่างผู้มีชัย “ทำไม ไม่กล้ามาเหรอ? ถ้าไม่กล้ามา ก็แสดงว่าเธอยังตัดใจจากฉันไม่ได้!”
ซูลั่วเหลือบตามองเขา “ฉันก็แค่ไม่อยากเสียเงินใส่ซองน่ะ รู้สึกว่าการเอาเหรียญดวงดาวไปให้พวกนายมันน่าเสียดาย สู้เอาไปบริจาคให้เด็ก ๆ บนดาวรกร้างที่ไม่มีแม้แต่สารอาหารเหลวกินยังจะดีเสียกว่า”
“เธอ!”
ฝูงชนที่มุงดูอยู่ต่างก็ตื่นเต้นและกำลังคิดว่า สองคนนี้จะตีกันไหม?
พวกเขาไม่เห็นหรืออย่างไรว่าเจียงเฉินโกรธจนตัวสั่นไปหมดแล้ว!
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดนั้น ฉู่ซิงหลานที่สั่งอาหารเสร็จแล้วก็เดินกลับมาอยู่ข้าง ๆ ซูลั่ว
เขามองเจียงเฉินแล้วเอ่ยถามอย่างสงสัย “ลั่วลั่ว เจ้าลิงนี่เป็นใครน่ะ พี่รู้จักเหรอ?”
ร่างแปลงของเจียงเฉินคือวานร ซึ่งถือเป็นบีสต์แมนที่ฉลาดมาก แต่กลับถูกฉู่ซิงหลานเรียกว่าลิง ใบหน้าที่คล้ำอยู่แล้วของเขาจึงยิ่งดำทะมึนขึ้น!
ซูลั่วยกมุมปากขึ้น “ก็แค่คนไม่สำคัญน่ะ สั่งอาหารเสร็จแล้วเหรอคะ? ฉันหิวแล้ว”
“สั่งเสร็จแล้วครับลั่วลั่ว เราไปกินกันเถอะ”
ทั้งสองดูสนิทสนมกันมาก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เห็นว่าหนุ่มหล่อคนนั้นติดซูลั่วแจก็ชัดเจนแล้ว
ทุกคนเริ่มไม่เชื่อคำพูดของเจียงเฉินก่อนหน้านี้แล้ว ซูลั่วไม่ได้หาคนมาเป็นตัวแทนเพื่อยั่วโมโหเจียงเฉินหรอก
นี่มันคือการเตะเจียงเฉินทิ้ง แล้วเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ชัด ๆ!
เจียงเฉินเห็นทั้งสองกำลังจะหันหลังเดินจากไป เขาจึงรีบตะโกนใส่ฉู่ซิงหลานทันที “เฮ้! แกไม่รู้หรือไงว่าซูลั่วเป็นคู่หมั้นของฉัน!”