"พ่อมดขาวนั้นถูกส่งมาจากอาณาจักร พวกเขามาเพื่อจัดการปัญหาเื่ 'ความตายที่กลับมีชีวิต' ตอนนี้มันเริ่มออกอาละวาดในหลายพื้นที่ หากเป็แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ อาณาจักรหมีขาวแดนเหนือของพวกเราคงพังพินาศในเร็ววัน แต่ปัญหาตอนนี้ของพ่อมดขาวที่ถูกส่งมาจากอาณาจักรเพื่อแก้ปัญหานี้คือจำนวน พวกเขามีจำนวนไม่มาก นอกจากนั้นก็ไม่ใช่ผู้วิเศษที่แท้จริง ส่วนใหญ่เป็เพียงผู้วิเศษในระดับ 'นักวิจัย' มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็ผู้วิเศษที่แท้จริง ชื่อของเขาคือ 'ท่านอาจารย์จื่อซิ่ว' หรือเ้าจะเรียกท่านว่า 'ท่านอาจารย์หลิว' ก็ได้ "
"หัวหน้าพ่อมดขาวเป็ผู้หญิงงั้นเหรอท่านลุงเจีย"
"ใช่" เจียตัวพยักหน้า
เซี่ยซีหานคิดภาพพ่อมดขาวในสภาพผู้หญิงไม่ออกเลย
"แต่พวกเราไม่ได้พบกับท่านอาจารย์หลิวจื่อซิ่วหลอก ท่านมุ่งไปยังใจกลางของปัญหาพร้อมกองทัพของอาณาจักร ส่วนพวกเราคนในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว พวกเราจำเป็ต้องร่วมเดินทางกับเหล่าพ่อมดขาวฝึกหัด เพื่อแก้ปัญหาความตายที่กลับมีชีวิตในหมู่บ้านขนาดเล็กใกล้ๆ กับป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวทั้งหมด กำจัดสาเหตุของเหล่าความตายที่กลับมามีชีวิต... ถ้าไม่ร้ายแรงมาก พวกเราอาจจะใช้เวลาเพียงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็กลับป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวได้ แต่ถ้าปัญหาร้ายแรงหรือยืดเยื้อกว่าที่คิด พวกเราอาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือน"
พูดจบเจียตัวยื่นมือมาจับไหล่เซี่ยซีหาน
"ข้าเสนอชื่อเ้าในการเดินทางครั้งนี้กับข้าด้วย"
ใบหน้าเซี่ยซีหานมืดมน มันพึ่งคิดว่าจะได้กลับไปตีเหล็กและหลอมโลหะ ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวอันปลอดภัยอีกครั้ง หลังผ่านการฝึกโหดของเจียตัว แต่ตอนนี้มันกลับ...
'เอ็ง... เอ็ง... ไอ้หนวดเจียตัว เอ็งจะไม่ให้บิดาได้พักบ้างเหรอ นอกจากนั้น มันมีใครบ้างที่จะส่งเด็กอายุสิบสองเข้าสนามรบ เจียตัวหัวเอ็งมีปัญหารึเปล่า'
ในขณะที่เซี่ยซีหานเศร้าใจด่าว่าเจียตัวไม่หยุด ที่มักสร้างปัญหาให้มัน
ต่อมาเจียตัวก็เล่าถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ในปัจจุบัน 'ความตายที่กลับมีชีวิต' มีสตรีไร้บ้าน เด็กเล็กไร้บิดา คนชรามากมายถูกเผาตายทั้งเป็ในหมู่บ้าน เพราะเกรงว่าจะเป็ผู้ต้องคำสาป
อยู่ๆ น้ำตาเซี่ยซีหานก็ไหลออกมาจากตาข้างหนึ่ง มันไม่ได้เศร้าถึงเื่ที่เจียตัวเล่า
แต่มันสงสารตัวเอง ทำไมโชคชะตา่นี้ของมันถึงบัดซบอย่างนี้
เจียตัวเห็นน้ำตาเซี่ยซีหาน
มุมปากมันยิ้ม
'เ้าเด็กนี่... จิตใจของมันช่างเหมาะแก่การเป็นักบุญ เพียงแค่ได้ยินเื่ราวของเหล่าผู้อาภัพ มันก็เศร้าใจขนาดนี้แล้ว แต่ซีหานโลกใบนี้มันยังโหดร้ายได้มากกว่านี้อีก ข้าจำเป็ต้องขัดเกลาเ้า นี่จะเป็ประสบการณ์ที่ดีของเ้า ที่เ้าจะได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง'
เจียตัวเอามือตบไหลเซี่ยซีหานเบาๆ หลายครั้ง พร้อมพูดว่าข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจเ้า จิตใจเ้าช่างยิ่งใหญ่ซีหาน
เซี่ยซีหานออกจากภวังค์เพราะได้ยินคำพูดแปลกๆ ของเจียตัว
มันงงงัน 'เจียตัว ไอ้หนวดเอ็งเป็อะไร'
เจียตัวไม่พูดอะไรต่อมันมากนัก มันลุกขึ้นและจากไป แต่ก่อนจากไปเจียตัวหันกลับและพูดขึ้น
"พรุ่งนี้เมื่ออรุณขึ้นสองเทียนไขมอดดับ พวกเราจะออกจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวกัน ซีหานเ้าจงรีบนอน ข้าจะไม่กวนเ้าอีกแล้ว อย่าลืมเลือกอาวุธที่ถนัดมือไปด้วยละ" เจียตัวพูดแบบนี้ก็นึกขึ้นได้ว่า เซี่ยซีหานยังไม่มีอาวุธของตัวเองที่ถนัด "เ้าสามารถไปเอาที่คลังสรรพาวุธได้..." เจียตัวยิ้มและจากไป
...
วันใหม่หน้าป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว
นักรบและทหารมากฝีมือของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ยืนรวมกันประมาณห้าสิบกว่านาย โดยมีกลุ่มนักรบและทหารกลุ่มอื่นอีกราวสามสิบคน แต่ละคนจะมีเข็มกลัดรูปดาบติดที่หน้าอกกันหนึ่งถึงสองเล่มเป็ส่วนใหญ่
เจียตัวนายช่างใหญ่อยู่ด้านหน้าสุดกับนายป้อมปราการถางอี้ วันนี้เจียตัวแต่งตัวเต็มยศในฐานะนักรบ เข็มกลัดดาบสามเล่มติดที่อกอย่างชัดเจน ด้านหน้าของเจียตัวและนายป้อมถางอี้ ยังมีอีกสองบุรุษในชุดคลุมสีเทาขาวที่โดดเด่นเป็พิเศษ ชุดขาวของคนกลุ่มนี้ไม่เหมือนพ่อมดในความคิดของเซี่ยซีหาน มันราวกับทหารใส่เครื่องแบบสีขาวและชุดคลุมมากกว่า
!พรุ้งเพล้ง!พรุ้งเพล้ง เสียงเหล็กกระทบกันดังมาแต่ไกล มันเรียกความสนใจของทุกคนได้จริงๆ
เจียตัวที่ยืนอยู่ด้านหน้า มองไปตามเสียง
ก่อนจะใบหน้าแสดงความฉงนสนเท่ห์
"ลุงเจียข้ามาแล้ว" เซี่ยซีหานในชุดเกราะเหล็กหนักเต็มอัตราปรากฏตัว โดยมีกระเป๋าหนังใบใหญ่ที่ด้านหลัง ขวานเหล็กใหญ่หนึ่งอันถูกมัดกับเชือกเอาไว้ที่ด้านหน้าอีกหนึ่งด้าม สาเหตุที่เซี่ยซีหานไม่เอาขวานไว้ด้านหลัง นั่นเพราะกระเป๋าของมันใบใหญ่มาก หากเกิดเหตุการณ์คับขัน มันจะไม่มีทางหยิบขวานทันทีได้ ด้านหน้าละดีที่สุด
และทำไมเซี่ยซีหานถึงไม่ใช้อาวุธอย่างอื่น เช่นดาบ หอกหรือธนูอะไรพวกนี้... สาเหตุก็เพราะเจียตัวใช้ขวานคู่ต่อหน้ามัน เซี่ยซีหานได้รับแรงบันดาลใจจากการใช้ขวานของเจียตัว เซี่ยซีหานยังไม่ได้ฝึกใช้อาวุธใดเป็พิเศษ แต่ภาพจำของเจียตัวเวลาใช้ขวานทำให้มันสามารถประยุกต์ใช้ขวานได้ดีที่สุดหากเกิดเหตุการณ์ต่อสู้ขึ้น จริงๆ แล้วเวลานี้เซี่ยซีหานชำนาญการใช้หมัดดุ้นๆ มากที่สุด
เจียตัวในตอนแรกจำไม่ได้ว่า คนที่ใส่เกราะเหล็กหนักพะรุงพะรังนี่คือใคร และไม่ใช่แค่เจียตัว นายป้อมถางอี้ก็เช่นกัน
แต่ด้วยเสียงที่เยาว์วัยและท่าทางนอบน้อมอันเป็เอกลักษณ์ เพียงครู่สั้น ทั้งสองก็รู้ว่าเป็เซี่ยซีหาน
"ซีหานนี่เ้างั้นเหรอ"
"ใช่ข้าเองลุงเจีย นายท่านถางอี้" เซี่ยซีหานพูดไปพร้อมโค้งตัวนอบน้อมเหมือนเช่นเคย
นายป้อมถางอี้เห็นเซี่ยซีหานแบบนี้ก็หัวเราะ
"เจียตัวนี่หรือคือการที่เ้าเอามันไปฝึกตลอดหนึ่งเดือนงั้นเหรอ เมื่อฝึกเสร็จมันจึงมีสภาพเช่นนี้ ฮะฮาฮา"
เจียตัวเขินอาย เซี่ยซีหานราวกับมนุษย์ในกระดองเต่าเหล็ก เจียตัวให้มันไปเลือกของในคลังชิ้นใดมาใช้ก็ได้ แต่เจียตัวไม่คิด เซี่ยซีหานจะเลือกเกราะหนักเต็มอัตราศึกขนาดนี้
แถมเกราะหนักนั้นออกแบบมาเพื่อยอดนักรบร่างใหญ่ เซี่ยซีหานแม้จะมีส่วนสูงเทียบเท่าชายฉกรรจ์ แต่นั้นก็คือคนธรรมดาที่สูงราว 170 เิเ ไม่ใช้นักรบร่างใหญ่ที่สูง 190 ถึง 200 เิเ ที่เกราะหนักเต็มอัตราศึกออกแบบให้
มันจึงดูพะรุงพะรังยิ่ง
"ซีหานทำไมเ้าใส่เกราะหนักแบบนี้ ที่นี่คือแดนเหนืออันหนาวเหน็บนี่นะ เกราะหนักมีแต่จะเป็ภาระ เ้าควรใส่เกราะอ่อน"
"ลุงเจียท่านไม่ต้องกลัว ในเกราะหนักข้าใส่เกราะอ่อนสายโซ่ไว้สองชั้น"
ใบหน้าเจียตัวมืดมนเหมือนไม่เคยรู้จักเซี่ยซีหานมาก่อน
"ทำไมเ้าต้องใส่เกราะหลายชั้นแบบนี้" เสียงเจียตัวขรึมขึ้นเล็กน้อย ผู้คนรอบด้านหัวเราะดัง
แม้แต่พ่อมดขาวที่อยู่ใกล้ๆ ก็เช่นกัน
"ท่านลุงเจีย ข้าอ่อนแอและไม่เอาไหน ข้าจึงคิดว่าใส่พวกนี้ข้าจะปลอดภัย"
เจียตัวส่ายหน้า เ้าเด็กนี้ยังเด็กนัก มันไร้ประสบการณ์ เจียตัวเดินไปตรงหน้าจากนั้นก็จับเซี่ยซีหานถอดเกราะหนักออก ก่อนจะถอดเกราะอ่อนสายโซ่อีกชั้น
"เ้าควรใส่แค่นี้พอ บางพื้นที่เป็หิมะหนา แม่น้ำที่เป็น้ำแข็ง หากเกราะของเ้าหนักเกินไป...เ้าคิดดู หากเ้าจมน้ำที่ธารน้ำแข็งแตกร้าว เ้าจะว่ายขึ้นมาได้เหรอ"
"จริงด้วย" เซี่ยซีหานเอามือเข้าปาก ก่อนจะตัวสั่นเบาๆ เมื่อคิดถึงความผิดพลาดของตัวเอง
ทหารในป้อมต่างหัวเราะ เซี่ยซีหานมีชื่อในป้อมอยู่บ้าง ในฐานะนายช่างที่เยาว์วัยที่สุด ดังนั้น ผู้คนส่วนใหญ่จึงรู้จักและเอ็นดูมันไม่น้อย ส่วนหนึ่งเพราะมารยาทและความนอบน้อมของมัน
เซี่ยซีหานเกาศีรษะด้วยความเขินอาย