เกิดอะไรขึ้นเมื่อ6ปีก่อน
การพบกันครั้งแรก
ย้อนเวลาไปเมื่อหกปีก่อน ริวเด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายมาเข้าเรียนจากเมืองนอก กำลังนั่งกินข้าวแบบเหงาๆอยู่คนเดียวในโรงอาหารเพราะเป็เด็กใหม่ แถมเพิ่งย้ายมาจากเมืองนอก หน้าฝรั่งจึงไม่มีเพื่อนคนไหนกล้าเข้าไปคุยด้วย
แต่จู่ๆก็มีเด็กชายคนหนึ่งยกจานข้าวมานั่งตรงหน้าริวพร้อมกับกล่าวทักทาย
คิม: กู้ดมอนิ่ง ฮาวอายู
ริวมองคิมด้วยความงุนงง แต่ก็ตอบกลับไป
ริว: I’mfind thank.
คิม: มายเนมอีส คิม ว็อดยัวเนม
ริว: Myname is ริว how old are you?
คิม: ฮาโอนอายู คืออะไรว้ะ
(คิมพร่ำพรัมเบาๆ)
คิม: เอ่อ... ไอแอมฟาย
ด้วยความไม่รู้ภาษาคิมจึงตอบมั่วๆไป
ริว: ไม่ใช่ ฉันถามว่านายน่ะอายุเท่าไหร่ How old are you? นายต้องตอบว่าI’m 13 years old.
คิม: อ้าว พูดไทยได้ก็ไม่บอก
ริว: เราพูดไทยได้
คิม: โธ่ ปล่อยให้ท่องภาษาอังกฤษอยู่ตั้งนาย กว่าเราจะกล้าเข้ามาคุยกับนายได้เราต้องไปซ้อมพูดภาษาฝรั่งตั้งเกือบชั่วโมงนึงแหน่ะ
ริวหัวเราะ
ริว : จริงง่ะ ก็มีนายนี้แหล่ะที่กล้าเข้ามาเรียนกับเรา
คิม: จำเราได้ไหม เราอยู่ห้องเดียวกับนายนะ นั่งอยู่หลังสุดของห้องเลย
ริว: จำได้สิ เห็นอยู่ แต่ไม่ได้เข้าไปทัก
คิม: งั้น ตอนนี้เราก็รู้จักกันแล้ว นายเป็เพื่อนกับเรานะ
ริว: ได้สิ
หลังจากกินข้าวเสร็จทั้งสองก็ขึ้นไปเรียนพร้อมกัน
ในห้องเรียนขณะที่ริวกำลังอ่านหนังสืออยู่ ก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่กำลังเล่นสาดน้ำจากขวดพลาสติกใส่กันอยู่โต๊ะข้างๆจนน้ำกระเด็นมาถูกหนังสือริวจนเปียกคิมเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปช่วย
คิม: เชี้ย! เปียกหมดเลยพวกมึงเล่นกันระวังหน่อย หนังสือเพื่อนเปียกหมดแล้วเนี่ย
คิมะโบอกกลุ่มเพื่อนที่เล่นกันอยู่
เพื่อนที่เล่นสาดน้ำ: ขอโทษโว้ย
ริว: ไม่เป็ไรหรอก
จากนั้นคิมก็หยิบกระดาษทิชชู่ของตนออกมาเช็ดโต๊ะและหนังสือให้ริว
ริว: ขอบใจมากนะ
คิม: ไม่เป็ไร เออ ว่าแต่นายมีคู่ทำรายงานหรือยัง
ริว: ยังเลย
คิม: งั้นคู่กับเราไหม เราก็ยังไม่มีคู่พอดี
ริว: ได้
วันเวลาผ่านไปทั้งสองก็กลายเป็เพื่อนสนิทกันเพราะมีแค่คิมเท่านั้นที่กล้าเข้าไปพูดคุยกับริว การเรียกชื่อกันของทั้งสองจากเรากับนายก็เริ่มเปลี่ยนเป็กูกับมึง เพราะสนิทกันมากขึ้น
ณ โรงอาหาร
คิม: กินไรดีว้ะ
ริว: กินเฝอไหม
คิม: โอเค
ทั้งสองไปซื้ออาหารแล้วมานั่งกินที่โต๊ะริวสังเกตว่าคิมใช้ตะเกียบคีบเอาถั่วงอกออก
ริว: มึงไม่กินถั่วงอกหรอ
คิม: ไม่อ่ะ กูไม่ชอบ มันเหม็นเขียว
ริว: อ่อ
คิม: เออ มึง เสาร์นี้ส่งกูไปเจาะหูหน่อยได้ป่าว กูไม่กล้าไปเจาะคนเดียวอ่ะมึงไปเป็เพื่อนกูหน่อยได้ไหม
ริว: ได้ๆ มึงชอบเจาะหูหรอ
คิม: อืม กูอยากเจาะมานานล้ะอยากใส่ตุ้มหู มันเท่ดี
ริว: แล้วอาจาร์ยจะไม่ด่าหรอว้ะ
คิม: ก็อย่าให้จารย์เห็นดิ่
วันเสาร์ ณ ร้านเจาะหู
ริว: ตื่นเต้นว่ะ
คิม: ตื่นเต้นทำไมว้ะ กูเนี่ยคนเจาะไม่ใช่มึง
ริว: ก็กูกลัวนี้หว่ามึงไม่กลัวเจ็บบ้างหรอ
คิม: กลัวสิว้ะ
เมื่อช่างเจาะลงมือเจาะหูคิมก็จับมือริวแน่น เขาบีบมือริวอย่างแรงด้วยความเ็ปริวได้แต่หลับตาไม่กล้ามอง แต่ก็บีบมือคิมกลับเหมือนกันด้วยความกลัวแม้ตนจะไม่ได้เป็คนเจาะก็ตาม เมื่อเจาะเสร็จ ความกลัวก็หายไปคิมและริวเดินกลับบ้านด้วยกัน
ริว: เป็ไงบ้างว้ะ
คิม: ก็เจ็บนิดหน่อยอ่ะมึง แต่หลังๆปวดมากกว่า
ขณะที่ทั้งสองเดินผ่านบ้านหลังหนึ่งก็มีเสียงหมาเห่าดังขึ้น แต่จู่ๆเ้าหมาตัวนั้นก็วิ่งไล่คิมกับริว ทั้งสองใมากต่างคนต่างวิ่งหนีหมาสุดชีวิต คิมวิ่งะโลงคลองข้างถนน จนตัวเปียกไปหมดส่วนริวนั้นปีนขึ้นที่สูง เ้าหมายังไม่ยอมเลิกตามคิมจึงตัดสินใจถอดรองเท้าข้างหนึ่งของตัวเองแล้วเขวี้ยงไปอีกทางเพื่อล้อเ้าหมาให้ไปทางอื่น
หมาวิ่งตามรองเท้าไปโชคดีที่เ้าของหมาวิ่งตามมาเจอพอดี เขาจึงเรียกหมากลับเข้าบ้าน เมื่อหมาไปแล้วทั้งริวและคิมจึงออกมาจากที่ซ่อน
คิมวิ่งตามไปเก็บรองเท้าที่เปื้อนโคลนของเขาคืน
ริว: โห่ว.. รองเท้ามึงเยินหมดเลยหว่ะ
คิม: ไม่เป็ไรหรอก ชั่งมันเถอะ มันเยินแบบนี้ตั้งนานแล้ว
คิมจึงต้องกลับบ้านด้วยสภาพเปื้อนโคลน
วันจันทร์ เมื่อคิมมาถึงโรงเรียนพร้อมกับตุ้มหูสุดเท่
ริว: เห้ย เท่หว่ะ ไหนดูสิ
คิมโชว์หูให้ริวดูด้วยความภาคภูมิใจ
คิม: เป็ไง เท่ป่าว
ริว: ฮ่าๆๆๆ สุดยอดๆมึงไปซื้อตุ้มหูที่ไหนน่ะ
คิม: ตุ้มหูแถวตลาดอ่ะ คู่ละสิบบาท
ริว: อืม ก็เท่ดีนะแต่มึงอย่าให้อาจาร์ยเห็นก็แล้วกัน
กริ่งงงงง......(เสียงกริ่งโรงเรียน)
คิม: กริ่งโรงเรียนเรียกแล้ว ป๊ะ.. ไปเข้าแถวกัน
ขณะเข้าแถวเคารพธงชาติริวสังเกตว่าคิมใส่รองเท้าคู่เดิมที่เปื้อนโคลนมาโรงเรียน
ริว: ทำไมมึงยังใส่รองเท้าคู่เดิมมาอีกว้ะ
คิม: กูมีคู่นี้แหล่ะ คู่เดียว
ริว: ขาดขนาดนี้ ทำไมไม่ซื้อใหม่
คิม: กูไม่มีเงินซื้อคู่ใหม่หรอก
วันต่อมา ขณะพักเที่ยง ริวมาเข้าห้องน้ำเขาได้ยินเสียงคนกรนดังมาจากห้องน้ำข้างๆริวอยากรู้ว่าใครจึงปีนโถส้อมเพื่อส่องดูห้องข้างๆปรากฏว่าเป็คิมที่มาแอบงีบหลับอยู่ในห้องน้ำ ริวจึงนึกสนุกรีบออกไปซื้อน่องไก่ย่างแถวโรงเรียนจากนั้นก็ผูกเชือกไว้กับไก่แล้วกลับไปที่ห้องน้ำ ริวปีนโถส้วมแล้วหย่อนไก่ลงไปให้ใกล้บริเวณจมูกคิมที่กำลังหลับอยู่เมื่อคิมได้กลิ่นไก่ จึงตื่นขึ้นมา
คิม: เห้ย ไอ่ริว เล่นอะไรเนี่ย
ริว: ตื่นได้แล้วเพื่อนใกล้จะหมดคาบพักเที่ยงแล้ว
ริวหัวเราะชอบใจคิมจึงตื่นแล้วออกจากห้องน้ำเพื่อไปเรียนพร้อมริว เขาแย่งไก่จากริวแล้วเอามากิน ริวก็พยายามแย่งไก่คืนมากินเช่นกัน
ตอนเย็นหลังเลิกเรียนทั้งสองก็เดินกลับบ้านด้วยกันตามปกติ แต่วันนี้ริวพาคิมเดินไปเส้นทางอื่น
คิม: มึงจะไปไหนอ่ะ
ริว: มึงตามกูมาแปปนึง
คิมแปลกใจว่าริวจะไปไหนเขาเดินตามริวไปเรื่อยๆจนในที่สุดทั้งสองก็มาหยุดอยู่หน้าร้านขายรองเท้า
คิม: มึงจะซื้อรองเท้าใหม่หรอว้ะ
ริวไม่ตอบเขาเดินไปเลือกรองเท้านักเรียนออกมาให้คิมลองใส่
ริว: มึงลองใส่คู่นี้ดู
คิมรู้สึก งง เล็กน้อยแต่ก็ลองใส่ตามที่ริวบอก
ริว: เป็ไง ใส่ได้ไหม คับไปหรือป่าว
คิม: ไม่อ่ะ ใส่ได้พอดี แล้วมึงเอามาให้กูลองทำไมเนี่ย เท้ามึงใหญ่กว่ากูอีก
ริวไม่ตอบ และะโบอกเ้าของร้าน
ริว: พี่ครับ...เอาคู่นี้แหล่ะ
เ้าของร้าน นำรองเท้าไปใส่กล่องให้เสร็จสับหลังจากจ่ายเงิน ริวก็หยิบกล่องรองเท้าออกมา ทั้งสองเดินออกมาจากร้านริวเดินไปส่งคิมจนถึงหน้าประตูบ้าน
ริว: อ่ะ มึง รองเท้ามึงอ่ะ กูซื้อให้
ว่าแล้วริวก็ยื่นกล่องรองเท้าให้คิมถือ คิมใเขาไม่คิมว่าริวจะซื้อรองเท้านักเรียนคู่ใหม่ให้
คิม: เชี้ยย...! มึงซื้อให้กูจริงดิ!
ริว: อืม กูไปก่อนนะ มึงก็ใส่คู่นี้ไปเรียนล่ะ คู่เก่ามันขาดแล้ว
ว่าแล้ว ริวก็รีบเดินจากไป
คิม: อะ..เอ้ย เดี๋ยว ขอบคุณมากกก...เพื่อน.....
คิมะโขอบคุณไล่หลังเขาแอบยิ้มเขิลอยู่ในใจ ไม่คิดว่าริวจะทำสิ่งนี้ให้
ตัดภาพมาที่บ้านของคิมเช้าก่อนไปโรงเรียน
คิม: ยายครับผมไปเรียนก่อนนะครับ
ยาย: โชคดีนะหลานเอ้ยเดี๋ยวรอยายแปปนะลูก
ยายของคิมทำท่าล้วงกระเป๋าของตัวเองเพื่อหาแบงค์ยี่สิบที่จะต้องให้คิมไปซื้ออาหารมื้อเที่ยงที่โรงเรียนแต่หาเท่าไหร่ยายก็หาไม่เจอคิมเห็นท่าทีของยายก็เข้าใจว่ายายอาจจะไม่มีเงินให้ตนในวันนี้คิมสงสารยายและไม่อยากให้ยายเดือดร้อน จึงโกหกยายไปว่า(เนื่องจากยายของคิมมีฐานะยากจนมาก จึงไม่มีเงินให้หลานไปโรงเรียนในบางวัน)
คิม: ไม่เป็ไรครับยายผมยังมีเงินเหลือพอจากเมื่อวานอยู่ ไปก่อนนะยาย
พูดเสร็จคิมก็ปิดประตูและเดินทางไปโรงเรียนส่วนยายของคิมก็ได้แต่มองตามหลานด้วยสายตาละห้อย
พักเที่ยงหลังเรียนเสร็จคิมก็รีบลุกออกจากห้องโดยที่ไม่รอริว ริวสงสัยจึงแอบตามไป
คิมวิ่งตรงไปที่ก๊อกน้ำหลังโรงเรียนแล้วกินน้ำก๊อกแก้หิวแทนข้าวเนื่องจากไม่มีเงินซื้อข้าวกิน
ริว: เห้ย ไอ่คิมหิวน้ำอะไรขนาดนั้นว้ะ ทำไมมึงมากินน้ำก็อกอ่ะไปซื้อน้ำในโรงอาหารกินสะอาดกว่าตั้งเยอะ
คิม: ก็น้ำก๊อกมันอร่อยกว่านี้หว่าไม่เชื่อมึงก็ลองกินดูสิ
ริวทำหน้า งง แล้วก็ก้มหน้าลงไปกินน้ำก๊อกแบบที่คิมทำ
ริว: แหว่ะ ไม่เห็นอร่อยเลย
คิมยืนหัวเราะริวจึงรู้ตัวว่าโดนหลอกให้กินน้ำก๊อก
คิม: เออ มึงไปกินข้าวเถอะวันนี้กูคงไม่กิน
พูดเสร็จคิมก็ก้มลงไปกินน้ำก๊อกต่อ
ริว: ทำไมว้ะ เดี๋ยวก็แสบท้องหรอก
คิม: ไม่หรอกมึง วันนี้กูไม่ค่อยหิวน่ะกินแค่น้ำก็อิ่มแล้ว มึงไปกินข้าวเลย
ริวไม่เชื่อและรู้ทันทีว่าคิมคงจะลืมเอาเงินค่าอาหารมา จึงมาดื่มน้ำก๊อกแก้หิวแทน
ริว: เลอะเทอะหน่ามึง มานี่!
คิม: เอ้ย เดี๋ยวๆมึง ปิดน้ำก่อนมึงจะลากกูไปไหนเนี่ย
ริว: เออไปกินข้าวเป็เพื่อนกูหน่อย...เร็ว.....
ริวพูดพร้อมดึงแขนคิมออกจากก๊อกน้ำแล้วลากไปที่โรงอาหารจากนั้นก็ไปซื้ออาหารในโรงอาหารมาให้คิม
ริว: อ้ะ กินซะ
ริววางจานข้าวลงบนโต๊ะตรงหน้าคิม
คิม: โห้ว นี้มึงเลี้ยงกูหรอ
คิมพูดด้วยสีหน้าอึ้งๆและดีใจพร้อมรอยยิ้ม
ริว: เออ กินๆไปเถอะ กินเป็เพื่อนกู
คิม: ขอบคุณนะมึง
พูดเสร็จคิมก็กินข้าวด้วยท่าทางที่หิวโหย
ริว: เออ มึง กูมีเื่จะขอร้องอ่ะ
คิม: อืม ว่าไง
ริว: มึงติวคณิตให้กูหน่อยได้ป่าวมึงเก่งคณิตอ่ะ กูเรียนแล้วไม่เข้าหัวกูเลยเดี๋ยวกูเลี้ยงข้าวเที่ยงมึงทุกวันเป็การตอบแทน
คิม: อืม ได้ๆแต่มึงไม่ต้องเลี้ยงข้าวกูทุกวันหรอก เอาแค่บางวันก็พอ กูเกรงใจอีกอย่างกูก็อยากให้มึงติวภาษาอังกฤษให้กูเหมือนกัน กูอ่อนวิชานี้อ่ะ
ริว: จัดไปครับเพื่อน No problem
คิม: โนพรอมแพรม คือไรว้ะ
ริว: Noproblem แปลว่า ไม่มีปัญหา
คิม: อ่อ
ริว: แต่มึงอย่าอดข้าวอีกนะเว้ยมันไม่ดี ยิ่งมึงอยู่ชมรมยูโดด้วย ไม่กินข้าวแล้วจะเอาแรงที่ไหนไปสู้เขาเกิดเป็ลมเป็แรงขึ้นมา จะทำไงว้ะ
คิม: ก็ให้มึงมาแบกไง
ริว: ถุ้ย.... ฝันไปเถอะกูไม่ไปแบกมึงหรอก มีแต่จะไปสมน้ำหน้ามึง โทษฐานที่ไม่ยอมกินข้าว
ทั้งสองหัวเราะ
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็สนิทกันมากขึ้นคิมติวคณิตให้ริว ส่วนริวก็ติวภาษาอังกฤษให้คิมวันหยุดหรือเวลาว่างทั้งสองก็จะไปติวหนังสือด้วยกันที่บ้านของคิมริวมักจะซื้อขนมและของกินไปฝากคิมทุกครั้งเวลาที่ไปบ้านคิมทำให้คะแนนสอบของทั้งสองคนดีขึ้นเรื่อยๆ จนถึงชั้นมัธยมต้นปีที่ 3 และกลายเป็เพื่อนสนิทกัน ทุกเช้าจากเดิมที่คิมต้องไปโรงเรียนคนเดียวก็จะมีริวมารออยู่หน้าบ้านแล้วเดินไปเรียนพร้อมกัน เวลาผ่านไปเมื่อริวได้มอไซต์มาก็จะขับมารับมาส่งคิมทุกวัน
เย็นวันหนึ่งริวมารอคิมอยู่ที่หน้าชมรมยูโดเพื่อรอกลับบ้านพร้อมกัน กับเพื่อนอีกสองคนทั้งสามยืนคุยกันตามประสาผู้ชาย แต่มีเพื่อนคนหนึ่งอยากจะแกล้งริวเลยเปิดประเด็นขึ้นมาว่า
เพื่อนคนที่หนึ่ง: ริว ยูรู้ไหมที่ไทยน่ะ เขามีความเชื่อกันอยู่ว่า ถ้าเราอยากรู้ว่าใครชอบเราให้เขวี้ยงอะไรก็ได้ออกไป ละใครที่เก็บของชิ้นนั้นให้เรา แปลว่าเค้าชอบเรา
ริว: จริงหรอ?
เพื่อนคนที่สองเลยกระซิปเพื่อนคนที่หนึ่ง
เพื่อนคนที่สอง:มันมีความเชื่อแบบนี้ด้วยหรอว้ะ
เพื่อนคนที่หนึ่ง: หน่า แกล้งมัน
เพื่อนคนที่หนึ่ง: จริงไม่เชื่อก็ลองโยนขวดน้ำที่อยู่ในมือยู ไปใส่กลุ่มนักยูโดสาวพวกนั้นสิ
ด้วยความอยากรู้ริวจึงเขวี้ยงขวดน้ำที่กินหมดแล้วเข้าไปในสนามซ้อมยูโด
กลุ่มนักยูโดสาว: เห้ยใครเขวี้ยงขยะมาอ่ะ เอาไปทิ้งถังขยะสิ นิสัยเสียรึไง
ริว: ขอโทษครับ
เพื่อนที่ยืนดูเหตุการณ์อีกสองคนก็หัวเราะสะใจที่แกล้งริวสำเร็จริวรีบยกมือไหว้และรีบวิ่งเข้าไปเก็บจังหวะที่ก้มเก็บก็มีผู้ชายคนนึงวิ่งเข้ามาพร้อมกับเขา และชิงเก็บให้ก่อน เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเป็คิมที่พึ่งเล่นยูโดเสร็จพอดี
ริว: อ้าว ไอ่คิมเองหรอมึงมาเก็บให้กูทำไมเนี่ย
คิม: อะไรว้ะคนอุตส่าช่วยเก็บจะบ่นทำไม
ริว: เออๆ ขอบใจ ป้ะ กลับบ้าน
ริวทำหน้าเซงที่ไม่มีสาวคนไหนเก็บขวดน้ำให้เขาเลย
ณ โรงเรียน ในตอนพักเที่ยงคิมและริวนั่งหันหลังพิงกันบนดาดฟ้าของโรงเรียน ริวกำลังตั้งใจอ่านหนังสือส่วนคิมก็นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือที่ยืมริวมา(ริวเพิ่งซื้อมือถือมาใหม่จึงแบ่งให้คิมเล่นเพราะคิมไม่เคยมีมือถือ)
คิม: ริว มึงไปได้มือถือมาจากไหนเนี่ย
ริว: อ๋อ ป้ากูซื้อให้น่ะ
คิม: ดีจัง ถ้ากูมีตังนะ กูจะซื้อสักสิบเครื่อง
ริวหัวเราะ
ริว: มึงจะซื้อไปทำไมเยอะแยะว้ะจะเอาไปถมบ้านรึไง
ริวถามไปยิ้มไป แต่คิมไม่สนใจนั่งเล่นเกมต่อ
ริว: เออ มึง มึงจะเข้าเรียนสายไหนอ่ะ
คิม: กูว่าจะเรียนสายวิทย์-คณิตอ่ะแล้วมึงง่ะ
ริว: กูอยากเรียนสายศิลป์ฝรั่งเศสอ่ะ
คิม: ก็ดีนะมึง มึงเก่งภาษาต้องเข้าได้อยู่แล้ว
คิมพูดให้กำลังใจริว หลังเลิกเรียนริวมาส่งคิมที่บ้าน เขายื่นถุงกับข้าวให้คิม
ริว: อ้ะ มึง ข้าวเหนียวหมูปิ้งเอาไปฝากยายมึงด้วย
คิม: ขอบใจมากมึง
คิมยิ้มด้วยความดีใจ
คิม: ขับรถกลับบ้านดีๆนะมึง บาย
ริว: อืม บาย
พูดเสร็จริวก็ขับรถจากไป
คิม: ยายครับผมกลับมาแล้ว
ยาย: จ้า มาแล้วหรอหลานยาย
คิม: นี้ยายไอ่ริวซื้อข้าวมาฝากยายด้วย ข้าวเหนียวหมูปิ้ง
คิมยกถุงกับข้าวขึ้นมาโชว์ยาย
ยาย: ขอบใจมากหลานเอ้ย แล้วริวล่ะไม่มากินข้าวด้วยกันหรอ
คิม: ริวกลับไปแล้วครับยายป้ะ..ไปกินข้าวกัน
ในวันหนึ่งที่โรงเรียนจู่ๆขณะที่ทุกคนยืนตรงเครพธงชาติ คิมก็เกิดเป็ลมล้มลงไปบนพื้นหญ้าริวเห็นเช่นนั้นก็อาสาแบกคิมขึ้นหลังแล้วพาไปส่งที่ห้องพยาบาลหลังจากให้คิมนอนพักผ่อนบนเตียงเรียบร้อยริวก็แอบโดดเรียนไปหลับในห้องพยาบาลเป็เพื่อนคิม เมื่อระยะเวลาผ่านไป คิมก็ตี่นขึ้นมาแบบงงๆ ว่าตนมานอนอยู่ที่ห้องพยาบาลได้อย่างไรคิมลุกจากเตียงเพื่อที่จะออกจากห้องพยาบาลไปเรียนต่อแต่ก็ต้องแปลกใจเพราะเห็นร่างของริวนอนหลับอยู่อีกเตียงหนึ่ง คิมจึงปลุกริวให้ตื่น
คิม: ริว ไอ่ริว ตื่นๆ
ริวงัวเงียตื่นขึ้นมา
ริว: อ่าว ตื่นแล้วหรอ (ห่าวนอน) กำลังหลับเพลินๆเลย
คิม:กูกะมึงทำไมมาอยู่ห้องพยาบาลได้ว้ะ
ริว: ก็มึงอ่ะจู่ๆก็เป็ลมตอนเข้าแถวเมื่อเช้า กูก็เลยพามึงมาส่งห้องนี้ แมร่ง..ใกันทั้งโรงเรียนเลยนะเว้ยนี้มึงจำอะไรไม่ได้เลยหรอ
คิมส่ายหัว
คิม: แล้วมึงอ่ะ ไม่ไปเรียนหรอ
ริว: กูขี้เกรียจอ่ะ เลยแอบมานอนแต่กูมานอนเฝ้ามึงนะเว้ย เกิดมึงตายขึ้นมาทำไงว้ะ
คิมตบหัวริวเบาๆ
คิม:มึงมานอนเฝ้ากูหรือมึงไม่อยากไปเรียนกันแน่ห๊ะ ปะ.. ไปเรียนได้แล้ว ลุก
จากนั้นทั้งสองก็กลับไปเรียน
หลังเลิกเรียนริวขับรถมอไซต์ไปส่งคิมที่บ้าน
คิม: เอ้ย มึงขอบคุณมากนะเว้ยที่วันนี้ช่วยกูไว้อ่ะ
ริว: เออไม่เป็ไรมึง โนพรอมแพรมมึงก็ไปนอนพักเยอะๆล้ะกัน
คิม: เค ใจมาก บายมึง เจอกันพรุ่งนี้