"ในที่ที่มืดที่สุดเสียงเดียวก็เพียงพอที่จะเรียกใครบางคนกลับมา"
ว่ากันว่าข้อความที่ดีที่สุดนั้นไม่ได้เขียนไว้สำหรับทุกคน มันเขียนไว้สำหรับคนคนเดียวและรอในแบบที่เมล็ดพันธุ์รอฤดูกาลที่ถูกต้อง ไม่แสดงตัวก่อนเวลา ไม่ซ่อนตัวเมื่อเวลาถึงแต่ออกมาพอดีในวันที่คนอ่านนั้นพร้อม ในแบบที่ทุกสิ่งที่ถูกต้องออกมาเมื่อทุกอย่างเข้าที่ดวงดาวก็อาจดับสลายแต่แสงของมันยังคงเดินทางข้ามมิติกาลเวลา เพื่อไปยังดวงใจที่รอคอย
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คณะพักค้างคืนริมแม่น้ำขาวห่างจากสะพานพอสมควร
ไฟก่อขึ้นอาหารเย็นเรียบง่ายในแบบที่อาหารค่ายพักจะเรียบง่ายทุกคนพูดน้อยกว่าปกติในแบบที่คนพูดน้อยเมื่อรู้ว่าพรุ่งนี้มีอะไรหนักรออยู่
อี้เหยียนนั่งอยู่ห่างจากกองไฟมองออกไปที่แม่น้ำที่ไหลในความมืด สถูปในมือ
อี้เหยียนฝึกการดึงเข้าอีกครั้งในความเงียบทำซ้ำ ทำซ้ำ ในแบบที่เขาฝึกทุกอย่างที่้าให้ดีที่สุด
"แปดสิบเจ็ดส่วน" เทียนจวินพูดนั่งลงข้างๆ ในแสงดาวเขาวัดจากพลังงานที่เขาส่งออกและอี้เหยียนดึงเข้าในทุกการฝึก
"ยังไม่พอ" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ
"แต่ดีกว่าเมื่อสี่วันก่อนมาก" เขาพูด
"จำเป็ต้องดีกว่านี้"
"อี้เหยียน" เขาพูดเสียงเบา ในแบบที่เขาพูดเมื่อเขา้าให้อี้เหยียนหยุดสักพัก
อี้เหยียนวางสถูปลงบนหัวเข่าหันมามองเขาในแสงดาว
"เ้าพูดอะไร"
"ข้า้าบอกว่า" เขาพูดช้า ๆในแบบที่คนพูดเมื่อพวกเขาเรียงคำในใจก่อน "ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็อย่างไรทุกสิ่งที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ข้าไม่เสียใจในสิ่งที่ผ่านมาแม้แต่ครั้งเดียว"
อี้เหยียนมองเขาสักพัก
"เ้าพูดแบบนี้ราวกับเตรียมใจรับบางอย่างที่ไม่ดี" อี้เหยียนพูดเสียงเรียบ
"ข้าพูดเพราะ้าพูดในขณะที่มีเวลา" เทียนจวินพูด "ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะไม่มีโอกาส"
"ต่างกัน" อี้เหยียนพูดซ้ำในแบบที่เขาเคยพูดเื่สิ่งที่้าและสิ่งที่รู้สึกว่าต้อง
"ต่างกันมาก" เขาพูดยืนยัน
อี้เหยียนมองออกไปที่แม่น้ำขาวในความมืดสักพัก
"ข้าก็เหมือนกัน" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "ไม่เสียใจในสิ่งที่เลือก"
แม่น้ำขาวไหลในความมืดเสียงน้ำเงียบและสม่ำเสมอ
เขาเอื้อมมือมาจับมือของอีกฝ่ายข้างที่ไม่มีสถูปอี้เหยียนกำมือของเขา
ทั้งสองนั่งอยู่ริมแม่น้ำในแสงดาวไม่พูดอะไรเพิ่ม เพราะบางอย่างนั้นไม่้าคำพูดเพิ่ม
เมียวกิบนกิ่งไม้เหนือหัวหลับตาลงในแบบที่พอใจ
หุบเขาสิ้นเสียงและประตูที่รออยู่.......
วันที่ห้าหุบเขาสิ้นเสียง
จากภูมิทัศน์ภายนอกหุบเขาสิ้นเสียงดูเหมือนหุบเขาทั่วไป ทางเข้าแคบ หินสูงทั้งสองข้างต้นไม้บนสันหินที่ห้อยย้อยลงมา แสงแดดที่กรองผ่านลงมาเป็แสงแคบ ๆลงไปที่พื้นหุบเขา
แต่ไม่มีเสียงนก
ไม่มีเสียงลม
ไม่มีเสียงแมลง
ความเงียบในหุบเขานั้นไม่ใช่ความเงียบปกติมันเป็ความเงียบที่หนัก ในแบบที่พื้นที่ดูดซับเสียงทุกชนิดออกไปจากอากาศ
"รู้สึกได้" จางเว่ยพูดเสียงเบา แล้วก็หยุดนิ่งเพราะแม้แต่เสียงของเขาเองนั้นดูเหมือนจะจางออกไปเร็วกว่าปกติ
"อย่าส่งเสียงโดยไม่จำเป็" อี้เหยียนพูด "และอย่าส่งพลังงานออกทุกอย่างที่ส่งออกนั้นถูกดูดซับ"
คณะพยักหน้า
"เราแบ่งหน้าที่ที่นี่" อี้เหยียนพูดเสียงเบา "จางเว่ยเซินเหมย หลี่เซียน ซวินฮัว รักษาตำแหน่งที่ปากหุบเขา สำนักเมฆาดำอาจมาจากด้านหลังถ้ามา จัดการ แต่ไม่ต้องเข้ามาในหุบเขา"
"ลูกศิษย์สำนัก?" เทียนจวินถาม
"สองคนที่ปากหุบเขา สองคนตามเราเข้าไปในระยะที่ปลอดภัยไม่เข้ามาเกินสามสิบก้าวจากทางเข้า"
"ข้า?" เสี่ยวอวิ๋นจื่อถาม
อี้เหยียนมองเขาสักพัก
"เ้าเป็คนที่รู้จักเหวยหลิงเฟินดีที่สุดที่นี่" อี้เหยียนพูด "ตามเข้ามาในระยะที่เห็นกันถ้าท่านเห็นบางอย่างที่ข้าพลาด บอก"
เขาพยักหน้า
"และเ้ากับข้าไปที่ศูนย์กลาง" เทียนจวินพูดเสียงเงียบ
"เราไปที่ศูนย์กลาง" อี้เหยียนพูดยืนยัน
ภายในหุบเขา..........
ก้าวแรกในหุบเขาสิ้นเสียงนั้นต่างจากพื้นที่อื่น
ความเงียบที่หนักนั้นหนักขึ้นทุกก้าวที่เดินเข้าไปเหมือนน้ำที่กดทับมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อดำลึกลงไป
เมียวกิบินอยู่เหนือหัวของอี้เหยียนต่ำกว่าปกติดวงตาทองกวาดรอบ ๆ อย่างระวัง
อี้เหยียนเดินด้วยสถูปที่ดึงเข้าตลอดเวลาดึงพลังงานที่หุบเขาพยายามดูดออกจากอี้เหยียนกลับเข้ามาในแบบที่ฝึกมาห้าวัน
เทียนจวินเดินข้างๆดาบในมือ แต่ไม่ส่งพลังงานออกมา รู้ว่าในหุบเขานี้ถ้าส่งออกจะสูญเสีย
เขาปกป้องอี้เหยียนด้วยการอยู่ที่นั่นในแบบที่ร่างกายกั้น ไม่ใช่ด้วยพลังงาน
ลึกเข้าไปสามสิบก้าว
อากาศเปลี่ยนเย็นขึ้น ไม่ใช่เย็นจากอุณหภูมิ แต่เย็นจากการที่พลังงานรอบ ๆหนักและดูดซับความอบอุ่น
หกสิบก้าว
ร่างของบางอย่างปรากฏขึ้นจากหินทั้งสองข้างไม่ใช่รูปร่างของคน แต่เป็รูปร่างของเสียงเสียงที่ถูกดูดซับมาหลายร้อยปีกลายเป็รูปร่าง เป็เงาเป็สิ่งที่เคลื่อนไหวตามผนังหินในแบบที่น้ำเคลื่อนไหว
"เสียงที่สะสม" อี้เหยียนพูดเสียงเบามาก "มันไม่ใช่ภูตหรือิญญามันคือพลังงานเสียงที่มีรูปร่าง"
"อันตรายไหม?" เขาถามเบาพอให้อี้เหยียนได้ยิน
"ถ้าััจะดูดซับพลังงานเพิ่ม" อี้เหยียนพูด "อย่าให้สิ่งเ่าั้ัั"
ทั้งสองเดินระวังมากขึ้นผ่านเงาเสียงที่เคลื่อนไหวรอบ ๆ อย่างระวัง
ศูนย์กลางหุบเขา..........
ร้อยก้าวเข้าไป
ศูนย์กลางหุบเขาสิ้นเสียงนั้นเป็พื้นที่เปิดกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับหุบเขาหายใจขึ้นในจุดนั้น
และตรงกลางนั้นมีสิ่งที่อี้เหยียนรู้ว่าคือประตู
ไม่ใช่ประตูที่มีกรอบและบานพับแต่เป็รอยแยกในอากาศที่มองเห็นได้เพราะพลังงานในหุบเขาหนักพอที่จะทำให้อากาศบิดเบี้ยวรอบๆ มัน รอยแยกที่สั่นและเต้นในแบบที่บอกว่ากำลังจะพร้อม แต่ยังไม่พร้อม
"ใกล้แล้ว" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ "อีกไม่นานพลังงานที่สะสมในหุบเขาจะพอที่จะเปิดมันได้"
"เราต้องดูดซับพลังงานออกก่อน"
"ต้องดูดซับออกให้มากพอที่รอยแยกนั้นจะปิดเองเพราะไม่มีพลังงานมาหล่อเลี้ยง" อี้เหยียนพูด
"ทำได้คนเดียวไหม?" เขาถาม
"ไม่แน่ใจ" อี้เหยียนพูดตรง "พลังงานในหุบเขานี้มากกว่าที่ข้าคิดไว้"
เสียงเท้าจากทางเข้าหุบเขาไม่ใช่เสียงของคณะ
เหวยหลิงเฟินเดินเข้ามาในหุบเขาสิ้นเสียงจากทางเข้าทิศใต้ทิศที่ต่างจากที่คณะเข้ามา
มาพร้อมคนสี่คน
ม้วนที่หกการต่อสู้สุดท้ายในหุบเขา......
"เ้ามาถึงก่อนข้าเล็กน้อย" เหวยหลิงเฟินพูดเสียงเงียบในหุบเขาที่ดูดซับเสียง เสียงของเขาดังแปลกในแบบที่ทุกเสียงในหุบเขานั้นดูดแปลก "แต่ไม่ทำให้อะไรต่างออกไป"
"เ้ารู้ว่าเรามา" อี้เหยียนพูดเสียงเงียบ
"ข้ารู้ว่าเ้าจะมาเสมอ" เขาพูด "ในทุกชาติที่ผ่านมาเซี่ยิเดินตามสิ่งที่นางเชื่อเสมอ นั้นไม่เคยเปลี่ยน"
"ข้าเดินตามสิ่งที่ถูกต้อง" อี้เหยียนพูด
"ท่านเดินตามสิ่งที่ท่านคิดว่าถูกต้อง" เขาแก้ "สองสิ่งนั้นต่างกัน"
คนสี่คนที่มาพร้อมเหวยหลิงเฟินแยกตัวออกไปสองทิศสองคนทางซ้าย สองคนทางขวา ในแบบที่บอกว่าพวกเขาวางแผนมา ไม่ใช่มาแบบไม่คาดคิด
เทียนจวินก้าวออกมาระหว่างอี้เหยียนและคนเ่าั้
"ในหุบเขานี้เราส่งพลังงานออกไม่ได้" เขาพูดเงียบ ๆ ให้อี้เหยียนได้ยิน
"ข้ารู้" อี้เหยียนพูด "แต่เขาก็ส่งออกไม่ได้เหมือนกัน"
"แปลว่าการต่อสู้ในนี้เป็การต่อสู้ด้วยกายและใจ ไม่ใช่พลังงาน" เขาพูด
"ข้าจัดการประตู เ้าจัดการคนเ่าั้" อี้เหยียนพูดเสียงนิ่ง
เขาพยักหน้า
ในพริบตาเดียวกัน
เทียนจวินพุ่งเข้าหาคนสองคนทางขวาด้วยดาบที่ไม่เรืองไม่ส่งพลังงาน แค่ดาบและทักษะที่ฝึกมาสิบห้าปี
ในหุบเขาที่ดูดซับพลังงานนักรบที่ต้องพึ่งพลังงานเป็ข้อเสีย นักรบที่พึ่งทักษะได้เปรียบ
เทียนจวินเป็ประเภทที่สอง
สองคนทางซ้ายพุ่งมาที่อี้เหยียนอี้เหยียนไม่ถอย ไม่ใช้สถูปแต่ใช้ร่างกายหลบในแบบที่คนที่ฝึกร่างกายไว้ในระดับหนึ่งจะหลบ เพราะอี้เหยียนรู้ว่าสถูปนั้น้าเก็บไว้สำหรับประตู
เมียวกิพุ่งลงมาจากเบื้องบนในหุบเขาที่ดูดซับเสียง แต่ไม่ดูดซับสิ่งมีชีวิตร่างกายของมันกระแทกเข้ากับคนแรกด้วยน้ำหนักของอีกาที่ใหญ่กว่าปกติมากผลักเขาออกไป
คนที่สองรับมือกับอี้เหยียนโดยตรง
อี้เหยียนหลบบิดตัว ถอยสองก้าวตามจังหวะ ในแบบที่อี้เหยียนเคลื่อนไหวเมื่อเขาไม่้าสู้โดยตรงแต่้าเวลา
เสี่ยวอวิ๋นจื่อที่ตามเข้ามาในระยะสามสิบก้าวจากทางเข้าเห็นสถานการณ์ก้าวเข้ามาเพิ่มอีกสิบก้าวส่งพลังงานออกมาในแบบที่น้อยที่สุดเพียงพอที่จะผลักคนที่สองออกจากอี้เหยียน
หุบเขาดูดซับพลังงานนั้นไปส่วนหนึ่งแต่แรงที่เหลือยังพอผลักออกไปได้
อี้เหยียนใช้เวลาที่ได้มานั้นหันไปที่ประตู
วางมือบนสถูปดึงเข้า ดึงเข้า ดึงเข้า
พลังงานของหุบเขาสิ้นเสียงนั้นมากกว่าที่เขาเคยดึงมาในชีวิตนี้มากกว่าสถูปกลับด้านในหลงเฉิง มากกว่าเมล็ดพันธุ์ฝันทั้งหมดในฉางิรวมกัน
สถูปสั่นในมือของอี้เหยียน
"ไม่พอ" อี้เหยียนพูดเบา ๆ ในใจ
แล้วก็รู้สึกถึงพลังงานจากด้านหลัง
เทียนจวินที่จัดการสองคนของตัวเองเสร็จแล้วมายืนข้างหลังอี้เหยียนวางมือบนไหล่ขวา
แต่ไม่ส่งพลังงานออกมาในแบบปกติ
แทนที่เขายืนอยู่ที่นั่น เป็แหล่งพลังที่อี้เหยียนดึงได้ ในแบบที่เขาเป็แหล่งพลังที่อี้เหยียนดึงเสมอไม่บังคับ ไม่ผลักดัน แค่อยู่ที่นั่น
อี้เหยียนดึงพลังงานของเขาเข้ามารวมกับพลังงานของสถูป รวมกับพลังงานที่หุบเขาส่งออกมาในแบบที่อี้เหยียนดึงได้แล้วในตอนนี้สามแหล่งรวมกันในสถูปหนึ่งอัน
รอยแยกในอากาศที่เป็ประตูนั้นสั่น
พลังงานที่หล่อเลี้ยงมันลดลงเมื่ออี้เหยียนดูดซับออกมาลดลง ลดลง
เหวยหลิงเฟินรู้สึกได้เดินเข้ามาหาอี้เหยียนโดยตรง
"หยุด" เขาพูด
อี้เหยียนไม่หยุด
เขายื่นมือออกมาในแบบที่จะัักับสถูป
เทียนจวินก้าวมาระหว่างเหวยหลิงเฟินและอี้เหยียนไม่มีดาบ แค่ยืน ยืนในแบบที่บอกว่าถ้า้าััสถูปต้องผ่านเขาก่อน
เหวยหลิงเฟินหยุดมองเทียนจวิน
"เ้าจะแลกชีวิตตัวเองแทนเขาอีกครั้ง?" เหวยหลิงเฟินพูดเสียงเย็น
"ข้าไม่แลก" เทียนจวินพูดเสียงเงียบ "ข้าแค่ยืนที่นี่เพราะนี่คือที่ที่ข้าเลือก"
"ฝั่งที่แพ้"
"ฝั่งที่ถูกต้อง" เทียนจวินพูด
และในวินาทีที่ทั้งสองพูดกันรอยแยกในอากาศที่เป็ประตูสั่นแรงขึ้นหนึ่งครั้ง แล้วก็หดเล็กลงอย่างช้า ๆ
พลังงานในหุบเขาลดลงถึงจุดที่ประตูนั้นไม่สามารถรักษาตัวเองให้เปิดอยู่ได้
เหวยหลิงเฟินรู้รู้สึกได้จากพลังงานที่เขาลงทุนมาหลายชาติกำลังสูญเสียไป
ในดวงตาของเขามีบางอย่างปรากฏขึ้นไม่ใช่ความโกรธที่ตัวเขารู้จักจากเทียนจวินมาตลอด แต่เป็บางอย่างที่ลึกกว่านั้นอาจเรียกว่าเสียใจถ้าเขายอมให้ตัวเองเรียกมันแบบนั้น
รอยแยกในอากาศปิดลงในเสียงเงียบในแบบที่ประตูที่ไม่มีกรอบปิด ไม่มีเสียงดัง ไม่มีแสง แค่ค่อย ๆ จางและหายไป
หุบเขาสิ้นเสียงเงียบยิ่งขึ้นสักพักราวกับกำลังปรับตัวกับการที่สิ่งที่อยู่ในมันมาหลายปีนั้นหายไป
แล้วก็มีเสียงแรก
เสียงนกตัวหนึ่งที่บินเข้ามาจากปากหุบเขาร้องหนึ่งเสียง สั้น และบินออกไป
เสียงนั้นดังในหุบเขาในแบบที่เสียงในหุบเขาที่ปกติจะดังไม่ถูกดูดซับ ไม่หายไป
หุบเขาสิ้นเสียงกลับมามีเสียง
เหวยหลิงเฟินยืนอยู่ในหุบเขาที่เริ่มมีเสียงกลับมามองรอยแยกที่หายไปในอากาศ
"เ้าใช้เวลาหลายชาติเพื่อสิ่งนี้" อี้เหยียนพูดเสียงเบา "และตอนนี้มันหายไปแล้ว"
เขาไม่ตอบทันที
"ข้ายังมีเวลา" เขาพูดในที่สุด
"เ้าจะมาอีก"
"ข้าจะมาอีก" เขายืนยัน แต่เสียงนั้นเหนื่อยกว่าครั้งก่อน "จนกว่าข้าจะพิสูจน์ได้"
"พิสูจน์อะไร?" อี้เหยียนถาม เสียงนั้นเบาและตรง
เขามองอี้เหยียน
"ว่าข้าไม่้าสิ่งที่ใครต้องมาจ่ายแทน" เขาพูดเสียงเงียบมาก
อี้เหยียนยืนนิ่งกับสิ่งที่เขาพูด
"นั้นคือสิ่งที่เ้าพิสูจน์ได้โดยไม่ต้องเปิดประตูใด ๆ" อี้เหยียนพูดเสียงเบา "เ้าพิสูจน์ได้ด้วยสิ่งที่เลือกทำในชาตินี้ในทุกวัน ไม่ใช่ด้วยการได้อำนาจ"
เหวยหลิงเฟินมองอี้เหยียนสักพักยาว
แล้วก็หันออกไปเดินออกจากหุบเขาทางทิศใต้คนสี่คนของเขาที่ถูกปราบอยู่นั้นลุกขึ้นและตามเขาออกไปในความเงียบ
ในหุบเขาที่มีเสียงกลับมาแล้วนั้นเสียงเท้าของเขาได้ยินชัดเจนจนหายไปในทิศทางที่เขาไป
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"ชั้นที่สามของกระจกและหุบเขาที่กลืนเสียง" เพราะสิ่งที่ลึกที่สุดนั้นรอคนที่พร้อมที่สุด และหุบเขาที่กลืนเสียงนั้นกลับมีเสียงเมื่อสิ่งที่กลืนมันถูกเอาออกไป เพราะความเงียบที่แท้จริงนั้นไม่ใช่การไม่มีเสียง มันคือการที่เสียงทุกอันนั้นอยู่ในที่ที่ควรอยู่ไม่ถูกดูดซับ ไม่ถูกกัก แต่ไหลออกไปอย่างอิสระ ในแบบที่เสียงควรจะไหล
..สุสาส์นราคะ..