บทที่ 106 สกุลทงมาเยือน
ข่าวใหญ่ของอาณาจักรเซินก็คือความร้ายกาจของพระชายาและตระกูลเดิมที่ค่อยๆถูกตีแผ่ออกมาให้ประชาชนได้รับรู้ วันที่ประหารชีวิตตระกูลใหญ่นี้ยังมีผู้คนนับร้อยคนมาที่นี่เพื่อขว้างปาของเสียใส่พวกเขาด้วยความโกรธแค้น พวกเขาไม่เพียงแค่ทำร้ายประชาชน ขูดรีดเอาเลือดเอาเนื้อยามสงครามครั้งก่อน ยังลงมือกระทั่งทหารที่ช่วยปกป้องรักษาบ้านเมือง กับคนเช่นนี้...ยังจำเป็นต้องเมตตาสงสารด้วยหรือ?
ตระกูลอื่นๆที่เคยเป็นมิตรกับพวกเขาต่างก็ไม่กล้าปรากฏใบหน้าออกมา เกรงว่าตนเองจะได้รับความเดือดร้อนด้วย ดีที่พระชายาลงมือขึ้นเสียก่อน ไม่อย่างนั้น...ถ้าปล่อยให้แม่ทัพใหญ่ตรวจสอบเรื่องราวไปมากขึ้น บางทีอาจจะเชื่อมโยงมาถึงตัวของพวกเขาก็ได้
และโทษประหารนี้ คงจะไม่ได้มีแค่ตระกูลใหญ่ตระกูลเดียวต้องรับกรรม!
แน่นอนว่านี่ก็เป็นทางลงให้กับพวกขุนนางโดยองค์จักรพรรดิด้วยเช่นกัน เป็นการเตือนให้หวงซีเฉิงหยุดมือสอบสวนแต่เพียงเท่านี้ และซีเฉิงก็ไม่คิดดันทุรัง
อันที่จริง ถ้าไม่ใช่เพราะพระชายาวุ่นวายกับคนรักของเขามากไป เขาก็ตั้งใจที่จะลงดาบกับคนในตระกูลหวงที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเท่านั้น ทั้งๆที่เกิดในตระกูลแม่ทัพใหญ่หลายชั่วอายุคน ได้ดิบได้ดีเพราะชีวิตทหารในสังกัด กลับยังคิดรังแกพวกเขา นี่คือสิ่งที่ซีเฉิงรับไม่ได้มากที่สุด
ส่วนคนอื่นๆ....ถ้าไม่รุนแรงเกินไปนัก เขาก็ไม่คิดจะทำลายทั้งตระกูลเช่นนี้หรอก อย่างไรขุนนางทั้งหลายก็ไม่มีตัวดีสักคน หากต้องรื้อฟื้นทั้งหมด บางทีแม้แต่บัลลังที่องค์จักรพรรดินั่งอยู่ก็อาจจะร้อนระอุขึ้นมาได้
นอกจากงานใหญ่เรื่องการประหารชีวิตคนของพระชายาทั้งหมดแล้ว ก็ยังมีข่าวใหญ่เรื่องที่กลุ่มการค้าสกุลทงได้มาถึงเมืองหลวงแล้วด้วย หลี่ชิงหมินที่กำลังนั่งนับของปลอบขวัญจากวังองค์รัชทายาทได้รับรู้ก่อนใครว่ากลุ่มการค้าสกุลทงที่นำโดย “ทงยู” ได้มาถึงที่นี่แล้ว
สาเหตุที่เขารู้เป็นคนแรก นั่นก็เพราะในเช้าวันนั้น หน้าจวนสกุลหลี่ก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญปรากฏตัวขึ้น 3-4 คน พร้อมกับ “ทงยู” ที่เดินอาดๆเข้ามาในเรือนของเขาเหมือนกับว่าตนเองเป็นเจ้าของเรือนหลังนี้
หากชิงหมินยังเป็นเพียงชายหนุ่มตัวเปล่าเล่าเปลี่ยวเหมือนกับครั้งที่ผ่านมา บิดาของเขาก็คงจะปิดหูปิดตาไปข้าง ทำเป็นไม่สนใจแล้วปล่อยให้พวกเขาได้พูดคุยกันอย่างที่ต้องการ แต่...ตอนนี้ชิงหมินเป็น “ว่าที่ฮูหยิน” ของท่านแม่ทัพใหญ่แล้ว อย่างไรก็ต้องไม่ปล่อยให้พวกเขาอยู่กันตามลำพังจนเสียชื่อเสียงอีก
ทงยูผู้นี้เป็นบุรุษร่างใหญ่ ใบหน้าค่อนข้างดี ทว่ามีสายตาลึกล้ำเจ้าเล่ห์ไม่น้อย เมื่อเห็นผู้นำตระกูลหลี่ก็โบกมือทักทายอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับต้องการจะบอกว่า...คนที่มีสิทธิพูดคุยกับข้าไม่ใช่เจ้า อย่างไรอย่างนั้น
“โอ้ นี่กำลังเตรียมสินเดิมให้ตนเองอยู่หรือ?” คำทักทายอย่างเป็นกันเองดังขึ้น ชิงหมินวางอัญมณีหลากหลายชิ้นที่มีค่าควรเมืองลง
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ชมชอบอัญมณีเหล่านี้เป็นพิเศษ แต่อย่างไรมันก็ยังถือว่าเป็น “เงิน” ได้ หากวันหนึ่งเขาไม่ได้รับเงินทองจากตระกูลหวงแล้ว ยังสามารถเอาอัญมณีเหล่านี้ไปขายได้ด้วย ของพวกนี้พระราชทานมาให้เขาโดยเฉพาะ เช่นนั้นวันแต่งเข้าสกุลหวง มันย่อมเป็นสินเดิมของเขาที่ผู้คนไม่อาจะแตะต้องได้ด้วยเช่นกัน
“ท่านทงยู” ชิงหมินเรียกชื่อเขาพร้อมกับยืนต้อนรับอย่างสุภาพ เนื่องจากการแลกเปลี่ยนที่ผ่านมา พวกเขาถือว่าเป็นมิตรต่อกันไม่น้อย อีกอย่าง...มันเป็นเรื่องดีที่ทงยูมาที่นี่ด้วยตนเอง เพราะมันจะทำให้เขาไม่ต้องเสียเวลาตามหาอีกฝ่ายเพื่อมอบสินค้าให้
“ข้าเตรียมถุงหอมครบจำนวนให้ท่านแล้ว” ชิงหมินรีบบอก ทงยูหัวเราะเสียงทุ้ม
“ข้ารู้แล้ว แต่ว่า...ข้าเพิ่งจะได้ยินว่าเจ้ากำลังแต่งงาน น่าเสียดายจริงๆ” ทงยูถอนหายใจออกมา
“เสียดาย?”
“ถ้าข้ารู้ว่าเจ้าแต่งให้กับบุรุษได้และไม่ได้รังเกียจ ข้าอาจจะยอมรับการแลกเปลี่ยนอาวุธกับอาณาจักรเซินเพื่อแลกกับสัญญาแต่งงานกับเจ้าไปแล้ว”
“............” ชิงหมินหรี่ตาลงอย่างอันตรายเมื่อได้ยินเช่นนี้
“อันใด? ไม่ใช่ว่าแม่ทัพใหญ่สกุลหวงก็ใช้ผลงานของตนเองแลกกับสมรสพระราชทานหรอกหรือ?” เขาหัวเราะร่วนอย่างมีความสุขที่ได้กลั่นแกล้งผู้คน แม้ว่าลึกๆแล้วเขาจะเสียใจจริงๆที่ไม่ได้หลี่ชิงหมินมาเป็นคนของตนเองก็เถอะ
“ข้าคิดว่าแต่งกับแม่ทัพใหญ่ยังดีกว่าเล็กน้อย อย่างน้อยๆเขาก็ไม่ได้ต้องการให้ข้าทำถุงหอมขาย กลายเป็นแรงงานทาสเช่นนั้น” ชิงหมินลอบเบ้ปากของตนเอง การกระทำเล็กๆน้อยๆนี้ไม่ได้ถูกมองข้ามไป
เป็นอย่างที่ชิงหมินคิด ทงยูสนใจเพียงการค้าขายเท่านั้น เขามองหาคนมีประโยชน์สำหรับการทำการค้า และชิงหมินก็คือคนอีกคนที่เขาอยากจะเก็บมาไว้ข้างกาย น่าเสียดายที่เขาก้าวช้าไปหนึ่งก้าว ตอนนี้จึงเหลือเพียงฐานะ “พันธมิตร” แล้ว แทนที่จะได้ใช้แรงงานคนโดยไม่ต้องใช้จ่าย เมื่อเป็นพันธมิตร พวกเขายังต้องมีการแลกเปลี่ยนที่สมเหตุสมผลอยู่ ซึ่งมันก็ถือว่าเป็นต้นทุนในการเสียโอกาสอย่างหนึ่งของเขาด้วย
“ฮ่าๆ เอาเป็นว่า...ข้ายินดีกับการแต่งงานของเจ้าด้วยจริงๆ ก่อนหน้านี้แม่ทัพใหญ่ของเจ้ากับข้าก็มีความร่วมมือที่ดีด้วยกันมาก่อน ได้ยินว่าเจ้าก็อยู่ร่วมกองทัพของพวกเขา ดังนั้นเชื่อว่าเจ้าก็น่าจะรู้เช่นกัน” ทงยูขยิบตาให้อย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่ยอมบอกว่ามีการแลกเปลี่ยนอะไรกับกองทัพอิสระก่อนหน้านี้ แต่ชิงหมินก็คาดเดาได้
สินค้ามากมายไม่ว่าจะสมุนไพรหรืออุปกรณ์อื่นๆ รวมทั้ง “สมุนไพรพิษ” พวกนั้น สมควรเป็นสกุลทงที่หามาให้กองทัพอิสระได้ ชิงหมินไม่รู้ว่าพวกเขาแลกเปลี่ยนกับอะไร และไม่จำเป็นต้องรู้ด้วย แต่การแลกเปลี่ยนนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในนิยายเดิม เห็นได้ชัดว่าเรื่องราวหลายอย่างเปลี่ยนไป
สำหรับเรื่องนี้ ชิงหมินยอมรับจนเริ่มชินชาเสียแล้ว ทุกวันนี้เขาเพียงใช้เนื้อเรื่องเพื่อวางแผนคร่าวๆให้ตนเองเท่านั้น อย่างน้อยๆได้รู้ว่าใครเป็นอย่างไร เบื้องหลังเป็นอย่างไร ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาหลบเลี่ยงความตายได้
ประโยคของพวกเขาไม่กี่คำสร้างความสงสัยให้กับผู้นำตระกูลหลี่อย่างมาก ก่อนหน้านี้เขาก็สำลักน้ำชาไปครั้งหนึ่งเมื่อได้ยินว่ากลุ่มการค้าสกุลทงผู้นี้มีความคิดที่จะขอสมรสพระราชทานด้วยเหมือนกัน เขาสับสนมากว่าความสัมพันธ์ของเจ้าตัวแสบของเขากับคนๆนี้เป็นอย่างไรกันแน่ ถ้าไม่ใช่เพราะชิงหมินเปิดโปงความต้องการของอีกฝ่าย ในฐานะบิดา...อาจจะคิดว่าลูกชายของตนเองกำลังสวมหมวกเขียวให้ท่านแม่ทัพไปแล้ว
โชคดีจริงๆที่มันไม่ใช่เช่นนั้น...
“ได้ยินว่านอกจากถุงหอมแล้ว เจ้ายังทำชาได้ยอดเยี่ยมด้วย มีทั้งชาจวี๋ฮวา ชาวานโต่วฮวา ชาโม่ลี่ฮวา และชาเหมยกุ้ยฮวา ไม่ทราบว่าเจ้าจะสามารถแบ่งบางจำนวนมาขายให้ข้าบ้างได้หรือไม่?”
“ชื่อเสียงชาทั้ง 4 นี้ไม่เพียงโด่งดังในอาณาจักรเซินเท่านั้น แต่ยังเริ่มถูกพูดถึงในอาณาจักรอื่นๆด้วย ในอาณาจักรเซินอาจจะขายได้ 50,000 เหรียญต่อ 100 กรัม แต่...ข้าสามารถเพิ่มเงินให้เจ้าเป็น 70,000 เหรียญได้ ว่าอย่างไร...สนใจหรือไม่?”
เป็นอีกครั้งที่ทงยูยื่นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมมาให้ชิงหมิน ดวงตาของเด็กหนุ่มเป็นประกายด้วยความสนใจ เห็นท่าทางของชิงหมินแล้ว ทงยูก็รู้ว่าเขามีโอกาสที่จะได้รับชานั้นจริงๆ ทว่า....ผู้นำตระกูลหลี่กลับส่งเสียงกระแอมขึ้นมาเสียก่อน
“อีกไม่นานบุตรชายของข้าก็จะเข้าไปอยู่ในสกุลหวงแล้ว เขาไม่สามารถทำงานทำการได้ทั้งวัน ยังมีงานดูแลจวนสกุลหวงในฐานะฮูหยินได้ ข้าคิดว่า....เรื่องนี้ค่อยเจรจาทำสัญญาหลังจากที่หลี่ชิงหมินเข้าไปในจวนสกุลหวงแล้วจะดีกว่า”
คนพูดนั้นพูดอย่างมีเหตุผล ชิงหมินอาจจะมีความสามารถในการทำชาที่ยอดเยี่ยมก็จริง แต่ทุกวันนี้...เขามีร้านชาเป็นของตนเอง ซึ่งร้านชานี้เป็นของชิงหมินไม่เกี่ยวกับสกุลหลี่ และในอนาคตยังต้องทำถุงหอมจำนวนมากเพื่อรักษาความเสถียรของร้านค้าสกุลหลี่เขตใต้ที่ตนเองจะยกให้ลูกชายไปดูแล ไหนจะมีคำสั่งซื้อจากพระราชวังทุกๆปีอีก ต่อให้ชิงหมินอยากจะได้เงินแค่ไหน แต่เขาไม่ใช่ตัวเปล่าเล่าเปลือยแล้ว
ภรรยาของเขาในฐานะฮูหยินใหญ่จวนสกุลหลี่ขนาดเล็ก แค่นางใช้เวลากับการตรวจสอบบัญชี การแจกจ่ายสิ่งของในจวน ควบคุมการซื้อของเข้าจวน หรืออาจจะต้องเตรียมเงินสำหรับการจ่ายให้กับทางราชการ แค่นี้ก็ต้องใช้เวลาแทบจะทั้งวันแล้ว ยังไม่รวมว่าภรรยาของเขาต้องเลี้ยงดูบุตรทั้งสามให้เติบโตอีก
ถึงแม้ชิงหมินจะไม่สามารถมีบุตรของตนเองได้ แต่มันก็แค่ไม่อาจจะคลอดเองได้ก็เท่านั้น การจะรับเด็กสักคนมาเป็นบุตรไม่ใช่เรื่องยากเลย หากมีอนุภรรยาคนไหนเต็มใจ ไม่สิ! ต่อให้ไม่เต็มใจ ฐานะฮูหยินใหญ่ก็ยังสามารถรับเด็กคนนั้นมาเป็นบุตรได้อยู่ดี
การจัดการความขัดแย้งในจวนก็สำคัญมาก ชิงหมินเป็นฮูหยินใหญ่ต้องทำให้หลังบ้านของแม่ทัพราบรื่นที่สุด หากหลังบ้านวุ่นวาย งานนอกบ้านก็วุ่นวาย แม่ทัพใหญ่คงจะรังเกียจชิงหมินมากกว่าที่จะดูแลเขาอย่างดี
ชิงหมินได้ยินความคิดของบิดาก็เศร้าใจไม่น้อย กระนั้นเขาก็รู้ว่านี่เป็นความคิดที่ถูกต้อง การแต่งเข้าจวนคนอื่นจะสุขสบายเหมือนอยู่บ้านได้หรือ? ยิ่งจวนสกุลหวงที่เขารู้.....
“เฮ้อ ถึงจะน่าเสียดาย แต่ข้าก็คงต้องขอปฏิเสธขอรับ”
“อืม ถึงอย่างไร...ข้อเสนอของข้าก็ยังคงอยู่ ปีนี้เจ้ายังไม่มั่นใจ ปีหน้าข้าจะสอบถามอีกครั้งว่าต้องการร่วมมือการค้านี้หรือไม่”
“ขอบคุณท่านมากที่เข้าใจ” ชิงหมินยิ้มแห้งๆ แม้ว่าทงยูบอกว่าจะถามเขาเช่นนี้อีกครั้ง แต่ชิงหมินก็รู้ดีว่าโอกาสที่เขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างสบายใจ หาเงินเข้ากระเป๋าตนเองไม่อาจจะเป็นเรื่องง่ายดายแล้ว
ขนาดตอนนี้ยังไม่ทันได้ตบแต่งกัน ดูเหมือนว่าเส้นทางหายนะก็ได้ก่อตัวขึ้นรอบๆเขาเสียแล้ว ชิงหมินพยายามจะเรียก “นางเอกซือซือ” กลับมารับบทบาทเดิมและนำหายนะออกไปจากตัวของเขา แต่ไม่ว่าจะหานางอย่างไรก็ยังหาไม่พบ นับว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดไม่น้อย
“แม้ว่าข้าจะไม่สามารถขายชาเหล่านั้นให้ท่านได้ แต่...ในมือของข้ายังมีชาเหลืออยู่เล็กๆน้อยๆ ท่านอยากจะลองดูหรือไม่”
“โอ้ ยังมีเหลือให้ข้าหรือ?” เสียงหัวเราะของทงยูทำให้ชิงหมินส่ายหน้า
ทุกคนรู้ดีว่าตอนนี้ชาทั้งสามเว้นชาวานโต่วฮวาที่ชิงหมินยังไม่เคยทำออกให้ผู้อื่นได้ลิ้มลองเป็นที่ต้องการมาก ทงยูพยายามกว้านซื้อชาเหล่านั้นมาทดสอบแล้ว แต่เขาได้รับมาแค่ชากุ้ยเหมยเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ดื่มเพียง 3-4 ถ้วยก็หมดแล้ว เขารับรู้ได้ทันทีว่าชานี้จะต้องกลายเป็นชาล้ำค่าสำหรับอาณาจักรอื่นแน่
ถ้าชิงหมินขายให้เขา 70,000 เหรียญ เขาจะไปแยกเป็น 50 กรัม แบ่งขาย 50,000 เหรียญ เท่ากับ 100 กรัมนี้ ทำกำไรได้ 30,000 เหรียญเลยทีเดียว นับเป็นกำไรชิ้นโต น่าเสียดายจริงๆ.....
ครานี้ชิงหมินให้ทงยูได้ดื่มชาโม่ลี่ฮวา 1 กาเต็ม นอกจากทงยูที่กระตือรือร้นในการดื่มชาอย่างมากแล้ว บิดาของเขาเองก็ยังขยับเข้ามาใกล้เพื่อรับส่วนแบ่งนี้ด้วย เห็นท่าทางน่าขบขันของทั้งสองคน ชิงหมินก็รู้สึกพึงพอใจขึ้นมา
ดูเหมือน...การทำชาให้คนที่คลั่งไคล้ชาเช่นนี้จะกลายเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของเขาไปเสียแล้ว ชิงหมินพลันนึกถึงบุรุษคลั่งชาอีกคนขึ้นมา ถ้าเขาอยู่ที่นี่ด้วย...เขาจะหวงแหนชานี้แล้วไม่ยอมให้ผู้อื่นดื่มหรือไม่นะ?
ความคิดตลกๆของชิงหมินยังคงวนเวียนไปอยู่กับหวงซีเฉิงโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ทุกการกระทำของเขาล้วนมี “หวงซีเฉิง” และใบหน้าดุดันปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ ราวกับว่าเจ้าคนผู้นั้นไม่ใช่แค่ทำลายกำแพงของเขา แต่กระโดดข้ามเข้ามา และไม่มีทางให้ไล่ออกไปอีกแล้วเช่นกัน
การมาเยือนสกุลหลี่เป็นกรณีพิเศษของผู้นำกลุ่มการค้าสกุลทงครั้งนี้ถูกพูดถึงกันเป็นวงกว้าง ข่าวเรื่องการมาถึงของสกุลทงเป็นข่าวใหญ่อยู่แล้ว เมื่อผู้คนจับตามองมากขึ้น การกระทำของเขาจึงกลายเป็นที่สนใจอย่างง่ายดาย
ผู้คนกำลังสงสัยว่ากลุ่มการค้าสกุลทงกับคุณชายสกุลหลี่คนเล็ก ว่าที่ฮูหยินท่านแม่ทัพใหญ่นั้นมีความสำคัญเช่นไรต่อกันแน่ เดิมทีคุณชายหลี่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับสกุลทงเพราะเขาเป็นว่าที่ฮูหยินของแม่ทัพใหญ่ ซึ่งกำลังจะกลายเป็นฮูหยินขั้น 1 ที่มีตำแหน่งสูง นอกจากนี้เขายังเคยทำการค้าเล็กๆน้อยๆกับสกุลทงมาก่อน ดังนั้นเชิญให้เขาเข้าร่วมตามมารยาทจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
แต่หลังจากที่สกุลทงเป็นฝ่ายมาเคาะจวนสกุลหลี่ด้วยตนเองทันทีที่มาถึง ไม่แม้แต่จะไปสำรวจจวนที่ทางพระราชวังจัดหามาให้ ทั้งยังเป็นการตบหน้าองค์ชายสามที่กำลังไปรอต้อนรับเขาที่จวนใหญ่พิเศษด้วย การปรับตำแหน่งที่นั่งพิเศษของคุณชายหลี่จึงถูกพูดถึงกันแล้ว
หลี่ชิงหมินไม่ได้รู้ว่ามีความวุ่นวายเหล่านี้เกิดขึ้นด้วย เขาเพียงแค่ดื่มชากับทงยูและพูดคุยบางอย่างด้วยกัน หลังจากนั้นทงยูก็ออกไปจากจวนของเขาอย่างพอใจ ใครจะไปคิดว่าความสนิทสนมนี้จะทำให้เขาอึดอัดใจในช่วงเวลาต่อมา
งานเลี้ยงต้อนรับสกุลทงกำลังจะจัดขึ้นในอีก 5 วันข้างหน้านี้แล้ว ทุกคนที่มีส่วนร่วมกำลังวุ่นวายกันยกใหญ่ แต่....เจ้ากรมพิธีการของพระราชวังผู้นี้ มาเยือนที่หน้าจวนสกุลหลี่ของเขาด้วยเรื่องอันใด!!
…………………………………….