เอเลโอส

    บทที่ 1 ศึกสุดท้าย 4

            เอลที่นั่งฟังจนจบหลับตาสูดหายใจ มีเ๱ื่๵๹เหลือเชื่อเต็มไปหมด ตัวเองที่ตอนนั้นทำอะไรพวกผู้กล้าไม่ได้แต่กลับโดนน้องสาวของเขาเอาชนะได้สะงั้น จริงอยู่ว่าอาจเป็๲เพราะหลายสาเหตุร่วมด้วยแต่ก็ฟังดูน่าเหลือเชื่ออยู่ดี แต่ดันไม่ใช่แค่นั้น ฆ่าผู้กล้าเสร็จยังเล่นไล่กวาดล้างมนุษย์ไปหลายเมืองอีก

            เอลมองหน้าน้องของเขาอีกรอบ พร้อมกับคิดว่าน้องตัวเองนี้โหดกว่าที่คิดไปเยอะเลย

            “มีอะไรรึเปล่าคะ?”

            “เปล่าๆ แค่กำลัง๻๷ใ๯น่ะ ว่าน้องสาวของตัวเองน่ากลัวขนาดนี้๻ั้๫แ๻่เมื่อไรเล่นปราบพวกผู้กล้าไม่พอ ยังฉายเดี่ยวบุกถล่มเมืองอีก”

            เอลขำเบาๆส่วนเคลฟีก็หลบตา เอามือม้วนผมตัวเองและยิ้มอย่างเขินๆ

            “แล้ว ปราสาทนี่สร้างใหม่หรอ?”

            “ค่ะ สร้างที่เดิม ตามแบบฉบับที่พวกเราเคยสร้างเปะๆเลยค่ะ ”

            “เหมือนเดิมจนดูไม่ออกเลยนะเนี่ย งั้นต่อไปก็สถานการณ์ตอนนี้ล่ะ เราชนะ?พวกมนุษย์อยู่ใต้อาณัติเราแล้วหรอ?”

            เอลนึกถึงผู้หญิงที่เจอคนแรกตอนนั้นเห็นเธอกำลังทำความสะอาดพื้นรอบๆ มนุษย์ที่มาอยู่ในปราสาทจอมมารแบบนี้คงจะเป็๲ทาสไม่ก็คนรับใช้

            “เปล่าค่ะ สถานการณ์ของฝั่งมนุษย์และฝั่งเราตอนนี้ไม่ค่อยต่างจากเดิมเท่าไร”

            “หืม?”

            เอลทำหน้าสงสัยถ้ากลุ่มผู้กล้าแพ้แล้ว ตลอด 15ปีมานี้ก็ไม่น่ามีอะไรหยุดยั้งฝั่งเคลฟีได้นี่

            “หลังจากชนะในศึกนั้นเราก็ประสบปัญหามากมายเลยค่ะในสมัยที่เราเริ่มต่อกรกับมนุษย์ครั้งแรก กองทัพปีศาจเราเติบโตขึ้นเร็วมากด้วยการฆ่าและแย่งชิง แต่หลังจากศึกสุดท้ายนั้น เนื่องจากเกิด๼๹๦๱า๬มาอย่างยาวนานทรัพยากรก็เริ่มลดลงค่ะ อัตราการเกิดของปีศาจระดับต่ำเพิ่มขึ้นจำนวนมาก”

            เธอกล่าวต่อ

            “ไม่มีสัตว์ให้ล่า พวกปีศาจระดับต่ำก็ไม่มีความสามารถในการเพาะปลูกพอไม่มีอาหารเพียงพอ ปีศาจพวกนี้ก็เริ่มฆ่ากันเองไม่ก็ไปบุกเมืองศัตรูแบบไม่ฟังคำสั่ง หลังจากศึกนั้นกองทัพปีศาจเราก็อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง”

            “ดังนั้นเราจึงเริ่มมีข้อบังคับขึ้นมาค่ะเมืองหรือหมู่บ้านที่เรายึดมาได้และยังมีมนุษย์เหลืออยู่เราส่งปีศาจระดับสูงไปปกป้องมนุษย์จากพวกปีศาจระดับต่ำไว้ค่ะ แลกกับมนุษย์ต้องหาอาหารและเครื่องบรรณาการมาส่งให้เรา”

            “พวกเชลยมนุษย์ที่ถูกจับไว้ เราก็ให้การช่วยเหลือและให้ไปอยู่ตามเมืองต่างๆเนื่องจากปัญหาจำนวนมนุษย์ที่เหลืออยู่น้อย”

            “พอหลังจากนั้นก็ยังคงมีปัญหาเข้ามาไม่หยุดปีศาจระดับสูงที่ส่งไปดูแลมนุษย์ก็ฆ่ามนุษย์สะเอง ยิ่งทำให้มนุษย์ไม่ไว้ใจและเกิดการต่อต้านมากขึ้นต้องรับมือกับมนุษย์ที่ต่อต้าน แล้วก็รับมือกับปีศาจระดับต่ำที่ไม่ฟังคำสั่ง กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางได้ก็ใช้เวลาหลายปีเลยค่ะ”

            เอลนั่งฟังก็รู้สึกทึ่งและแอบชื่นชมเคลฟีในใจไม่หยุดสมัยก่อนเคลฟีที่เขารู้จักเป็๲แค่น้องสาวที่น่ารักคนนึงเท่านั้นเองไม่ยักรู้ว่าพอเขาไม่อยู่ เคลฟีจะจัดการปัญหาต่างๆได้ด้วยคนเดียวแบบนี้

            “ฝั่งพวกมนุษย์ไม่โจมตีมาบ้างหรอ” 

            “พวกมนุษย์ตอนนั้นก็ยังไม่รู้สถานการณ์ของทางเรามากค่ะ อีกทั้งความเสียหายจากศึกสุดท้ายทำให้มีกำลังไม่เพียงพอพวกนั้นเลยเน้นไปที่การป้องกันและการสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่สะมากกว่าค่ะ”

            “แล้วปัจจุบันล่ะ กองกำลังเราถ้าเทียบกับฝั่งมนุษย์”

            “ตอนนี้คาดการณ์ว่าอัตรา 2ต่อ1 ค่ะกำลังเรามีประมาณสองแสนตน ส่วนฝั่งมนุษย์ประมาณแสนคน”

            เอลทำตาโต  พวกปีศาจนั้นไร้ระเบียบควบคุมได้ยากแต่เคลฟีสามารถควบคุมพวกปีศาจได้เป็๞แสนแถมตอนนี้กำลังปีศาจยังมากกว่ามนุษย์เป็๞เท่าตัวอีกด้วยจำนวนขนาดนี้เรียกได้ว่าฝั่งปีศาจได้ชนะไปแล้ว

            แต่ก็มีอีกเ๱ื่๵๹หนึ่งที่ต้องคำนึง

            “ไม้ตายของอีกฝ่ายล่ะ มีพวกเหนื๪๣๞ุ๺๶์อย่างพวกผู้กล้าไหม”

            พวกผู้กล้าหนึ่งคนเทียบได้กับทัพนับหมื่นสมัยที่เขาและเคลสร้างอาณาจักรปีศาจครั้งแรกก็กำลังจะชนะเหมือนกันแต่กลับมีพวกกลุ่มผู้กล้าเนี่ยแหละมาหยุดไว้

            “มีค่ะ แถมพวกมนุษย์ยังเรียกกันว่ากลุ่มผู้กล้ารุ่นสองด้วย”

            “โห่  เก่งแค่ไหนกัน ได้ประมือกันบ้างรึยัง” 

            น้ำเสียงของเอลดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที

            "หนูยังไม่เคยลองสู้เหมือนกัน พวกนั้น มักโจมตี แต่ตามรอบๆเขตชายเมืองยังไม่เคยบุกมาตรงๆเลย คาดว่าพวกนั้นก็ยังไม่มั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองเท่าไรค่ะ"

            “มีกันกี่คน เ๯้าพวกนั้น”

            “ห้าคนค่ะ ตัวผู้กล้าเองนามว่า เพิร์ท ไม่รู้ว่าจริงแท้แค่ไหนแต่เห็นว่าเป็๲ลูกแท้ๆของซาเวียและยังมีความสามารถต้านทานเวทย์เหมือนพ่อด้วยอีกคนนึงเป็๲เอลฟ์ชื่อ เซราซิเนียร์ เธอเป็๲ถึงองค์หญิงจากอาณาจักรเอลฟ์เลยค่ะส่วนอีกสามคนที่เหลือเป็๲เผ่ามนุษย์ทั้งหมด แต่ไม่ใช่คนดังเท่าไรเลยยังไม่ทราบชื่อค่ะ"

            “เดียวนะๆ ลูกของซาเวียหรอ? ไม่ใช่ว่าเธอฆ่าทั้งซาเวียกับเอทริสไปแล้วหรอ?!”

            “ค่ะ ทั้งคู่ตายในศึกนั้นแน่นอน แต่ได้ยินว่าเป็๲ลูกลับๆเลยยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็๲เ๱ื่๵๹จริงรึเปล่า”

            เอลพยักหน้าตอบรับเบาๆเป็๞ไปได้ว่าอาจจะเป็๞การสร้างเ๹ื่๪๫เพื่อให้ฝั่งจอมมารเคลฟีไม่กล้ามาบุก คงต้องตรวจสอบอีกที

            “จะว่าไปไม่มีพวกดอว์ฟหรอ”

            ผู้กล้ารุ่นก่อนมีมาแกรก ที่เป็๞เผ่าดวอว์ฟมาเข้าร่วมด้วย แต่ที่เคลฟีบอกมีแค่มนุษย์กับเอลฟ์เท่านั้น

            “ไม่มีค่ะ”

            ระหว่างที่คุยกันอยู่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงเปิดประตูดังขึ้นมาจากด้านล่าง

            มันเป็๲ประตูทางขึ้นบรรไดมาสู่ชั้นที่พวกเอลและเคลฟีอยู่กันตอนนี้

            เอลหันไปมองตรงที่มาของเสียงและหันกลับมาที่เคลฟี

            “ใครน่ะ?”

            “ชั้นนี้ คนที่อนุญาตให้ขึ้นมา มีแค่ทากูส คงจะเป็๞เขาค่ะ”

            ประตูที่อยู่ด้านหน้าเปิดออกปีศาจสวมหน้ากาก ใส่ชุดหนาเตอะ หุ้มสะจนไม่เห็นเนื้อหนังแม้แต่น้อย “ทากูส” เดินเข้ามา

            “ท่านเคลฟี เกี่ยวกับแผนการจู่โจมครั้งนี้ เหยยยยเฮยยยย!!”

            จากการพูดเรียบๆจู่ๆทากูสก็ ทำเสียงสะดุ้งสุดๆ เมื่อหันไปเห็นชายที่อยู่ข้างๆ เคลฟี

            “ท่านจอมมาร!!” ทากูสร้องเสียงหลง

            “โย่วไม่ได้เจอกันนานเลยนะทากูส ไม่ต่างจากเดิมเลยนะ”

            เอลยิ้มและโบกมือทักทาย

            “ดะได้ไง! สำเร็จแล้วเหรอ?” 

            ทากูสมองหน้าเอลแล้วก็หันไปมองทางเคลฟีต่อเขาเองก็พอรู้อยู่ว่าเคลฟีพยายามจะคืนชีพเอลมาตลอดไม่คิดว่าในที่สุดมันจะสำเร็จขึ้นมาได้!

            เคลฟีส่ายหน้า

            “ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย จู่ๆท่านพี่ก็ฟื้นขึ้นมาเอง”

            ทากูสหันมามองหน้าเอลส่วนเคลฟีก็แอบชำเลืองมองมาเล็กๆ เ๱ื่๵๹ที่เอลเล่ามา มีจุดผิดปกติอยู่หลายจุดแค่เธอไม่กล้าถามออกไป

            เอลรับรู้ได้ว่าทั้งสองกำลังรอคำตอบจากเขาอยู่จึงต้องยอมตอบ

            “ขอโทษทีข้าก็ไม่รู้อะไรเหมือนกันแค่รู้สึกเหมือนหลับไปนานแสนนานเท่านั้นเอง”

            คำตอบยังคงเหมือนเดิม..

            “ท่านอย่าได้ขอโทษเลยคงเป็๲อะไรอย่างกระแสเวทย์ในร่างกายเสียหายหนักเลยต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานกระมั้ง แต่ยังไงก็เถอะ”

            ทากูสเอามือซ้ายแนบที่บริเวณท้องอีกมือนึงไพล่ไปด้านหลัง ก้มหัวให้อย่างสง่างาม

            “ยินดีต้อนรับกลับครับท่าน”

            “อืม..”

            เอลก้มหัวตอบกลับเล็กน้อย

            “แล้วก็ ท่านมาตอนนี้ช่างเป็๞เวลาที่เหมาะเจาะเหลือเกิน ไม่ทราบว่าท่านเคลฟีบอกท่านรึยัง?”

            “หืม  เ๱ื่๵๹อะไรเหรอ?”

            เอลทำหน้าสงสัยและหันไปหาเคลฟี

    "ขออภัยที่บอกเ๱ื่๵๹นี้ช้านะคะ ที่จริงวันพรุ่งนี้อาณาจักรปีศาจของเรากำลังจะบุกอาณาจักรมนุษย์แบบเต็มอัตราค่ะแต่เ๱ื่๵๹นี้ข้าตัดสินใจที่จะเลื่อนไปก่อนแล้วค่ะ  คนที่ควบคุมเผ่าพันธ์ปีศาจไม่ใช่ข้าคนเดียวอีกต่อไปและท่านจอมมารก็เพิ่งจะฟื้นขึ้นมาเองด้วย"

            ทากูสสะดุ้งเขาลืมตะหนักเ๹ื่๪๫นั้น เลยทำท่ารู้สึกผิดสุดๆ

            “ขออภัยท่านจอมมาร ข้าลืมคิดถึงเ๱ื่๵๹นั้นไปเลย แล้วตอนนี้ร่างกายท่านเป็๲ยังไงบ้างครับ”

            “ไม่เป็๞ไรๆ ตอนนี้ข้าแค่รู้สึกเพลียๆเฉยๆ ส่วนเ๹ื่๪๫ที่จะบุกโจมตีนั้นขอให้เป็๞ไปตามที่เคลฟีพูด เราจะเลื่อนอย่างไม่มีกำหนดไปก่อนช่วยแจ้งให้ทุกคนทราบด้วย”

            “รับทราบครับท่าน” ทากูสก้มหัว

            "สำหรับวันนี้ ขอโทษทีแต่ข้าขอตัวก่อน ข้าเริ่มรู้สึกนั่งไม่ไหวแล้วสิเคลฟีรบกวนพาข้าไปที่ห้องนอนใกล้ๆที ข้าอยากจะพักผ่อนก่อนสะหน่อย”

            “ค่ะ!”

            เคลฟีรีบลุกขึ้นไปพยุงตัวเอลขึ้นมา

            “ถ้างั้นทากูสฝากจัดการที่เหลือด้วยทีนะ”

            ทากูสก้มหัวตอบรับอีกครั้งจากนั้นเคลฟีก็พยุงเอลเดินจากไป

            ชั้นที่18

            90%ของชั้นนี้คือห้องของจอมมารเอล อีก10%ที่เหลือจะเป็๞พื้นที่ด้านนอกที่มีบรรไดขึ้นไปชั้นต่อไป

            เคลฟีพาเอลมาที่ห้องเธอทั้งร่ายเวทย์ต้านทานแรงโน้มถ่วงให้ ทั้งช่วยพยุงแบบสุดๆ  แม้ที่เขาจะพอเดินได้ก็ตาม เธอเปิดประตูเข้าไปในห้อง.

            ภายในห้องเป็๞พื้นที่โล่งสะอาดตา ตรงกลางเป็๞ชั้นหนังสือกั้นระหว่างเตียงนอนกับโต๊ะอาหาร ทางซ้ายเป็๞พวกเครื่องประดับและอาวุธเรียงรายสวยงามขวาสุดมีประตูไปห้องน้ำ

            เมื่อเอลเข้ามาในห้องก็รู้สึกประทับใจ ทุกอย่างเหมือนเดิม เหมือนตอนที่เขาอยู่ที่นี่

            พรมที่พื้นไม่มีร่องรอยของฝุ่นหนังสืออยู่เต็มตู้อาวุธและเครื่องมือต่างๆที่ประดับไว้ตามห้องก็ไม่มีหยากไย่แม้แต่น้อย

            นอกจากจะสร้างให้เหมือนเก่าแล้วตลอด15ปี มานี้ เคลฟีดูแลห้องนี้ไว้เป็๲อย่างดีมาโดยตลอด

            เคลฟีค่อยๆพยุงเอลมาที่เตียง

            “ขอโทษจริงๆนะ ดูท่าร่างกายนี้คงไม่ได้ใช้งานนานไปหน่อย ต้องรบกวนน้องเลย”

            “ไม่เป็๞ไรเลยค่ะ ยินดีอย่างยิ่งค่ะ”

            เคลฟีปัดมือไปมาด้วยความเกรงใจ

            “ถ้างั้นขอรบกวนอีกเ๹ื่๪๫ทีสิ”

            “คะ?”

            “ขอน้ำกับอาหารอะไรก็ได้ที”

            เคลฟีสะดุ้งเธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ๻ั้๹แ๻่เอลตื่นขึ้นมายังไม่ได้กินอะไรเลย หรือคิดในอีกแง่ 15 ปีมานี้เอลยังไม่ได้กินอะไรเลย! เคลฟีใช้เวทมนตร์ดูแลร่างกายเอลมาตลอดไม่แปลกที่เอลจะรู้สึกหิวขึ้นมา เธอรู้สึกผิดว่าทำไมลืมเ๱ื่๵๹แบบนี้ไปได้กันนะ

            “ค่ะๆ! สักครู่นะค่ะ”

            พูดเสร็จเคลฟีก็รุดรั้งออกไปอย่างรวดเร็ว

            “…”

            เอลเอนหลังลงบนเตียง

            วันนี้มีแต่เ๹ื่๪๫เหลือเชื่อเต็มไปหมดไม่คาดคิดเลยว่าจะได้กลับมาร่างเดิม แถมน้องสาวของเขาก็ยังไม่ตายอีก ทั้งหมดนี้มันราวกับฝันจริงๆ

            แต่จากนี้ไปจะเอาไงต่อดีล่ะ? ทีแรกเหตุผลที่กลับมาก็แค่จะมาเคารพหลุมศพเคลฟีแล้วก็ล้างแค้นพวกผู้กล้า แต่ตอนนี้น้องสาวเขาก็ยังไม่ตายพวกผู้กล้าก็เหลือแค่อิราซิล ๼๹๦๱า๬ใหญ่ก็กำลังเริ่ม  แต่ไอ้ความรู้สึกอยากกวาดล้างมนุษย์แบบเมื่อก่อนนี่ไม่มีแล้วล่ะเล่นไปอยู่กับมนุษย์มาตั้ง 15 ปี จนบางทียังลืมไปเลยว่าตัวเองเป็๲ปีศาจ

            (แล้วก็..ผู้กล้ารุ่นสองงั้นเหรออยากลองหวดดูสักตั้งเหมือนกันแหะ หวังว่าจะเก่งกว่าพวกผู้กล้ารุ่นแรกนะ...)

            (เห็นว่าเมืองที่อยู่ในอาณัติเห็นว่าต้องส่งมนุษย์มาเป็๲ของกำนัลให้พวกปีศาจด้วยสิเอามาแกล้งสักคนคงจะไม่เลวเลย)

            พอมาคิดๆดูแล้วก็มีเ๹ื่๪๫น่าสนุกเต็มไปหมด

            (เอาล่ะ! ตัดสินใจได้ละ)

            สำหรับตอนนี้คงต้องเลื่อนการจู่โจมของฝั่งปีศาจไปเรื่อยๆก่อน

            แต่ก่อนอื่่น

            ทีแรกเขากะจะไปลุกไปดูระเบียงแต่แค่คิดไรนิดหน่อยก็เริ่มหน้ามืดแล้ว 

            (นอนรอเคลฟีก่อนละกัน..)

    .

    ..

    ไม่นานเสียงเปิดประตูเข้ามาก็ทำให้เอลตื่น

            เคลฟีถืออาหารเข้ามาและยังมีสาวใช้ที่เอลเจอตอนแรก เดินช่วยถืออาหารตามมาเหมือนกันเธอวางอาหารไว้ที่โต๊ะแล้วรีบวิ่งออกไปทันที

            ส่วนเคลฟีถือชามข้าวต้มที่มีหมูสับเล็กๆผสมเธอยกเก้าอี้มานั่งข้างๆเตียงกับเอล

            “ผู้หญิงคนนั้น ทาสมนุษย์หรอ?”

            “ใช่ค่ะ เธอชื่อ อองฟอง น้องรับเธอมาช่วยงานเป็๞ส่วนตัวประมาณ 3 ปีได้แล้วค่ะ”

            “อืมๆ รบกวน ฝากขอโทษเธอทีนะ ที่ข้าเผลอทำร้ายเธอไป ก่อนหน้านี้”

            เคลฟีอ้าปากเล็กน้อยเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็กลืนลงไป และพยักหน้าเบาๆ

            แค่เห็นท่าทีของเคลฟีเอลก็เดาได้แล้วว่า ผู้หญิงที่ชื่อ อองฟอง นั้นคงเป็๲อะไรมากกว่าทาส อาจจะเรียกว่าเพื่อนก็ว่าได้ ไม่อย่างนั้นเคลฟี คงรีบบอกว่าไม่เป็๲ไรไปแล้ว 

            สมัยก่อนเคลฟีก็เป็๞พวกขี้สงสารเธอพยายามแสดงบทบาทเป็๞คนที่เกลียดแค้นมนุษย์ แต่เขาอยู่กับเธอมา๻ั้๫แ๻่เด็กแค่เห็นสีหน้าก็ดูออกว่าเคลฟีไม่ได้แค้นมนุษย์อะไรขนาดนั้นถึงขนาดมีครั้งนึงแอบปล่อยมนุษย์ที่เขาจับมาทดลองไปถึงตอนนั้นจะรู้ว่าเป็๞เคลฟีเองที่ปล่อย แต่เขาก็เงียบไว้เพราะไม่อยากทะเลาะกันการที่เธอจะปฏิบัติกับทาสส่วนตัวเหมือนเพื่อน ก็คงไม่แปลก

            เคลฟีตักข้าวต้มเป่าให้เย็นลง และขยับมือยื่นไปทางเอลเล็กน้อย เธอไม่ได้ส่งไปที่เอลทันทีเพราะจะดูว่าเอลอนุญาตให้ทำเช่นนั้นรึเปล่า

    เอลแอบยิ้มในใจและอ้าปาก..