พายุถูกหยุดอยู่กับที่ มันไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนเพื่อโจมตีใส่ใครได้อีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นขนาดของพายุดูเริ่มค่อย ๆ หดเล็กลง มันยิ่งทำให้เ้าของพายุหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
“ไอ้เ้าปลาบึกนั่น กล้าดียังไงมาหยุดพายุของข้าไว้” หัวหน้าทหารนภาผู้เสกพายุขึ้นมาโวยวาย แล้วเขาก็ออกคำสั่งเหล่าลูกน้องของเขา “พวกแก รุมมันเลย”
โดยไม่ต้องรอช้า ราวกับบรรดาทหารนภาต่างเตรียมตัวพร้อมที่จะลงมือโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากหัวหน้าของเขาเสียด้วยซ้ำ เพียงแค่สิ้นเสียงคำสั่งจากหัวหน้า ลูกบอลอัดอากาศก็พุ่งออกมาราวครึ่งโหล มีอีกราวเกือบครึ่งโหลที่ะโพุ่งตัวออกมาทันทีพร้อมกับอาวุธประจำตัว มีทั้งดาบ หอก และขวาน อาวุธทุกชิ้นที่พวกเขาถือล้วนมีกระแสลมหมุนวนห่อหุ้มไว้
“แย่แล้ว เ้าหนุ่มธาราคนนั้นไม่ไหวแน่” หนึ่งในบรรดาทหารวสุธาร้องออกมา
ไม่มีใครอยากเห็นด้วยกับความคิดนั้นแต่มันคือความจริง ตอนนี้มันสายเกินไปแล้วที่พวกเขาจะช่วยอะไรปกรณ์ได้ทัน
“ตายไปซะ เ้าปลาบึกน่ารำคาญ บังอาจมาขวางพายุของข้าดีนัก ฮ่าฮ่าฮ่า” หัวหน้าทหารนภาหัวเราะราวกับคนบ้า
“มนตร์แห่งน้ำ จงออกมา สิบสองดาบธาราดับดารา”
ทันใดนั้นมีดาบที่หุ้มรัศมีแสงสีฟ้าแยกออกเป็สิบสองเล่ม พวกมันทั้งหมดพุ่งไปหาทหารนภาและบอลอัดอากาศที่กำลังมุ่งหน้ามา แต่มีเล่มหนึ่งพุ่งไปหาหัวหน้าทหารนภาเ้าของพายุที่ปกรณ์กำลังโอบรัดอยู่
ปัง! ปัง! ตูม! ตูม!
เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว บอลอัดอากาศสลายหายไปก่อนที่จะถึงตัวปกรณ์ บรรดาทหารนภาที่บุกเข้ามาก็กระเด็นไปกันคนละทิศละทาง และพายุได้สลายหายไปแล้ว เนื่องจากหัวหน้าทหารเป็เพียงคนเดียวที่ไหวตัวทัน เขาเลือกหยุดการควบคุมพายุเพื่อหลบดาบที่พุ่งเข้ามาได้อย่างทันการณ์
แต่ไม่ทันที่หัวหน้าทหารนภาจะทันได้ตั้งตัว มีใครบางคนพุ่งทะยานไปหาเขาพร้อมกับดาบสองเล่ม คนคนนั้นคือธัญญ่านั่นเอง เธอฟันดาบที่หุ้มไปด้วยกระแสน้ำใส่หัวหน้าศัตรู หัวหน้าทหารนภาเองก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เขาเรียกใช้มหาะุวายุออกมาปะทะกับดาบของธัญญ่าได้อย่างทันท่วงที เกิดแรงปะทะกันที่รุนแรง
บอลอัดอากาศขนาดใหญ่สลายหายไปทันทีพร้อมกับดาบที่หุ้มด้วยกระแสน้ำของธัญญ่าก็ชะงักกลับหลัง ทุกคนที่เห็นฉากนี้ต่างนิ่งอึ้งตัวค้างแข็งไปแล้ว เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก กระบวนการทั้งแต่ต้นจนจบใช้เวลาไม่ถึงสามสิบวินาทีด้วยซ้ำ
แต่ก่อนที่ใครจะได้ลงมือทำอะไรต่อ หัวหน้าทหารนภาเอ่ยออกมา “ไม่คิดจะทักทายกันบ้างเลยหรือไง?”
“ฉันไม่คิดจะพูดกับคนที่กำลังจะตาย” ธัญญ่าตอบพร้อมกับเรียกกระแสน้ำกลับมาหุ้มดาบทั้งสองของเธออีกครั้ง “มนตร์แห่งน้ำ จงสถิตแด่ข้า กระแสวาริน”
“ยังปากดีไม่เปลี่ยน” หัวหน้าทหารนภามองธัญญ่าอย่างดูถูก
ในขณะเดียวกันดาบของธัญญ่าก็ฟันลงมาแล้ว แต่แทนที่เขาจะเลือกใช้เวทมนตร์เพื่อตอบโต้เหมือนครั้งก่อน เขาเลือกที่จะหลบมัน
อย่างไรก็ตามด้วยความเร็วในการฟันของธัญญ่ากับระยะห่างระหว่างดาบกับตัวของหัวหน้าทหารนภา ไม่มีใครเชื่อว่าหัวหน้าทหารจะหลบได้ทัน แต่เขากลับหลบดาบของธัญญ่าได้จริง ๆ มันดูเหมือนกับเขายืนอยู่เฉย ๆ แล้วขยับตัวเพียงนิดเดียว ทันใดนั้นเขาหายตัวออกมาจากจุดที่เขาเคยยืนอยู่ เขาพ้นออกมาจากระยะดาบของธัญญ่าได้โดยไร้รอยขีดข่วน
ธัญญ่าไม่แปลกใจกับเื่นี้มากนัก เธอเคยปะทะกับทหารนภามาหลายครั้งแล้ว เธอรู้ว่าต้องมีใครบางคนในกลุ่มทหารนภาช่วยร่ายมนตร์เสริมความเร็วให้กับชายคนนี้ เธอเห็นแล้วว่าอีกฝ่ายมีกระแสลมอ่อน ๆ หมุนรอบตัวเขา
เมื่อเห็นธัญญ่าฟันพลาด หัวหน้าทหารนภายิ้มออกมาพร้อมร่ายมนตร์มหาะุวายุใส่ธัญญ่าที่ดูเหมือนคนไร้การป้องกันทันที
ตูม!
ในระหว่างที่ทุกคนมัวแต่ตะลึงกับการต่อสู้กับธัญญ่ากับหัวหน้าทหารนภา ตลอดเวลานั้นปกรณ์ที่หลุดพ้นจากการต้องคอยป้องกันลมพายุ เมื่อเขาเป็อิสระ เขารีบวิ่งพุ่งไปหาหัวหน้าทีมของเขาเพื่อช่วยเหลือทันที เป็ผลให้เขาเข้ามาช่วยธัญญ่าได้อย่างทันท่วงที เขาต่อยหมัดที่เต็มไปด้วยน้ำใส่อัดอากาศขนาดใหญ่ได้ก่อนถึงตัวหัวหน้าทีมของเขา มันแตกสลายไปในทันที
และเสียงะเิครั้งนั้นก็เป็เหมือนสัญญาณแห่งการตะลุมบอนที่แท้จริง บรรดาทหารนภาก็ย้อนกลับมาช่วยหัวหน้าของพวกเขาเช่นกัน แต่มันเป็การสู้แบบสองต่อสิบสอง ปกรณ์ช่วยธัญญ่ารับมือกับศัตรูได้เพียงสองถึงสามคนพร้อมกันเท่านั้น ที่เหลือธัญญ่าต้องเป็คนรับมือเอง
แต่ความเป็จริงมันไม่ใช่แบบนั้น แม้ว่าทหารของวสุธาจะแพ้ทางทหารนภา แต่ผู้กองเกรียงเดชก็ไม่ยอมให้อาณาจักรของเขาต้องเสียหน้า เขารีบสั่งลูกน้องเข้าช่วยธัญญ่าและปกรณ์ทันที
เกิดภาพการตะลุมบอนเวทมนตร์ขึ้น มีแสงสีของเวทมนตร์ปะทะกันไปทั่วทั้งบริเวณ แต่ยิ่งสู้ฝ่ายวสุธาบวกสองธารายิ่งเสียเปรียบ
ตอนนี้ทหารวสุธาต่างได้รับาเ็กันไปถ้วนหน้า แต่พวกเขาก็ยังสู้ไม่ถอย ส่วนฝ่ายนภามีไม่กี่คนที่ได้รับาเ็ไปบ้างจากการปะทะกับธัญญ่าและปกรณ์ ส่วนพวกวสุธายากที่จะทำอันตรายใด ๆ ใส่ทหารนภาได้
การต่อสู้ยืดเยื้ออยู่หลายนาที และแล้วหัวหน้าทหารนภาก็ใช้มหาเวทพระพายสลาตันอีกครั้ง
ทันทีที่เกิดพายุก่อตัวขึ้น ปกรณ์พยายามจะเข้าไปหาพายุลูกนั้นและทำเช่นเดิมอีกครั้ง แต่หนนี้มันเป็ไปได้ยากที่เขาจะเข้าถึงมันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทหารวสุธาที่ยังยืนขวางทางมันต่างปลิวกระเด็นไปคนละทิศละทางจนได้รับาเ็สาหัสเมื่อกระแทกเข้ากับพื้นหรือกำแพง ไม่มีใครป้องกันหรือพายุลูกนี้ได้ทันเลย
ในสนามรบเหลือเพียงธัญญ่า ปกรณ์ ผู้กองเกรียงเดชและจ่าพาราเท่านั้นที่ยังพอยืนหยัดสู้กับทหารของนภาและพายุลูกนั้น แต่จ่าพารานั้นย่ำแย่อย่างมาก ตลอดทั้งตัวเขามีาแมากมายจนเืชโลมไปทั้งตัว เนื่องจากการโดนเวทมนตร์กระแสลมเข้าไปหลายแห่ง หากเขาโดนเพียงเสี้ยวลมของพายุลูกนี้เข้าไปอีกสักสองสามครั้ง เขาก็อาจจะไม่รอด
ทันใดนั้นลมพายุก็สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับมันไม่เคยมีอยู่ จ่าพาราดีใจกว่าใคร เขาคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะหมดพลังเวทลงแล้ว แต่เปล่าเลย เมื่อเขาเงยหน้ามองทางหัวหน้าทหารนภา เขากลับเห็นภาพที่เขาคิดว่านี่เป็ภาพวาระสุดท้ายในชีวิตของเขาแล้ว
“จงตายซะ!” หัวหน้าทหารนภาขณะเอ่ยออกมาอย่างดุดัน แล้วแสงรัศมีสีน้ำตาลที่เข้มข้นห่อหุ้มไปทั้งตัวเขาขณะท่องคาถา “มนตร์แห่งลม จงออกมา วายุกัมปนาท”
ทันใดนั้นลำแสงสีเขียวอ่อนถูกยิงออกมายังทหารวสุธาและธารา หัวหน้าทหารนภาเลือกหยุดใช้พระพายสลาตันแล้วมาใช้วายุกัมปนาทที่เป็เวทมนตร์ขั้นสามที่มีพลังทำลายล้างในครั้งเดียวสูงกว่าเพื่อจบศึกครั้งนี้
ตูม!!
“อ๊ากกก!” ธัญญ่าคำรามออกมา เธอกำดาบทั้งสองแน่นขณะใช้มันป้องกันลำแสงสีเขียวอ่อนที่ถูกยิงมา
ปกรณ์ ผู้กองเกรียงเดช และจ่าพารา้าจะเข้าไปช่วยธัญญ่า แต่ไม่มีใครสามารถฝ่าวงล้อมของศัตรูเกือบสิบคนออกไปได้
ดาบในมือของธัญญ่ากำลังสั่นอย่างบ้าคลั่ง ดูแล้วเธอคงทนต่อไปอีกได้ไม่นาน โดยปกติแล้วเธอไม่ใช่สายป้องกัน การที่ต้องมารับเวทมนตร์ขั้นสามอย่างนี้ถือเป็เื่ยากสำหรับเธอ
หากไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเธอในเวลานี้ คงอีกไม่นานที่ดาบและแขนทั้งสองของเธอต้องจำยอมพ่ายแพ้ให้กับวายุกัมปนาท