ก๊อกๆๆๆๆ
เสียงเคาะประตูที่ดังรัวถี่ยิบขึ้นกลางดึกปลุกให้ณัฐพลชายหนุ่มเ้าของห้องคอนโดมีระดับกลางกรุงที่กำลังหลับสบายต้องรีบลุกออกไปดู
“ ใครนะ”
เขาถามออกไปด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิด ก็นี่มันไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาคอยรับแขก เขาเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวันแล้วน่ะ
“ ฉันเอง นนทพัทธ์”
เสียงของผู้มาเยือนยามวิกาลตอบกลับมา เขาเป็ญาติผู้น้องของณัฐพลนั้นเอง โดยเป็ลูกชายของน้าสาว ทั้งสองเกิดในเวลาไล่เลี่ยกันโดยห่างกันไม่ถึงเดือนและยังเติบโตมาด้วยกันอีก ดั่งนั้นจึงสนิทสนมกันไม่ต่างจากคู่แฝด
แต่ปัจจุบันณัฐพลได้แยกตัวเองมาซื้อคอนโดซึ่งใกล้ที่ทำงานอยู่ ในขณะที่นนทพัทธ์ยังอยู่กับมารดาของเขาที่บ้านหลังใหญ่พร้อมทั้งดูแลบริษัทผลิตและจำหน่ายเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับทั้งของบุรุษและสตรีคุณภาพระดับส่งออกซึ่งเป็ทรัพย์สินของต้นตระกูลฝ่ายบิดาอยู่
“ มีอะไรถึงมาเอาป่านนี้”
ณัฐพลเปิดประตูรับชายหนุ่มผู้มีรูปร่างส่วนสูงไม่ต่างกันนัก เพียงแต่นนทพัทธ์ผิวขาวกว่าและมีหน้าตาออกหวานในขณะที่ณัฐพลมีใบหน้าออกคมเข้ม อ๋อ และนนทพัทธ์ก็ดูสะโอดสะองกว่าด้วย ในขณะที่ณัฐพลนั้นมีร่างกายกำยำกว่า แต่กระนั้นก็จัดว่าเป็หนุ่มหน้าตาดีทั้งคู่
“ มีเื่กลุ้มใจว่ะ ฉันไม่รู้จะไปไหนดี”
แล้วนนทพัทธ์ก็เดินไปที่เคาเตอร์บาร์เล็กๆที่จัดไว้ในมุมหนึ่งของห้องรับแขกนั้นเอง ณัฐพลไม่ใช่นักดื่มตัวยง แต่เขาก็จัดมุมนี้ไว้ในที่พักก็เพื่อรับรองเพื่อนฝูงที่มักแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยๆ นนทพัทธ์คว้าขวดเหล้าออกมารินใส่แก้ว
“ เฮ้ย จะมาดื่มอะไรกันตอนนี้”
ณัฐพลจะห้ามปราม แต่นนทพัทธ์ไม่ฟังเสียง เขายกแก้วขึ้นเทเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมด แต่พอเขาจะรินอีกแก้วญาติผู้พี่ของเขาก็รีบดึงขวดเหล้าไปถือไว้เอง
“ นายเป็บ้าอะไรขึ้นมานนท์ นี่ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ถูกต้องน่ะ ดื่มเหล้าแล้วได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา”
“ ดื่มเหล้าก็ได้เมาไง และประโยชน์ของมันก็จะทำให้ฉันลืมเื่บ้าๆบอๆที่เป็อยู่”
“ เหลวไหล ฉันจะยังไม่ให้นายดื่มในตอนนี้”
ณัฐพลกล่าวเสียงแข็ง นนทพัทธ์จึงเดินกลับไปกระแทกตัวนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่มพลางยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่เต็มไปด้วยแววเคร่งเครียด ไม่สบายใจก่อนออกปากเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องเป็อย่างนี้ให้ญาติผู้พี่ฟัง
“ คุณรพีพรหนีฉันไปญี่ปุ่นแล้วั้แ่เมื่อวาน ฉันพึ่งรู้เื่จากคุณพ่อของเธอเมื่อตอนหัวค่ำนี้เอง”
“ อ้าว ทำไม”
ณัฐพลที่ตามมานั่งลงข้างๆถามอย่างแปลกใจ ก็เขารู้นี่ว่านนทพัทธ์คบหาอยู่กับหญิงสาวคนนั้นฉันท์คนรักซึ่งทุกอย่างก็ดูราบรื่นดี ไม่น่าเชื่อว่าจะมีปัญหาอะไรอย่างที่ว่านี้เกิดขึ้น
“ เธอคงโกรธเื่ที่ฉันมีคู่หมั้น”
“ อะไรน่ะ”
ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของณัฐพลแสดงออกว่าแปลกใจมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งสร้างความขัดใจให้อีกฝ่ายไม่น้อย
“ นี่ฉันมาเพื่อขอคำปรึกษาจากนายน่ะ ไม่ได้มาเพื่อเล่าเื่แปลกให้นายฟัง”
“ ก็ฉันไม่เคยรู้เื่มาก่อนนี่หว่า ว่านายมีคู่หมั้นอะไรที่ไหน”
“ฉันก็พึ่งรู้เื่นี้จากคุณแม่เหมือนกัน นายรู้ไหมว่าคุณพ่อจับฉันหมั้นไว้กับยัยเพิ้งที่ไหนไม่รู้ั้แ่เด็กๆแล้วนี่ก็ถึงเวลาที่ฉันจะต้องแต่งงานแล้ว”
นนทพัทธ์กล่าวด้วยสีหน้ากลัดกลุ้มแต่คนฟังกลับหัวเราะก๊ากออกมาดังลั่นจนเ้าของเื่โมโห