เมื่อชายหนุ่มอยู่ห่างจากภูเขาลาวาสองสามร้อยหมี่เงาร่างใหญ่ยักษ์ขนาดเท่าภูเขาสองสามลูกก็พุ่งเข้ามาในครรลองสายตาของชายหนุ่ม
และเงาร่างเหล่านี้ก็คือปีศาจลาวาที่หลันเฟิงรอคอย
“ยังดี มีหกตัว...”ชายหนุ่มเพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย รีบพุ่งตรงไปที่ปีศาจลาวาตรงหน้า พลางหันกลับไปมองด้านหลังแวบหนึ่งเห็นเพียงหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวยังไล่ตามไม่ลดละไม่มีเจตนาจะล้มเลิกความตั้งใจเลยสักนิด
ในใจพลันขอพรเงียบๆว่า “หวังว่าปีศาจลาวาหกตัวนี้จะต้านทานพวกมันได้สักชั่วครู่นะ”
ปีศาจลาวาหกตัวเห็นหนึ่งคนหนึ่งฝูงบุกเข้ามาในอาณาเขตของตนเองก็พลันโกรธขึงในพริบตา
ความคิดเรื่องอาณาเขตของปีศาจอสูรนั้นรุนแรงมากโดยเฉพาะปีศาจอสูรที่อยู่กันเป็นฝูง
โดยปกติแล้วไม่ค่อยมีปีศาจอสูรที่บุกเข้าไปในอาณาเขตของปีศาจอสูรประเภทอื่นนักนอกเสียจากจะมีพละกำลังเหนือกว่าอีกฝ่ายมากจนไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะโกรธเกรี้ยว มิเช่นนั้นจะถูกเจ้าถิ่นมองว่าเป็นศัตรูและถูกล้อมสังหารผลลัพธ์สุดท้ายก็คือบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย กลายเป็นผลประโยชน์ให้คนอื่นเก็บเกี่ยว
มันเป็นกฎแห่งป่าของที่แห่งนี้ที่เหล่าปีศาจอสูรได้สร้างกันขึ้นมาเองและจดจำไว้ในใจไม่กล้าฝ่ามืน
“กรร์~”
เสียงคำรามราวกับระฆังดังออกมาจากปากของปีศาจลาวาสองสามตัวเสียงนี้แฝงไว้ด้วยความโกรธและเจตนาเตือน ราวกับเรียกอันใดสักอย่าง
แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้เหล่าปีศาจลาวายิ่งโกรธก็คือชายหนุ่มและหมาป่าฝูงนี้ไม่เพียงไม่หยุดกลับพุ่งตรงเข้ามาหาพวกมัน
“โฮก...”เสียงคำรามดังสนั่น เหล่าปีศาจลาวายื่นกำปั้นราวกับหินลาวาขนาดใหญ่ออกมาทุบที่ทรวงอกสองครั้งทันใดนั้นก็ตั้งท่าพร้อมรบ ใช้โลหิตสดๆ และชีวิตปกป้องศักดิ์ศรีของเผ่าตนเอง
หมาป่ามารป่าลึกสิบตัวเห็นฉากนี้ก็โกรธมากเช่นกันมันโกรธความโง่เขลาของปีศาจลาวา และโกรธความเจ้าเล่ห์ของมนุษย์ผู้นั้น
“บรู้ว...”
เสียงหอนดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงดังก้องภูเขาลาวาแห่งนี้หมาป่ามารป่าลึกสิบตัวกระโจนขึ้นไปกลางอากาศเกิดเสียงดัง “สวบ”ราวกับลูกธนูออกจากแล่ง
สามสิบจั้งยี่สิบจั้ง สิบจั้ง...
เงาร่างของชายหนุ่มและฝูงปีศาจลาวายิ่งเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนกำลังจะปะทะกันแล้ว
“วี้ด”ปีศาจลาวาโบกสะบัดกำปั้นหินลาวาไปมา เสียงร้องตะโกนอย่างร้อนใจดังมาจากปากของชายหนุ่มไอปราณที่หลงเหลืออยู่ในจุดตันเถียนถูกใช้จนหมดเกลี้ยงในยามนี้ เขาระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายกระโดดขึ้นสูงหนึ่งจั้งกว่า
เขาหมุนตัวกลางอากาศสองเท้าแตะที่บ่าอันแข็งแกร่งของปีศาจลาวาอย่างแผ่วเบา แล้วร่อนลงมาด้านหลังปีศาจลาวาราวกับห่านก็ไม่ปาน
เมื่อร่อนลงพื้นอย่างมั่นคงชายหนุ่มก็พุ่งไปข้างหน้าต่อ ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
แต่ยามนี้ไอปราณที่เหลืออยู่ของเขาหมดลงแล้วความเร็วจึงลดลงหลายเท่า อาศัยเพียงแรงกายประคับประคองวิ่งต่อไปความเร็วจึงดูไม่ได้จริงๆ
โชคดีที่ชายหนุ่มอาศัยร่างกายที่ผ่ายผอมทะลุผ่านฝูงปีศาจลาวาไปได้อย่างง่ายดายแต่หมาป่ามารป่าลึกกลับทำตามได้ยาก
ดังนั้นหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวที่ร่างกายใหญ่มหึมาสำหรับชายหนุ่มจึงชนเข้ากับฝูงปีศาจลาวาตามที่คาดไว้
แม้ว่าพวกมันจะไม่อยากต่อสู้กับฝูงปีศาจลาวาอยากสังหารชายหนุ่มที่ยิ่งหนีออกไปไกลเรื่อยๆ แต่จะทำอย่างไรได้ ฝูงปีศาจลาวากลับไม่ยอมให้พวกมันสมปรารถนายังคงอาศัยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้ารวมทั้งพลังโดยธรรมชาติขวางหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวเอาไว้ไม่ปล่อยให้หลุดไปแม้แต่ตัวเดียว
“บรู้ว...”
“กรร์...”
หมาป่ามารป่าลึกที่ร้อนใจและปีศาจลาวาที่โกรธเกรี้ยวพลันเปิดฉากสังหารอย่างดุเดือด
เมื่อหนีออกมาได้ร้อยกว่าจั้งชายหนุ่มถึงได้หยุดฝีเท้าแล้วหอบหายใจ เมื่อไม่มีไอปราณคอยสนับสนุนการวิ่งด้วยความเร็วสูงเช่นนี้ใช้กำลังกายมากเกินไป แค่ร้อยจั้งเศษก็ทำให้ชายหนุ่มเหนื่อยหอบแล้ว
ชายหนุ่มพิงต้นไม้ใหญ่พร้อมกับหอบหายใจอย่างหนักพลางมองฝูงหมาป่าที่กำลังเปิดฉากสังหารกับปีศาจลาวา ก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
“เกรงว่าปีศาจลาวาเหล่านี้คงต้านได้ไม่นาน”ชายชราที่ลอยอยู่ด้านข้างชายหนุ่มพลันเอ่ยปาก
หลันเฟิงที่เพิ่งคลายคิ้วที่ขมวดมุ่นพลันขมวดเข้าหากันอีกครั้ง
เขาจึงเอ่ยอย่างตกตะลึง“ข้าจำได้ว่าในคัมภีร์มีบันทึกอยู่ว่าพละกำลังของปีศาจลาวาแข็งแกร่งกว่าหมาป่ามารป่าลึกเล็กน้อยปีศาจลาวาหกตัวแม้ว่าจำนวนจะน้อยกว่าหมาป่ามารป่าลึกอยู่สี่ตัว แต่ก็ไม่น่าจะไม่พ่ายแพ้ไวเช่นนี้กระมังหรือว่าข้าจำผิดไปงั้นหรือ...”
ชายชราโคลงศีรษะอย่างช้าๆแล้วเอ่ยว่า “ปีศาจลาวาร้ายกาจกว่าหมาป่ามารป่าลึกจริง”
“เช่นนั้นเหตุใด...”หลันเฟิงยิ่งรู้สึกไม่เข้าใจ
“เพราะหมาป่ามารป่าลึกไม่เหมือนกับปีศาจอสูรที่อยู่เป็นฝูงประเภทอื่นหมาป่ามักจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเย่อหยิ่ง แต่ในเวลาเดียวก็สามัคคีกันมากจำนวนของหมาป่ายิ่งมาก พละกำลังรบที่สำแดงได้ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นหากต่อสู้เพียงลำพัง หมาป่ามารป่าลึกย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของปีศาจลาวาแม้กระทั่งสามต่อสอง สี่ต่อสองก็อาจจะสู้ไม่ได้แต่หมาป่ามารป่าลึกสิบตัวกลับสามารถกระตุ้นพลังรบที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งได้ไม่ต้องพูดถึงปีศาจลาวาหกตัว แม้แต่เจ็ดตัว แปดตัว หรือสิบตัวเกรงว่าก็คงต่อกรหมาป่ามารป่าลึกไม่ได้...”ชายชรามองเงาร่างหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวแววตาเลื่อมใส
เผ่าพันธุ์ที่สามัคคีกันเช่นนี้สมควรได้รับความเลื่อมใสจากเขา!
หากคนในครอบครัวสามัคคีกันเช่นนี้เช่นนั้นครอบครัวนั้นคงมีชื่อเสียงไปทั่วหล้าในไม่ช้า
หากคนในแคว้นหนึ่งสามัคคีกันเช่นนี้เช่นนั้นทั้งแคว้นก็คงครองยุทธภพได้ในไม่ช้า
หากคนในประเทศสามัคคีกันเช่นนี้เช่นนั้นในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรสร้างภัยคุกคามให้แก่มนุษย์ได้อีกแล้ว
ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกเข้าไปเฮือกหนึ่งแล้วยิ้มอย่างขมขื่น“เช่นนั้นวันนี้ข้าก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยแล้ว?”
“นั่นก็ไม่แน่”ชายชราส่ายหน้า “ปีศาจลาวาหกตัวอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฝูงหมาป่า แต่หากบวกราชาปีศาจลาวาไปอีกหนึ่งตัวบางทีผลลัพธ์อาจจะไม่เหมือนเดิมแล้ว...”
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลันเฟิงก็ตาเบิกโพลง “ราชาปีศาจลาวา!”
ชายชราชี้นิ้วป่าที่อยู่ไกลออกไปแล้วเอ่ย“หากตาเฒ่าสัมผัสไม่ผิดล่ะก็ ราชาปีศาจลาวาตัวหนึ่งกำลังรีบมาจากทางนั้นอย่างมากก็ใช้เวลาสิบกว่าชั่วลมหายใจก็จะมาถึง...”
เสียงของชายชราเพิ่งจะดังขึ้นหลันเฟิงพลันรู้สึกได้ว่าพื้นดินสั่นสะเทือน ดวงตาสีดำสนิทเปล่งประกาย
ราชาปีศาจลาวาเป็นปีศาจอสูรที่แข็งแกร่งระดับเดียวกันกับราชาหมาป่ามารป่าลึกแต่แค่ร่างกายของมันทำมาจากลาวา ด้วยเหตุนี้จึงไม่เคยเข้าไปในหุบเขาหวงต้วนใช้ชีวิตอยู่รอบนอกป่าอสูรมาโดยตลอด หรือก็คือเขตแดนของป่าจันทราอสูร
เมื่อมีราชาปีศาจลาวาเข้าร่วมชีวิตของหมาป่ามารป่าลึกสิบตัวนั้นก็คงน่าอนาถแล้ว
“ยามนี้สิ่งที่เจ้าต้องขบคิดก็คือจะต่อกรกับราชาปีศาจลาวาอย่างไรต้องเข้าใจว่าพละกำลังของมันไม่ต่างอันใดกับราชาหมาป่ามารป่าลึกนัก”ชายชรามองชายหนุ่มอย่างหยอกเย้า เหมือนมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น
ไม่รอให้หลันเฟิงตอบพื้นดินก็สั่นสะเทือนแรงขึ้น เงาร่างมหึมาที่อยู่ไกลออกไปเข้ามาในครรลองสายตา
หลันเฟิงมองเงาร่างสายหนึ่งแล้วอดที่จะสูดลมหายใจเย็นเยือกเข้าไปไม่ได้“ใหญ่มาก!”
แม้ว่ารูปร่างภายนอกของราชาปีศาจลาวาแทบจะเหมือนกับปีศาจลาวาแต่ความสูงของมันกลับน่าตกตะลึง สูงกว่าถึงสามจั้ง แขนหนาครึ่งหมี่ กล้ามเนื้อตะปุ่มตะป่ำเหมือนหินลาวาให้ความรู้สึกน่าตกใจเป็นอย่างมาก
ไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้แค่แขนนั่นก็พอจะทำให้ศัตรูหวาดกลัวจนล่าถอยไปแล้ว
“แย่แล้วมีปีศาจลาวาถูกกำจัดไปหนึ่งตัวแล้ว!”หลันเฟิงเหลือบไปเห็นปีศาจลาวาตัวหนึ่งถูกฟันอันแหลมคมของหมาป่ามารป่าลึกกัดจนแหลกก็หน้าเปลี่ยนสี
ทันใดนั้นเขางอเข่าเล็กน้อยร่างทั้งร่างกระโจนไปที่กิ่งไม้กิ่งหนึ่ง แล้วกระโดดต่อไปจนถึงยอดไม้วางแผนจะใช้ประโยชน์จากความสูงหลบการโจมตีของหมาป่ามารป่าลึก
แทบจะในเวลาเดียวกันหมาป่ามารป่าลึกสองตัวก็ทะลวงปราการของปีศาจลาวามาได้แล้ววิ่งตรงมาทางนี้
สิ่งที่ทำให้หลันเฟิงตกตะลึงยิ่งกว่าก็คือปีศาจลาวาที่เหลืออีกห้าตัวก็ถูกหมาป่ามารป่าลึกที่ล้อมรอบอยู่กัดทิ้งสิ้นไม่มีตัวใดรอด
และเพื่อให้บรรลุผลการรบเช่นนี้หมาป่ามารป่าลึกกลับจ่ายแค่เพียงชีวิตของหมาป่ามารป่าลึกตัวหนึ่งเป็นค่าตอบแทนเท่านั้น
การต่อสู้ครั้งนี้เหลือหมาป่ามารป่าลึกเก้าตัวสูญเสียไปแค่ตัวเดียว
สิ่งเดียวที่โชคดีก็คือหลังจากที่เห็นปีศาจลาวาหกตัวถูกฉีกทึ้งแล้วราชาปีศาจลาวาก็ระเบิดความโกรธเกรี้ยวออกมาในชั่วพริบตา สองเท้ากระโจนออกไป เงาร่างมหึมาพวยพุ่งขึ้นไปกลางอากาศยามที่ร่อนลงมาพื้นดินพลันสั่นสะเทือนเล็กน้อย
“ตึง”จุดที่มันตกลงมาอยู่ห่างออกไปสิบกว่าจั้งตรงหน้าหมาป่ามารป่าลึกอีกเจ็ดตัวพอดีพอดีช่วยลดแรงกดดันให้หลันเฟิงไปไม่น้อย
ยามที่หลันเฟิงรู้สึกผ่อนคลายนั้นกลับได้ยินเสียงดังสนั่น “ตึง”
ครู่ต่อมาเขาก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเสือนจากต้นไม้ใต้ร่าง
เห็นได้ชัดว่าสำหรับหมาป่ามารป่าลึกที่มีพละกำลังระดับดาราขั้นกลางแล้วต้นไม้ใหญ่เช่นนี้ไม่ได้ทำให้พวกมันทำอะไรไม่ได้จากพละกำลังของพวกมันแค่ชนเต็มแรงสักครั้ง ต้นไม้ต้นนี้ก็แทบจะหักโค่นแล้ว
“มีเพียงที่เดียวให้หนีแล้ว”
หลันเฟิงมองไปยังหมาป่ามารป่าลึกสองตัวด้านล่างแวบหนึ่งยามที่ต้นไม้ใหญ่ค่อยๆ ล้มลง เขาก็รวบรวมพลังทั้งหมดไปไว้ที่ขาแล้วกระโจนไปหาภูเขาลาวาด้านข้าง...
เงาร่างของชายหนุ่มร่อนลงบนภูเขาลาวาท่ามกลางสายตาไม่พอใจของหมาป่ามารป่าลึกหลังจากที่กลิ้งไปสองรอบตามแรงเฉื่อยแล้ว เขาก็กลิ้งไปในถ้ำภูเขาลาวา
หลันเฟิงกลิ้งหลุนๆไปยี่สิบสามสิบรอบ แล้วกระแทกกับก้อนหินลาวาจนแทบหมดสติ
หลันเฟิงไม่สนใจบาดแผลทั่วร่างไม่สนโลหิตที่ไหลออกมา และไม่ทันได้จัดการกับเสื้อผ้าที่ฉีกขาด เขารีบเงยหน้าขึ้นมองปากถ้ำลาวาด้านบนแล้วเอ่ยพึมพำว่า“จากขนาดร่างกายของหมาป่ามารป่าลึกน่าจะเข้ามาไม่ได้สินะ?”
ส่วนราชาปีศาจลาวาที่น่ากลัวยิ่งกว่าตัวนั้นหลันเฟิงยิ่งไม่มีเวลาจะไปสนใจมันแล้ว