พื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจที่ใต้ตึกคณะสถาปัตย์ มีโต๊ะเก้าอี้ไม้ยาวให้นั่งสุมหัวกันหลังเลิกเรียน
หนึ่งในโต๊ะนั้นมีผมและเพื่อนกำลังนั่งช่วยกันทำรายงานมากว่า 2 ชั่วโมงแล้ว เอ่อ อย่าเรียกว่าช่วยเลยดีกว่าเพราะดูเหมือนว่าตอนนี้เหลือแค่ผมที่ตั้งใจทำงานอยู่คนเดียว
ผมชื่อข้าวครับ นฤกฤษณ์ กานต์สิริ เรียนอยู่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ กำลังจะขึ้นชั้นปีที่ 2 และที่สำคัญผมโสดแต่ไม่ได้อยู่ในโหมดที่ใครจะจีบก็ได้ เพราะผมชอบเป็ฝ่ายจีบก่อน รุกก่อน แต่ไม่เสร็จก่อนแน่นอนครับ
ผมสูง 185 ซ.ม. ผิวขาวเหลืองชอบว่ายน้ำ ชอบทำชาเลนจ์พิสูจน์ความมีวินัยของตัวเองและที่เพิ่งสำเร็จไปสดๆ ร้อนๆ ก็คือการมีซิกแพค ผมต้องออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อสร้างมันขึ้นมา โดยชาเลนจ์กับตัวเองว่าต้องมีก่อนเข้าปี 1 ให้ได้ แล้วผมก็ทำมันได้จริง ด้วยนิสัยที่ชอบเอาชนะและไม่ยอมแพ้มันเลยทำให้ผมกลายเป็คนค่อนข้างจะมีฟอร์ม พูดแรง และไม่ค่อยแคร์ใครเท่าไหร่ แต่โชคยังดีที่เพื่อนๆ ยังไม่เลิกคบ ออกจะเข้าใจผมดีกว่าตัวผมเองด้วยซ้ำ แรกๆ พวกมันอาจจะไม่ค่อยปลื้มแต่หลังๆ มันคงกลายเป็ความเคยชินไป
ถ้าคุณว่าผมสูงแล้วแต่มีเพื่อนในกลุ่มสูงกว่าผมอีกครับ นั่นคือไอ้ทิว มันสูง 189 ซ.ม. ผิวแทน หน้าคมเข้มแต่มีลักยิ้มที่ทรงเสน่ห์แถมยังเคยเป็นักบาสของโรงเรียนั้แ่มอต้น ความสูงของมันกวาดใจสาวๆ มานักต่อนัก ด้วยลุคหนุ่มนักกีฬาแบบมัน ไม่ใช่เื่ยากที่จะทำให้สาวตกเป็เหยื่่อในการบริหารเสน่ห์ สุดท้ายก็ชิ่ง เรียกง่ายๆ ว่าหนุ่มแบดบอยครับ
เพื่อนสนิทอีกคนที่ผมไม่พูดถึงไม่ได้ ไอ้เฟย สูง 180 ซ.ม. ผู้นำแฟชั่นการแต่งตัวและเป็หนุ่มลูกครึ่งไทยจีนที่มีผิวขาวโอโม่สุดในกลุ่ม ไม่ใช่แค่การแต่งตัว มันยังแต่งหน้าเป็อีกต่างหาก เรียกว่าสำอางสุด คติประจำใจของมันคือถ้าไม่ดูดีไม่มีออกจากบ้าน
"ไอ้ข้าว มึงว่าเสื้อตัวนี้สวยเปล่าวะ" เฟยเพื่อนสนิทของผมหันมาถาม พร้อมกับยื่นหน้าจอมือถือที่เปิดค้างหน้าไอจีร้านเสื้อผ้าประจำของมันให้ผมดู
"เออ ก็สวยดีแต่ตัวนี้มึงมีแล้วไม่ใช่เหรอวะ" ผมพยักหน้าก่อนจะถามมันกลับ
"ใช่ที่ไหน นั่นมันสีน้ำตาล นี่มันสีกากี" ไอ้เฟยเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามผม ก่อนจะจิ้มนิ้วไปที่หน้าจอมือถือแรงๆ เป็สัญญาณว่าให้ผมแหกตาดูอีกครั้ง
"และมันต่างกันตรงไหน" ความเพื่อนสนิทที่คบกันมากว่า 5 ปี จะยอมเสียฟอร์มง่ายๆ ได้ยังไง
"มึงนี่เอ้าท์มาก นี่มึงอยู่ถาปัตย์จริงป่ะเนี้ย สียังแยกไม่ออกเลยเหรอครับไอ้คุณข้าว"
"ทำไมกูต้องมาสนใจรายละเอียดสีเสื้อมึงด้วย กูต้องให้ความสำคัญกับมึงขนาดนั้นเลย" ผมตอบมันไปแบบกวนบาทาอีกครั้ง ก่อนจะทำหน้าเหนื่อยหน่าย
"ฟอร์มเยอะนักนะมึงอ่ะ นอกจากฟอร์มเยอะแล้ว ปากยังหมาอีก พูดทำร้ายจิตใจคนอื่นเก่ง ถึงว่าไม่มีแฟนกับเขาสักที ก็ปากมึงเป็อย่างเนี้ย"
"พูดจบยัง รำคาญ กูจะทำรายงานต่อ" ผมละสายตาจากมันแล้วกลับมาสนใจรายงานที่หน้าจอโน๊ตบุ๊คผมอีกครั้ง
"เถียงไม่ได้ก็เปลี่ยนเื่ตลอด เปลี่ยนมุกบ้างนะครับ ไอ้หล่อ" เสียงบ่นยังออกมาจากปากไอ้เฟยไม่หยุด นิ้วโป้งขวาพลางสไลด์หน้าจอมือถือของมันต่อไป
"มาแล้วเว้ย ร้อนฉิบหายเลย" ไอ้ติวเพื่อนผมอีกคนที่อาสาไปซื้อเสบียงสำหรับคืนนี้ ไม่ใช่เสบียงทำรายงานหรอกครับ ผมหมายถึงศึกแดงเดือดลิเวอร์พลูกับแมนยูคืนนี้ต่างหาก
"อ้าวแล้วไอ้อีฟไปไหนวะ ไม่กลับมากับมึงอ่ะ" ไอ้เฟยถามถึงอีฟเพื่อนผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มของพวกเรา จะว่าหญิงก็ไม่เชิงเรียกสาวห้าวดีกว่า อีฟเป็ผู้หญิงตัวเล็กสูงประมาณ 163 ซ.ม. ผิวขาว ตัดผมซอยสั้นมองไกลๆ เหมือนไอดอลเกาหลีหน้าหวาน แต่ถึงมันจะเปิดตัวเป็สาวห้าวที่ชอบเพศเดียวกัน แต่หนุ่มๆ ก็ยังแวะเวียนมาขายขนมจีบอยู่เรื่อย แถมยังเข้าทางเพื่อนๆ อย่างผม ไอ้เฟย และไอ้ทิวอีกต่างหาก ผมสนิทกับเฟยและทิวั้แ่มอต้น แต่กับอีฟเราเพิ่งมา สนิทกันตอนปี 1
"คืนนี้มันคงเทเราแล้วว่ะ แม่งเมียโทรตามนิดเดียวทิ้งเพื่อน เห็นหญิงดีกว่าเพื่อน" ไอ้ติวขยายความ
"นอกจากจะเทดูบอลแล้ว ยังไม่มีช่วยกูทำรายงานอีก" ผมพูดขึ้นมาก่อนที่ไอ้เฟยจะตบบ่าปลอบใจ
"เอาน่ามันเพิ่งจะง้อแฟนมันได้ มึงก็ให้เพื่อนไปมีความสุขสัก 12 ชั่วโมง พรุ่งนี้มันก็มาดราม่ากับมึงใหม่" ไอ้เฟยพลางพูดต่อ
"และพวกมึงจะหันมาช่วยกูทำรายงานกันได้ยัง มึงเป็คนเหนือเหรอวะ อู้กันจริง" ผมด่าพวกมันไปหนึ่งจบ
"ครับพ่อ ผมจะช่วยทำเดี๋ยวนี้ครับ เหลือแค่นิดๆ หน่อยๆ ทำเป็บ่น จารย์ก็ขยันสั่งจริง ใกล้จะสอบอยู่ละ" ไอ้ทิวมานั่งข้างผมพร้อมโฟกัสที่หน้าจอโน๊ตบุ๊ค
เหลือก็แต่ไอ้เฟยที่ทำเป็ทองไม่รู้ร้อน มันยังไม่ละความสนใจจากมือถือของตัวเอง
"เฮ้ย มึงว่าตัวนี้สวยป่ะวะ แม่งดูดีว่ะ ไม่รู้ว่านายแบบดีหรือเสื้อดีกันแน่" เพิ่งจะด่ามันไปหยกๆ ยังจะมีน่ามาถามหาความคิดเห็นเื่แฟชั่นของมันอีก
เฟยยื่นหน้าจอภาพนายแบบหนุ่มใส่เสื้อผ้าของร้านไอจีที่มันตามให้ผมกับไอ้ทิวดูอีกครั้ง พวกผมหันไปมองแบบหน่ายๆ ปนหงุดหงิดเล็กๆ
"เออ กูว่าเพราะนายแบบว่ะ หล่อขนาดนั้น" ไอ้ทิวออกความเห็น
"และมึงคิดว่าไง ไอ้ข้าว" เมื่อฟังคำตอบของไอ้ทิวแล้วมันก็หันหน้ามาจ้องที่ผม
"...." ผมจ้องมองนายแบบในภาพ ใส่เสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์สีม่วงพาสเทลปลดกระดุมบน 3 เม็ด แหวกให้เห็นเสื้อยืดสีม่วงเฉดเข้มขึ้นทับอยู่ด้านในขับผิวขาวอมชมพู ใส่คู่กับกางเกงยีนส์สีอ่อนขากระบอกเล็กและรองเท้าผ้าใบ กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ในร้านกาแฟสไตล์มินิมอล ใบหน้าเรียวเล็กพร้อมรอยยิ้มที่เห็นฟันหน้าครบทุกซี่จนตาหยี ให้ความรู้สึกว่าโลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นเยอะ
"ไอ้ข้าว ข้าว มึงได้ยินกูป่ะเนี้ย" เสียงไอ้เฟยดังขึ้นเรื่อยๆ แต่แปลกที่ตอนนี้ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
"เออ มึงว่าไงนะ" ผมตื่นจากความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่ได้รู้สึกมานานมาก จนบอกไม่ถูก...
"กูเรียกมึงแทบตาย จนทุกโต๊ะเขาหันมามอง คิดว่าพวกเรามีเื่กันแล้ว เหม่อไรวะ"
"เปล่า ไม่มีไร"
"มึงโอเคไหม กูใช้งานมึงหนักไปเปล่าวะ" ไอ้ทิวยกมือสองข้างมาบีบไหล่ผมเบาๆ
"สรุปเสื้อเป็ไง" ไอ้เฟยยังคงเค้นเอาคำตอบจากผมอยู่
"มึงชอบก็ซื้อสิวะ จะถามคนอื่นเพื่อ"
"กูแค่้าแรงสนับสนุนเพื่อความมั่นใจ มึงก็ดูสินายแบบหล่อขนาดนั้น ถ้ากูใส่จะรอดไหม กูเลยถามความเห็นของพวกมึงก่อน"
"กูให้ผ่าน ซื้อเลยเพื่อน ซื้อ!" ไอ้ทิวชิงตอบ
"ไอ้สัตว์ มึงรำคาญกูใช่ไหมไอ้ทิว และมึงอ่ะไอ้ข้าว"
"เออ กู...กูชอบ" ผมตอบอึกอักและรู้สึกชาที่ใบหน้าจนถึงใบหู
"นี่มึงจะเลิกลั่กทำไมเนี่ย รับรองกูใส่แล้วสู้น้องปลาทูได้แน่นอน"
"น้องปลาทู? มึงรู้จักนายแบบด้วยเหรอวะ" ผมเลิกคิ้วถามไอ้เฟย
"อืม กูดูแท็กไอจีในรูป ก็ว่าหน้าคุ้นๆ กูติดตามน้องเขาอยู่ไม่นานนี้เอง"
"แค่เป็ผู้ติดตาม กูก็นึกว่ามึงรู้จักน้องเขาเป็การส่วนตัว" ไอ้ทิวถอนหายใจ
"มึงไม่รู้เหรอวะ น้องเขาเป็น้องชายของพี่ปลาวาฬ พี่ว้ากปี 3 คณะเรา" ไอ้เฟยขิงกลับพวกผมทันที
"เชี้ย ถามจริง พี่วาฬมีน้องชายน่ารักฉิบหาย" ไอ้ทิวใยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาป้องปาก
"เออ และที่สำคัญน้องเค้ากำลังจะมาเป็เฟรชชี รุ่นน้องปี 1 มหาลัยเราด้วยเว้ย พี่วาฬเพิ่งลงรูปคู่แสดงความยินดีในไอจีพี่เขาอยู่เลย"
"ไอ้เฟย มึงนี่ขาเผือกจริงว่ะ นิสัยผู้หญิงมึงชักจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ และนะ"
"ต่อยกับกูไหมไอ้เชี้ยทิว"
"..." ท่ามกลางาระหว่างไอ้ทิวกับไอ้เฟยนั้น ผมได้แต่นั่งเงียบฟังข้อมูลจากไอ้เฟย ในใจก็ปฎิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกดีใจจนอดกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่อยู่
"มึงยิ้มเหี้ยไรวะ มึงชอบน้องเขาเหรอ" ไอ้เฟยหันมาจับผิดผมก่อนจะชี้ไปที่รูปปลาทูอีกครั้ง
"เออ กูชอบ"
"เฮ้ย มึงไม่สบายป่ะเนี้ย ไม่มีฟอร์มไรหน่อยเหรอวะ" ไอ้ทิวหันมาพร้อมยกมือเตะที่หน้าผากผมเพื่อวัดไข้
"สำหรับคนที่กูชอบไม่จำเป็ต้องมีฟอร์มว่ะ"