"ท่านพี่เหตุใดไปเที่ยวเล่นหอนางโลมไม่ชวนข้าสักนิด"
กลับจวนมาเจียวมิ่งก็ยืนเท้าสะเอวมองพี่สาวด้วยท่าทางไม่พอใจ เพราะทำเื่ให้ผู้เป็บิดาไม่พอใจจึงได้แต่ถูกขังอยู่ในจวน
"เ้าโดนคาดโทษจากท่านพ่ออยู่อยากคัดคัมภีร์ต่อสู้อีกรึไง"
สองวันก่อนที่เจียวมิ่งออกไปเที่ยวเล่นทั้งที่ท่องหนังสือไม่ถึงไหนทำให้โดนลงโทษโดยการคัดกลยุทธ์ศึการ้อยจบ
"ไม่ๆ แค่กลยุทธ์ศึกาที่ข้าคัดก็ปวดมือไปหมดแล้ว ท่านพี่...ท่านขอท่านพ่อให้ข้าไปเรียนรู้จากท่านได้หรือไม่ช้าไม่อยากอุดอู้อยู่ในจวนนี้ทั้งวัน"
ได้ทีเจียวมิ่งก็เข้ามากอดแขนออดอ้อนกับผู้เป็พี่ด้วยท่าทางน่าสงสาร
"ไว้ข้าจะขอท่านพ่อให้นะ"
เห็นแบบนี้เจียวลู่ก็อดที่จะสงสารผู้เป็น้องไม่ได้ เวลานี้บ้านเมืองสงบสุขค่อยๆ เรียนรู้ไปก็ไม่เสียหายในวัยของเจียวมิ่งคงอยากออกไปวิ่งเล่นหาความสำราญนางไม่เคยมี่เวลานั้นจึงอยากให้น้องมีมัน
"ท่านพี่ใจดีกับข้าที่สุด" เจียวมิ่งยิ้มดีใจ
ั้แ่เช้าวังเพื่อรับของกำนัลที่องค์ฮ่องเต้พระราชทานในงานแต่ง เจียวลู่นับวันคืนรอให้งานมาถึงเร็วๆ
"ลูกสาวข้าหลายวันมานี้เ้าดูร้อนรนใจแปลกๆ นะ"
"ข้าอยากรีบแต่งกับคุณชายิ ท่านแม่ข้าอยากเข้าหอเต็มทนแล้ว"
"ตายแล้วๆ เ้านี่ไปอยู่กับพวกทหารนานจนไม่รู้จักสงวนท่าทีของอิสตรีสูงศักดิ์เลยนะ"
ฮูหยินลู่จื่อเอ่ยพร้อมกับยกยาหอมมาดม รู้สึกวิงเวียนศีรษะทันทีที่ได้ยินจุดประสงค์ของบุตรสาว
"ข้าก็เป็คนพูดตรงๆ เหตุใดต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา นี่ก็อีกตั้งสองวันข้าใจจะขาดแล้วท่านแม่"
"ตายๆ ลูกข้าแต่ละคนเหตุใดถึงเป็เช่นนี้ไปได้"
เจียวลู่ไม่ได้สนใจอาหารลมจับของผู้เป็มารดากลับพยายามหาทางศึกษาตำราและท่วงท่าเพื่อใช้ในการเข้าหอ
"ท่านแม่ทัพท่านจะเอาไปดูทำไมกัน ปกติบุรุษถึงดูนะขอรับ " ทหารนายหนึ่งบอก
เจียวลู่แม้จะเป็แม่ทัพใหญ่ขั้นสูง แต่นางไม่เคยถือตัวหากทหารในกองทัพมีสิ่งใดนางก็พูดเป็กันเองจนทหารต่างจงรักภักดีต่อนางและยอมตายได้หากท่านแม่ทัพสั่ง
"พูดมากเสียจริงไปได้แล้ว อ๋อถ้ามีอีกก็เอามาให้ข้าเยอะๆ "
"ขอรับ"
ใครจะไปคิด หากว่าที่สามีนางเป็คนอ่อนด้อยประสบการณ์จะทำเช่นไร นางอยากรีบเข้าหอรีบมีบุตรทันใช้
แต่เื่พวกนี้ทำเองผู้เดียวไม่ได้นางจึงต้องศึกษาเพิ่มความรู้เพื่อทำลูกให้ได้โดยเร็วนางมั่นใจ!
จนใกล้ถึงวันที่นางจะแต่งเข้าจวนฉีิก็ยังคงไม่เห็นหน้าท่านแม่ทัพใหญ่ว่านางจะเป็เช่นไร จะอัปลักษณ์ดังเช่นที่ผู้คนร่ำลือหรือไม่ก็ยังไม่อาจรู้ได้
นางไม่ออกมาจากจวนเลย หากมีเื่จะสนทนากับนางต้องแจ้งแก่นางกำนัลในจวนเท่านั้น
ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยว่าตอนนี้นางเป็เช่นไร แต่ดูจากรูปการณ์ดูเหมือนคำร่ำลือจะเป็จริง
"พบกันอีกแล้วนะคุณชายิ"
แม่นางผู้นี้อีกเป็ผู้ใดกันมีเหตุอันใดต้องปิดบังใบหน้าและตัวตน นางรู้ว่าจะเจอข้าอยู่ที่ไหนตามที่นางเคยบอกจริงราวกับมีสายข่าวทั่วทั้งเมืองหลวง
"ช้าอดแปลกใจในความสามารถเข้าตลอดเลย หวังว่าคราวนี้ข้าจะได้รับเกียรติรู้ชื่อของแม่นาง"
"ไว้คราหน้านะ พอดีวันนี้ข้านึกชื่อไม่ออก"
คำพูดของนางทำให้คนที่กำลังจะยกแก้วชาขึ้นจิบถึงกับชะงักไปเล็กน้อย นางคงคิดว่าข้าว่างมาเล่นกับนางตลอด
"ถ้ายังเป็เช่นนี้ข้าคงไม่มีสิ่งใดจะสนทนากับแม่นางอีกแล้ว"
"เดี๋ยวสิ! เอ่อข้ามีชื่อว่า..."
เจียวลู่ไม่คิดว่าเขาจะหลอกล่อนางด้วยวิธีนี้เหมือนรู้ว่านาง้าคุยกับเขาเลยเอาเื่นี้มาอ้าง
"ข้ารอฟังอยู่"
เอาไงดีนางควรทำเช่นไร ใช้กำลังไม่ได้ต้องใช้สมองคิดซึ่งนางไม่ถนัดเลยในเื่นี้ หรือจะใช้มารยาหญิงตามที่ได้ศึกษามา...
"ข้า...โอ๊ย! ปวดท้องอยู่ดีๆ ข้าก็ปวดท้องโอ๊ย"
ถือว่าการแสดงนางดีเยี่ยมเมื่อทำท่าว่าจะล้มฉีิก็รับนางเอาไว้ได้ทันก่อนร่างจะถึงพื้น
อ้อมกอดที่อบอุ่นซาบซ่านไปถึงหัวใจทำให้เจียวลู่เคลิ้ม ยิ่งมองใบหน้าหล่อเหลาใกล้ๆ เช่นนี้นางยิ่งอดใจถึงวันเข้าหอไม่ไหวเสียแล้ว
สองมือเรียวที่เคยจับกระบี่จนหยาบกระด้างโอบกอดรอบคอบุรุษที่นางหลงรักเอาไว้แน่น สายหวานเยิ้มสื่อถึงความในใจทำให้ฉีิเองก็เผลอมองตาสวยระยิบระยับของนางเหมือนตกในมนต์เสน่ห์
"ขะ ขอบใจคุณชายมากข้าพยุงตัวได้แล้ว"
เจียวลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แม้จะอยู่กับบุรุษเต็มค่ายทหารก็ไม่ได้ทำให้นางเขินอายหน้าแดงได้เพียงนี้ แต่กับบุรุษที่ชอบเพียงแค่ััน้อยนิดก็ทำใจนางล่องลอย
"ขออภัยข้าล่วงเกินท่านแล้ว" ฉีิรีบปล่อยนางทันทีที่ได้สติ
"ไม่เป็ไรๆ ข้าไม่ถือตัวหรอก "
ท่าทีของนางดูทะมัดทะแมงราวบุรุษ แถมในตัวยังพกอาวุธอีกหลายจุด แม้จะต่อสู้ไม่ค่อยเป็แต่ฉีิก็ศึกษามาเยอะจนเข้าใจ นางเป็ใครกันแน่...
"ว่าแต่ข้าได้ข่าวว่าท่านกำลังจะอภิเษกสมรสกับแม่ทัพเจียวลู่ใช่หรือไม่"
"นี่ก็เป็อีกเื่ที่ท่านรู้เกี่ยวกับตัวข้า แต่ข้ากลับไม่รู้แม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามของแม่นาง"
ดูจากท่วงท่าและลมปราณนางคงมีวรยุทธ์อยู่มากแปลกที่นางเลือกจะปิดบังมันเอาไว้ และเขาดูออกว่าการแสร้งล้มเมื่อครู่คงจะเพราะนางไม่้าบอกชื่อแก่เขา
"คุณชายจะได้รู้เองเมื่อถึงเวลา ข้าไปก่อนนะมาเห็นหน้าท่านคลายความคิดถึงแล้ว"
เอ่ยเช่นนั้นเจียวลู่ก็เดินจากไปทันทีทิ้งให้ฉีิมองตามหลังนางด้วยความงุนงง สตรีที่คิดสิ่งใดแล้วเอ่ยออกมาเช่นนี้ไม่เกรงกลัวผู้ใดเห็นทีจะมีแต่นาง...
เจียวลู่เดินออกจากโรงเตี๊ยมด้วยรอยยิ้มแม้จะไม่มีผู้ใดเห็นเพราะผ้าปิดเอาไว้แต่ดูจากแววตาก็รู้ว่านางมีความสุขเพียงใด
"ท่านแม่ทัพองค์ชายมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างที่ท่านคิดจริงขอรับ"อี้เฉินมารายงานเื่ที่ไปสืบมา
"ดูไปก่อนอย่างน้อยก็ให้ผ่านงานแต่งข้าไปก่อนค่อยจัดการ"
แม้ศึกภายนอกจะสงบสุขแล้วแต่ศึกภายในการแก่งแย่งชิงอำนาจภายในวังหลวงก็ยังคงมีอยู่
ซึ่งเป็หน้าที่ของแม่ทัพอย่างเจียวลู่ที่ต้องเข้าไปจัดการในเื่นี้ หากไม่ใช่นางเกรงว่าด้วยตำแหน่งสูงศักดิ์ขององค์ชายยากที่จะมีผู้อื่นกล้าสงสัย
แม่จะเป็ความผิดเพียงเล็กน้อยในวันนี้แต่ไม่นานหากไม่ติติงคงจะเป็การชักศึกเข้าบ้านเป็แน่