“ที่หงุดหงิดใส่ฉันบ่อยๆแบบนี้ คงไม่ใช่เพราะ” ฉันพูดกระซิบข้างหูของผู้ชายที่นั่งบนเก้าอี้ตรงหน้า
ฉันโน้มใบหน้าลงไปใกล้กับใบหน้าของเขามือข้างหนึ่งเกาะจับบนไหล่ซ้ายของชายหนุ่มส่วนมืออีกข้างหนึ่งค้ำยันพนักพิงเก้าอี้ตัวที่เขานั่งอยู่
ใบหน้าฉันกำลังเริ่มยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบแตะััลงที่ปลายจมูกพุ่งโด่งของเขา
“ไม่ใช่เพราะอะไรทั้งนั้น” ไม่ทันที่ฉันจะได้พูดจบประโยคตามที่คิด
ฝ่ามืออันหนาของเขาทั้งสองข้างผลักดันร่างบอบบางของฉันจนกระเด็นออกมาแต่ไม่แรงมาก
ใบหน้าของเขาเริ่มหงุดหงิดคิ้วทั้งสองข้างขมวดจนแทบจะสลับฝั่งกันน้ำเสียงดุเข้มของเขากล่าวออกมาก่อนจะลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ตัวที่นั่ง
“ผมไม่มีทางคิดจริงจังอะไรกับคุณแน่นอนอย่างที่เราตกลงกันไว้แต่แรก ระหว่างเราสองคนเป็แค่ คู่นอน เท่านั้น”
“ฉันก็ไม่ทันจะได้ว่าอะไรสักหน่อยคู่นอนก็คู่นอน แต่ดูเหมือนว่าคุณจะมานอนที่คอนโดของฉันบ่อยแทบจะทุกวันเลยนะ” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันยิ้มยกมุมปากท่าทีกวนอารมณ์ และดูเหมือนว่ามันจะทำให้เขานั้นโกรธจนต้องลงโทษฉันให้ได้
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมก็ขอนอนที่นี่อีกสักคืนหนึ่ง คงไม่เป็อะไร จริงมั้ย” เขาพูดไม่ทันขาดคำร่างกายแสนบอบบางของฉันก็ถูกดึงกระชากเข้าไปจนติดกับแผ่นอกล่ำๆ ที่เต็มไปด้วยมวลมัดกล้ามอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวมือทั้งสองของเขาจับที่ไหล่สองข้างของฉัน บีบรัดจนแน่นซอกคอเรียวระหงของฉันกำลังถูกริมฝีปากนุ่มของเขาจูบไล่ไปมาอย่างดูดดื่มหื่นกระหายเขาค่อยๆ จูบไล่ลงจากซอกคอมาจนถึงเนินออกอวบอิ่ม มือที่บีบรัดต้นแขนของฉันก่อนหน้าเริ่มคลายออกแล้วลูบไล้ผิวเรียบเนียนลงมาจนถึงใต้ราวออกก่อนมือของเขาจะขยับขึ้นมาดึงกระชากชุดเกาะออกของฉันลงมากองรวมกันที่เอวบางเว้าโค้งของฉัน
นินอวบอิ่มทั้งสองข้างของฉันกำลังถูกมือของเขาบีบขย้ำมันเต็มไม้เต็มมือเขาพอดี เม็ดชมพูบนเนินอวบอึ๋มของฉันเริ่มตึงตั้งตระหง่านเพราะทนความเย็นจากลิ้นที่เขาััลงไปไม่ไหว
“อื้อส์..” ฉันอุทานเสียงสั่นหลุดออกมาจากลำคอตอนนี้ฉันกำลังเคลิ้มจนตัวเบาล่องลอย มารู้ตัวอีกทีแผ่นหลังของฉันก็ถูกดันไปติดกับผนังห้องเสียแล้วขาข้างหนึ่งของฉันถูกเขายกขึ้นสูงจนเกือบถึงเอวท่อนเอ็นตึงของเขาแตะััที่ช่องแคบของฉันวนไปมาก่อนมันจะถูกยัดเข้าไปในช่องทางรักนั้นบั้นเอวของชายหนุ่มขยับเข้าออกเป็จังหวะถี่เร็วช้าสลับไปมา
“อ่าส์ ผมบอกคุณแล้วใช่มั้ยอย่าทำหน้าตาท่าทางท้าทายอารมณ์ผม” เสียงสั่นตามจังหวะที่ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวกระซิบข้างใบหูของฉันก่อนริมฝีปากนั้นจะขบลงติ่งหูฉัน
ฉันได้หยุดพักหายใจไม่เพียงกี่วินาทีร่างกายของฉันก็ถูกผลักทุ่มลงไปนอนบนเตียงนุ่ม ร่างกายของฉันกำลังถูกคร่อมไปทั้งตัวก่อนที่เขาจะยัดเยียดเ้าน้องชายเข้าไปจู่โจมน้องสาวของฉันอย่างไม่ปรานี
ตัวฉันเริ่มสั่นะเืกระเพื่อมไปตามจังหวะที่เขาส่งแรงกระแทก“ฮื่ออ ฉันไม่ไหวแล้ว” ฉันถึงขั้นออกปากร้องขอชีวิต แต่เหมือนฉันยิ่งร้องขอเท่าไหร่เขายิ่งลงโทษฉันหนักขึ้นเร็วขึ้นและแรงขึ้น
“อ่าส์!!!!” เขาถอนเ้าน้องชายออกมาจากช่องแคบของฉันใบหน้าเซ็กซี่ของเขาทรุดลงแก้มแนบชิดบนเนินอกพร้อมกับลมหายใจที่หืดหอบแทบจะหายใจไม่ทันเช่นเดียวกับฉันที่นอนอยู่ด้านล่างตัวเขาก็เหมือนจะขาดใจตายอยู่แล้ว
หลังจบศึกบนเตียงทั้งสองอาบน้ำชำระร่างกายและขึ้นไปนอนบนเตียงเคียงกายกันด้วยความเพลียร่างกายที่ไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ของเขานอนเคียงกายฉันชายหนุ่มนอนหงายแขนของเขาข้างหนึ่งกางยื่นออกมาสอดใต้ลำคอเป็หมอนที่อบอุ่นให้ฉันหนุนนอนฉันนอนตะแคงข้างก็มีร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเป็หมอนข้างใบโปรดให้เหมือนกับเมื่อคืนที่ผ่านมา
รุ่งเช้า
แสงแดดของเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านบานกระจกหน้าต่างเข้ามากระทบกับผ้าม่านสีน้ำเงินเข้ม
“เช้าแล้วเหรอ” ฉันขยี้ตาแล้วถามเขาด้วยเสียงงัวเงียเบาๆก่อนจะพลิกตัวไปฝั่งด้านขวาตามด้วยพลิกตัวกลับไปทางด้านซ้าย “เฮ้อ”เสียงถอนหายใจพร้อมพลิกตัวกลับมา ตาของฉันเหม่อมองขึ้นไปที่เพดานห้องนอน
[แพรวนิด]
“แบบนี้ตลอดไปไม่ลาจะมาก็ไม่บอก” ฉันบ่นเสียงในลำคอเมื่อชายหนุ่มที่นอนข้างกายเมื่อคืน ฉันตื่นมาเช้านี้เขากลับไม่อยู่เสียแล้วเป็เื่ปกติของเขาที่มักจะกลับไปตอนไหนก็ไม่เคยบอก และมันก็เป็เื่ที่ฉันไม่มีสิทธิ์ต่อว่าเขาอีกต่างหาก
ฉันขยับตัวลุกขึ้นจากที่นอนอ้อยอิ่งเรื่อยเปื่อยอยู่ในคอนโดเพียงลำพังกับซีรีส์เื่โปรด อาหารเช้าที่แสนธรรมดาตามสไตล์คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปร้อนๆกับน้ำผลไม้เย็นๆ หนึ่งแก้วก็เพียงพอกับมื้อเช้าที่แสนจะเพลียร่างจากการออกศึกหนักสองคืนติดระหว่างฉันและชายหนุ่มที่ตอนนี้ลืมตาตื่นนอนมาก็ไม่พบหน้าเขาแล้ว
*****