บทที่ 27
เ้าเมืองไป๋สือ
ภายในเมืองไป๋สือบรรยากาศภายในเมือง่นี้ค่อนข้างซบเซา ผู้คนที่เดินอยู่บนถนนก็บางตายลงอย่างเห็นได้ชัด
เมืองไป๋สือแห่งนี้แม้ว่าจะไม่ใช่เมืองขนาดใหญ่แต่ก็ถือว่าเป็เมืองขนาดกลางได้อย่างสูสี เพราะว่าประชากรที่อาศัยอยู่ภายในเมืองก็มีเกือบล้านคน ถึงแม้ว่าจะเป็่หน้าหนาวแต่การที่มีผู้คนเดินอยู่บนถนนบางตาเช่นนี้ก็ถือว่าเป็เื่ที่แปลกประหลาด
แต่สำหรับชาวเมืองไป์สือที่อาศัยอยู่ภายในเมือง ดูเหมือนว่าเื่นี้จะเป็เื่ปกติไปแล้ว เป็เพราะว่าใน่เวลานี้เมืองไป๋สือไม่ค่อยสงบสุขสักเท่าไหร่
หลายวันที่ผ่านมามีข่าวการออกอาละวาดของสัตว์อสูรบริเวณรอบๆส่งเข้ามาภายในเมืองอย่างต่อเนื่อง ทางด้านเมืองไป๋สือไม่ว่าจะเป็จวนเ้าเมืองหรือว่ากองเนตร์ก็ออกประกาศ จะจัดการเกี่ยวกับเื่สัตว์อสูรที่ออกอาละวาดบริเวณรอบๆเมืองให้เร็วที่สุด แต่ว่าผ่านมาหลายวันแล้วสัตว์อสูรที่ออกอาละวาดอยู่ก็ยังคงออกอาละวาดคนที่บอกว่าจะจัดการก็ยังไม่ได้ลงมือ นี่จึงทำให้บรรยากาศภายในเมืองนั้นเต็มไปด้วยความซบเซาเช่นนี้
ณ จวนเ้าเมือง
จวนเ้าเมืองตั้งอยู่บริเวณที่ถือว่าเป็ย่านที่มีผู้คนที่มีฐานะอาศัยอยู่มากที่สุด ภายในเมืองไป๋สือมีการแบ่งเขตที่พักอาศัยไว้ว่าผู้มั่งมีอยู่ทางเหนือผู้ยากจนดูทางใต้ ทางทิศตะวันออกคือที่อยู่อาศัยของชนชั้นกลางทิศตะวันตกคือย่านการค้า
เพราะแบบนั้นบริเวณทางทิศเหนือของเมืองจึงเต็มไปด้วยจวนหลายแห่งที่มีพื้นที่กว้างขวาง ไม่เพียงแค่นั้นสิ่งก่อสร้างภายในจวนแต่ละแห่งยังใหญ่โตงดงามราวกับคฤหาสน์หลายหลังทอดยาว
จวนเ้าเมืองเองก็เป็หนึ่งในสถานที่ทางทิศเหนือที่ถือว่าใหญ่โตมากที่สุด เพียงแค่อาณาเขตของจวนก็กินพื้นที่กว้างขวางแทบจะยึดครองถนนเส้นหนึ่งไปทั้งเส้น สิ่งก่อสร้างที่อยู่ภายในจวนเองก็มีมากมายส่วนใหญ่เป็คฤหาสน์หลายหลังที่ทอดยาวราวกับพระราชวังขนาดเล็ก
ภายในเมืองไป๋สือสถานที่ที่น่าจะมีความใหญ่โตและงดงามเทียบกับสถานที่แห่งนี้ได้ ก็คงจะมีเพียงแค่จวนของแม่ทัพพิทักษ์เมือง แล้วก็กองเนตร์ที่ตั้งอยู่ภายในเมืองเท่านั้น
ภายในห้องตำราที่กว้างขวางของจวนเ้าเมือง ร่างของชายวัยกลางคนผู้นึงกำลังนั่งอ่านตำราอยู่ภายในห้อง เขามีรูปลักษณ์เป็ชายวัยกลางคนร่างกายสูงโปร่ง ดวงตาคมกริบ เรือนผมสีดำบนศีรษะเริ่มปรากฏเส้นผมสีขาวแซมเล็กน้อย สวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มปักัเมฆาทับไว้ภายนอก ภายใต้เสื้อคลุมภายนอกเป็อาภรณ์สีครามธรรมดาๆตัวนึง
คนผู้นี้คือหนึ่งในผู้มีอำนาจมากที่สุดในเมืองไป๋สือ เ้าเมืองไป๋สือ มู่หยวนไห่
ด้านหลังของเ้าเมืองอย่างมู่หยวนไห่มีชายชราผู้นึงกำลังยืนอย่างเงียบๆอยู่ด้านหลัง ชายชราผู้นี้มีร่างกายสูงโปร่งผมและหนวดเคราเป็สีขาว
โพลนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น ส่วนอาภรณ์ที่สวมใส่ดูเรียบง่ายเป็อย่างยิ่ง ยามที่ชายชรายืนอยู่ด้านหลังเ้าเมืองเขายืนนิ่งราวกับเป็รูปปั้นที่ไร้ชีวิต ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ถ้าเกิดว่ามีใครสักคนเดินเข้ามาภายในห้องแห่งนี้คงมองข้ามชายชราผู้นี้ไปราวกับไร้ตัวตน
ภายในห้องเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงแค่เสียงพลิกเปิดตำราภายในมือของมู่หยวนไห่เท่านั้นที่ดังขึ้นเป็ระยะๆ
จนกระทั่งด้านนอกห้องมีเสียงฝีเท้าที่เร่งร้อนปรากฏขึ้น หลังจากนั้นแค่ไม่กี่ลมหายใจก็มีเสียงของชายวัยกลางคนผู้นึงดังขึ้นจากด้านนอกห้องตำรา
“ท่านเ้าเมือง!”
“เข้ามา” มู่หยวนไห่ตอบรับอย่างแ่เบา
หลังจากที่ได้รับอนุญาตจากท่านเ้าเมืองแล้ว ร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามา ชายวัยกลางคนผู้นี้ร่างกายสูงใหญ่กำยำ มีผิวคล้ำหยาบกร้าน ดวงตาคมกริบใบหน้าดุดัน ใบหน้าประดับหนวดเคราเล็กน้อย จุดเด่นบนใบหน้าก็คือบริเวณคิ้วข้างซ้ายของเขามีแผลเป็จากอาวุธลากเป็ทางยาว เครื่องแต่งกายที่เขาสวมใส่เป็ชุดเกราะเหล็กสีดำที่ค่อนข้างเป็เอกลักษณ์
ทันทีที่ชายวัยกลางคนพวกนี้ก้าวเข้ามาก็ประสานมือคารวะเ้าเมืองที่นั่งอยู่ด้านหน้า
“ใกล้หรือยัง” มู่หยวนไห่เอ่ยถามอย่างเรียบเฉย ในขณะที่ดวงตายังคงจับจ้องเนื้อหาของตำราภายในมือ
ชายวัยกลางคนที่กำลังประสานมือคารวะและก้มหน้าอยู่ด้านหน้าตอบรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “น่าจะอีกไม่เกินครึ่งเดือนขอรับ”
มู่หยวนไห่เหมือนว่าจะคาดการณ์เกี่ยวกับเื่นี้เอาไว้อยู่แล้ว จึงดูไม่ได้ประหลาดใจอันใดเพียงแค่ส่งเสียงขานรับในลำคอแล้วก็ถามต่อ “อืม.. ทางกองเนตร์มีการเคลื่อนไหวหรือไม่”
“ไม่มีขอรับทางนั้นดูเหมือนว่าทางฝั่งนั้นเองก็กำลังรออยู่เช่นเดียวกัน”
“ในยามนี้มีผู้บำเพ็ญอิสระอยู่ในเมืองกี่คน” มู่หยวนไห่เอ่ยถาม
ชายวัยกลางคนด้านหน้าตอบรับ “ทั้งหมดห้าคนขอรับ เป็ระดับหลอมปราณขั้นต้นสามคน ขั้นกลางอีกสองคน”
เมื่อเอ่ยรายงานจบชายวัยกลางคนก็บังเกิดความลังเลราวกับมีเื่อันใดอยากจะกล่าว
“มีเื่อันใดก็พูดมา?” มู่หยวนไห่แม้จะไม่ได้เงยหน้าแต่กับััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของผู้ใต้บังคับบัญชา
ชายวัยกลางคนสูดหายใจลึกก่อนที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ท่านเ้าเมืองในครั้งนี้…ทางฝั่งของกองเนตร์”
มู่หยวนไห่รู้ดีว่าพูดใต้บังคับบัญชาของตนเองกังวลเื่อันใด แต่เขาก็ยังคงสงบนิ่งและตอบกลับไป “ไม่ต้องกังวลในครั้งนี้ข้าได้พูดคุยกับคนอื่นเอาไว้ด้วย”
“ขอรับ” ชายวัยกลางคนได้แต่ขานรับ
ถึงแม้ว่านายท่านของตนเองจะจะกล่าวว่าไม่ต้องกังวล แต่ว่าภายในใจของชายวัยกลางคนยังคงเต็มไปด้วยความกังวลอยู่ดี เพราะเขารู้ดีว่าในครั้งนี้การหล่อเลี้ยงต้นผลรวมปราณนายท่านของตนเองนั้นต้องใช้ทั้งกำลังและเวลาไปมากเพียงใดก่อนที่เ้ากองเนตร์ผู้นั้นจะปรากฏกายขึ้น
และในตอนนี้ถ้าเกิดว่าเกิดการแย่งชิงผลรวมปราณขึ้นมาจริงๆ ฝั่งที่เป็ฝ่ายที่เสียเปรียบคือฝั่งของจวนเ้าเมือง
ถึงอย่างไรผู้บำเพ็ญที่อยู่ภายในกองเนตร์ก็มีมากกว่าจวนเ้าเมือง และยังมีเ้ากองเนตร์ผู้นั้นที่ยังเป็ผู้บำเพ็ญระดับหนึ่งระยะสูงสุด อีกฝ่ายเป็ตัวตนที่แข็งแกร่งมากต่อให้ท่านเ้าเมืองเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายก็ยังมีโอกาสพ่ายแพ้มากกว่าชนะอยู่ดี
ผิดจากท่าทางของผู้ใต้บังคับบัญชาที่เต็มไปด้วยความกังวล มู่หยวนไห่ที่กำลังนั่งพลิกตำราอ่านด้านหน้ากับสงบนิ่งเป็อย่างมาก ราวกับว่าตัวของเขานั้นได้เตรียมแผนการทั้งหมดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว