แผ่นดินต้าิมากมาย อ๋องครองเมืองคล้ายดอกเห็ด ผลพ่วงมาจากบ้านเมืองสงบไร้ศึกา ส่งให้ฮ๋องเต้มีเวลาขยับบันเด้าะไส่สนมในวัง หลายสิบปีมานี้ผลิตฮ๋องเล็กใหญ่ไปกินเมืองชายแดนมากมาย
จินอ๋องกินเมืองด้านชายแดนตะวันตก แม้มีอำนาจวาสนาแต่เงินทองน้อยนิดได้แต่ลงมือค้าขาย คบหาผู้คน อ๋องเฒ่าไม่ออกจากเมือง กลับส่งบุตรชายหลายคนติดต่อค้าขาย
เสี่ยวจินอ๋อง(องค์ชายเล็ก) จัดเลี้ยงขอบคุณสหายที่ร่วมทำการค้าขายในลำน้ำฉางเจียง เป็ประจำทุกปี
คืนนี้บริเวณโดยรอบเรือนแพเหล่าจู่ที่สว่างราวกลางวันเต็มไปด้วยพ่อค้าและขุนนางใกล้เคียง ต่างมาร่วมแสดงความยินดี
ชั้นล่าง โต๊ะมากมายเต็มไปด้วยผู้คน ชั้นสองของเรื่อนแพก็เปิดโล่ง ชุดโต๊ะเตี้ยลวดลายสวยงามมีราคา บ่งบอกลูกค้าชั้นสองถึงฐานทางสังคม
เสี่ยวจินอ๋องอยู่ในห้องพัก ใบหน้าสงบนิ่งนั้งฟังรายงานจากคนร่วมโต๊ะ อ๋องกินเมืองทั้งหลายถึงจะไม่สามารถอยู่ในศูนย์กลางของอำนาจ แต่ก็มีเส้นสาย รายงานสถานการณ์ทางการเมือง เพือกำหนดทิศทางความอยู่รอดของมัน บุตรชายคนเล็กของพี่ชายของฮ่องเต้ หลับตาขบคิดแตกย่อยเื่ราวใหญ่เล็กไม่นาน หยับตัวถาม
" เราได้ยินมาว่าฮ๋องเต้กะอักโลหิตออกมากองใหญ่ " อ๋องน้อยเอยถามในตอนท้าย
"เป็เช่นนั้น ! " เฒ่าชราหน้าตาภูมิฐาน กล่าวต่อว่า
" หมอหลวงเริ่มให้ยาแรง คาดว่าอีกไม่นาน "
อ๋องน้อยวัยกลางคนใช้นิ้วชี้เคาะโต๊ะเบา ฮ่องเต้ชราใกล้ลาโลง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ัชรากลับ์ หากแต่เป็ลูกัสามฟตัวที่จะต่อสู้แย่งชิงบังลังค์ั ไม่ทราบต้นไม้ใหญ่น้อยจะแหลกลานมากน้อยเท่าใด .
"เหล่าฝู่(ท่านอาจารย์)ในความเห็นของท่านผู้ใดมีโอกาส ?"
เฒ่าชราจิบชากล่าวว่า "องค์รัชทายาทมีเฉิงกงกงของตงฉ่าง และหม่ากงกงขององค์รักษ์เสื้อแดง เป็กำลังหลัก ขุมกำลังเปราะบางไปบ้าง "
"องค์ชายใหญ่เล่า?"
" องค์ชายใหญ่ฉลาดหลักแหลม ตีสนิทสะสมขุนนาง และแม่ทัพรักษาพระนคร ขอเพียงล้มเฉิงกงกง การต่อต้านของขุนนางในราชสำนักไม่ใช้ปัญหาแต่อย่างใด "
อ๋องน้อยพยักหน้าเห็นด้วยเอ่ยถามถึงองค์ชายรอง เฒ่าชราแค่นหัวร่อส่ายหน้ากล่าวว่า
"องค์ชายรอง พระองค์นี้ไม่สนใจการงานออกเที่ยวเตร่คบหากับนักบู้หยาบกราน "
เสี่ยวจินอ๋องหลับตามองเห็นเืนองในวังหลวง ไม่ทราบดีใจหรือเสียใจดี หันไปสั่งชายร่างอ้วนคล้ายพ่อค้า
" สินค้าครึ่งหนึ่งถ่ายออกจากเมืองหลวงไปเทียนจิน ที่เหลือขนย้ายไว้โกดังนอกเมือง จัดคนดูให้ดี สินค้าที่จะเข้าเมืองหลวงพักไว้ที่อำเภอไป่ยจี่ ง หากสินค้าในเมืองหลวงมีมากเกินขนย้าย ให้ขายในราคาทุน ภายในเจ็ดวันต้องทำให้เสร็จสิ้น "
"บ่าวทราบแล้ว " เสี่ยวจินอ๋องหยุดเคาะโต๊ะมองคนหน้าเสียมคางแหลม
" องค์ชายรองคบหากับผู้ยิ่งใหญ่ใด ? "
" เป็ชาวยุทธไม่สังกัดใด ประมาณสิบยี่สิบคน ขุมกำลังผ่านทางตระกูลม่อหย่ง "
"ม่อหย่ง ! ม่อหย่งที่ลึกลับหรือ ? " คนหน้าเสียมคางแหลม รับคำ กล่าวอีกว่า
"หลายปีมานี้ตระกูลม่อหย่งเปลียนผู้นำมากหลาย ความคิดที่จะยึดครองยุทธภพกลับกลายเป็อยากมีอำนาจในการปกครอง " "ผู้นำในตอนนี้ของตระกูลม่อหย่งคือผู้ใด ?"
"ไม่ทราบ ! แต่ผู้นำในคำสั่งคือ ม่อหย่งเก้า..แม่นางม่อหย่งเก้า "
เสี่ยวจินอ๋องทวนคำไม่เข้าใจเหตุใดให้สตรีเป็ผู้นำ ! ในหลายร้อยปี ที่ผ่านมามีตระกูลมากมายที่เคยขึ้นสู่อำนาจสูงสุด สกุลเย่ สกุลโจว สกุลหลี่ เป็สกุลเก่าแก่มายาวนาน แต่ยังไม่เท่าเส้นทางที่สกุลม่อหย่งที่รุ่งเื่นานถึงห้าหกร้อยปี ฝังลากลึกในแผ่นดิน !
ตระกูลม่อหย่ง ที่ลึกลับบางครั้งโพล่งในยุทธจักร บางคราไร้ข่าวคราวเป็สิบยี่สิบปี
ผู้นำตระกูลสืบทอดผ่านสายเืรุ่นแล้วรุ่นเล่า ผู้นำตระกูลไม่เคยออกจากตระกูล เพียงตั้งเป็ประมุขไว้สืบเชื้อสาย คล้ายพ่อวัวตัวหนึ่ง มีหน้าที่ผลิตน้ำเชื้อไว้ผสมพันธ์กับภรรยายี่สิบกว่าคน ผลิตทายาท สืบทอดเชื้อสายของตระกูล
ม่อหย่งเก้าดีใจที่ไม่ได้เกิดเป็ชาย มิเช่นนั้นนางคงมีหน้าที่ผสมพันธ์ ความรู้ความสามารถมีมากกว่าคนหนุ่มสาวในตระกูล หน้าที่สำศัญจึงตกเป็นาง
ตำแหน่งผู้นำคำสั่ง ! เป็ที่สูงสุดของตระกูล ซ้ายหันขวาหันนางเป็ผู้กำหนด ครั้งนี้เพราะเส้นทางค้าขายและการร้องขอจากสหายชาวยุทธ ช่วยกันวางแผนกำจัดพรรคศิลา จำต้องมาที่ลั่วหยาง
นางจิ้งจอกเ้าเล่ห์ตัวนี้ หากไม่รู้ว่ามู่เซียนเป็ผู้ใด นางคงไม่ลดตัวมาให้ความสนิทสนมกับมัน ผลประโยนช์ของตระกูลมาก่อนเื่ส่วนตัว
.. จันทร์เคลีอนลอยใกล้ชิดกลุ่มดาวเหนือ จันทร์คืนนี้ไม่กลมเหมือนคืนสามวันก่อน แต่ยังส่องแสงไม่ต่างกัน.....
จูเฟยหง ปีนี้ยี่สิบสองบุตรคนโตของอ๋องน้อยรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาราวเทพบุตร สามสี่ปีที่ผ่านมามันออกแรงค้าขาย คบหาผุ้คน เดินวนยิ้มแย้มคำนับทักทาย พ่อค้าและขุนนางท้องถิ่น มันมองเห็นม่อหย่งเก้าเดินขึ้นชั้นสอง ใจมันลอยตามนางไปแล้ว ตัวมันยังต้องคำนับไปรอบทิศ หลายเดือนก่อนที่พบเจอนางมันก็ตกลงใจแล้วว่าม่อหย่งเก้าต้องอยู่ข้างกายมัน
เสียงขับขานผสมเสียงเครื่องสาย ลอยมาจากชั้นล่าง เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา มู่เซียนไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบกาย ตอนนี้สายตามันอยู่ที่สตรีข้างกาย
นางงามจริงๆ ม่อหย่งเก้า ในชุดสตรี ใบหน้าแต้มฉาดประทินโฉมเบาบาง !..งดงามจดไม่อยากละสายตา
" ท่านคิดอะไร? " สาวงามเห็นมันถอนใจ
"ข้าพเ้าเคยคิดว่ายามท่านแต่งชุดสตรีจะสวยงามเท่าใด "
" เห็นแล้วเป็อย่างไร " ดวงตาสุกใสสบตาอย่างซุกซน "ข้าพเ้าเคยเจอสตรีที่งดงามมาไม่น้อย แต่ไม่เคยพบเจอสตรีที่สวยสดงดงางเติมเต็มด้วยสง่าราศี ดังหงส์ัเช่น คุณหนูเก้า"
มันมองแก้มที่แดงระเรื่อต้องถอนใจเฮือก
"แต่ว่าข้าพเ้าชอบท่านในชุดบุรุษมากกว่า "
ม่อหย่งเก้าถูกชมตัวแทบลอย แต่มันกลับหักมุนเช่นนี้ ต้องถามอย่างสงสัย
"เพราะเหตุใด "
"สวมชุดบุรุษคล้ายเป็สหายผู้หนึ่ง "
ใบหน้าเกินความลังเลกล่าวว่า "ในตอนนี้ข้าพเ้าไม่คิดเป็สหายท่าน "
"ไม่ใช่สหาย ? "
"ท่านสวยงามขนาดนี้ ข้าพเ้ายังแค่คิดเป็สหายท่าน ฟ้าดินคงไม่ปล่อยให้ มู่เซียนคนนี้มีชีวิตที่ดี "
มู่เซียนมองดูสาวงามข้างกายที่ก้มหน้าเขินอายกับคำหวานที่กรอกเข้าหู สตรีนางนี้ชั่งไร้เทียมทานจริงๆ ยามแต่งบุรุษก็มีบุคลิกหล่อเหล่าคมคายมีสง่าราศี ตอนนี้สวมอาภรณ์สดไสขับเน้นองค์เอวและผิวพรรณ กลับกลายเป็สาวงามสะครางโฉม
มันแทบจะอดทนไม่ได้แล้ว จำต้องเกาะกุมมือตัวเองไว้แน่น ไม่มั่นใจว่าจะห้ามมือตัวเองได้หรือไม่
...์นางปีศาจจิ้งจอกตนนี้้าสิ่งใดจากมัน..