ด้านหลังร้าน พันเจีย ไฮน์ และสตีฟ กำลังจับกลุ่มคุยกันถึงเื่ทั่วไป และหนึ่งในหัวข้อเื่ของการสนทนาดันมีเื่ที่ไวโอลินไม่อยากที่จะได้ยินหรือพูดถึงมันอีกแล้ว
“นี่นายคิดยังไง ถึงจูบยัยหัวเห็ดนั่น” ไฮน์ถามขำ ๆ
“แล้วแกคิดว่าฉันคิดอะไรกับยัยนั่นจริง ๆ หรือไง”
“ก็เปล่า! ปกติไม่ยักเห็นนายสนใคร แต่กับผู้หญิงคนนั้น” ไฮน์เว้นวรรค และไม่ยอมพูดต่อ พันเจียส่ายหัวไปมาอย่างปฏิเสธ
“บ้าน่า! ผู้หญิงอะไร ไม่มีรสนิยมในการจูบ ห่วยแตกชะมัด!” เขาสบถ เพื่อน ๆ ต่างพากันขมวดคิ้ว
“จริงเหรอวะ ซักนิดก็ไม่เลยเหรอ” สตีฟถามถึงความหวานเร่าร้อน ที่น่าจะมีในจูบดูดดื่มของพันเจีย ที่ัักับริมฝีปากบอบบางของผู้หญิงน่าตาน่ารักอย่างไวโอลิน แต่อาจจะไม่ได้สวยดึงดูดตามสเปคเขาเลยซะทีเดียว
“ไม่เลย...ไม่มีความตื่นเต้นเร้าใจอะไรเลยซักนิดเลย ความละมุนยิ่งไม่มี นี่ฉันเสนอจูบให้ฟรี ๆ ก่อนก็ดีแค่ไหนแล้ว” พันเจียตอบคำถาม
“ก็อย่างว่านะ สเปคนายต้องสูง หุ่นดี ก้านยาว ราวกับนางแบบ ผมทำสีดัดลอนดูคีพลุคหน่อยใช่ไหม แต่ดูยัยนั่นสิออกไปทางกะโหลกกะลาซะด้วยซ้ำ นายคงจะไม่ชอบ” ไฮน์พูดพลางหัวเราะเยาะ ก่อนที่ฟานจะเดินเข้ามาสมทบ
“ไม่ใช่สเปคนาย แต่เป็สเปคของฮอร์น ฉันว่าหมอนั่นก็ไม่ได้รสนิยมแย่ซักเท่าไหร่หรอกนะ แต่ที่ฉันยังสงสัยคือ ฮอร์นไม่เคยจูบกับยัยนั่นจริง ๆ เหรอ ทำไมมันถึงได้ห่วย ไร้รสนิยมอย่างที่นายพูดขนาดนั้น” ฟานเดินเข้ามาแล้วถามอย่างสงสัย เขาปรายหางตาไปทางร่างสูงที่ยืนกอดอกทำท่าทางไม่สนใจ ขณะที่เบือนหน้าหนีไปอีกทาง เพราะไม่อยากที่จะตอบคำถามคำถามนั้นของฟาน
“ว่าไง!” ฟานย้ำถาม แต่พันเจียไม่ตอบ
“ฉันสงสัยว่านี่จะเป็จูบแรก แต่เื่เฟิร์สคิซนั่น คงไม่ได้ทำให้จูบดูแย่ขนาดนั้นหรอกมั้ง” ฟานมองไปทางพันเจีย ที่หันกลับมามอง
“จะพูดอะไร!” พันเจียถามเสียงแข็ง ไฮน์กับสตีฟหันมาจ้องหน้าของฟานเช่นกัน
“ไม่รู้ว่าเป็เพราะจูบ หรืออะไรกันแน่ ยัยนั่นถึงมาที่นี่ได้ ถ้าไม่เชื่อก็ลองออกไปดูสิ” คำพูดของฟานทำให้ไฮน์และสตีฟอยากรู้จนต้องรีบออกไป แต่ถูกฟานดึงแขนเสื้อเอาไว้ก่อน
“พวกแกไม่ต้อง! ให้พันเจียมันออกไปคนเดียว” ฟานบอก พันเจียส่ายหน้าไปมาอย่างเซ็ง ๆ แต่ก็รับมุกเพื่อนร่วมทีม เลยตามออกไปดูด้วยตาของเขาเอง
“เห็นทีว่าคราวนี้คงต้องเสียเงินด้วยแล้วมั้ง ถ้าเธอ้าจูบจากฉัน” พันเจียพูดพลางเดินเข้ามาใกล้ ๆ ไวโอลิน และทำท่าว่าจะฉกใบหน้าเข้าไปจูบ แต่เธอขยับหนีแล้วบอกความ้าของตัวเองแก่เขา
“คือฉันมาซื้อถุงมือ”
เธอบอกพร้อมกับเอี้ยวตัวหลบ ทำให้อีกฝ่ายได้แต่กระตุกยิ้มแก้เก้อ เพราะเธอดันไม่เล่นด้วย
“อ้าว...นี่ไม่ได้นีส หรอกเหรอเนี่ย” พันเจียหัวเราะร่า ใบหน้าขาวอมชมพูของเขาสีแดงเหมือนลูกตำลึงขึ้นมาในทันใด
“นี่ฉันไม่ได้้าอะไรแบบนั้นนะ” เธอะโออกไป พันเจียถึงกับชะงัก แล้วเดินไปหยิบถุงมือหนังสีดำที่อยู่ในตู้โชว์ออกมาให้เธอเลือก
“อยากได้แบบไหนล่ะ” เขาถามสีหน้าเคร่งขรึม แต่ก็ดูจริงจังกว่าเมื่อครู่อยู่มากทีเดียว
“เอ่อคือ...ฉันไม่รู้ว่ามันต้องซื้อแบบไหน แล้วขนาดของถุงมือก็...เอ่อ” ไวโอลินได้แต่อ้ำอึ้ง
“เธอจะบอกว่าเธอไม่รู้… (เขาตอบแทน) เธอนี่จริง ๆ เลยนะ จะซื้อของขวัญให้สามีของตัวเอง แต่ดันไม่รู้เื่อะไรเอาซะเลย” พันเจียพูดเสียงหยัน
“นายว่าไงนะ! ฉันกับฮอร์นเราแค่เป็แฟนกันเท่านั้น ไม่ใช่สามีภรรยากันอย่างที่นายคิดซักหน่อย” ไวโอลินแผดเสียงใส่เขา สีหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด อีกฝ่ายถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดสวนออกไปว่า
“นี่มันยุคไหนกันแล้วแม่คุณ...พูดแบบนั้นก็ไม่มีใครเขาเชื่อหรอก ว่าเธอยังซิงอยู่ เก็บไว้หลอกตัวเองเถอะ” พันเจียพูดเย้นหยันพลางเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้หลังตู้โชว์ที่อยู่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน ไวโอลินกำลังคิดว่า
‘เหตุใดเธอถึงได้บอกแบบนั้นออกไป เพราะไม่จำเป็เลยที่เธอจะต้องมาอธิบายให้คนแบบนั้นฟังว่าเธอกับฮอร์นมีความสัมพันธ์กันยังไง’ ถึงอิตานี่จะเข้าใจผิด ก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อชีวิตของเธออยู่แล้ว
“ถ้าไม่เต็มใจจะขาย...ฉันก็จะไม่ซื้อ!” ไวโอลินพูดพร้อมกับเดินไปที่ประตูหน้าร้าน แต่มือเรียวของอีกฝ่ายเอื้อมไปหยิบรีโมทคอนโทรลแล้วกดล็อคประตูร้านทันที เพื่อกันไม่ให้เธอออกไปจากร้านได้
“เดี๋ยวสิ! จะรีบไปไหน” เขาถาม ก่อนจะผุดร่างขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปที่ประตูกระจก ไวโอลินเหงื่อไหลซึมออกมาบาง ๆ เพราะอยู่ ๆ ประตูมันก็ดันเปิดไม่ออกซะอย่างงั้น
“หมอนั่นน่ะ ใส่ถุงมือขนาดเดียวกับฉัน” พันเจียบอกแล้วยื่นถุงมือที่เขาหยิบมันมาจากตู้โชว์ก่อนจะส่งให้กับเธอ
“คู่นี้…ใส่ได้ชัวร์!” เขาเสนอ พลางปรายตามองดูเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วกอดอกยืนพิงประตูไว้ไม่ให้เธอออกไปจากร้านได้ง่าย ๆ
“ราคาเท่าไหร่!” ไวโอลินหันมามองหน้าของเขาเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะก้มลงดูถุงมือหนังคู่นั้นอีกครั้ง
“เอาไปเลยฟรี ๆ ฉันไม่คิดเงินเธอหรอก” พันเจียพูดขึ้นเรียบ ๆ สีหน้าของเขาดูจริงจังมาก ๆ
“ไม่ได้! ฉันมาซื้อ ไม่ได้มาขอของฟรีจากใคร” ไวโอลินก้มลงหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์แล้วยัดใส่มือเขาจำนวนห้าร้อยบาทถ้วน แต่เขากลับปล่อยมันทิ้งให้หลุดไปจากอุ้งมือหนา ไวโอลินก้มลงมองตามแบงค์สีม่วงที่ตกอยู่ที่พื้น รู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก
“นี่นาย...ทำไมไม่ยอมรับดี ๆ ห้าร้อยนี่ก็เงินนะ หรือว่ามันน้อยเกินไป” ไวโอลินจ้องหน้าเขาอย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่ก็รีบหลุบตาลงมามองที่พื้น เพราะไม่กล้าสบตากับเขานานเกินไปกว่านี้
“ก็บอกแล้วไงว่าฟรี! คิดซะว่าแลกกับจูบห่วย ๆ ของเธอเมื่อวันก่อนก็แล้วกัน ฉันไม่คิดมากหรอกนะ เธออย่าซีเรียสไปหน่อยเลย” เขาพูดพลางยิ้มมุมปากอย่างคนเ้าเล่ห์
“นี่นาย! มันจะมากเกินไปแล้วนะ” ไวโอลินจ้องหน้าเขาอย่างกับจะเอาเื่แล้วก้มลงไปหยิบเงินที่ตกอยู่ ก่อนจะหยิบเพิ่มจากกระเป๋าสตางค์อีกจำนวนสองใบ รวมเป็หนึ่งพันห้าร้อยบาท
“อ่ะเอาไป! ฉันไม่เอาของใครฟรี ๆ แน่” เธอบอกด้วยน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียด แต่เขากลับเบือนหน้าหนีพร้อมพูดด้วยว่า
“เก็บเงินของเธอไว้ซื้อผ้าเช็ดหน้าเถอะนะ คิดว่าอีกไม่นานน่าจะได้ใช้ ออกไปจากร้านได้แล้ว” สายตาคมปราดมองเธอที่ยืนหน้านิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งเธอจ้องหน้าเขาอย่างกับจะกินเืกินเนื้อ แต่เขากลับไม่แยแส รีบดันร่างเล็กของเธอให้ออกนอกร้านไปทันทีพร้อมกับเปิดประตูใส่ แล้วคว่ำป้ายที่แขวนไว้หน้าร้านให้เปลี่ยนเป็คำว่า Close แทนคำว่า Open ก่อนจะเดินกลับเข้าไปหลังร้าน ไวโอลินมองตามอย่างไม่ชอบใจนัก
“นี่นาย!” ไวโอลินงุนงงกับกระทำของอีกฝ่าย แต่เธอไม่มีเวลามากพอที่จะชวนเขาทะเลาะ ไวโอลินก้มลงดูนาฬิกาที่ข้อมือ และเห็นว่าล่วงเลยเวลาที่เธอขออนุญาตป้าออกมาเถลไถลอยู่พอสมควร
ไวโอลินเก็บเงินทั้งหมดยัดใส่ลงไปในกระเป๋าสตางค์แล้วรีบวิ่งไปที่สถานีรถไฟฟ้า เพื่อกลับไปให้ทันอาหารมื้อค่ำฝีมือคุณป้าของเธอที่ทำไว้ที่บ้าน

วันต่อมา
ไวโอลินตื่นนอนขึ้นมาแต่เช้าตรู่ คงไม่ต้องบอกว่าวันพิเศษแบบนี้ เธอจะแต่งตัวยังไง เพื่อเอาใจแฟนหนุ่มของเธอ แน่นอนว่าเธอเลือกชุดที่สวยที่สุดในบรรดาชุดที่มีอยู่ เป็ชุดกระโปรงทรงสวิงระบายทับเนื้อผ้าสีขาวสวมคู่กับเสื้อสีฟ้าอ่อนแขนตุ๊กตาเปิดไหล่จั๊มเอวเข้ารูป รองเท้าหุ้มส้นสีขาวดูเข้าชุดกัน ซึ่งเธอเชื่อว่าฮอร์นจะต้องชอบอย่างแน่นอน และแล้วก็ถึงเวลานัด
“หนูไปนะคะป้า” ไวโอลินลงมาจากชั้นสองพร้อมด้วยกล่องของขวัญกล่องเล็กผูกด้วยโบว์กะทัดรัดสีเขียวอ่อนแบบเดียวกันกับสีของกระดาษห่อของขวัญ
“อย่ากลับดึกนะจ๊ะ ฝากแฮปปี้เบิร์ดเดย์ฮอร์นแทนป้าด้วยจ้ะ” ป้าพูดอย่างเอ็นดู
“ได้ค่ะป้า หนูจะรีบกลับนะคะ” ไวโอลินวิ่งเข้ามาหอมแก้มป้าของเธอแล้ววิ่งตรงไปที่หน้าประตูรั้วพร้อมกล่องของขวัญที่อยู่ในมือ
“แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะฮอร์น!” ไวโอลินยื่นกล่องของขวัญให้เขาทันทีที่เปิดประตูรถสปอร์ตสีดำคันหรูที่ฮอร์นขับมาจอด แต่ฮอร์นกลับหันมาด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งเครียด ไวโอลินถึงกับชะงักงัน
'วันเกิดเขาแท้ ๆ ทำไมฮอร์นถึงได้มีสีหน้าที่ไม่ยินดีกับมันเลย' ไวโอลินครุ่นคิด
“นะ นาย เป็อะไรหรือเปล่า” เธอตัดสินใจถามคำถามที่ติดอยู่ในใจทันที เขาส่ายหน้าไปมาแล้วระบายยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย
“ขึ้นรถก่อนสิ” ฮอร์นบอกเสียงเรียบ ไวโอลินพยักหน้าแล้วเข้าไปนั่งในรถ เธอวางกล่องของขวัญไว้ที่ตักของตัวเองพร้อมกับปิดประตูรถ ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปจากหน้าบ้าน โดยที่ของขวัญกล่องนั้นยังคงไม่ถึงมือของเขา
ั้แ่นั่งรถมาด้วยกัน ฮอร์นก็ไม่ได้พูดจาอะไรออกมาสักคำ มีแค่เสียงของลมหายใจสลับกับเครื่องปรับอากาศภายในรถเท่านั้น แต่แล้วอยู่ ๆ ฮอร์นก็จอดรถบริเวณริมฟุตบาธ
“จอดรถทำไมเหรอ มีอะไรหรือเปล่า” ไวโอลินหันมาถามด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยสดใสเหมือนใน่แรก เป็เพราะฮอร์นเองก็มีสีหน้าที่ไม่ต่างไปจากเธอเช่นกัน
“หน้าของฉันมีอะไรติดอยู่หรือเปล่า ทำไมวันนี้ดูนายมองฉันแปลกๆ” ไวโอลินยังคงถามคำถามต่อไปด้วยความสงสัย ฮอร์นยิ้ม เพราะเขาคิดว่าวันนี้เธอดูสวยมากจริงๆ แม้ว่าเธอจะแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอาง และปัดแก้มด้วยบลัชออนสีอ่อนก็ตาม แต่เรียวปากชมพูของเธอก็ดูสวยน่าััอยู่เสมอ
ไวโอลินได้แต่ขมวดคิ้ว ด้วยความไม่เข้าใจ รอยยิ้มของเขาดูอบอุ่นเหมือนในทุก ๆ ครั้ง หรือแม้แต่ตอนนี้ ก็ยังคงเหมือนเดิมเสมอ แต่สายตาของเขามีความกังวลบางอย่างปิดบังซ่อนอยู่ ซึ่งเธอไม่สามารถรู้ได้ว่าความกังวลเ่าั้มันคืออะไร และหากมีสิ่งใดที่เธอพอจะช่วยผ่อนคลายมันออกไปได้บ้าง เธอก็จะทำมัน!