กู้ชิงเฉิงพลันรู้สึกปั่นป่วนในใจโม่อวี้เฉินผู้นี้ ช่างกัดไม่ปล่อยสมเป็นสุนัขโดยแท้ เขาสามารถกลับกลอกได้ในพริบตา
“แท้จริงแล้วเจ้าไม่ใช่กู้ชิงเฉิง” โม่อวี้เฉินเอ่ยเสียงแผ่วพลางกล่าวอย่างมั่นใจยิ่ง
คำกล่าวนี้ทำให้กู้ชิงเฉิงไม่อาจหาคำใดมาตอบได้แท้จริงแล้ว ร่างกายนี้คือกู้ชิงเฉิง ทว่าวิญญาณกลับเปลี่ยนไปนานแล้ว
ในขณะที่กล่าวอยู่โม่อวี้เฉินก็พลันยกมือขึ้นกระชากผ้าคลุมหน้าของกู้ชิงเฉิงออกจากนั้นจึงลูบไล้ไปทั่วใบหน้าของนางหลายคราเขากลับขมวดคิ้วด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
ในความนึกคิดของเขากู้ชิงเฉิงคนเดิมนั้นได้สิ้นชีพไปแล้ว หญิงสาวผู้นี้คงเป็นคนอื่นเป็นแน่
มิเช่นนั้นแล้วการเปลี่ยนแปลงของคนคนหนึ่งไม่ควรจะมากมายถึงเพียงนี้ก่อนหน้านี้กู้ชิงเฉิงรักใคร่และห่วงใยเขาเพียงใดนั้น ผู้คนทั่วหล้าล้วนรับรู้แม้เขาไม่อยากรับรู้ ก็ยังสามารถทราบได้จากคำบอกเล่าของผู้คนทั่วไป
กู้ชิงเฉิงในยามนั้นแม้จะดูโง่เขลา ทว่าเพื่อที่จะได้อภิเษกกับเขาแล้ว นางหาได้แยแสสิ่งใดใช้สารพัดวิธี แม้จะต้องทำลายชื่อเสียง หรือทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของตนเองก็ตาม
กู้ชิงเฉิงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยปล่อยให้มือใหญ่ของเขาคลำอยู่ที่ใต้คางครู่หนึ่ง แล้วนวดคลึงไปทั่วใบหน้าของนางแต่ในใจนางกลับสงบลงมาก ตอนที่รู้ว่าเขาคลางแคลงใจว่านางเป็นคนอื่นนางก็ไม่ได้กังวลใจอีกต่อไป
นางเพียงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ข้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นเองเพคะ”
พูดจบนางก็หาอ่างน้ำและนำน้ำยาออกมา นางได้ทาลงบนใบหน้าต่อหน้าโม่อวี้เฉิน แล้วจึงค่อยๆล้างออกด้วยน้ำสะอาด
เมื่อนางเงยหน้าขึ้นและเช็ดใบหน้าจนสะอาดโม่อวี้เฉินก็พลันตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้านี้ เขาย่อมจดจำได้นี่คือพระชายาที่เขาถูกบังคับให้รับเข้ามาอยู่ในตำหนักตอนนั้น ทว่าห้าปีผ่านไปใบหน้านี้ขาวราวหิมะ เนียนละเอียดดั่งไข่มุก แต่กลับมีรอยแผลเป็นชัดเจนที่แก้มซ้าย
“ใบหน้าของเจ้า…” โม่อวี้เฉินกล่าวด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
“รอยแผลเป็นนี้เป็นของขวัญจากกู้ตงหลิง” กู้ชิงเฉิงเอ่ยเสียงแผ่ว“ในตอนนั้น นางต้องการทำร้ายทารกในครรภ์ของข้า แม้ข้าหลบหลีกได้แต่ใบหน้ากลับถูกทำลายไปเสียแล้ว”
หัวใจของโม่อวี้เฉินพลันบีบรัดในตอนนั้น เขาไร้ความรู้สึกต่อหญิงสาวผู้นี้โดยสิ้นเชิง ทว่าในยามนี้เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนั้น เขากลับรู้สึกผิดเล็กน้อยสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปไม่หยุดหย่อนเขารู้ดีว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าคือพระชายาของเขา แต่ทว่าก็ไม่ใช่พระชายาของเขาเสียทีเดียวอารมณ์ความรู้สึกในใจนั้นซับซ้อนยากจะอธิบายได้ว่าเป็นเช่นไร
เมื่อครู่เขาก็แค่ต้องการลองเชิงดูไม่คาดว่ากลับทำให้นางตื่นตกใจเช่นนี้ หากไม่ใช่ด้วยความรู้สึกผิดนางย่อมไม่เป็นเช่นนี้
“ชิงเฉิง ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้ว ก็จงอยู่ข้างกายข้าให้ดี” โม่อวี้เฉินก้าวไปข้างหน้า เขาจับมือของนาง แล้วเอ่ยอย่างจริงจัง “หากเจ้าต้องการกลับตระกูลกู้ ข้าก็จะอยู่ข้างเจ้า”
เขาทราบดีว่านางมีจุดประสงค์เขาก็อยากจะเฝ้ารอคอยดู... ดูว่านางต้องการจะทำสิ่งใด
เมื่อเห็นโม่อวี้เฉินทำท่าทางเหมือนจะเชื่อนางแล้วกู้ชิงเฉิงก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ดูท่าจะต้องรีบหาโอกาสโดยเร็วแล้วโม่อวี้เฉินผู้นี้ไม่ใช่คนที่หลอกลวงได้ง่าย วันนี้มองดูใบหน้านี้แล้วเขาก็เชื่อทว่าสุดท้ายแล้วนางก็ไม่ใช่กู้ชิงเฉิงคนเดิม
นางแสร้งทำเป็นโง่เขลาไม่ได้และก็แสร้งทำเป็นอาละวาดเจ้าเล่ห์ไร้เหตุผลไม่ได้เช่นกันเจ้าของร่างเดิมนั้นโง่เขลา และยังทำเรื่องบ้าระห่ำจนหาที่ตายอาศัยบารมีของตระกูลไป๋ ก็ทำเรื่องเกินกว่าเหตุไปไม่น้อย ดังนั้นผู้คนในเมืองหลวงรู้สึกรำคาญนาง จึงเป็นเรื่องปกติ
“เอาล่ะ เจ้าจะไปหาท่านอ๋องอาใช่หรือไม่ ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า” โม่อวี้เฉินก้าวไปข้างหน้า สวมผ้าคลุมหน้าให้นาง แล้วเอ่ยเบาๆ ว่า“หากเจ้าต้องการกลับตระกูลกู้ ข้าก็จะอยู่ข้างเจ้า”
ท่าทีของเขามั่นคงและเด็ดเดี่ยว ทำให้กู้ชิงเฉิงไม่อาจปฏิเสธได้กู้ชิงเฉิงเข้าใจดีว่าโม่อวี้เฉินไม่ประสงค์จะแสร้งทำต่อไปแล้ว เช่นนั้นก็ดีจะได้ไม่ต้องลำบากทั้งสองฝ่าย
--------
ร่างกายของรุ่ยอ๋องฟื้นตัวเกือบเป็นปกติแล้วทว่าไม่ได้บอกความจริงแก่ผู้ใด เพียงแต่กล่าวว่านอนป่วยอยู่บนเตียงอีกไม่นานคงสิ้นอายุขัย เพื่อไม่ให้ผู้คนบางกลุ่มระแวดระวังกู้ชิงเฉิงอีกต่อไป
รุ่ยอ๋องมองสิ่งที่กู้ชิงเฉิงยื่นให้ด้วยแววตาเย็นชา“เหลวไหลสิ้นดี!”
โม่อวี้เฉินที่นั่งอยู่ข้างกู้ชิงเฉิงก็พลันรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยคาดไม่ถึงว่ากู้ชิงเฉิงจะมอบสิ่งของให้รุ่ยอ๋องโดยตรงโดยไม่ผ่านตนเองเลยแม้แต่น้อย
สตรีผู้นี้หมายความว่าอย่างไรกันนางไม่เชื่อใจตนเองหรือ? ในใจของเขาพลันรู้สึกไม่พอใจยิ่งนักแต่จะแสดงความไม่พอใจออกไปต่อหน้ารุ่ยอ๋องก็ไม่ควร
“ท่านอาสิ่งเหล่านี้หากตกอยู่ในมือผู้ใดก็ล้วนแล้วแต่ไม่มีประโยชน์อันใดเลยพ่ะย่ะค่ะ”โม่อวี้เฉินเอ่ยอย่างแผ่วเบา “ฝ่าบาทและฮองเฮาย่อมทรงปกปิดเรื่องนี้ไว้ด้วยเห็นแก่หน้าตระกูลไป๋และตระกูลกู้ดังนั้นข้าจึงหวังว่าท่านอาจะทรงช่วยข้า”
“เมื่อเจ้าเอ่ยปาก ขอเพียงเป็นเรื่องที่ทำได้ข้าย่อมเต็มใจช่วยอย่างสุดกำลัง” รุ่ยอ๋องขมวดคิ้วก่อนจะมองกู้ชิงเฉิงด้วยความไม่เข้าใจ
ในเมื่อรู้ว่าสิ่งนี้สามารถถูกฮ่องเต้และฮองเฮาปกปิดเรื่องไว้ได้แสดงว่าไม่มีประโยชน์ใดๆ เลยแม้ตนเองจะเป็นถึงรุ่ยอ๋องผู้กุมกำลังทหารและมีอำนาจล้นฟ้าทว่าก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงบัญชาของฮ่องเต้ได้แม้แต่เรื่องที่กู้ตงหลิงวางแผนทำร้ายองค์รัชทายาทในครั้งก่อนก็ยังถูกปกปิดไว้ได้ชั่วขณะหนึ่งเขาไม่เข้าใจว่ากู้ชิงเฉิงต้องการทำสิ่งใด
โม่อวี้เฉินเลิกคิ้วมองกู้ชิงเฉิงเช่นกันแววตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
“อีกสามวัน จะเป็นวันเกิดของฮูหยินอาวุโสตระกูลกู้เขาย่อมต้องจัดงานเลี้ยงเชิญเหล่าขุนนาง เจ้าเมืองและชนชั้นสูงจากทั่วทั้งเมืองหลวง ของพวกนี้ก็จะได้ใช้ประโยชน์ก็คราวนี้” กู้ชิงเฉิงไม่มองโม่อวี้เฉิน หากแต่เอ่ยกับรุ่ยอ๋อง
นางรู้ว่าการโค่นล้มกู้ตงหลิงไม่ใช่เรื่องง่ายนางจึงไม่รีบร้อน และจะค่อยๆ ดำเนินแผนการไปทีละขั้นตอนแต่สิ่งที่นางเร่งรีบที่สุดในตอนนี้คือการรักษาอาการป่วยของกู้จิ่งเซวียนต่างหาก
“เจ้าคิดจะนำสิ่งเหล่านี้ออกมาเปิดเผยในงานเลี้ยงเพื่อให้ผู้คนทั่วหล้ารับรู้กระมัง” รุ่ยอ๋องหัวเราะมุมปากยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขาชอบความตรงไปตรงมา มีแค้นต้องชำระมีเรื่องราวต้องสะสาง
แต่ในเมืองหลวงแห่งนี้การจะโค่นล้มกู้ตงหลิงนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งนัก ดังนั้นการใช้เล่ห์เหลี่ยมบ้างก็เป็นสิ่งจำเป็น
เขาจะต้องเผยธาตุแท้ของกู้ตงหลิงให้ผู้คนทั่วหล้ารับรู้เสียก่อนจากนั้นจึงจะค่อย ๆ ลงมือจัดการนาง
กู้ชิงเฉิงพยักหน้า“รุ่ยอ๋องช่างเฉลียวฉลาดนักเพคะ” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้รุ่ยอ๋อง แน่นอนว่า นางต้องการให้กู้ตงหลิงชื่อเสียงป่นปี้ในนิยาย ซูเหวินจิ้งก็เคยสืบเรื่องราวของกู้ตงหลิงและได้หลักฐานเหล่านี้มาเช่นกันแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรกู้ตงหลิงได้ มิหนำซ้ำยังไปยั่วโมโหกู้ตงหลิงจนทำให้นางและโม่อวี้เฉินต้องตาย
เมื่อนึกถึงตอนสุดท้ายที่โม่อวี้เฉินรับคมดาบแทนซูเหวินจิ้งแล้วสิ้นใจหัวใจของกู้ชิงเฉิงก็พลันเจ็บแปลบ แม้ยังพอมีเวลาเหลืออยู่แต่เมื่อนึกถึงว่าเขาคือบิดาที่กู้จิ่งเซวียนให้ความนับถือและพึ่งพิงเป็นอย่างยิ่งนางก็ทนไม่ได้
ดังนั้นเรื่องของกู้ตงหลิงกู้ชิงเฉิงจึงพยายามไม่ให้เขาเข้ามาข้องเกี่ยวมากนักเพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่จะเกิดขึ้น
“ดี ข้าจะช่วยเจ้าเอง” รุ่ยอ๋องพยักหน้า “ข้ารับรองว่าต้องได้ผลตามที่เจ้าปรารถนา”
ทั้งหมดนี้คือความเลวร้ายที่กู้ตงหลิงได้กระทำมาหลายปีไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายตำแหน่งขุนนาง การรังแกผู้อ่อนแอและการฉวยโอกาสกอบโกยผลประโยชน์ทุกซอกมุมของซอยหลิวเซี่ยงในเมืองหลวงล้วนเป็นของนางไม่เว้นแม้แต่บ่อนใต้ดินหลายแห่งก็เป็นของนางเช่นกัน เมื่อข่าวเหล่านี้ถูกเปิดเผยภาพลักษณ์ของนางก็ย่อมพังทลายลงอย่างแน่นอน
สุดท้ายเขาก็จะปล่อยข่าวเรื่องที่นางจงใจวางแผนทำร้ายองค์รัชทายาทและบุกทำลายอันหยวนถัง เชื่อแน่ว่า วันข้างหน้าของกู้ตงหลิงจะน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งตระกูลกู้และตระกูลไป๋ก็ย่อมต้องชั่งใจว่าจะปกป้องกู้ตงหลิงได้อย่างไรไม่ว่าฝ่าบาทและฮองเฮาจะทรงหวาดกลัวสิ่งใดมากเพียงไรก็ย่อมต้องคำนึงถึงผลกระทบเหล่านี้
ระหว่างทางกลับตำหนักองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินเลิกคิ้วจ้องกู้ชิงเฉิง “เจ้าไม่เชื่อใจข้าหรือ?”
“แน่นอนว่าข้าย่อมเชื่อใจท่าน เพราะไม่ว่าอย่างไร ท่านก็คือพ่อแท้ ๆของเซวียนเอ๋อร์ ท่านจะไม่ดูแลพวกเราสองแม่ลูกได้อย่างไรกันเพียงแต่เรื่องนี้...มันเสี่ยง ท่านอาเหมาะกว่าท่านเพคะ” กู้ชิงเฉิงคิดว่าตนเองควรจะเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว
แม้นางจะไม่ชอบบุรุษผู้นี้ทว่าก็ไม่ควรแสดงออกอย่างชัดเจนนัก แต่ก็ควรจะแสดงออกให้พอเหมาะพอควร
โม่อวี้เฉินหรี่ตาลงพลางมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า “นี่…คือคำพูดจากใจจริงหรือ?”เขารู้ว่านางระแวงตนมาตลอด
“แน่นอนว่าเป็นคำพูดจากใจจริงเพคะ” กู้ชิงเฉิงเอ่ยอย่างจริงจังทว่าในใจกลับรู้สึกไม่มั่นใจเลยแม้แต่น้อย