ศาสตราั
“เกิดอะไรขึ้นกับ...ห้องเรียนของฉัน” โควอร์กซึ่งเดินตามซาร์เรียเข้ามาถึงกับเบิกตาโพลงพลางเหลียวมองรอบห้องด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยายพันธุ์ไม้หายากที่เขาเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูไหนจะโดมกระจกแสนสวยที่เขาบรรจงตกแต่งมันเองกับมือแต่มันพังทลายลงเพียงเพราะ...เด็กมนุษย์และขุมพลังหายนะที่ติดตัวมาด้วย
“เธอก่อเื่อีกแล้วเรอะ” โควอร์กก้าวอาด ๆเข้ามาหาเด็กหญิงที่นั่งตัวแข็งรีสไม่รอช้าโดดมาขว้างหน้าแยกเขี้ยวใส่ทำท่าจะเอาเื่แม้จะาเ็ก็ตาม
“แกคิดว่าแกจะช่วยนายแกได้เรอะ หลบไป” โควอร์กสะบัดมือเพียงครั้งเดียวรีสถึงกับกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงจนเกิดรอยร้าว
“อาจารย์ทำอะไรน่ะ” เนย่าลุกขึ้นยืนะโอย่างเดือดดาลมองภาพรีสที่าเ็อยู่แล้วถึงกับสลบเหมือดเมื่อถูกเวทมนตร์ทำร้ายเข้าอย่างจังโดยไม่ทันตั้งตัว
“เธอจะต้องถูกลงโทษ มากับฉัน” โควอร์กกระชากแขนของเนย่าอย่างแรงทำให้เธอเซถลาเกือบล้ม
“ปล่อยเธอ ท่านโควอร์กนี่คือวิชาของฉันท่านไม่ควรเข้ามายุ่งถ้าจะทำโทษเด็กนั่นก็คือหน้าที่ของฉัน” ซาร์เรียเข้ามาขวางหน้าโควอร์กทันทีเนย่าแกะมือของโควอร์กออกได้ก็วิ่งเข้าไปหารีสซึ่งหมดสติไปแล้ว
“รีส รีสฟื้นสิ เจ็บมากไหมรีส” เนย่าเขย่าร่างของรีสไปมาแต่มันก็ยังคงเงียบอยู่
“เธอไม่ควรเข้ามายุ่งนะซาร์เรียเพราะห้องนี้คือห้องเรียนของฉันซึ่งฉันคือคนดูแล” โควอร์กยืนกรานและก้าวเข้าไปหาเนย่าซึ่งกำลังพยายามรักษาอาการาเ็ของรีสอยู่แต่เขาหาได้สนใจไม่กลับกระชากมือของเด็กหญิงออกแรงฉุดให้เธอลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“ปล่อยหนูนะ” เนย่าสะบัดมืออย่างแรงเด็กหญิงกระพริบตาถี่ ๆ หลายครั้งอาการเหมือนตอนนั้น ไม่! เธอจะโกรธไม่ได้
“ฉันขอล่ะท่านโควอร์กฉันจะรับผิดชอบเื่ห้องเรียนของท่านเอง อย่ากดดันเธอ” ซาร์เรียออกหน้าแทน
“ไม่ได้ เด็กมนุษย์นี่ต้องถูกลงโทษ” โควอร์กขึ้นเสียงมือของเขายังคว้าข้อมือเนย่ามาจับไว้แน่นอีกด้วยเด็กหญิงซวนเซ เซนดรินรีบปรี่เข้าไปประคองเธอทันที
“ถ้าอาจารย์ไม่อยากเดือดร้อนไปมากกว่านี้ผมว่าอาจารย์ควรปล่อยเนย่ากับอาวุธของเธอไป” เซนดรินเอ่ยเตือนและรั้งมือเนย่ามาจากมือของโควอร์ก
“อาวุธงั้นรึ” โควอร์กหันไปมองวูฟวิงค์ที่มีอัญมนีสีเขียวอยู่กลางหน้าผากแล้วหันไปมองเนย่าที่มีอาการแปลกๆ
“ใช่คะรีสคืออาวุธของเนย่าและเธอกำลังพยายามหาทางควบคุมมันอยู่จนห้องวอดวายขนาดนี้ถ้าอาจารย์ไม่อยากเดือดร้อนหรือให้ห้องพังไปมากกว่านี้ล่ะก็ปล่อยเธอไปก่อน” รินรินเอ่ยเสริมอีกคน
“ใช่ครับ/ใช่คะ ปล่อยเธอไว้ก่อน นะคะ/นะครับอาจารย์” นักเรียนชั้นปีหนึ่งหลายคนช่วยกันขอร้องเพราะได้เห็นอานุภาพความโกรธเกรี้ยวของเนย่ามากับตากันทุกคนโควอร์กปล่อยมือของเนย่าแล้วเอ่ยว่า
“ได้ แต่จะไม่มีคราวหน้าอีกต่อไป เธอก็เหมือนกันซาร์เรียจัดการห้องนี้ให้คืนสภาพเดิมซะ” พูดจบโควอร์กก็หายตัวไปทันที
“เนย่า เนย่า คุมสติไว้ รีสไม่เป็ไรแล้ว” เซนดรินเขย่าเนย่าไปมาเพราะเธอเหมือนจะเป็ลมเต็มที
“พาฉันไปหารีสที” เนย่าบอกเซนดรินกับรินรินทั้งสองจึงช่วยกันประคองเธอไปเมื่อไปถึงเธอไม่รอช้าที่จะรีบรักษารีสต่อหน้านักเรียนปีหนึ่งที่ต่างมุงดูอย่างให้กำลังใจมีเพียงฮาร์มเท่านั้นที่ไม่เข้าไปใกล้มากกว่านี้เขาได้แต่ยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ยากจะอธิบาย
“เอาล่ะ เนย่าฉันขอคุยกับเธอหน่อยพาอาวุธของเธอมาด้วยไปที่ห้องของฉันที่ปีกซ้ายของตึก ฉันให้เวลาเธอครึ่งชั่วโมง” ซาร์เรียเมื่อเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มสงบลงแล้วจึงให้เนย่าไปพบเธอเป็การส่วนตัว
“ได้ค่ะ” เนย่ารับปาก
เมื่อรีสฟื้นเนย่าก็บอกกับเขาทันทีว่าต้องรีบไปหาซาร์เรียทั้งคู่ไม่รอช้าเตรียมออกจากห้องไปรินรินรีบเสนอตัวว่าจะไปเป็เพื่อนเธอด้วยแต่เนย่าก็ปฏิเสธ
“จะให้ฉันช่วยอะไรไหม” เซนดรินเดินเข้ามาขวางหน้าเนย่าไว้แล้วเอ่ยถาม
“นายกับฉันได้คุยกันแน่ ให้ฉันว่างก่อนเถอะ” เนย่าทำตาดุใส่ก่อนจะกระแทกไหล่เขาเดินออกไปรีสเดินตามเนย่าออกไปติด ๆแต่เขาก็หันกลับมามองเซนดรินด้วยแววตาขอโทษก่อนจะเดินจากไป
ห้องของซาร์เรีย
“ฉันกำลังรออยู่พอดี นั่งก่อนสิ” ซาร์เรียเสกเก้าอี้ตัวเล็กให้เนย่านั่งลงตรงหน้าเธอซึ่งมีโต๊ะที่วางของรูปร่างแปลกๆ มากมายขวางอยู่ระหว่างทั้งสอง
“อาจารย์มีอะไรจะคุยกับหนูเหรอคะ” เนย่าไม่รอช้าเอ่ยถาม รีสเข้ามานั่งประกบทางข้างขวาของเธอแล้วหลับตาลงอย่างสงบนิ่ง
“เธอได้อาวุธมาเมื่อไร” ซาร์เรียเปิดประเด็น
“ถ้าหมายถึงรีส หนูเพิ่งพาเขามาอยู่ด้วยเมื่อวานคะ” เนย่าว่าพลางลูบแผงคอของรีสไปมา
“ฉันหมายถึงอัญมณีที่หน้าผากของรีสแล้วก็สร้อยรูปเสี้ยวจันทร์นั่นด้วย” ดวงตาสีม่วงจ้องมองที่อาวุธทั้งสองด้วยความสนใจ
“อาจารย์รู้” เนย่าแปลกใจที่ซาร์เรียสามารถรับรู้ได้ว่าชิ้นไหนคืออาวุธที่เธอมีอยู่ซึ่งเนย่าจำได้เพียงลาง ๆว่าสร้อยของเธอเคยกลายเป็คันธนูตอนช่วยการ์รอลจากเรเนรอส
“ใช่” ซาร์เรียพยักหน้ารับ แต่สายตาก็ยังจ้องเขม่งไปที่รีสและสร้อยคอของเนย่า
“อัญมณีที่หน้าผากรีส หนูได้มาเมื่อคืนพระจันทร์เย็นค่ะมีคนในตลาดนัดสามภพยกให้ รินรินบอกว่าพวกเขาคือพรายเฝ้าสมบัติ ส่วนสร้อยนี่ เอ่อหนูได้มันมาเพราะตอนหนูอยู่โลกมนุษย์หนูขโมยมันมาจากถุงทองของอาจารย์ใหญ่ทรีบาสค่ะแล้วเขาก็ไม่รับมันคืน” เนย่าบอกความจริงเพราะแววตาสีหมอกคู่นั้นที่จ้องมองทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะโกหกเพียงเสี้ยววาจา
“จากอาวุธที่เธอได้มาทั้งสองชิ้นมันมีพลังมากมหาศาลในบางครั้งเธอควบคุมตัวเองไม่ได้ใช่ไหม” ซาร์เรียลุกขึ้นแล้วเดินไปที่หน้าต่างที่มีกระจกฉลุลายดอกไม้สีสวยแปลกตาดูสมจริง
“ค่ะ พอรู้สึกตัวก็จะมีเื่ร้าย ๆอยู่บ่อยครั้งเช่นทำร้ายคนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ” เนย่านึกถึงภาพของเรเนรอสที่ถูกไฟโหมไหม้และภาพที่เธอทำร้ายเซนดรินเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนคราบเืของเขายังคงติดอยู่ตามเสื้อผ้าและมือของเธอยู่เลย
“เนย่าไข่ัของเธอยังอยู่ดีใช่ไหม” ซาร์เรียหันกลับมาถามแล้วตวัดสายตาไปที่กระเป๋าสะพายหนังสีน้ำตาลที่นักเรียนชั้นปีหนึ่งทุกคนต้องมีเพื่อพกพาไข่ัติดตัว
“ค่ะ” เนย่าลูบคลำกระเป๋าใบนั้นหวังว่าไข่ัของเธอจะไม่ใแตกแหลกไปเสียก่อน
“ฉันมีข้อสงสัยหลายอย่างแต่ฉันอยากให้ัของเธอฟักเสียก่อนฉันถึงจะให้คำตอบเธอได้ทางที่ดีที่สุดเธอต้องพยายามควบคุมตัวเองให้ได้เพราะพลังเวทย์และอาวุธที่เธอได้มามันมีพลังมากเกินไปอย่าสูญเสียความเป็ตัวเองเด็ดขาดและมันจะเริ่มรุนแรงกว่านี้เมื่อต้องเข้าภารกิจการประลองในคาบของฉันกับคาบของอีรอสที่สอนเวทย์ัเพราะวิชาของฉันกับเขามันต้องสอนไปพร้อมกันทั้งอาวุธและเวทมนตร์”
“พลังจากไข่ัของเธอถูกดึงออกมามากเหลือเกินไปในตอนนี้ เพราะของคนอื่นเขาแค่เพิ่งจะเริ่มแต่เธอไประดับกลางแล้วซึ่งระดับที่เธอมีอยู่มันเท่ากับขั้นที่ัฟักตัวออกมาแล้วนะถ้าไม่รีบหาวิธีควบคุมละก็เธออาจจะเจ็บตัวก็ได้” ซาร์เรียทำท่าครุ่นคิด
“ส่วนเธอ” ซาร์เรียหันไปพูดกับรีสที่นั่งตัวตรงอยู่ข้าง ๆเนย่า
“ฉันไม่เคยเห็นอาวุธของัยืมร่างของเผ่าพันธุ์อื่นมาใช้เป็อาวุธมาก่อนนับว่าแปลกมาก ฉันอยากศึกษานายจริง ๆ” ซาร์เรียเดินเข้าไปใกล้ ๆรีสแล้วพิจารณาอย่างถี่ถ้วน
“ไม่” รีสตอบเสียงห้วนพลางสะบัดหน้าไปอีกทาง
“ฉันรู้ว่านายไม่สามารถห่างกายเนย่าได้เพราะอาวุธจะไม่มีทางทิ้งเ้าของ” ซาร์เรียสะบัดชายเสื้อเดินกลับไปนั่งเก้าอี้ของเธอเช่นเดิม
“ฮึ!” รีสทำเสียงขัดใจ
“วันนี้เธอกลับไปพักผ่อนได้พวกผู้พิทักษ์ของเธอใกล้จะออกจากหอคอยมาตามเธอกันแล้ว” ซาร์เรียโยกเก้าอี้สีดำของเธอไปมาก่อนจะหลับตาแล้วเอ่ยขึ้น
“อาจารย์รู้ได้ยังไงคะ” เนย่าทึ่งในความรอบรู้ของซาร์เรียเธอทั้งสวยและเก่งสมกับบุคลิกของเธอที่สวยเฉียบและฉลาด
“ถ้าหากฉันธรรมดาอย่างที่เธอคิดฉันจะเป็อาจารย์หญิงที่สอนวิชาของผู้ชายได้ยังไงล่ะ เอาล่ะไปเถอะรีบหน่อยก่อนพวกนั้นจะเผาห้องฉันซะวอดถ้าไม่ส่งเธอกลับ และดูเหมือนที่นั่นจะมีเื่ให้เธอต้องแก้นะ” ซาร์เรียยกยิ้มอย่างใจเย็นก่อนจะโยกเก้าอี้ไปมาอีก
“ถ้าอย่างนั้นหนูไปก่อนนะคะ” เธอคงต้องรีบกลับหอคอยให้ไวที่สุดเสียแล้วถ้าบาร์รามโผล่มาล่ะก็มีหวังเซนเทียน่าฯ คงถูกเผาและหายไปอีกหลายห้องแน่
“อืม..!” ซาร์เรียหลับตาลงแล้วหมุนเก้าอี้หันหลังให้เด็กหญิงก่อนที่เสียงฝีเท้าของเด็กหญิงจะเงียบหายไป