สองอาทิตย์...
ผ่านไปร่วมสองอาทิตย์แล้วที่เธอและนทียังไม่เคลียร์เื่ที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเธออย่างเป็เื่เป็ราวด้วยความที่ฝ่ายนั้นเองก็มัวแต่ยุ่งกับงานที่คั่งค้างของทั้งลูกค้า และของบริษัทและตัวเธอเองก็ไม่อยากเข้าไปรบกวน รวมทั้งไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นคุยกับเขายังไงเพราะเธอไม่สามารถจำเื่ราวในคืนนั้นได้เลยแม้แต่น้อย
จนตอนนี้เวลาได้ล่วงเลยมาถึงวันที่เธอจะต้องเก็บกระเป๋าเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นตามที่เธอแพลนเอาไว้เสียแล้ว
แพรวานั่งเช็กกระเป๋าเดินทางที่เธอเตรียมไว้เป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะปิดกระเป๋าลงเธอรู้สึกตื่นเต้นที่ในที่สุดเธอก็จะได้ไปที่ญี่ปุ่นเองตามลำพังโดยไม่ต้องรอพ่อแม่ของเธอว่างพาไปหรือไปโดยมีบอดี้การ์ดมากมายคอยแอบตามอยู่ตลอดเวลาทำให้เธอสามารถทำทุกอย่างที่เธออยากลองทำได้เสียที
ทั้งเดินทางไปยังจังหวัดของยอดนักสืบจิ๋วที่ไปที่ไหนก็มีคนตายทั้งดิสนี่ย์แลนด์ และยังสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกหลายๆที่ เธอไม่จำเป็ต้องทนฟังเสียงบ่นและการเปลี่ยนตารางเวลาอันเอาแน่เอานอนไม่ได้ของพ่อแม่เธอ ทำให้ในทุกๆครั้งของการไปต่างประเทศของเธอมีแต่งานงาน งาน แล้วก็งาน
และที่สำคัญที่สุดเธอไม่จำเป็ต้องทำตัวเรียบร้อย ฉลาดเฉลียว และมาดมั่นอยู่เสมอเวลาที่อยู่ต่อหน้าบอดี้การ์ดพวกนั้นจนไม่มีเวลาเป็ตัวของตัวเอง
ทริปนี้จะมีแค่เธอ เลขาสาวที่เป็เพื่อนสาวคนสนิทที่รู้ใจรู้ไส้รู้พุงของเธอและเพื่อนสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นสามคนเท่านั้นที่จะเดินเที่ยวด้วยกัน ทริปนี้จะเป็ทริปเที่ยวที่จะมีแต่อิสระและความสนุกสนาน!
นอกจากไปเที่ยวในที่ทั่วไปแล้วพวกเธอยังแพลนที่จะไปย่านชิบุย่าในกลางดึก ทั้งบาร์โฮสต์ ทั้งลองเช่าบริการโฮสต์ทั้งลองดื่มเหล้าและอาหารหลายอย่างที่สนใจ แต่ไม่มีโอกาสได้ลองชิม และที่สำคัญ
สามารถเข้าไปร้านเซ็กส์ช็อปได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องแคร์สายตาใคร!
แค่เธอได้ลองจินตนาการตามเธอก็รู้สึกตื่นเต้นจนแทบทนไม่ไหวแล้ว!
แพรวาไปเดินขึ้นไปนอนบนเตียงเธอปิดตานอนลงหากแต่ในใจก็ยังข่มความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นไม่ไหวจึงได้แต่พลิกไปพลิกมาจนสุดท้ายต้องลุกขึ้นไปเปิดเพลงคลอเบาๆเพื่อช่วยกล่อมเธอให้หลับตาลงได้อย่างสงบใจ
เพราะความตื่นเต้นของเธอเมื่อคืนทำให้เช้านี้เธอดันตื่นสายกว่าที่แพลนเอาไว้...
นาฬิกาของเธอดังเกินเวลาที่ตั้งเอาไว้ทำให้มันตีความว่าเธอยังไม่้าจะตื่นและเลื่อนเวลาปลุกอัตโนมัติ ทำให้เวลาเช้าที่ควรจะเดินไปเดินมาอย่างสวยๆสบายๆของเธอต้องรีบเร่งขึ้นมาเล็กน้อย
แพรวาคว้ากระเป๋าเดินทางและกระเป๋าสะพายข้างออกมาอย่างเร่งรีบเพราะมันจวนจะได้เวลาที่เธอนัดไว้กับรักแรกแล้ว เธอก้มหน้าเช็กของในกระเป๋าครั้งสุดท้ายก่อนจะปิดประตูห้องและลงลิฟต์มาที่คาเฟ่แถวคอนโดที่นัดกับเพื่อนสาวไว้
“แพร! ทางนี้ๆ” รักแรกะโเรียกเพื่อนสาวที่ลากกระเป๋าออกมายืนทำหน้างงอยู่ด้านหน้าคาเฟ่ที่นัดเอาไว้
“ขอโทษนะรักที่ต้องให้มารับน่ะ”แพรวารีบวิ่งมาหารักแรก สายตามองรักแรกอย่างรู้สึกผิด เมื่อมองแล้วพบกับครัวซองค์และลาเต้ร้อนที่ทานไปแล้วครึ่งหนึ่งอยู่บนโต๊ะ
“ไม่เป็ไร เรามีธุระแถวนี้พอดีน่ะทานอะไรหน่อยไหม รองท้องก่อนขึ้นเครื่อง” รักแรกพูดพลางยกลาเต้ขึ้นมาจิบ
“นั่นสิ น้องคะ!” แพรวาพยักหน้าหงึกๆอย่างเห็นด้วยเพราะตัวเธอเองก็ไม่ค่อยชอบอาหารบนเครื่องบิน เธอจึงะโเรียกพนักงานมาสั่งอาหารด้วยรายการที่ยาวเหยียด
ไม่นานแพนเค้กญี่ปุ่นชิ้นโตสามชิ้น มีวิปครีม ไอศกรีมช็อกโกแลตชิป ซีเรียล และผลไม้ มีถ้วยใส่น้ำผึ้ง ซอสสตรอว์เบอร์รี่ และซอสช็อกโกแลตสำหรับราดลงแพนเค้กก็มาเสิร์ฟพร้อมกับโกโก้ร้อนใส่แก้วมักกลิ่นหอมชวนให้ผ่อนคลายแต่เมื่อรวมกับกลิ่นขนมหวาน กลิ่นขนมปัง และกลิ่นกาแฟภายในคาเฟ่แล้ว มันกลับกระตุ้นชวนให้ท้องร้องเสียมากกว่า
“สวยว่ะสาวขอถ่ายรูปหน่อย” รักแรกพูดเมื่อเห็นแพนเค้กญี่ปุ่นของเพื่อนมาเสิร์ฟ การตกแต่งที่เหมือนโปสเตอร์โฆษณาของขนมชิ้นนี้ชวนให้เืคนชอบถ่ายรูปถูกกระตุ้นจนเธออดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูป
“อะ เอาไป” เร็วๆด้วยนะกลิ่นมันยั่วมาก หิวแล้ว แพรวาคิด เธอเข้าใจเพื่อนสาวดีขนาดเธอที่มาที่คาเฟ่นี้บ่อย เพราะมันอยู่ใกล้กับคอนโดของเธอ มีบรรยากาศที่ดีและอาหารอร่อยสมราคา เธอยังอยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายสตอรี่ลงไอจีเลย แต่ด้วยความที่เธอยังไม่ได้ทานอะไรประกอบกับกลิ่นหอมที่ยั่วยวนของขนมหวานทำให้เธออดไม่ได้ที่จะวางความคิดนั้นลงและเร่งเพื่อนสาวอยู่ในใจ
เหมือนรักแรกจะรู้ว่ากลิ่นหอมนี้จะกระตุ้นความหิวของเพื่อนสาวเธอจึงใช้เวลาไม่นานนักในการหามุมถ่ายภาพ สองสามแชะก็ได้รูปที่พอใจแล้ว เธอจึงส่งแพนเค้กญี่ปุ่นคืนให้กับแพรวาทันที
แพรวาไม่รอช้าหยิบถ้วยซอสช็อกโกแลตมาราดลงบนแพนเค้กและหั่นกินทันทีรสชาติที่หอมหวานนุ่มนวลละลายในปากของแพนเค้กรวมกับความรู้สึกปนขมนิดๆของซอสทำให้แพรวายิ้มออกมาอย่างพอใจหั่นแพนเค้กทานสลับกับท็อปปิ้งและเปลี่ยนไปจิ้มซอสสตรอว์เบอร์รี่และน้ำผึ้งบ้างเพื่อเปลี่ยนรสชาติเป็ครั้งคราว
หากเริ่มรู้สึกเลี่ยนหรือเอียนเกินไป ก็หันไปหยิบโกโก้ร้อนมาจิบรสชาติขมติดปลายลิ้นทั้งยังความอุ่นที่พอดีของโกโก้ทำให้เธอพอใจมากเสียยิ่งกว่ารสชาติหอมหวานของแพนเค้กเสียอีก
ในขณะที่แพรวากำลังทานแพนเค้กอย่างเพลิดเพลินราวกับอยู่ในโลกแห่งขนมหวานและหลงลืมเวลาในโลกแห่งความจริงที่กำลังเดินไปอย่างไม่รีรอ รักแรกก็พูดขัดขึ้นมา
“น้องแพร เสร็จยัง”
“ใกล้ละ อีกแปป ทำไมอะ จะไม่ทันแล้วอ๋อ” แพรวาพูดจบก็จิ้มแพนเค้กขึ้นมาทานอีกคำ
“ก็เปล่า แต่ถ้ารีบไปรถจะไม่ติดไง แต่ก็ไม่เป็ไรค่อยๆกินไปก็ได้ยังไงก็ทันอยู่แล้ว” รักแรกเร่งเพื่อนสาวเธอเองก็ไม่อยากที่จะขับรถใน่เวลาที่รถติดเท่าไหร่นักหรอกเพราะนี่ก็ใกล้จะได้เวลาที่เหล่าพนักงานออฟฟิศและเด็กนักเรียนจะออกเดินทางกันแล้วแต่เธอเองก็ไม่อยากขัดเพื่อนสาวที่กำลังทำสีหน้าเพลิดเพลินอย่างมีความสุขจึงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
“อ่า... อื้อๆไปรอที่รถเลยก็ได้เดี๋ยวเค้าก็เสร็จแล้วสตาร์ทรถไว้รอจะได้ประหยัดเวลาหน่อย” แพรวาพูดโดยที่ในปากยังคาบช้อนไว้อยู่เธอยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาและเห็นว่าใกล้ได้เวลาที่รถติดแล้วตัวเธอเองก็เข้าใจเพื่อนสาว คงไม่ค่อยมีใครที่ชอบขับรถในตอนที่รถติดนักหรอก
“โอเคๆ เอากระเป๋ามา เดี๋ยวเอาไปไว้ในรถให้ก่อน น้องจะได้ไม่ต้องถือของเยอะ”รักแรกพูด เธอวางเงินค่าอาหารไว้และหยิบกระเป๋าเดินทางที่อยู่ข้างๆแพรวาเดินลากออกไปที่รถ
แพรวารีบทานแพนเค้กและโกโก้ร้อนให้เสร็จ ไม่มัวละเมียดละไมทานเหมือนตอนแรกเธอเรียกพนักงานมาเก็บเงินค่าอาหารโดยให้เงินทอนที่เหลือเป็ทิปเพื่อประหยัดเวลาทอนเงินเพราะตอนนี้คนในคาเฟ่เองก็เริ่มที่จะเยอะแล้วเหมือนกัน พนักงานอาจจะหัวหมุนจนทอนเงินช้าหรือทอนแต่เศษสตางค์จนเก็บลำบากก็เป็ได้
ไม่นานเธอก็เดินตามรักแรกออกมา แต่เธอดันลืมถามว่ารักแรกจอดรถไว้ตรงไหนเธอยืนงงหันซ้ายหันขวาหารถเพื่อนสาว แต่งงได้ไม่นานก็มีรถมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอรถคันนั้นเลื่อนกระจกลงเล็กน้อยให้พอเห็นคนในรถ พอเธอเห็นว่าเป็รถของรักแรกเธอก็เปิดประตูรถขึ้นไปนั่งด้านข้างคนขับทันที
แพรวาและรักแรกนั่งพูดคุยถึงเื่สาม—ตัวละครผู้ชาย 2D กันตลอดทาง และคุยถึงเื่ราวในอดีตของเพื่อนแต่ละคนและเื่ราวต่างๆในตอนที่ไม่ได้เจอกันอีกมากมาย ทำให้ก่อนที่ทั้งคู่จะรู้สึกตัวก็มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว
รักแรกและแพรวาคุยกันไปและเดินเข้าไปในสนามบินอย่างไม่รีบเร่ง ด้วยความติดลมพวกเธอจึงคุยกันถึงของฝากให้เพื่อนๆ แพลนท่องเที่ยวของแพรวาและประสบการณ์ที่รักแรกได้ไปพบเจอที่ญี่ปุ่นอย่างสนุกสนาน จนเมื่อใกล้ถึงเวลา แพรวาก็หันหลังจะเดินเข้าไปเช็คอินเพื่อเตรียมตัวขึ้นเครื่องรักแรกก็พูดขึ้นมาว่า
“แกได้คุยกับนทีเื่เมื่อตอนนั้นหรือยัง” เสียงของรักแรกจริงจังขึ้นเล็กน้อยด้วยความห่วงใยเพื่อนสาวแต่เธอก็ไม่ได้คาดคั้นราวกับกำลังถามในเื่งานทั่วๆไป
ั์ตาของแพรวาวูบไหวเล็กน้อย เธอยิ้มและหันกลับไปตอบรักแรกด้วยน้ำเสียงที่สดใส“ยังเลย กะว่าไปพิสูจน์อะไรที่ญี่ปุ่นเสร็จแล้ว ค่อยกลับมาคุยน่ะ เค้าไปแล้วนะ”
“อื้อ เดินทางปลอดภัยอย่าลืมของฝากนะสาว”รักแรกรับรู้ถึงอาการหวั่นไหวของเพื่อนสาว ถึงแม้จะสังเกตยากแต่มีหรือที่จะหลุดพ้นสายตาของคนที่เป็เพื่อนกันมานานได้ เธอเลือกที่จะไม่คาดคั้นและเชื่อในการตัดสินใจของแพรวา นี่คือเส้นทางของเพื่อนเธอเธอทำได้แค่คอยแนะนำยามเพื่อน้าคำปรึกษา และปลอบใจคอยพยุงตัวเพื่อนในยามที่เพื่อนอ่อนล้าหรือล้มลงเท่านั้น
“โอเคจ้า ไม่ลืมแน่นอนค่ะเพื่อนสาว อีกหนึ่งอาทิตย์เจอกันนะรักบ๊ายบายย” แพรวาพูดด้วยน้ำเสียงสดใสระคนตื่นเต้นและหันหลังเดินจากไปโดยมีรักแรกมองจนเพื่อนสาวลับสายตาหายไปกับฝูงชน
ขอให้แกได้คำตอบที่แกตามหานะแพร รักแรกอวยพรเพื่อนสาวในใจ
จากนั้นเดินหันหลังกลับออกไปด้านนอกเพื่อนั่งรถกลับไปเตรียมตัวเรียนใน่บ่ายที่มหาลัยต่อ