บทที่ 27 ทุกประการพร้อมสรรพ ขาดเพียงลมบูรพา
ผ่านมาหลายวัน กู้อวี้ถึงได้ย่างเท้าเข้ามาในหอร่ำเมรัยอีกครั้ง หอร่ำเมรัยตอนกลางวันไม่คึกคักเท่าตอนกลางคืน แต่กลับช่วยให้นางมองเห็นโครงสร้างของที่นี่ได้ชัดเจนกว่าเดิม
วันนี้โถงชมสมบัติฝั่งตะวันตกไม่มีการจัดงานประมูลจึงร้างผู้คน กู้ซื่อจื่อพยายามจินตนาการภาพเหตุการณ์ในวันนั้นขึ้นมาอีกครั้งในหัว แขนขวาของจางเซี่ยงหรงถูกอาวุธลับโจมตี ไม่ได้ยินเสียงที่เด่นชัดเป็พิเศษ หมายความว่าอาวุธลับต้องเป็สิ่งที่มีขนาดเล็ก
ตอนนั้นมีคนมุงดูจำนวนมาก คิดจะแหวกกำแพงมนุษย์เข้ามาแล้วโจมตีให้ถูกจางเซี่ยงหรงอย่างแม่นยำเป็เื่ยาก หมายความว่าคนผู้นั้นจะต้องลงมือจากชั้นบน
ฝั่งตะวันตก มือขวา ชั้นบน กู้อวี้จับจ้องชั้นบนของฝั่งทิศเหนือ ชั้นสองและชั้นสามเป็ห้องส่วนตัวสำหรับต้อนรับแเื่ ข้างนอกมีโถงทางเดิน ตอนนั้นมีคนมาชมดูความครึกครื้นตรงโถงทางเดินจำนวนมากทำให้แยกแยะได้ยาก
ชั้นสี่ชั้นห้าเล่า?
จวินเจ๋อเห็นนางแหงนศีรษะอยู่ก็ถามขึ้นมา “กู้ซื่อจื่อกำลังคิดอะไรอยู่?”
ความคิดของกู้อวี้ถูกเซียวเหยาอ๋องทำให้ขาดตอน นางตอบว่า “กำลังคิดว่าชั้นสี่และชั้นห้าของหอร่ำเมรัยมีไว้สำหรับทำอะไร?”
ตวนชินอ๋องตอบอย่างไหลลื่น “ชั้นสี่เป็สถานที่สำหรับการประลอง ปัญญาชนมักจะไปรวมตัวกันที่ชั้นนั้นเพื่อประลองหมากกระดาน ประลองเครื่องหอม ประลองชา ประลองสุรา ประชันกลอน และอื่น ๆ ส่วนชั้นห้าก็ไม่รู้เหมือนกัน คงเป็ชั้นที่เ้าของหอร่ำเมรัยตั้งใจสงวนไว้กระมัง”
กู้อวี้พยักหน้า “สมกับที่ถูกยกย่องให้เป็ ‘หออันดับหนึ่งของใต้หล้า’ มีความบันเทิงครบครัน ไม่รู้เหมือนกันว่าเ้านายของหอร่ำเมรัยเป็ใครกันแน่”
“ผู้ใดจะไปรู้ ทำให้ข้ามีสถานที่หาความสำราญเพิ่มมาอีกแห่งก็คงเป็คนดีนั่นแหละ” ตวนชินอ๋องโบกพัดในมือเดินอาด ๆ ขึ้นไปชั้นบน
“ท่านอ๋องก็ไม่รู้หรือ?” กู้อวี้หันไปถามเซียวเหยาอ๋อง
จวินเจ๋อยิ้มให้นาง “เื่ที่แม้แต่ตวนชินอ๋องก็ยังไม่รู้ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร”
นี่เป็คำตอบที่อยู่ในความคาดหมาย แต่นางไม่คิดว่าเซียวเหยาอ๋องจะไม่รู้จริง ๆ คนผู้นี้หูตาไว ความเคลื่อนไหวเล็กน้อยของนางล้วนถูกเขามองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
หอร่ำเมรัยได้ต้อนรับขุนนางระดับสูงมากมาย หลายปีมานี้สามารถยืนหยัดอยู่ในเมืองหลวงได้โดยไม่ล้มลง เ้านายที่อยู่เื้ัจะต้องมากอำนาจอิทธิพลเป็แน่ เซียวเหยาอ๋องเพียงไม่ยินดีบอกนางเท่านั้น
ตอนนี้นางหวังเพียงว่าเ้านายของหอร่ำเมรัยกับเซียวเหยาอ๋องจะไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ไม่อย่างนั้นคงเป็ปัญหายุ่งยากเื่หนึ่ง
เมื่อมาถึงห้องส่วนตัว ตวนชินอ๋องก็สั่งสุราอาหารชั้นเลิศ กล่าวกับนางว่า “วันนี้ข้าเป็เ้ามือ กินดื่มกันให้เต็มคราบ กู้ซื่อจื่อ มาสิ กินเยอะ ๆ หน่อย”
กู้อวี้นึกถึงคำพูดของเขาตอนอยู่บนรถม้าที่ว่า ‘ยังสามารถเติบโตได้อีก’ นางมองอาหารชั้นเลิศที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้าก็พลันหมดความอยากอาหาร อยากถามเหลือเกินว่าตระกูลจิ่งของพวกท่านมีพันธุกรรมพูดจาดี ๆ ไม่เป็ถ่ายทอดกันมาใช่ไหม?
นางรำที่สวมอาภรณ์เบาบางหลายนางเดินเข้ามา หลังจากแสดงความเคารพเสร็จก็เริ่มร่ายรำอยู่กลางห้องส่วนตัวท่ามกลางเสียงดนตรี
ตวนชินอ๋องเรียกสาวใช้คนหนึ่งเข้ามาหา “ไป ไปปรนนิบัติกู้ซื่อจื่อดื่มสุรา”
สตรีในหอร่ำเมรัยขายศิลปะไม่ขายเรือนร่าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะบริสุทธิ์ปราศจากโลกีย์โดยสิ้นเชิง สาวใช้ในหอก็รู้จักปรนนิบัติเอาใจลูกค้าเพื่อให้ได้รับการตกรางวัลเช่นกัน
สาวใช้เดินเยื้องย่างเข้ามา เดิมกู้อวี้อยากปฏิเสธ แต่เห็นว่าข้างกายพวกเขาสองคนก็มีสาวใช้คอยปรนนิบัติเช่นกัน หากตนเองปฏิเสธจะเป็การแสดงออกว่าร้อนตัว
กินอาหารไปได้ไม่กี่คำ สาวใช้ก็ประคองจอกสุราเข้ามากล่าวว่า “เชิญซื่อจื่อร่ำดื่มเ้าค่ะ”
แม้สุราของหอร่ำเมรัยจะเป็ของชั้นเลิศ แต่อยู่ต่อหน้าคนนอก นางไม่อยากดื่มมากเกินไป ถ้าเสียกิริยาไปก็คงจะไม่ดี จึงจิบเล็กน้อยแล้ววางลง
ตวนชินอ๋องเห็นกู้อวี้ไม่ชายตามองนางรำโฉมสะคราญและสาวใช้ที่รินสุราให้ ทั้งยังปฏิบัติต่อพวกนางอย่างสุภาพมีมารยาท มองอย่างไรก็พึงพอใจยิ่ง รู้สึกว่ากู้ซื่อจื่อก็คือลูกเขยในอุดมคติ
เขาจึงปฏิบัติต่ออีกฝ่ายอย่างสนิทชิดเชื้อกว่าเดิม ชูจอกสุราไปทางนาง
อำนาจค้ำอยู่เหนือศีรษะ กู้อวี้ไม่อาจปฏิเสธ รู้สึกว่ารับมือไม่ไหวมากขึ้นตามลำดับ จิตใจนางยังพะวงเื่หลันเยียนจึงหาข้ออ้างปลีกตัวออกมา
ตวนชินอ๋องคล้ายจะเริ่มเมาแล้ว เขากล่าวกับเซียวเหยาอ๋องว่า “เชิงสุราของกู้ซื่อจื่อสู้ข้าไม่ได้ ปัสสาวะถามหาแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ด้วยความสามารถเชิงสุราของท่านน้า เขาจะเทียบกับท่านได้อย่างไร?” จวินเจ๋อชนจอกสุรากับตวนชินอ๋องอีกครา
“ข้าเห็นว่าเขาผิวเนียนเนื้อนุ่มแบบนั้นก็รู้แล้วว่าเขาดื่มสู้ข้าไม่ได้” ตวนชินอ๋องเริ่มพูดจาสะเปะสะปะ
กู้อวี้ปิดประตู รู้สึกหมดคำจะพูดต่อน้าหลานสองคนนี้โดยสิ้นเชิง
สาวใช้ผู้หนึ่งเดินผ่านมา กู้ซื่อจื่อถามว่า “แม่นางท่านนี้ ห้องสุขาของที่นี่ไปทางไหนหรือ?”
“อยู่ในสวนด้านหลังเ้าค่ะ” สาวใช้ผู้นั้นชี้บอกทาง
กู้อวี้ลงไปยังสวนด้านหลัง สายลมพัดผ่านมา ค่อยนึกขึ้นมาได้ว่านางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหาหลันเยียนพบได้อย่างไร ถ้าถามไปตรง ๆ ก็เกรงว่าเซียวเหยาอ๋องดาวหายนะผู้นั้นรู้เื่แล้วจะมาก่อกวน
พอเหล้าเข้าปาก สมองก็ทำงานช้าลงจริง ๆ ด้วย
กระทั่งสวนด้านหลังของหอร่ำเมรัยก็ยังประณีตสง่างาม นางปวดเบาอยู่บ้างจริง ๆ เมื่อแน่ใจแล้วว่าในห้องสุขาไม่มีคน นางค่อยผลักประตูเข้าไป
แขกที่มาละลายทรัพย์ในหอร่ำเมรัยล้วนร่ำรวยมั่งคั่ง ห้องสุขาของที่นี่จึงเป็แบบห้องเดี่ยว ได้รับการดูแลอย่างดีจนสะอาดสะอ้าน
เื่นี้ทำให้กู้ซื่อจื่อโล่งอก ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่สำนักศึกษาหลวง การเข้าห้องสุขาสำหรับนางแล้วเป็เื่ยุ่งยากประการหนึ่ง ต้องคิดหาสารพัดวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงผู้คน
ได้ยินมาว่าผู้ชายบางคนจะวัดขนาดกันระหว่างปัสสาวะ หรือประลองว่าใครปลดทุกข์เบาได้ไกลกว่ากัน นางไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าพวกเขาคิดอะไรอยู่
ปลดทุกข์เสร็จ นางก็จัดแจงอาภรณ์ของตนเองแล้วเปิดประตูออกไป ทันใดนั้นก็มองเห็นเงาร่างระหงสายหนึ่งก็ต้องใ แต่ก็ตระหนักได้ทันทีว่านี่เป็ห้องน้ำเดี่ยว ไม่มีใครมองเห็นว่านางปลดทุกข์อย่างไร
“กู้ซื่อจื่อ” หลันเยียนยิ้มบางขณะแสดงคารวะ
“แม่นางหลันเยียนรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่” กู้อวี้ถามพลางเดินออกไปข้างนอก
นักบรรเลงฉินยิ้มนุ่มนวล “สาวใช้คนสนิทของข้ามาบอกว่าท่านถามทางนาง ข้าคิดว่าท่านคง้าทราบความคืบหน้าของเื่นั้นจึงมาหา ตามหลันเยียนไปนั่งในห้องส่วนตัวดีไหมเ้าคะ?”
กู้อวี้กล่าว “ไม่จำเป็ สหายของข้ารออยู่ชั้นบน เื่นั้นเตรียมการไปถึงไหนแล้ว?”
หลันเยียนตอบ “ทุกประการพร้อมสรรพ ขาดเพียงลมบูรพา*[1]”
กู้ซื่อจื่อคลี่ยิ้ม “ลำบากแม่นางแล้ว บัณฑิตเจียงหนานใกล้จะเข้าเมืองหลวงมาเต็มที ก่อนงานชุนนุมปราชญ์ ข้าจะให้คนเชิญบัณฑิตในเมืองหลวงมารวมตัวกันเพื่อล่องเรือบนแม่น้ำจินไต้เหอ ถึงตอนนั้นแม่นางก็ดำเนินการตามแผนได้เลย”
“ตกลง ถึงตอนนั้นท่านจะอยู่บนเรือด้วยไหมเ้าคะ?” หลันเยียนถาม
“ไม่แน่ใจ” กู้อวี้ครุ่นคิดพลางกล่าวต่อ “วางใจเถอะ ข้าจะให้คนคอยคุ้มครองแม่นางอย่างลับ ๆ”
“ขอบคุณกู้ซื่อจื่อ” หลันเยียนยอบกายแสดงคารวะ
“ข้าต่างหากที่ควรขอบคุณแม่นาง คิดไว้หรือยังว่าหลังจากข้าช่วยไถ่ตัวแม่นางแล้ว แม่นางจะไปที่ใดต่อ ข้าจะได้ช่วยจัดทำทะเบียนราษฎร์ให้แม่นางล่วงหน้า”
นักบรรเลงฉินกดคางลง “หลันเยียนใคร่ครวญที่ไปไว้แล้ว จัดการเื่นี้เรียบร้อยค่อยบอกกู้ซื่อจื่ออีกครั้ง”
กู้อวี้กล่าว “ก็ดีเหมือนกัน ทุกอย่างจบลงแล้วค่อยว่ากันอีกที ข้าขอตัวก่อน”
หลันเยียนรั้งนางไว้ ปลดเหอเปาตรงหว่างเอวลงมาล้วงหากล่องขนาดเล็กใบหนึ่ง พลางหยิบยาเม็ดหนึ่งส่งมาให้นาง “นี่คือยาเม็ดสร่างเมาสูตรลับของในหอ ช่วยให้ท่านดื่มพันจอกไม่เมามาย”
เขารับมาแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณแม่นางหลันเยียน”
เดินไปได้สองก้าว นางก็หันกลับมาถามว่า “แม่นางหลันเยียนสามารถหารายนามแขกที่มาร่วมงานราตรีชมสมบัติคืนนั้นมาให้ข้าได้หรือไม่ แม่นางสามารถยื่นเงื่อนไขมาได้เต็มที่ ขอแค่เป็สิ่งที่ข้าสามารถทำได้”
คิ้วบางดุจใบหลิวของหลันเยียนมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย “รายชื่อแขกอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ดูแลหอ หลันเยียนไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบ เื่นี้เกรงว่าคงช่วยเหลือซื่อจื่อไม่ได้แล้ว”
กู้อวี้ทำใจไว้แล้วจึงไม่ผิดหวัง นางกล่าวว่า “ไม่เป็ไร” จบ ก็หันเดินจากไป
เดินมาถึงหัวมุมหนึ่ง ยืนยันว่าหลันเยียนมองไม่เห็นตนเองแล้ว นางก็บี้ยาเม็ดสร่างเมาในมือจนแหลกละเอียด โปรยทิ้งลงในกระถางดอกไม้
นางรู้ว่าหลันเยียนทำไปเพราะความหวังดี แต่หลังถูกพิษที่สำนักศึกษาหลวงคราวนั้น นางก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่กินสิ่งที่มีความเป็มาไม่ชัดเจนอีก รอบคอบไว้ก่อนย่อมไร้ข้อเสีย
[1] ทุกประการพร้อมสรรพ ขาดเพียงลมบูรพา (万事俱备,只欠东风) หมายถึง ได้เตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ขาดเพียงปัจจัยสุดท้ายที่จะทำให้แผนการสำเร็จลุล่วง