เขตป่าหมอก
ลีน่าใช้เวลานานร่วมชั่วโมงในการฟื้นฟูพลังิญญาแม้จะดื่มน้ำยาเข้มข้นระดับสูงที่สกัดมาจากแกนพลังของสัตว์อสูรระดับสูงโดยตรงก็ตามแต่การจะดูดซับพลังงานเ่าั้เข้าสู่ร่างกายและปรับให้เข้ากับกระแสิญญาภายในจนเสถียรนั้น ต้องใช้สมาธิและเวลาค่อนข้างนาน
เมื่อพลังงานเริ่มกลับมาสู่ระดับที่พอใช้งานได้ ลีน่าจึงลืมตาขึ้นมามองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง “ตอนนี้คงต้องรีบหาทางออกไปจากที่แห่งนี้เพื่อตามหาทุกคนในทีมให้พบโดยเร็วที่สุด” นางพึมพำกับตัวเอง
“แต่การจะะโร้องเรียกในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอันตรายคงไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดแน่” ถึงแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ดูยากลำบากและไม่คุ้นเคยแต่สติของลีน่ายังคงสงบนิ่ง นางไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่ามตามอารมณ์ ลีน่าหันไปมองจิ้งจอกแดงสองตัวที่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของนางแล้วถามขึ้นราวกับคุยกับเพื่อนร่วมทาง “นี่พวกเ้าสองตัว... รู้ทางออกจากเขตป่าแห่งนี้ไหม?”
จิ้งจอกแดงทั้งคู่เงยหน้าขึ้น สูดดมกลิ่นอากาศรอบตัวอย่างตั้งใจพยายามค้นหาร่องรอยหรือทิศทางที่คุ้นเคย แต่ไม่นานก็หันซ้ายหันขวาท่าทางสับสนงุนงง ไม่พบสิ่งใดที่บอกทิศทางได้เลย
“เป็ไปได้ยังไง... พวกเ้าก็อาศัยอยู่แถวนี้ไม่ใช่เหรอ?”ลีน่าครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง “ั้แ่ที่ข้ามาถึงที่นี่ข้าก็รู้สึกแปลก ๆ หมอกหนาทึบนี่...มันไม่เหมือนหมอกธรรมชาติที่ข้าเคยเจอที่ไหนเลย”
นางก้มลงสูดดมกลิ่นอากาศรอบตัวอย่างละเอียด แล้วพบความผิดปกติทันที “ััอะไรไม่ได้เลย...หมอกนี้ไม่มีความชื้นเหมือนปกติ ไม่มีกลิ่นดิน ไม่มีกลิ่นพืชพรรณและที่แปลกที่สุดคือ ความเงียบ” ความเงียบสงัดที่กดดันจนอื้ออึงในหูทำให้ลีน่ารู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ เหมือนมีใครกำลังแอบจ้องมองนางอยู่จากภายในความมืดของหมอกหนา
“เอ๊ะ!” ทันใดนั้น นางนึกถึงคำเตือนสำคัญของจ่าจอมที่เล่าขึ้นระหว่างเดินทางเมื่อเช้าทันทีดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนักรู้
“หมอกมายา!” ลีน่าเผลออุทานออกมาดังจนเสียงดังก่อนจะรีบยกมือปิดปากตัวเองทันที “โอ้ ไม่น่ะ... คิดสิ ลีน่าคิด ๆ... ตอนนี้จะทำยังไงดี?” ก่อนจะลงมือทำอะไร นางพยายามสงบสติอารมณ์และครุ่นคิดหาวิธีทางที่จะรอดพ้นจากเขตอันตรายแห่งนี้ให้ได้
“ถ้ามันมีชื่อว่า ‘มายา’ แปลว่ามันคือสิ่งที่สร้างภาพลวงตาปิดบังความจริง งั้นลองใช้พลังที่ข้ามีดูสักหน่อยก็แล้วกัน” ลีน่าหลับตาลงรวบรวมสมาธิทั้งหมด แล้วส่งกระแสพลังจิติญญาไปรวมกันที่ดวงตา พลังงานถูกส่งไปถึงม่านตาของนางก็เปลี่ยนสีจากสีน้ำตาลธรรมชาติกลายเป็สีม่วงอ่อนเรืองแสง
<เนตรมายา> ในวินาทีที่ลีน่าเปิดใช้ทักษะสายตาของนางก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงหมอกสีขาวขุ่นที่เคยปกคลุมทั่วทั้งป่าจนมองไม่เห็นอะไรกลับกลายเป็เพียงม่านพลังงานสีเทาจาง ๆ ที่ไหลเวียนลอยไปมาอยู่ทั่วบริเวณเหมือนสายน้ำที่ไหลเวียนไม่หยุดนิ่ง
“มันได้ผล! ข้ามองทะลุผ่านมันได้!” นางรู้สึกดีใจนิดหน่อยก่อนจะหุบยิ้มลงทันที “แต่... แล้วไงล่ะ? ตอนที่วิ่งหนีคลื่นสัตว์อสูรข้าตื่นตระหนกจนไม่ทันได้สังเกตทิศทางเลย”
“เฮ้ออ...” ลีน่าถอนหายใจยาว เพื่อระบายความอัดอั้นก่อนจะหลับตาพักสายตาเพียงครู่หนึ่ง เพื่อเรียบเรียงความคิดใหม่ทั้งหมด “การตื่นตระหนกและกังวลไปมากกว่านี้ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย...อย่างน้อยตอนนี้ ข้าก็ยังมองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมอกนี้ได้นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดแล้ว”
นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ผ่านพลังของเนตรมายา เห็นโครงสร้างของหมอกพลังงานที่ไหลเวียนเป็ชั้นยิ่งมองนานเท่าไหร่ ลีน่ายิ่งมั่นใจในความคิดของตนเองมากขึ้น “หมอกพวกนี้...มันไม่ใช่หมอกที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติแน่นอน” มันคือพลังจิติญญาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบิดเบือนการรับรู้ของผู้บุกรุกหากเดินตามความรู้สึกปกติ มีแต่จะวนกลับมาที่เดิมไม่รู้จบ
“ถ้าข้าเดินตามความรู้สึกปกติหรือตามทิศทางที่ดูเหมือนจะตรงไปข้างหน้า มีแต่จะหลงวนเวียนอยู่ในเส้นทางเดิมไม่ไปไหนสักทีแน่”ลีน่าหยิบมีดสั้นคมกริบออกมาจากฝักที่เอว กรีดรอยลึกไว้บนเปลือกไม้ต้นใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเพื่อเป็เครื่องหมายบอกจุดเริ่มต้น ก่อนจะตั้งใจเดินตรงไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังมองผ่านหมอกพลังงานไปตามแนวทางที่ดูตรงที่สุด
ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที...
เมื่อลีน่าหยุดฝีเท้าและมองไปรอบ ๆ ก็ต้องหยุดชะงัก นางกลับมายืนอยู่หน้าต้นไม้ต้นเดิมอีกครั้งรอยกรีดบนเปลือกไม้ที่ทำไว้เมื่อครู่ ยังคงปรากฏชัดเจนเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“...”
ลีน่าขมวดคิ้วแน่นด้วยความประหลาดใจ “เป็ไปไม่ได้... ข้ามั่นใจว่าเดินเป็เส้นตรงมาตลอดไม่เคยหันซ้ายหันขวาเลย” แต่ความจริงที่เห็นตรงหน้าบอกชัดเจนว่า นางกำลังเดินวนกลับมาที่เดิมไม่ใช่เพราะความจำสับสนหรือหลงทางตามธรรมชาติแต่เป็เพราะหมอกมายานี้กำลังบิดเบือนการรับรู้ทิศทางของสมอง
“ถึงข้าจะมองเห็นว่ามันคือพลังงานมายา...ก็ไม่ได้แปลว่าจะหาทางออกได้ง่าย ๆ เลย” ลีน่าเริ่มเข้าใจถึงความน่ากลัวของคำเตือนของจ่าจอมมากขึ้นหมอกมายาแห่งนี้อันตราย ไม่ใช่เพราะสัตว์อสูรที่จะเข้ามาโจมตีแต่เพราะมันสามารถขังผู้คนเอาไว้ภายในได้ตลอดกาล โดยที่เ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
“พวกเ้าลองดมกลิ่นและรับรู้พลังงานรอบตัวอีกครั้งดูสิ” นางสั่งจิ้งจอกแดงทั้งสองตัวอีกครั้ง
จิ้งจอกแดงเดินวนไปมาอย่างระมัดระวังสูดดมกลิ่นและจับกระแสพลังงานในอากาศอย่างตั้งใจ ก่อนจะหยุดนิ่งพร้อมกันหันหน้ามองไปทางเดียวกันด้วยความสนใจ หูทั้งสองข้างตั้งตรงชี้ไปข้างหน้าขนบริเวณหลังคอและแผงหลังลุกตั้งชันขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับส่งเสียงครางต่ำออกมาจากลำคอ ส่งสัญญาณการเตือนภัย
“มีอะไรอยู่ทางนั้นงั้นหรือ?” ลีน่ารีบหันไปมองตามทิศทางที่จิ้งจอกแดงกำลังจ้องมองพร้อมกับเปิดใช้เนตรมายา ให้สูงสุดความสามารถอีกครั้ง
ภายในม่านหมอกพลังงานสีขาวนั้น นางเห็นประกายแสงสีแดงเรืองแสงปรากฏขึ้นอยู่ไกลออกไปราวสามร้อยเมตร ไม่ใช่แสงไฟ ไม่ใช่แสงแดดส่องลอดผ่านต้นไม้แต่ดูเหมือนดวงตาคู่แล้วคู่เล่าที่กำลังจ้องมองกลับมาที่นาง วินาทีต่อมาเสียงฝีเท้าที่เบาแต่สม่ำเสมอดังขึ้นจากภายในหมอก
กร๊อบ... กร๊อบ... กร๊อบ... เงาร่างสูงเพรียวหลายสายก้าวเดินออกมาจากม่านหมอก จนกระทั่งปรากฏรูปร่างชัดเจน เป็จิ้งจอกเพลิงสัตว์อสูรระดับกึ่งาาที่อยู่ในอาณาเขตหมอกมายาจำนวนเกือบสิบตัว ดวงตาสีแดงเพลิงของพวกมันจับจ้องมาที่ลีน่าเป็จุดเดียว
แต่สิ่งที่ทำให้ลีน่าประหลาดใจและระแวงมากที่สุดคือพวกมันไม่ได้แสดงท่าทีดุร้ายหรือพุ่งเข้ามาโจมตีในทันทีกลับยืนเรียงแถวอย่างเงียบสงบ เป็ระเบียบเรียบร้อยราวกับกำลังรอคำสั่งหรือสัญญาณจากใครบางคนพวกมันไม่ได้แผ่จิตคุกคามออกมาทำให้ลีน่าไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อยแต่กลับเกิดความคุ้นเคยอย่างแปลกประหลาดขึ้นมาลึก ๆ ในจิตใจ
“เอ๋... ทำไมถึงเป็แบบนี้กัน” นางครุ่นคิด “ทั้ง ๆที่เป็สัตว์อสูร แต่ทำไมข้ารู้สึกคุ้นเคยและไม่ถูกคุกคามเลย... อย่างไรก็ตามควรระวังตัวเอาไว้ก่อนดีที่สุด”
ลีน่ากระชับมีดสั้นในมือให้แน่นขึ้นเตรียมความพร้อมทั้งสำหรับการต่อสู้หรือการหลบหนี ในขณะนั้นเองฝูงจิ้งจอกเพลิงก็แยกออกเป็สองฝั่ง เปิดทางเดินแคบ ๆ ตรงกลางอย่างพร้อมเพรียงกัน เหมือนกับกำลังเชื้อเชิญให้นางก้าวเดินตามเข้าไปข้างใน
ลีน่าขมวดคิ้วแน่นทันที “พวกเ้ากำลังเชิญข้าเข้าไปงั้นหรือ?”
นางไม่ได้รีบก้าวเท้าเข้าไปตามคำเชิญนั้น ในทางกลับกัน นางถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวพร้อมกับใช้เนตรมายา ตรวจสอบพลังงานและเจตนาของพวกมันอย่างละเอียดที่สุด ไม่มีจิตสังหาร...ไม่มีท่าทีเตรียมพร้อมโจมตี... แต่ก็ไม่ได้แสดงความเป็มิตรออกมาเช่นกัน อย่างกับว่าพวกมันเป็เพียงผู้นำทางที่ไม่มีความรู้สึกของตัวเอง
“พวกเ้าจะพาข้าไปที่ไหนกันแน่...”
จิ้งจอกเพลิงตัวที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าฝูงส่งเสียงร้องออกมาครั้งหนึ่ง “กี๊...” ก่อนจะหันหลังเดินนำเข้าไปในม่านหมอกทันทีส่วนตัวอื่น ๆ ก็ทยอยเดินตามไปทีละตัว โดยไม่หันกลับมามองนางอีกเลย
ลีน่ายังคงยืนนิ่งครุ่นคิดอยู่นาน สัญชาตญาณดั้งเดิมกำลังร้องเตือนว่าไม่ควรเดินตามเข้าไปในที่ที่ไม่รู้จักแต่ถ้านางเลือกที่จะอยู่ที่เดิมต่อไป ก็ไม่มีทางออกจากวงจรมายาแห่งนี้ได้เช่นกัน “หรือว่านี่คือกับดักที่รออยู่ข้างใน...”นางก้มลงมองจิ้งจอกแดงทั้งสองตัวที่ยืนอยู่ข้างกาย แล้วถามเหมือนกับว่าปรึกษาเพื่อน“พวกเ้าคิดว่าควรทำอย่างไรดี?”
จิ้งจอกแดงไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกกลับมองตามแนวทางที่ฝูงจิ้งจอกเพลิงเดินไปด้วยแววตาที่สงบ ก่อนจะส่งเสียงร้องตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ส่ออันตราย
“กี๊...”
“งั้นหรือ... ถ้าพวกเ้าคิดว่าปลอดภัยพอ” ลีน่าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะสมความกล้าหาญ ก่อนจะตัดสินใจ “ไปก็ได้...แต่ถ้ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น รีบเตือนข้าทันทีนะ”
นางก้าวเท้าตามหลังฝูงจิ้งจอกเพลิงไป โดยรักษาระยะห่างเอาไว้ตลอดเวลาทุกฝีก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวังสูงสุด ยิ่งเดินลึกเข้าไปข้างใน หมอกรอบตัวก็ยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้เริ่มมีขนาดใหญ่โตผิดปกติเถาวัลย์สีแดงเข้มเลื้อยพันไปทั่วลำต้นจนมองเห็นเนื้อไม้ได้ยาก ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยดอกไม้สีแดงสดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด
“ที่นี่...” ลีน่ามองไปรอบ ๆ ด้วยความทึ่ง“ดูเหมือนจะกลายเป็อีกโลกหนึ่งเลย”
ทันใดนั้น!
ฟู่วว! เสียงลมพุ่งแหวกอากาศดังขึ้นมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว ลีน่าหมุนตัวหลบทันทีด้วยปฏิกิริยาตอบสนองที่ฝึกฝนมาอย่างดี
ฉัวะ! กรงเล็บเพลิงสีแดงเฉี่ยวผ่านปลายผมของนางไปเพียงไม่กี่เิเหากช้าไปนิดเดียวคงถูกฉีกหัวไปแล้ว
“ตัวอะไรกัน!” นางรีบชักมีดออกจากฝักพร้อมถอยหลังมาตั้งท่าป้องกันเต็มรูปแบบ
เงาร่างสีดำมันวาวพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ด้วยความเร็วสูงจนเกิดเป็ภาพพร่ามัว ไม่ใช่จิ้งจอกเพลิงที่เดินนำทางอยู่แต่เป็เสือดำเขี้ยวโลหิต สัตว์อสูรระดับกึ่งาาที่อยู่ในเขตป่าหมอก ดวงตาของมันแดงฉานด้วยความกระหายเืทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยแผลเป็เก่าและใหม่ที่ทับซ้อนกัน ดูเหมือนจะผ่านการต่อสู้อย่างโชกโชนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
“สัตว์อสูรต่างถิ่น...หรือว่ามันก็หลงเข้ามาในเขตหมอกมายาแห่งนี้เหมือนกับข้า?” ลีน่าพึมพำขณะกำลังประเมินสถานการณ์
เสือดำแยกเขี้ยวแหลมคมออกมา ส่งเสียงคำรามต่ำสั่นะเืพื้นดินก่อนจะพุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้งด้วยความดุดัน
ตูม! ลีน่าะโหลบออกด้านข้าง แทบจะไม่ทันกับความเร็วของมันเสียงดังสนั่นเมื่อกรงเล็บกระแทกลงบนจุดที่นางยืนอยู่ก่อนหน้าทำให้พื้นดินบริเวณนั้นแตกกระจายเป็รอยลึก
“เร็วเกินไป...” นางพยายามสร้างระยะห่างให้มากที่สุด“ถ้าปล่อยให้มันเข้ามาประชิดติดตัว คงจะลำบากแน่”
ในขณะที่การต่อสู้กำลังเริ่มต้นขึ้นฝูงจิ้งจอกเพลิงที่เดินนำอยู่ก่อนหน้านี้ ก็หยุดฝีเท้าพร้อมกันทั้งหมดพวกมันหันกลับมายืนมองดูการต่อสู้เงียบ ๆ ดวงตาสีแดงเพลิงเปล่งประกายขึ้นพร้อมกัน
ฟู่วว... เปลวไฟสีแดงเข้มเริ่มลุกโชนตามปลายหางของจิ้งจอกทุกตัวแต่ไม่มีตัวใดขยับเข้ามาช่วยเหลือลีน่าแม้แต่น้อย พวกมันเพียงยืนมองดูอย่างสงบ เหมือนกับกำลังเฝ้าดูการทดสอบความสามารถของนาง
“...” ลีน่ากำมีดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยด้วยความท้าทาย“งั้นสินะ... ถ้าจะผ่านเข้าไปข้างในได้ข้าต้องพิสูจน์ความสามารถให้พวกเ้าเห็นก่อนใช่ไหม?”
ทันทีที่เสือดำพุ่งเข้ามาโจมตีเป็ครั้งที่สาม ม่านตาสีม่วงของลีน่าก็พลันเปล่งประกายเจิดจ้า
<เนตรมายา> ด้วยพลังทักษะพิเศษโลกทั้งใบราวกับเคลื่อนไหวช้าลงในสายตาของนางทุกการเคลื่อนไหวของเสือดำถูกมองเห็นและวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจน “ตรงนี้แหละ!” ลีน่าพุ่งเข้าสวนทางไปยังจุดที่คาดว่าจะเป็ช่องโหว่พร้อมกับใช้มีดสั้นฟันเฉือนไปที่ลำตัวของมันอย่างแรง
แต่เมื่อใบมีดัักับขนและิัที่หนาแน่น นางก็ต้องรู้สึกผิดหวังทันที“ไม่ได้ผลเลย...ฟันไม่เข้าแม้แต่นิดเดียว ข้าไม่ใช่สายโจมตีประชิดตัว แถมคู่ต่อสู้ยังมีระดับสูงกว่าข้าเกราะป้องกันก็หนาอีก”
“ถ้างั้นก็เปลี่ยนแผน! จิ้งจอกแดง ล้อมมันเอาไว้ห้ามให้มันหนีไปไหน!” นางสั่งด้วยพลังจิต จิ้งจอกแดงทั้งสองตัวพุ่งออกไปปิดล้อมด้านหลังและด้านข้างของเสือดำทันที
<เสน่ห์จิ้งจอกมายา> สิ้นเสียงคำสั่ง ม่านตาสีม่วงของลีน่าก็เปลี่ยนรูปร่างเป็รูปหัวใจบางๆ กระแสพลังจิตอ่อนโยนแต่ทรงพลัง พุ่งผ่านเข้าไปยังดวงตาของเสือดำเขี้ยวโลหิตทันที“ตอนนี้แหละ!จิ้งจอกแดง จัดการมัน!”
จิ้งจอกแดงทั้งสองพุ่งเข้าไปกัดเข้าที่ลำคอและขาหลังของเสือดำอย่างแรงแต่ทักษะควบคุมจิตใจมีผลเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่เสือดำจะฝืนหลุดพ้นออกมาด้วยระดับพลังที่สูงกว่า
“แย่แล้ว ทักษะมีผลน้อยเกินไปและพลังโจมตีของจิ้งจอกแดงก็อ่อนแอ ทำให้มันได้รับาเ็ไม่หนักพอ”
ตู้มมม! เสียงดังก้องเมื่อเสือดำตะปบเท้าหน้าลงกระแทกเข้าที่ลำตัวของจิ้งจอกแดงตัวหนึ่งอย่างจังก่อนจะนอนแน่นิ่งไม่ขยับอยู่ใต้กรงเล็บของเสือดำ
ง่ำ! มันขย้ำเขี้ยวลึกเข้าไปที่คอ ก่อนจะสะบัดศีรษะแรง ๆ ทำให้จิ้งจอกแดงตัวนั้นหมดสติและสิ้นใจทันที
“ถอยกลับมา!” ลีน่าสั่งอีกตัวที่เหลือให้ถอยออกมาทันทีแต่ยังไม่ทันได้จัดท่าป้องกันให้พร้อม เสือดำก็พุ่งกระโจนเข้าหาลีน่าด้วยความเร็วสูงสุด
“แย่แล้ว!”
“กี๊!” เสียงร้องเตือนของจิ้งจอกแดงตัวที่เหลือดังขึ้นก่อนจะถูกโจมตีอีกครั้ง
“ฮึก! แบบนี้คงไม่ไหวแล้ว...ในเมื่อพวกเ้าจิ้งจอกเพลิงไม่ยอมช่วย ก็อย่าโทษข้าที่จะใช้พลังบังคับแล้วกัน! <อาภรณ์จิ้งจอกมายา> เปิดใช้งานเต็มรูปแบบ! <เนตรมายา> ยกระดับสูงสุด!” คราวนี้ลีน่าตัดสินใจใช้พลังิญญาถึง50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อแปรเปลี่ยนเป็พลังจิติญญาเปิดใช้ทักษะขั้นสูง
แสงสีม่วงจ้าพุ่งออกมาห่อหุ้มร่างกาย ขณะที่สายเืจิ้งจอกมายาถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวเต็มที่สร้างเกราะรูปร่างเหมือนเงาจิ้งจอกขนาดใหญ่ห่อหุ้มตัว เสริมการป้องกันและความสามารถในการควบคุมจิตใจให้สูงขึ้นเป็เท่าตัวแม้จะแลกกับการสูญเสียพลังจิติญญาเพิ่มเติมทุกวินาทีก็ตาม
ด้วยพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ นางจึงสามารถขยายขอบเขตการควบคุมจิตใจออกไปจนถึงฝูงจิ้งจอกเพลิงทั้งหมดได้สำเร็จ“พวกเ้า ก็เข้ามาร่วมต่อสู้ด้วยกันปิดล้อมและสังหารมันให้เร็วที่สุด!”
ด้วยความแตกต่างของจำนวนเสือดำเขี้ยวโลหิตจึงไม่มีทางหลบหนีพ้นวงล้อม แม้จะต่อสู้อย่างดุเดือดเพียงใดแต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้และถูกสังหารไปในที่สุด ลีน่ารู้สึกหน้ามืดเล็กน้อยเพราะพลังจิติญญาในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว
นางรีบสั่งยกเลิกทักษะอาภรณ์จิ้งจอกมายาทันที เพราะรู้ดีว่าหากฝืนใช้ทักษะต่อไปอีกเพียงไม่กี่อึดใจ พลังที่เหลืออยู่คงไม่พอแม้แต่จะรักษาสติและป้องกันตัวเองได้
“เฮ้อออ... จบซะที สู้กับสัตว์อสูรข้ามขั้นคนเดียวแบบนี้ถ้าไม่ใช้ท่าอัลติ มีหวังตึงมือกว่านี้แน่ แต่ตอนนี้ข้าต้องมาลำบากเพราะต้องใช้เวลาฟื้นฟูพลังิญญาอีกครั้งแล้ว” พอพูดจบ นางหยิบน้ำยาฟื้นฟูพลังขึ้นมาดื่มทันทีเพื่อชดเชยพลังิญญาที่สูญเสียไปจากการใช้อาภรณ์จิ้งจอกมายา
“พวกเ้า ทั้งหมดนั่นช่วยคุ้มกันและเฝ้าระวังบริเวณนี้ให้ข้าสักพัก” ลีน่าสั่งให้จิ้งจอกเพลิงที่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของนางคอยปกป้องขณะที่กำลังฟื้นฟู “ต่อให้การต่อสู้จบลงแล้วข้าก็ยังไม่ปลดการควบคุมให้พวกเ้าหรอกนะ เอาไว้ดูกันต่อไปว่า พวกเ้าจะนำทางข้าไปที่ไหนกันแน่”
เหตุใดสัตว์อสูรระดับสูงอย่างจิ้งจอกเพลิงถึงไม่ทำร้ายลีน่าและพวกมันจะนำทางนางไปยังจุดใดที่ลึกเข้าไปในป่าหมอกมายาแห่งนี้…
***
คุยกันท้ายตอน
เป็อย่างไรกันบ้างครับกับการต่อสู้และการผจญภัยใน The Max Evolution หากชื่นชอบผลงานช่วยกดติดตามและคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้กับนักเขียนเพื่อเป็กำลังใจในการเขียนเื่ราวสนุกๆ ต่อไปด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ