ตอนที่61 เข้าร่วมงานประมูล
นาตาชานอนหลับรวดเดียวจนถึงรุ่งเช้าวันถัดมาเธอตื่นตั้งแต่เวลาสี่นาฬิกามาฝึกฝนทักษะต่อสู้ตามปกติ ก่อนเปลี่ยนใส่ชุดบิกินี่ไปว่ายน้ำในสระข้างบ้านอย่างสบายใจโดยจัดเตรียมอาหารเช้าไปวางไว้อยู่ขอบสระ พอว่ายไปได้สักพักจนพอใจจึงว่ายมาเกาะขอบสระหยิบแก้วกาแฟขึ้นดื่มและรับประทานคุกกี้อีกสองชิ้นแล้วพึมพำถึงแผนการของวันนี้ว่า
“ฉันคงต้องไปแปลงโฉมใหม่ให้เรียบร้อยจะไปแบบเดิมให้ใครต่อใครเห็นได้ไง ตอนนี้ก็ดันเนื้อหอมซะเหลือเกินไหนจะมีดานีลเกิดใหม่เหมือนฉันอีก แล้วยังมีเจ้าแฮ็กเกอร์อันดับสามด้วยคนนี้น่าจะเป็นรุ่นพี่ฉันแน่ ๆ ทักษะคุ้นตาจังเลย แล้วยังมีทางจีนอีก โอ๊ย! นาตาชา!เกิดใหม่รอบนี้ช่างมีผู้มาให้เลือกเยอะซะเหลือเกิน”
หญิงสาวกล่าวอุทธรณ์ด้วยความร้อนใจต่อสถานการณ์อันน่าหวาดหวั่นในตอนนี้ก่อนยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแล้วดีดตัวนอนหงายตีกรรเชียงในสระว่ายน้ำต่ออย่างมีความสุข เธอว่ายไปพร้อมคิดอย่างมั่นใจในการวิเคราะห์ของตน
ประการแรกเธอคาดเดาว่ารุ่นพี่จากองค์กรลับเดียวกันอาจจะเกิดใหม่เหมือนตนเพราะเขาเสียชีวิตไปแล้วหลายปีส่วนรุ่นพี่ชื่ออดัมเปลี่ยนอาชีพจากวิศวกรไปเป็นทหารอากาศแล้วฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าเขาอาจช่วยหยางถิงฟงตามหาตนเองเนื่องจากสัมผัสได้ถึงแววตาเสน่หาจากทายาทหนุ่มตระกูลหยางตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน
ส่วนร่องรอยการค้นหาตนจากจีนอาจมาจากแฮ็กเกอร์คู่ปรับซึ่งเคยปะทะกันก่อนหน้าพลางมั่นใจว่าอีกฝ่ายอาจต้องการล่วงรู้ตัวตนแท้จริงของตนเหมือนกับความคิดของตนในการอยากรู้ตัวตนแท้จริงอีกฝ่ายเช่นกันขณะไฟล์ข้อมูลลับใหม่ในฐานข้อมูลลับของกรมตำรวจนั้นเธอยังไม่รีบร้อนจะบุกเข้าไปสืบค้นเพราะตระหนักได้ว่ายังมีแฮ็กเกอร์คู่ปรับจ้องรอคอยอยู่
อย่างไรก็ตามตอนนี้เธอชัดเจนถึงความรู้สึกจากสองหนุ่มแห่งตระกูลอันดับหนึ่งของจีนมารุมรักไม่ว่าจะเป็นไป๋เจ๋อแห่งตระกูลไป๋ซึ่งเธอรับรู้ท่าทีชัดเจนจากเขาก่อนหน้ายังมีหยางถิงฟงออกอาการหลงรักตั้งแต่แรกเห็นเมื่อนั่งเครื่องบินในที่นั่งติดกันขณะเดินทางมาประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยกันฉะนั้นเธอจึงคาดเดาถึงความเสน่หาจากสองชายหนุ่มได้ สำหรับอดีตสามีนั้นเธอไม่อยากเสียเวลาคิดให้วุ่นวายใจเพราะเลือกจะตัดขาดกับเขาไปแล้ว
เมื่ออดีตสายลับสาวว่ายน้ำจนหนำใจแล้วเธอหยิบถาดอาหารไปทำความสะอาดและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อใหม่โดยไม่ลืมทำการปิดบังใบหน้าก่อนไปนั่งในรถสปอร์ตหรูเตรียมตัวออกไปทำตามแผนในนอกบ้าน
สุดท้ายเธอตัดสินใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานประมูลเมื่อแปลงโฉมใหม่เสร็จเรียบร้อยแต่ยังไว้ผมทรงเดิมแล้วมีการปรับเปลี่ยนใบหน้าใหม่ให้ดูแตกต่างจากเดิมเป็นอย่างมากขณะตกแต่งใบหน้าใหม่ในร้านเสริมสวยอันคุ้นเคยจากชาติก่อน
เธอไม่ลืมสั่งซื้อสินค้าพิเศษอย่างหนึ่งจากเครือข่ายให้มาส่งยังร้านเสริมสวยด้วยเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กใส่ไว้ในปากเพื่อเปลี่ยนเสียงพูดให้แตกต่างจากเดิมด้วยการสวมครอบฟันกรามด้านบนทั้งสองข้างเพียงเท่านี้เธอก็กลายเป็นคนใหม่ซึ่งจะไม่มีใครจดจำได้อีก
นาตาชากลับเข้าบ้านในช่วงเย็นเธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่ชุดเดรส พลางจ้องมองภาพลักษณ์ใหม่ต่อหน้ากระจกแล้วหัวเราะขบขันอย่างสบายใจด้วยรูปโฉมหญิงสาวผมบ๊อบสั้นแสกกลางสีทอง ปีกจมูกบานกว่าปกติไฝเม็ดเล็กเหนือริมฝีปากฝั่งซ้ายมือ ริมฝีปากบนและล่างหนากว่าปกติมองดูคล้ายสาวปากเจ่ออย่างไรอย่างนั้นสวมแว่นตากรองแสงทั่วไปทรงกรอบเลนส์แคบคล้ายหญิงเคร่งมาดดุดันชุดเดรสสั้นสีน้ำเงินแขนกุด รองเท้าหุ้มส้นสีขาวและกระเป๋าสะพายสีขาวใบโต
อดีตสายลับหญิงหมุนตัวสำรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้ายพลันนึกถึงการปลอมตัวสมัยยังทำงานเป็นสายลับ ก่อนยิ้มพอใจแล้วยักไหล่ผ่อนคลายจากนั้นสะพายกระเป๋าเดินออกจากห้องไปขับรถสปอร์ตหรูคันเดิม
นาตาชาออกไปจากบ้านยังไม่ถึงสิบนาทีรถยนต์ของไป๋เจ๋อและหยางถิงฟงแล่นตามกันเข้ามาไป๋เจ๋อตั้งใจให้เพื่อนมาดูสภาพบ้านจริงก่อนตัดสินใจซื้อ เขารู้ข้อมูลจากชายชราอาร์เดนว่าบ้านหลังติดกับตนซึ่งเป็นบ้านหลังที่สี่ในซอยเดียวกันเพิ่งประกาศขายเมื่อวานนี้จึงแนะนำเพื่อนอย่างไม่คิดอะไรมากเพราะเห็นว่าเพื่อนต้องการพักอาศัยชั่วคราวเพื่อตามหาหญิงสาวในดวงใจ
ครั้นรถยนต์ซีดานหรูสองคันจอดต่อท้ายกันในสุดซอยหน้าบ้านไป๋เจ๋อหยางถิงฟงลงจากรถมาดูมาบ้านโดยมีบอร์ดี้การ์ดประจำตระกูลทำหน้าที่เปิดประตูให้เขากวาดตาสำรวจรอบบริเวณบ้านพลางพยักหน้าพอใจต่อสภาพแวดล้อมอันเงียบสงบ
“ไม่เลวเลยเสี่ยวเจ๋อนายหาบ้านได้เงียบดีจริง แบบนี้น่ามาอ่านหนังสือหรือพักผ่อนจริง ๆ”
ทายาทหนุ่มตระกูลหยางกล่าวชื่นชมทัศนวิสัยในการเลือกซื้อบ้านของเพื่อนต่างตระกูลอย่างจริงใจ
“ไม่ใช่ฝีมือฉันหรอกเป็นปู่เล็กที่เลือกไว้ให้น่ะ”
ไป๋เจ๋อยิ้มรับคำชมจากเพื่อนด้วยความยินดีแต่เขากล่าวถึงผลงานแท้จริงเพราะไม่คิดโอ้อวดเป็นของตัวเนื่องจากคนเลือกให้เป็นผู้กว้างขวางของที่นี่ฉะนั้นจึงควรยกความดีให้กับชายชราอย่างเต็มใจ
“ปู่เล็กยังทำงานดีเหมือนเดิมนะไม่ได้เจอกันนานแล้ว พวกเราไปกวนปู่เล็กกันดีไหม”
หยางถิงฟงพยักหน้าเข้าใจพลางเอ่ยชวนเพื่อนไปรบกวนมื้อค่ำบ้านชราเพราะรู้จักคุ้นเคยกันตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กจึงอยากทักทายอีกฝ่ายด้วยความเคารพ
“วันนี้ปู่เล็กไม่ว่างนั่นซีพวกเราก็สั่งอาหารง่าย ๆ ให้มาส่งที่นี่แล้วกันวันนี้ฉันขี้เกียจเข้าครัวทำอาหารให้นาย”
ไป๋เจ๋อส่ายหน้าปฏิเสธเพราะรู้ตารางงานของชายชราก่อนเดินทางมาถึงตั้งแต่เมื่อวานจึงบอกเพื่อนตามจริงโดยกล่าวถึงความขี้เกียจดูแลเพื่อนอย่างไม่เกรงใจ
ทายาทหนุ่มตระกูลหยางเลิกคิ้วประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าชายชราจะติดภารกิจพอดีจึงถามอย่างไม่จริงจังด้วยความอยากรู้ว่า
“เหรอ...ว่าแต่ปู่เล็กมีนัดที่ไหนล่ะเผื่อว่าเราจะไปแจมได้”
“เห็นว่าจะไปร่วมงานประมูลมีสินค้าไฮไลท์มาจากจีนด้วยราคาเริ่มต้นตั้งยี่สิบล้านเหรียญแน่ะ”
ไป๋เจ๋อบอกเพื่อนอย่างไม่คิดอะไรมากเพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะให้ความสนใจหรืออยากเข้าร่วมเนื่องจากตัวเขาเองก็ไม่นึกอยากเข้าร่วมงานดังกล่าวโดยคาดเดาไปว่างานประมูลส่วนใหญ่มักจะมีแต่คนแก่ชราไปประมูลสินค้าโบราณแข่งกัน
ชายหนุ่มตระกูลหยางตาโตเป็นประกายในทันทีเพราะยังไม่เคยเข้าร่วมงานประมูลสักครั้งช่วงเวลาอยู่ในประเทศจีนมักเป็นพ่อแม่หรือพ่อบ้านไปเข้าร่วมแทนฉะนั้นจึงร้องขอเพื่อนด้วยท่าทีตื่นเต้นยินดีว่า
“น่าสนใจเสี่ยวเจ๋อฉันยังไม่เคยเข้าร่วมสักที นายให้ปู่เล็กหาวิธีพาเราเข้าไปด้วยได้ไหมฉันอยากเห็นสถานที่ประมูลบ้าง”
ทายาทหนุ่มตระกูลไป๋เลิกคิ้วประหลาดใจเมื่อเห็นเพื่อนกระตือรือร้นอยากเข้าร่วมงานเขาบอกข้อมูลสำคัญอีกอย่างเพื่อหวังให้เพื่อนเปลี่ยนใจเพราะอยากนอนพักให้คลายเมื่อยล้าจากการเรียนอันหนักหน่วงว่า
“เสี่ยวฟงที่นั่นไม่มีอาหารเย็นให้นายนะ ถ้าจะมีก็อาจเป็นแค่เครื่องดื่มเล็กน้อยเท่านั้นนายจะหิ้วท้องรอกินข้าวหลังเสร็จงานได้เหรอ”
“ไม่มีปัญหาเพื่อนฉันเคยอดข้าวในสนามรบมาแล้ว นายช่วยฉันทีสิ”
หยางถิงฟงกล่าวยืนยันหนักแน่นเพราะเคยผ่านการฝึกทหารอันหฤโหดมาแล้วฉะนั้นการรับประทานอาหารเย็นล่าช้าไปไม่กี่ชั่วโมงย่อมไม่สร้างความลำบากให้กับตนแน่นอน
“ก็ได้ ๆเดี๋ยวลองโทรหาปู่เล็กก่อน ถ้าเรื่องเข้าร่วมงานไม่ยุ่งยากเท่าไรเดี๋ยวปู่เล็กคงบอกฉันมาอีกที”
หมอไป๋ทนเห็นสายตาออดอ้อนจากเพื่อนต่างตระกูลไม่ได้พลางนึกโมโหตัวเองที่พูดความจริงออกไปจนกลายเป็นภาระต้องดูแลเพื่อนต่อจนทำให้ตนเองไม่ได้พักผ่อนเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาชายชราอาร์เดนในทันทีพลางพูดกับปลายสายอยู่สองสามประโยคก่อนรอสัญญาณเตือนเข้าโทรศัพท์อีกครั้งแล้วผินหน้าไปบอกเพื่อนด้วยความจำยอมว่า
“ปู่เล็กบอกว่าให้แกสแกนคิวอาร์โค้ดแล้วก็กรอกข้อมูลลงทะเบียนเอง ไปถึงหน้างานก็แสดงรหัสในโทรศัพท์ให้พนักงานตรวจสอบแค่นี้ก็เข้าร่วมงานได้แล้ว อะนี้...นายกรอกข้อมูลเองนะ ของฉันปู่เล็กจะจัดการให้”
ครู่หนึ่งคุณชายไป๋ยื่นโทรศัพท์ไปให้เพื่อนสแกนรหัสลงทะเบียนเข้าร่วมงานเองเนื่องจากข้อมูลส่วนตัวบางอย่างไม่สามารถกรอกแทนได้จากนั้นเขาชวนเพื่อนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ให้เรียบร้อยสมฐานะเพราะงานดังกล่าวเป็นงานทางการซึ่งลูกค้าแต่ละคนจะแต่งกายหรูหราด้วยวัตถุประสงค์ต้องการข่มฝ่ายตรงข้ามระหว่างการประมูลในที
……….
นาตาชาจงใจเปลี่ยนใช้รถเช่าเดินทางไปยังโรงประมูลเธอไม่ต้องการให้มีคนตรวจสอบเส้นทางหรือตัวตนได้ พลางขับรถเช่าตรงไปยังโรงประมูลโดยตรงแล้วส่งต่อให้พนักงานของโรงประมูลนำไปจอดตามธรรมเนียม
จากนั้นอดีตสายลับสาวก้าวเท้าเดินเข้าร่วมงานผ่านทางซุ้มเสาโรมันหน้าอาคารหรูหราขนาดใหญ่เธอหยุดยืนครู่หนึ่งโดยไม่จำเป็นต้องหันไปมองยังทิศทางที่ซ่อนกล้องสอดแนมพลางขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเดินต่อไม่ให้ผิดสังเกต ทว่าเธออดคิดด้วยความประหลาดใจขณะรอต่อคิวให้พนักงานสแกนรหัสผ่านเข้าร่วมงานไม่ได้ว่า
แปลกแฮะ!ที่นี่ใช้กล้องสอดแนมเหมือนกับองค์กรเลย ตระกูลนี้ไม่ธรรมดาซะจริง ขนาดของเล่นยังมีเหมือนในกองทัพหรือพวกองค์กรใต้ดินด้วยพวกเขาเป็นพวกเดียวกับองค์กรเหรอไง
ขณะกำลังครุ่นคิดถึงที่มาของกล้องสอดแนมอยู่นั้นพลันได้ยินเสียงคุ้นเคยกำลังสั่งงานบรรดาบอร์ดี้การ์ดอยู่เธอหันขวับไปมองด้วยความแปลกใจเพราะพบว่าลีวายมาทำงานอยู่ที่นี่ด้วยโดยสังเกตจากเครื่องแบบในชุดสูทสีเหมือนกับบอร์ดี้การ์ดของที่นี่ทว่ามีเข็มกลัดติดหน้าอกซ้ายเป็นสัญลักษณ์ตัวดับเบิลยูสีทองซึ่งบ่งบอกถึงสถานะเหนือกว่าบอร์ดี้การ์ดคนอื่น
เอาเข้าไป!นี่ลีวายย้ายค่ายมาทำงานที่นี่ด้วยเหรอ เวลาผ่านไปไม่กี่วันทำไมมีอะไรเปลี่ยนไปเยอะนักนะ
อดีตสายลับสาวรู้สึกมึนงงชั่วครู่เพราะไม่คิดว่าชายผู้เป็นหน้าม้าจะมาทำงานให้กับทางตระกูลดับเบิลยูเธอรู้สึกได้ทันทีว่าตนพลาดการตรวจสอบตระกูลใหญ่ของที่นี่หลายตระกูลทำให้ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวอันซับซ้อนเป็นอย่างมากพลางคิดวางแผนจะกลับไปทำการบ้านให้รัดกุมมากกว่านี้
อดีตไช่อิงเดินเข้าไปยื่นโทรศัพท์ให้พนักงานสแกนเพราะถึงคิวตนเองพอดีโดยผ่านเข้าสู่อาคารโรงประมูลดับเบิลยูออกชันเฮาส์อย่างง่ายดาย เธอกวาดตาสำรวจและจดจำผู้คนทั้งหลายอย่างรวดเร็วก่อนเดินตรงไปหยิบเครื่องดื่มจากโต๊ะบริการด้านหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ชิดผนังห้องแล้วเดินไปหามุมนั่งทอดอารมณ์อย่างสบายใจตามลำพัง
หญิงสาวเลือกมุมโซฟาตัวเดี่ยวโดยมีต้นไม้เมเปิลประดิษฐ์บดบังสายตาผู้คนพอดีเวลานี้เธอยังไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับใครเพราะต้องการกวาดตาสำรวจบรรดาลูกค้าของโรงประมูลด้วยความสนใจมากกว่าโดยเข้าใจได้ว่ายังไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่จัดงานประมูลก่อนเวลาได้พลางใช้เวลารอด้วยการแหงนหน้ามองสำรวจรอบตัวอย่างสนใจ
โรงประมูลดับเบิลยูออกชันเฮาส์เป็นอาคารตกแต่งหรูหราอลังการมีบันไดโค้งสีขาวกว้างราวสามเมตรทอดตัวจากโถงรับแขกขึ้นสู่ชั้นสองมีป้ายและแผงกั้นหรูหราปิดกั้นทางขึ้นสู่ชั้นสองบ่งบอกชัดเจนว่าโรงประมูลยังไม่อนุญาตให้ลูกค้าขึ้นไปนั่นทำให้หญิงสาวต้องนั่งรอเวลาอีกสักพักเธอไม่อยากผลีผลามขึ้นไปตรวจสอบสถานที่ก่อนเพราะบันไดสีขาวโดดเด่นเกินไปขณะชุดเดรสของตนมีโทนสีตัดกันยิ่งทำให้เด่นชัดมากกว่าเดิม