ณ ยอดเขาเมฆาซ่อน สถานที่ที่สูงที่สุดและหนาวเหน็บที่สุดของตระกูลมู่แห่งเมืองชิงเฟิง บรรยากาศยามเหมันต์ช่างทารุณประดุจคมดาบน้ำแข็งที่กรีดผ่านิั สายลมหวีดหวิวพัดผ่านชะง่อนผาหิน นำพาเอาไอเย็นจัดที่สามารถแช่แข็งโลหิตให้หยุดนิ่งได้ทุกเมื่อ ทั่วทั้งยอดเขาถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีขาวโพลนประดุจดินแดนแห่งความตาย ปราณฟ้าดินที่นี่เบาบางยิ่งนัก มิคาดว่าจะมีผู้ใดมาบำเพ็ญเพียรในที่รกร้างเช่นนี้
ทว่า... บนลานหินกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวตามกาลเวลา กลับปรากฏร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่อย่างโดดเดี่ยว
มู่เฉิน ในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบสีเทาซีดจางจนเกือบเป็สีขาว ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคายราวกับถูกแกะสลักด้วยหยกชั้นเลิศ ทว่าใบหน้านั้นกลับซีดเซียวไร้สีเื ิัตามร่างกายสั่นสะท้านเป็ระยะจากแรงกดดันมหาศาลภายในจุดตันเถียน หยาดเหงื่อเย็นเยียบผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก ก่อนจะไหลซึมลงมาตามพวงแก้มและหยดลงสู่พื้นหินที่เยือกแข็ง
"อั้ก...!"
ทันใดนั้น ร่างของมู่เฉินพลันกระตุกอย่างรุนแรง เขากระอักเืคำโตออกมา โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนพื้นหินสีขาวนวล ดูตัดกันจนน่าสยดสยอง ภายในจุดตันเถียนของเขาในยามนี้ ราวกับมีพายุคลั่งที่กำลังบดขยี้อวัยวะภายใน มู่เฉินพยายามโคจรพลังปราณที่เพิ่งดูดซับมาจากฟ้าดินให้ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจร ทว่าสิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความว่างเปล่าและความเ็ปที่ราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
เส้นชีพจริญญาที่เคยรุ่งโรจน์ของเขามันแหลกสลายไปแล้ว!
‘สามปีแล้ว...’ มู่เฉินคิดในใจอย่างขมขื่น แววตาที่เคยเปล่งประกายดุจดวงดาวกลับมืดมนลง ‘สามปีที่ข้าต้องติดอยู่ในนรกแห่งความอัปยศนี้ ไม่ว่าข้าจะพยายามเพียงใด พลังปราณที่รวบรวมมาได้กลับรั่วไหลออกไปทางรอยแตกของเส้นชีพจรจนสิ้น ์... ท่านช่างไร้เมตตายิ่งนัก!’
ในอดีต มู่เฉินคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองชิงเฟิง อายุเพียงสิบสองปีเขาก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นรวบรวมปราณระดับเจ็ด ทว่าในเหตุการณ์สำรวจเขตแดนลับเมื่อสามปีก่อน เขาถูกลอบทำร้ายจนเส้นชีพจริญญาแหลกสลาย จากอัจฉริยะที่ทุกคนต้องแหงนหน้ามอง ร่วงหล่นลงมาเป็ 'สวะ' ที่ถูกเหยียบย่ำแม้กระทั่งศิษย์รับใช้ในตระกูล
"โอ๊ะโอ... ข้าก็นึกว่าขอทานที่ไหนมารบกวนการฝึกซ้อมของพวกเรา ที่แท้ก็ 'อดีต' อัจฉริยะมู่เฉินนี่เอง"
น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากเื้ั ชายหนุ่มสวมชุดหรูหราสีน้ำเงินเข้มนามว่า มู่หาน เดินอวดเบ่งเข้ามาพร้อมกับกลุ่มศิษย์รับใช้ แววตาที่มองมายังมู่เฉินเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและชิงชัง มู่หานผู้นี้คือบุตรชายของผู้าุโรอง ผู้ที่จ้องจะฮุบตำแหน่งผู้นำตระกูลจากบิดาของมู่เฉินมาโดยตลอด
"คนไร้ค่าเช่นเ้า ยังจะดิ้นรนไปทำไม?" มู่หานกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "กฎของตระกูลมู่ชัดเจน หากอายุครบสิบห้าปีแล้วยังไม่สามารถก้าวเข้าสู่ขั้นรวบรวมปราณระดับห้าได้ จะต้องขับออกไปเป็คนงานในเหมืองแร่ ทนรับใช้ตระกูลไปจนตาย! ข้าว่าเ้าเตรียมเก็บของรอไว้เลยจะดีกว่า"
มู่เฉินค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ แม้ร่างกายจะอ่อนแอทว่าแผ่นหลังของเขายังคงตรงตระหง่านดุจกระบี่ แววตาที่เคยขมขื่นพลันแปรเปลี่ยนเป็เ็าจนน่าขนลุก เขามองมู่หานราวกับมองอากาศธาตุ "มู่หาน เ้าพูดจบหรือยัง? หากจบแล้วก็ไสหัวไป ข้าไม่มีเวลาเสวนาด้วย"
"เ้ากล้าโอหังกับข้าเรอะ!" มู่หานโกรธจัด พลังปราณรอบกายปะทุขึ้น กลิ่นอายของขั้นรวบรวมปราณระดับห้าแผ่ซ่านออกมากดทับร่างของมู่เฉิน "ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่า ยามนี้เ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองหน้าข้า!"
มู่หานทะยานร่างเข้าหา หมัดของเขารวบรวมปราณสีเหลืองอ่อนขุมหนึ่ง บรรยากาศรอบกายพลันหนักอึ้ง มู่เฉินที่เส้นชีพจรแหลกสลายมิอาจต้านทานแรงกดดันนี้ได้ ร่างของเขาถูกแรงอัดกระแทกจนปลิวร่วงลงไปในหน้าผาลึกด้านหลังยอดเขาเมฆาซ่อนทันที!
"อ๊ากกกกกก!"
เสียงร้องของมู่เฉินหายไปในความมืดมิดของหุบเหวไร้ก้น ทว่าในวินาทีที่เขากำลังร่วงหล่น ท้องฟ้าเบื้องบนพลันสั่นะเื! เมฆาบนท้องฟ้าแหวกออกเป็ช่องว่าง ลำแสงสีดำทมิฬสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศลงมาด้วยความเร็วที่ไม่อาจหยั่งรู้ มันตกลงมายังทิศทางเดียวกับที่มู่เฉินร่วงหล่นลงไป กลิ่นอายความกดดันอันเก่าแก่และป่าเถื่อนแผ่กระจายไปทั่วสิบทิศ
มู่เฉินรู้สึกเหมือนร่างกายถูกบดขยี้ด้วยูเานับพันลูก สติของเขาเริ่มเลือนลาง ทว่าความเ็ปกลับยังคงชัดเจน เขาตกลงมาในถ้ำใต้ดินที่มืดมิดและชื้นแฉะ ทั่วทั้งร่างเ็ปร้าวระบมจนแทบขยับไม่ได้ ภายในความมืดมิดนั้น กลับปรากฏแสงสว่างสีดำจางๆ ที่แปลกประหลาด
เบื้องหน้าของเขามีแร่หินสีดำสนิทก้อนหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ มันคือ 'ศิลาดาราโบราณ' ที่ร่วงหล่นมาจากฟากฟ้า พลังงานที่แผ่ออกมาจากมันช่างดุดันและลึกลับเกินกว่าที่มู่เฉินจะจินตนาการได้ โดยไม่รู้ตัว เืของมู่เฉินที่กระเซ็นไปโดนหินสีดำก้อนนั้น พลันถูกดูดซับเข้าไปจนหมดสิ้น!
วูบบบบ!
แสงสว่างวาบขึ้นในหัวของเขา พร้อมกับตัวอักษรโบราณสีทองที่สลักลึกลลงไปในจิติญญา
'เคล็ดวิชากลืนดารา์... ดื่มด่ำดารา กลืนกินผืนฟ้า กายาะ!'
ในวินาทีนั้นเอง พลังงานมหาศาลจากศิลาดาราพุ่งทะลักเข้าสู่ร่างกายของมู่เฉินราวกับน้ำหลาก ความเ็ปที่เขาเคยได้รับจากการถูกทำลายเส้นชีพจรเมื่อสามปีก่อน เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในยามนี้! พลังงานจากดวงดาวเริ่มบดขยี้เศษเสี้ยวเส้นชีพจรเดิมที่เหลืออยู่ให้กลายเป็จุณ ก่อนจะสร้างเส้นสายแห่งแสงดาราขึ้นมาใหม่
"อ๊ากกกกกกกก!"
มู่เฉินกรีดร้องด้วยความทรมาน กระดูกทุกซี่ของเขาดูเหมือนจะแตกสลายแล้วประกอบขึ้นใหม่ ิัเริ่มมีเมือกสีดำข้นไหลซึมออกมาจากรูขุมขน มันคือสิ่งสกปรกที่ถูกสะสมมานานปีซึ่งถูกพลังดาราชำระล้างออกไป เส้นชีพจรใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นนั้นกว้างขวางและมั่นคงยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่า มันมิได้มีสีขาวนวลเหมือนคนทั่วไป ทว่ากลับเป็สีดำประกายเงินดูราวกับห้วงจักรวาลอันไร้ที่สิ้นสุด
เวลาผ่านไปนานเท่าใดมิอาจทราบได้ ความเ็ปแสนสาหัสค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นและพลังอำนาจที่เขามิเคยััมาก่อน มู่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น ั์ตาของเขาในยามนี้มีประกายแสงสีเงินวาบผ่านก่อนจะจางหายไป
เขาพบว่าตนเองสามารถรับรู้ได้ถึงพลังงานจากหมู่ดาวบนฟากฟ้าที่ส่องสว่างผ่านช่องรอยแตกของถ้ำ แม้จะเป็เวลากลางวัน ทว่าพลังแห่งดาราก็ยังคงดำรงอยู่ เมื่อเขาเริ่มเดินลมปราณตามเคล็ดวิชากลืนดารา์ ปราณฟ้าดินโดยรอบก็ถูกสูบเข้าสู่ร่างอย่างตะกละตะกลาม
จุดตันเถียนที่เคยแห้งเหือดพลันปรากฏวังวนพลังงานสีดำประกายเงินขนาดย่อมขึ้นมา มันหมุนวนอย่างรวดเร็วและทรงพลัง พลังปราณไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรดาราที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ ชำระล้างอวัยวะภายในจนแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า
ปัง!
เสียงทึบๆ ดังก้องอยู่ในหัวของมู่เฉิน กำแพงแห่งการรวบรวมปราณถูกพังทลายลงอย่างง่ายดาย
ขั้นรวบรวมปราณระดับหนึ่ง!
มู่เฉินกำหมัดแน่น เขาััได้ถึงพละกำลังที่เอ่อล้นออกมา แม้จะเป็เพียงระดับหนึ่ง ทว่าความหนาแน่นของปราณดารานี้น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก หากเปรียบปราณของคนทั่วไปเป็น้ำ ปราณดาราของเขาก็เปรียบได้ดั่งปรอทที่หนักอึ้งและทรงพลัง
"สามปีที่ข้าเป็สวะ... สามปีที่ข้าถูกเหยียบย่ำ" มู่เฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาของเขาสงบนิ่งทว่าเ็าดุจน้ำแข็ง "ในที่สุดข้าก็ได้ชีวิตใหม่กลับมา มู่หาน... ตระกูลมู่... พวกเ้าเตรียมรับความพิโรธของข้าไว้ให้ดี!"
เขาก้มมองศิลาดาราที่ยามนี้หม่นแสงลงและลอยเข้าไปสถิตอยู่ในจุดตันเถียนของเขาอย่างเงียบเชียบ มู่เฉินรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือวาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต การเดินทางครั้งใหม่เพื่อทะยานสู่จุดสูงสุดของมรรคาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และเขาจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาเหยียบย่ำเขาได้อีกเป็ครั้งที่สอง!
มู่เฉินเริ่มเดินลมปราณอีกครั้งเพื่อความมั่นคงของรากฐาน ปราณดาราสีดำไหลเวียนรอบกาย ปัดเป่าฝุ่นผงและคราบสิ่งสกปรกออกไปจนสิ้น ใบหน้าที่เคยซีดเซียวบัดนี้ดูผุดผ่องและแฝงไปด้วยรัศมีที่อหังการ เขาพร้อมแล้วที่จะปีนกลับขึ้นไปจากหุบเหวแห่งนี้ เพื่อทวงคืนทุกสิ่งที่เคยเป็ของเขา!