“อ่า… ถ้าเป็นไปได้ก็อยากลองสักครั้งจังเลยน้า” หยกพูดกับตัวเอง ขณะที่โทรศัพท์มือถือกำลังเปิดเว็บไซต์เกี่ยวกับการทรมานและพันธนาการอยู่ เธอมีรสนิยมของถูกมัดและทรมานร่างกาย แต่เธอไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครเลย ด้วยเพราะสภาพสังคมที่ค่อนข้างจะปิดกั้นแล้วมองผู้ที่มีความชอบแบบนี้เป็นพวกโรคจิต แต่ระหว่างที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาเปิดดูภาพผู้หญิงร่างกายเปลือยเปล่าที่ถูกพันธนาการและทรมานไปด้วยนั้นเอง เสียงหนึ่งก็มากระซิบที่ข้างหูเธอจากด้านหลัง
“ชอบเหรอ... “ เป็นเสียงผู้หญิง หยกตกใจแล้วหันไปมองเจ้าของเสียงก่อนจะพบว่าเธอคนนั้นเป็นอาจารย์ประจำชั้นของเธอเอง ตอนนี้หยกอยู่ในห้องระหว่างพักกลางวัน เพราะเธอเป็นพวกกินข้าวแค่สองมื้อเท่านั้นคือมื้อเช้ากับมื้อเย็น ช่วงเวลาหลังจากคาบก่อนพักกลางวัน เธอจึงไม่ได้ลุกไปไหน และใช้จังหวะนี้ในการเปิดดูภาพพวกนั้น
“อ… อาจารย์ เปล่านะคะ พอดีเพื่อนส่งลิงก์อะไรมาไม่รู้ หนูก็บังเอิญไปกดเจอ” หยกพยายามแก้ตัว
“อืม… บังเอิญกดไปหลายหน้าเลยนะ ตั้งแต่ล่ามโซ่ ทรมานด้วยน้ำตาเทียน มาขนถึงพันธนาการด้วยเชือก” คำพูดของอาจารย์ทำให้หยกเบิกตากว้าง เพราะสิ่งที่อาจารย์พูดมาคือหน้าเว็บที่หยกเปิดไปก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น “ความจริงคืออาจารย์เรียกเธอสักพักแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้ยิน เลยเดินมาดูว่าเปิดอะไรดูอยู่ แล้วก็นะ…” อาจารย์ยักไหล่ ส่วนทางด้านหยก เธอใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย ปากอึกอักเหมือนพยายามหาข้อแก้ตัวแต่ก็นึกไม่ออก
“อาจารย์… อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะคะ” หยกส่งเสียงอ้อนวอน อาจารย์กลับยิ้มแล้วพยักหน้า
“ได้ แต่ว่า มีข้อแม้นะ เดี๋ยวเลิกเรียนเธอต้องไปกับอาจารย์สักหน่อย” อาจารย์ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย ดูไม่น่าไว้ใจเลย
“ไปที่ไหนเหรอคะ” หยกเริ่มหวั่นใจ
“ที่ๆ น่าจะถูกใจเธอ… ล่ะมั้ง” รอยยิ้มของอาจารย์ดูไม่น่าไว้ใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูมีเสน่ห์ไปพร้อมๆ กัน
แสงแดดยามเย็นมาถึง ลมหนาวพัดผ่าน กริ่งเลิกเรียนดังขึ้น นักเรียนหลายคนต่างพากันกลับบ้าน บางคนไปทำกิจกรรมกีฬาหลังเลิกเรียน บางคนจับกลุ่มนั่งคุยไม่ก็ทำการบ้าน แต่กับหยกแล้ว เธอเดินออกมาจากห้องเรียนแล้วตรงไปยังห้องพักครู่ แม้ว่าก่อนหน้านั้นเพื่อนจะชวนเธอไปเที่ยว แต่หยกก็ปฏิเสธแล้วตรงไปยังห้องพักครู ด้วยหัวใจที่เต้นตึกตัก
“เข้ามาก่อนสิ อาจารย์คนอื่นไปหาอะไรกิน เดี๋ยวรออาจารย์เคลียร์งานอีกนิดนึงก็ไปกันแล้วล่ะ” อาจารย์พูดพลางกวักมือให้หยกเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ เธอ
“ไปไหนเหรอคะ” หยกถามด้วยความสงสัย
“เดี๋ยวไปถึงเธอก็รู้เองล่ะ ถึงต้องชอบแน่ๆ ” อาจารย์ยิ้ม หยกไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนั้นเลย และก่อนที่เธอจะได้ถามอะไร อาจารย์ก็ลุกขึ้นยืนแล้วอ้อมไปด้านหลัง หยกกำลังจะหันไปมองตาม แต่จังหวะเดียวกัน ข้อมือของเธอก็ถูกดึงไปอยู่หลังเก้าอี้ ตามด้วยความรู้สึกเย็นเฉียบของโลหะ และเสียงดังแกร๊ก
“อ อาจารย์จะทำอะไร” หยกพยายามดิ้น ตอนนี้เธอถูกพันธนาการมือทั้งสองข้างไว้ด้านหลังติดกับเก้าอี้ อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถขัดขืนอาจารย์ได้เลย
“ก็… รออาจารย์ทำงานมันน่าจะเบื่อ ก็เลยหาอะไรให้เธอเล่น” พร้อมกับคำพูดนั้น อาจารย์ก็หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า สิ่งนั้นมีสีชมพูกลมขนาดเท่าหัวนิ้วโป้ง มือเรียวของอาจารย์คืบคลานเข้ามาใต้กระโปรง หยกส่งเสียงร้องพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ จากนั้น ภายใต้เนื้อผ้าบางแสนบางอันเป็นปราการชั้นสุดท้ายของเพศหญิง อาจารย์นำวัตถุแปลกปลอมไปวางตรงนั้นและให้ผ้าเนื้อบางทำหน้าที่ล็อกเอาไว้ไม่ให้มันหลุด
“รู้สินะว่ามันคืออะไร” อาจารย์ถาม ซึ่งหยกก็หยักหน้ารับ เธอเคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อน มันคือไข่สั่นที่จะมอบความเสียวซ่านให้กับเพศหญิงหากนำไปจี้บริเวณที่ถูกจุด แต่ตรงที่อาจารย์นำไข่สั่นไปวางไว้ แค่ใช้คำว่าถูกจุดยังเบาไปด้วยซ้ำ ต้องเรียกว่าเป็นการโจมตีจุดอ่อนด้วยซ้ำ
“ถ้างั้น ระหว่างรอก็ทำตัวเงียบๆ จนกว่าอาจารย์จะงานเสร็จด้วยนะ” อาจารย์หยิบเสื้อกันหนาวมาคลุมไหล่บังแขนและกุญแจมือที่อยู่ด้านหลังของหยกเอาไว้แต่ถ้าเธอดิ้นแรงเกินไปผ้าคลุมก็อาจจะหลุดไปได้ อาจารย์ยิ้มอย่างสนุกสนานแล้วยกรีโหมดควบคุมวัตถุแปลกปลอมก่อนจะกดสวิตช์สั่งให้มันสั่นระรัว หยกร้องเสียงหลงออกมาอย่างไม่อาจห้ามพร้อมกับดวงตาที่เลื่อนลอยเหมือนกับกำลังซึมซาบกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“ถ้าครางอะไรก็ระหว่างหน่อยนะ อีกเดี๋ยวอาจารย์ก็จะกลับมากันแล้ว”
อาจารย์ก็หันไปทำงานของตัวเองต่อ โดยมีหยกนั่งอยู่ข้างๆ เวลาผ่านไปจนอาจารย์คนอื่นกลับมาแล้วเห็นหยกนั่งอยู่กับอาจารย์ แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพียงแต่แปลกใจว่า ทำไมหยกถึงต้องกัดปากตัวเองเหมือนกับกำลังเผชิญกับความทรมานบางอย่าง
ถ้าไม่มีคนอยู่ ตอนนี้เธอก็อยากจะครางออกมาเหลือเกิน การได้สัมผัสความสุขทางเพศแต่ไม่สามารถส่งเสียงร้องออกมาได้มันทรมานขนาดนี้เลยเหรอ ขาสองข้างหนีบเข้าหากันเหมือนพยายามจะหยุดยั้งความเสียวซ่าน แต่นั่นก็ทำให้วัตถุดังกล่าวล้ำเข้าไประหว่างกลีบกุหลาบทั้งสอง ทำเอาหยกเชิดหน้าขึ้นพร้อมกับความเสียวที่ได้รับ
“อาจารย์… ถ้าแบบนี้ เก้าอี้จะเปียกได้นะคะ” หยกหันไปพูดกับอาจารย์ อาจารย์หันมามองก่อนจะพยักหน้า
“ฉันเตรียมผ้าไว้เช็ดแล้ว” เมื่อสิ้นคำพูดนั้น อาจารย์ก็กดสวิสต์ในระดับแรงสุด
“อ๋า! ” หยกร้องออกมาอย่างไม่อาจห้าม ทำเอาอาจารย์หลายคนหันมามอง แต่เธอก็ก้มหน้างุดไม่พูดอะไร ส่วนอาจารย์คนอื่นก็หันกลับไปทำงานของตัวเอง
“อ่า… เสร็จสักที ตื่นเต้นใช่ไหมล่ะ ว่าแต่ แตกไปกี่น้ำล่ะ”
อาจารย์หันไปถามหยกที่นั่งอยู่บนที่นั่งข้างคนขับ ตอนนี้เธอยังถูกล็อกกุญแจมือไว้ด้านหลังอยู่ ใบหน้าของเธอแดงก่ำพร้อมกับหอบหายใจ และหนีบขาตัวเองไปด้วย
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้
“ไปกันเถอะหยก”
หลังจากทำงานเสร็จ อาจารย์ก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาด้านหลังหยกแล้วพยุงตัวเธอให้ลุกขึ้นด้วยเหตุผลสองอย่าง หนึ่งคือเพื่อไม่ให้เสื้อกันหนาวที่คลุมไหล่เธอไว้หลุด และสองเธอคงเสร็จไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ จนไม่ค่อยมีแรงยืนแล้ว
“อาจารย์คะ… กุญแจมือ” หยกหันไปกระซิบกับอาจารย์
แต่อาจารย์ก็ไม่ได้สนใจคำพูดของเธอแต่อย่างใด เธอเดินนำออกไปจากห้อง ทำให้หยกรู้ว่า ถ้าเกิดปล่อยไว้แบบนี้ ตัวเองจะถูกทิ้งในสภาพถูกล็อกกุญแจมือ แถมกุญแจยังอยู่กับอาจารย์อีกด้วย ดังนั้น เธอจึงรีบเดินตามไป แต่ก็ด้วยความเร็วที่ไม่มากเท่าไร เพราะไม่อยากให้เสื้อกันหนาวหล่น ในจังหวะที่ออกจากห้อง แทนที่จะใช้มือผลักประตู เธอกับใช้ไหล่ผลักออก ทำเอาอาจารย์หลายคนสงสัยไปตามๆ กัน แต่หยกก็รีบเดินตามอาจารย์ไปก่อนที่อาจารย์พวกนั้นจะถามเธอ
“ถอดกุญแจมือสักทีสิคะ ถ้าคนอื่นเห็นจะแย่เอานะ” หยกเดินตามอาจารย์มาแล้วพูดกับเธอ อาจารย์หันมายิ้ม
“เอาไว้ขึ้นรถเมื่อไรจะถอดให้นะ”
“แปลว่าหนูต้องอยู่สภาพนี้ไปจนถึงรถอาจารย์เลยเหรอ” หยกคิดว่าตัวเองทำไม่ได้แน่ๆ
“ใช่ แต่ถ้าเธอยิ่งโวยวายอีกละก็” อาจารย์หันมามองหยกแล้วกดสวิตช์ไข่สั่นอีกครั้งหลังจากที่ปิดไปเพื่อให้เธอพัก หยกทรุดลงไปนั่งกับพื้น พร้อมกับเสื้อกันหนาวที่หลุดออก
“ก ก็ได้ค่ะ อาจารย์ปิดมันก่อน เดี๋ยวมีคนมาเห็นเขา” หยกส่งเสียงกระเส่าพร้อมกับลมหายใจขัดจังหวะ
“เป็นเด็กดีแต่แรกก็จบแล้ว”
จากนั้นหยกก็ต้องพยายามเดินไปโดยไม่ให้เสื้อกันหนาวหล่น จนกระทั่งมาถึงรถของอาจารย์
“แล้วตกลง แตกไปกี่ครั้งล่ะ” อาจารย์ทวนคำถามเดิมอีกครั้ง หลังจากหยกย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา “ถ้าไม่ยอมบอก ฉันก็ไม่ถอดกุญแจมือให้นะ”
“ส สามคะ ช่วยถอดกุญแจมือให้ด้วยนะคะ” หยกกลัวขึ้นมาทันทีถ้าอาจารย์ไม่ถอดกุญแจมือให้ แต่ว่าทำไมกันนะ พร้อมกับนั้นเธอถึงรู้สึกตื่นเต้นอย่างแปลกประหลาด
อาจารย์ขับรถพาเธอไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นย่านโรงแรมสำหรับพักผ่อน แต่มองแค่ภายนอกก็รู้ว่าโรงแรมพวกนี้ทำขึ้นมาสำหรับคู่รัก หยกมองโรงแรมพวกนั้นด้วยความสงสัย
“ลงได้แล้ว”
เมื่อลงมา อาจารย์ก็นำทางเธอไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง พนักงานโค้งต้อนรับทั้งสองคน
“ยินดีต้อนรับค่ะ มาอีกแล้วนะคะอาจารย์”
“ก็นะ เวลาเครียดๆ ก็ต้องมาปลดปล่อยกันบ้าง วันนี้มีนายดีๆ ว่างไหม พอดีอยากให้เด็กคนนี้เปิดโลกหน่อย” อาจารย์หันมามองหยกพร้อมกับยิ้ม
“อ… เอ๋? ”
เหมือนว่าหยกจะถูกพามาในที่แปลกๆ แล้วสิ