ตอนที่ 5 (4)
“ไม่สิ เกิดอะไรขึ้นกับนิ้วก้อยของจางกงเหรอ พวกคุณพากันมองกันแบบนี้ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เสี่ยวจิ่วถามอย่างสงสัยพร้อมกับตะกุยบานประตูไปด้วย เขายังไม่กล้าเข้าไปข้างในร้านหมั้นหมาย
“ถูกผูกด้ายแล้ว” หงเซี่ยนพูดอย่างเฉยชา “เมื่อกี้นี้”
จางกงหัวเราะไม่ออก “พี่หง นี่คุณก็ทำเกินไปแล้วนะ ผมไปล่วงเกินอะไรคุณตรงไหน ถึงได้ลำบากคุณมาผูกด้ายแดงให้ผมกัน”
น้ำเสียงของหงเซี่ยนยังคงเฉยชาเหมือนเดิม “ไม่ใช่ฉัน”
จางกงโมโหแล้ว “ถูกผูกด้ายแล้ว เมื่อกี้นี้! ผมได้ยินประโยคนี้ชัดเต็มสองรูหู! ผมเพิ่งเข้ามาก็ถูกคุณผูกด้าย คุณคือปีศาจด้ายแดงลูกน้องของผู้เฒ่าจันทรา นอกจากคุณแล้วจะมีใครสามารถผูกด้ายให้กลุ่มดาวบนฟ้าได้อีก”
จางกงระงับความโกรธเอาไว้ไม่อยู่ แค่คิดว่าด้ายแดงเท่ากับบุพเพสันนิวาส และบุพเพสันนิวาสเท่ากับหายนะ ความโกรธก็พวยพุ่งขึ้นมาทันที เขายกหมัดแล้วพุ่งไปทางหงเซี่ยน
ใครจะรู้ว่าในเวลานี้จู่ๆ กล่องสีขาวกล่องหนึ่งที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายแปลกๆ จะโจมตีไปทางจางกงแล้วะเิทันที แถมยังะเิรุนแรงเสียงดังลั่น ทำเอาจางกงสั่นสะท้านจนตัวเซ
เสียงะเิดังก้องในห้องรับแขก ทุกคนต่างตะลึงงันกันหมด
จางกงหันไปมองทิศทางที่กล่องมา เห็นเพียงมนุษย์ตัวเล็กๆ เตี้ยๆ หรือก็คือเ้าหนูที่ไม่มีชื่อนั่น ยังคงอยู่ในท่าขว้างกล่อง และจ้องมองมาที่จางกงอย่างเหนื่อยหอบ
แต่เมื่อจางกงจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง เ้าหนูก็พลันนึกขึ้นได้ว่าควรจะกลัว จึงหดคอถอยหลังไปสองก้าว แล้วล้มลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่หวายสาน
“นาย...” ตอนนี้จางกงแน่ใจแล้วว่าเ้าหนูคนนี้ก็คือปีศาจ! ถ้าไม่ใช่ปีศาจ จะสามารถโจมตีเขาที่เป็หนึ่งในกลุ่มดาวยี่สิบแปดหมู่จากโลกบนที่จุติลงมาบนโลกมนุษย์ได้ยังไง! อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อหรอกว่านี่คืุ์!
เ้าหนูพูดอย่างขี้ขลาดว่า “ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงโกรธ...แต่โกรธแล้วจะทุบตีคนไม่ได้นะ...”
“ฮะ” จางกงอ้าปากกว้าง
หงเซี่ยนก็มองไปที่เ้าหนูน้อยเช่นกัน เขาเปิดปากอย่างประหลาดใจแล้วพูดออกมาหนึ่งประโยคว่า “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย”
“นั่น...นั่น...คือ...ก็คือ” เจี่ยนอินประหม่าจนพูดติดอ่าง
“ค่อยๆ พูด” จู่ๆ หงเซี่ยนก็มีความอดทนขึ้นมา
เจี่ยนอินกลืนน้ำลาย แล้วค่อยทำไม้ทำมือพลางพูดว่า “คุณตำรวจผู้จัดการร้านไม่สามารถทำร้ายคุณได้...คุณบอกว่าไม่ใช่คุณ ก็คือไม่ใช่คุณ...แม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าพวกคุณพูดเื่อะไรกันอยู่ แต่ผมรู้ว่าคุณไม่ได้โกหก…”
“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่ได้โกหก” เสียงของหงเซี่ยนดูเหมือนจะอ่อนโยนขึ้น สายตาของเขาที่มองไปทางเจี่ยนอินแตกต่างออกไป
เจี่ยนอินพูดอย่างเนิบช้าว่า “...ไม่คุ้มค่า...”
ทันใดนั้นหงเซี่ยนก็เปลี่ยนเป็มีท่าทีที่อ่อนโยน และอารมณ์ที่เฉยเมยนี้ราวกับถูกสูบออกไปจากตัวเขาอย่างสมบูรณ์ในพริบตา
เจี่ยนอินพูดช้าๆ ว่า “อีกอย่าง ปีศาจระดับสูงจะต้องร้ายกาจมากแน่ถึงได้ถูกเรียกว่าปีศาจระดับสูง...หากคุณตำรวจทุบตีคุณ...แล้วคุณซัดกลับ...เขาก็ตายแล้ว...”
“...” พอได้ยินประโยคนี้ หงเซี่ยนก็กลับมาเ็าอีกครั้ง บนใบหน้าแทบจะมีเกล็ดน้ำค้างแข็งเกาะเลยทีเดียว
ที่แท้เ้าหนูนี่ก็ไม่ได้เชื่ออย่างสุดใจว่าเขาจะไม่โกหก แต่มั่นใจอย่างสุดใจว่าเขาจะสู้กลับ และทุบตีจางกงจนตายโดยไม่ต้องให้คำอธิบายใดๆ แก่กรมย่อยพิเศษนี่เอง
เจี่ยนอินไม่รู้ว่าตนเองพูดผิดไป รู้สึกแค่ว่าโลกทั้งใบพลันเงียบลง ใบไม้ของต้นไม้ใบสีแดงข้างนอกนั่นกำลังปลิวตกลงมา และทั้งๆ ที่เป็ฤดูร้อนที่ร้อนตับแตก แต่ในห้องรับแขกกลับยังมีลมเย็นพัดเข้ามา
จางกงเหลือบมองหงเซี่ยน และไม่รู้ว่าทำไม กลับรู้สึกว่าหงเซี่ยนน่าสงสารนิดหน่อย
จากนั้นเขาก็ได้ยินหงเซี่ยนพูดอย่างเฉยชาว่า “ด้ายบนมือของนายคือสีดำชมพูดอกท้อ”
“ฮะ” จางกงมองไปที่หงเซี่ยนด้วยสีหน้าสับสนเพื่อขอคำอธิบาย
หงเซี่ยนหัวเราะเสียงเย็น “ก็ไม่รู้ว่าใครผูกเหมือนกัน แต่ดีมากทีเดียว นั่นเรียกว่าดาวดอกท้อ[1]”
สีของด้ายแดงแบ่งออกเป็หลายแบบ มีแดงอ่อน แดงปกติ แดงเข้มและอีกมากมายเป็กองพะเนิน
แต่ละสีมีรูปแบบความรักของมัน และแต่ละความรักก็มีรูปแบบชะตาของมันเหมือนกัน
แบบที่เกาะกุมรุมเร้าที่สุด คือไม่ว่าจะเป็หรือตายก็ขออยู่เคียงคู่กัน ส่วนแบบที่น่ากลัวที่สุด คือสามารถทำให้คนเกิดมาแล้วตายได้
หัวใจของจางกงเต้นรัว ทันใดนั้นขนทั่วร่างก็พลันลุกซู่ ไอเย็นะเืพุ่งขึ้นมาจากกระดูกก้นกบตรงไปถึงหน้าผาก ทำให้สมองของเขาปลอดโปร่งโดยสมบูรณ์ เหลือเพียงสองคำว่า
“จบเห่!”
…
เจี่ยนอินส่งจางกงกับเสี่ยวจิ่วที่หน้าประตู โค้งคำนับแล้วกล่าวลากับพวกเขา เมื่อเขากลับมาที่ห้องรับแขกถึงค่อยได้สติ และสงสัยว่าทำไมคนที่ออกไปส่งแขกถึงเป็ตน แต่ไม่ใช่หงเซี่ยนเ้าของบ้านหรือถวนถวนมนุษย์ด้ายดำจิ๋ว
ตอนที่เจี่ยนอินกำลังคิดว่าถวนถวนหายไปไหนอยู่นั้น พอเงยหน้าก็เห็นหงเซี่ยนกำลังยืนอยู่ตรงหน้าและค้อมตัวมาจ้องมองเขาเล็กน้อย เขาใจนเซไปข้างหลังก้าวหนึ่งและเกือบจะล้มลง หงเซี่ยนก็เอื้อมมือมาดึงเขาเข้าไปในอ้อมแขน
เพราะยืนไม่มั่นคงจึงถูกกอดไว้แน่น เจี่ยนอินตัวแข็งทื่อ ทั้งสองไม่ได้พูดอะไร จนกระทั่งเจี่ยนอินพูดเบาๆ ว่า “เอ่อ...ผมยืนได้แล้ว...คุณสามารถปล่อยผมได้แล้วครับ...” หลังจากนั้นหงเซี่ยนถึงได้ปล่อยเขา
มีความรู้สึกแปลกๆ ถูกดึงออกไปจากร่างของเจี่ยนอินหลังจากที่หงเซี่ยนผละออกจากเขา หัวใจเหมือนกับถูกขนนกปัดผ่าน มันซาบซ่าน และชั่ววินาทีนั้นเอง เจี่ยนอินก็ยื่นมือออกไปคว้าแขนเสื้อของหงเซี่ยนไว้ เขาเงยหน้าขึ้นมองหงเซี่ยน เปิดปากอยากพูดแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
หงเซี่ยนปล่อยให้เขามองตามใจ แต่มองอยู่ดีๆ จู่ๆ หงเซี่ยนก็หันตัวไปไม่มองเขาแล้ว
เชิงอรรถ
^ ดาวดอกท้อ หากดาวดวงนี้ปรากฏในพื้นดาวของใครก็หมายความว่ามีเกณฑ์ที่จะมีคู่ครอง หรือไม่ก็พวกคนมีเสน่ห์มีแต่คนรักคนหลง