ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่69 รถสปอร์ตและเรือสุดเจ๋ง

    เวลาตีหนึ่งเศษๆ เจมส์ยืนอยู่บนเรือสีเงินลำใหญ่กลางทะเล ผืนน้ำนิ่งสงบ ในขณะที่ท้องฟ้าคราคร่ำด้วยหมู่ดาวพร่างพราย ดูแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อยากจะทิ้งกายนอนหลับ

    แต่ทว่าบนเรือลำใหญ่สีเงินกลับไม่ได้เงียบสงบอย่างผิวน้ำทะเล กลับกันมันคึกคักด้วยผู้คน โอ้ไม่สิ ความจริงต้องพูดว่าหุ่นแบนเนอร์และหุ่นแองเจิ้ล 21 ต่างหาก

    พวกเขาและเธอกำลังวุ่นวายอยู่ในจุดต่างๆ ของเรือ เช็คความพร้อม เครื่องยนต์สำหรับเดินทางไกล

    หากมองจากมุมนี้ เรือลำใหญ่สีเงินมีลำตัวที่ยาวเหยียด ดูแล้วคล้ายกับอสูรกายในมหาสมุทร ในขณะที่เรือยอร์ชหรูหรา ไม่ต่างจากมดตัวเล็กเมื่อจอดเทียบข้างๆ

    เจมส์อมยิ้มหน่อยนึงกับภาพที่เห็น เวลานี้เขาอยู่ที่ดาดฟ้าของเรือกับทอย

    'จอมเขมือบ เรือหาปลาจากศตวรรษที่ 41 ถูกสร้างโดย ด็อกเตอร์ฟอร์ด เรือมีความแข็งแกร่งทนทานยิ่งกว่าเหล็กกล้า สามารถแล่นเรือไปได้รอบโลก ต่อให้ชนภูเขาน้ำแข็งลูกใหญ่เรือก็ไม่ได้รับความเสียหาย อาศัยน้ำทะเลเป็นตัวขับเคลื่อน'

    'ผลเสียด้านลบ เรือจะแผ่ความน่ากลัวในรัศมี 500 เมตรต่อสัตว์ในทะเลทุกชนิด'

    ผลเสียด้านลบนับว่าร้ายแรงสำหรับจอมเขมือบ แต่อย่างใดก็ตามเจมส์ทำเพียงอมยิ้มหน่อยนึง

    นี่คือเรือจากศตวรรษที่ 41 เป็นเรือหาปลาที่ซุกซ่อนนักล่าไว้ในลำเรือมากมาย ชนิดที่ว่าไม่ต่างอะไรจากป้อมปราการ

    ดังนั้นกล่าวสำหรับจอมเขมือบ ต่อให้รัศมีความน่ากลัวแผ่ออกไปเป็นหนึ่งกิโลเมตร ยังไม่มีผลต่อมัน มันยังสามารถ'ล่า'ปลาในทะเล โดยไม่ได้รับผลกระทบ

    “เจ้านาย เรือเป็นยังไงบ้างครับ” คนที่ถามเจมส์ไม่ใช่ทอย เขาเป็นกัปตันเรือที่เพิ่งเดินเข้ามา

    ชายคนนี้อยู่ในชุดกัปตันเรือสีขาว ใบหน้ามีร่องรอยของกาลเวลาผ่านพ้น ผิวขาว ดวงตาสีน้ำตาล ผมสีดอกเลาหยักศก นิโคลัส หุ่นยนต์ที่ถูกดึงมาพร้อมกับลำเรือนั่นเอง

    เนื่องจาก'จอมเขมือบ'เป็นเรือที่ถูกสร้างโดยด็อกเตอร์ ฟอร์ด มันเป็นเรือหาปลาที่ถูกสร้างด้วยอุดมคติที่ว่า 'เราไม่จำเป็นต้องออกไปหนาวเหน็บอยู่กลางทะเล แค่มีจอมเขมือบกับกัปตันและลูกเรือ ทุกอย่างก็จะสบายขึ้น เราแค่นั่งผิงไฟอยู่บ้านรอเขากลับมาพร้อมปลาก็พอ'

    ดังนั้นจะเห็นได้ว่า 'จอมเขมือบ'ลำนี้นอกจากตัวเรือแล้วยังมีกัปตันและลูกเรือถูกดึงพ่วงออกมาด้วย

    ทั้งหมดคือโมเดลหุ่นกะลาสี

    ส่วนผลเสียด้านลบของพวกเขาน่ะเหรอ ไม่มีหรอก เพราะหุ่นอย่างกัปตันและลูกเรือคือส่วนหนึ่งของเรือ ผลเสียที่ว่าจึงเป็นของเรือเสียทั้งหมด

    “วิเศษมากครับ ด้วยจอมเขมือบ การหาปลาในทะเลสำหรับผมมันก็แค่เรื่องง่ายๆ” เจมส์พยักหน้าให้กัปตันในชุดขาว

    ในเรื่อง'เจ้าหนูยอดนักตกปลา'ไม่มีตอนไหนกล่าวถึงเรือลำนี้ในทะเลมากนัก เพราะมันโผล่มาเพียงไม่กี่หน้ากระดาษ

    เนื่องจากเป็นตอนที่จอร์ส ไมรดัส นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องไปทัศนศึกษากับวิทยาลัย เขามีโอกาสได้ไปขึ้นเรือ'จอมเขมือบ'

    แม้ในเรื่องจะไม่กล่าวถึง'จอมเขมือบ'มากนัก แต่ดูจากคำอธิบายและความชื่นชมของจอร์สต่อด็อกเตอร์ฟอร์ด เขาก็รู้ได้ว่ามันเป็นเรือที่วิเศษมาก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เจมส์ตัดสินใจนำออกมา

    กัปตันเรือ นิโคลัสมีดวงตาซาบซึ้ง เขารู้สึกมีความสุขเป็นอย่างยิ่งที่ถูกชม

    ในฐานะกัปตันเรือมากประสบการณ์ เขาเริ่มอธิบายว่า

    “จอมเขมือบไม่ต่างจากนักล่าในทะเล ต่อให้ปลาจะอยู่ในจุดที่ห่างไกล หรือเป็นสัตว์ทะเลตัวเล็กจ้อยที่มุดในปะการัง เป็นเรื่องง่ายของเรือที่จะค้นหา และจับมันขึ้นมาบนเรือ”

    “อ่า...แต่อย่าให้เกินขอบเขตความจำเป็นล่ะ ผมไม่อยากให้ทะเลกลายเป็นซากสมรภูมิเดือด” เจมส์ต้องรีบปรามอีกฝ่าย เพราะดูจากประสิทธิภาพของเรือ ไม่แน่มันอาจถึงขั้นทำลายระบบนิเวศ

    “เข้าใจแล้วครับ”

    จากนั้นด้วยการนำทางของกัปตันนิโคลัส เจมส์และทอยจึงเริ่มทัวร์รอบเรือ

    เรือลำนี้มีด้วยกันสามชั้น ชั้นล่างสุดจะเป็นปลาที่ถูกล่าขึ้นมาได้ ที่นั่นมันจะถูกสแกนโลหะก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจะถูกอัดแช่แข็งไว้ด้านใน

    ในส่วนของชั้นที่สองของเรือ จะเป็นการบดเศษเนื้อปลาให้ละเอียด ไว้สำหรับนำไปขายในราคาถูก หรือนำไปแปรรูปอาหาร

    ส่วนชั้นสามจะเป็นชั้นนอนของหุ่นยนต์โดยเฉพาะ

    ซึ่งหุ่นยนต์ที่ถูกดึงมาพร้อมกับเรือต่างจากหุ่นแบนเนอร์ พวกเขามีห้องนอนเป็นของตัวเองสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งมีลักษณะเป็นโลหะสีเงินที่คล้ายกับแคปซูลฝังอยู่ในผนังทางเดินแคบๆ

    แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นใช่ว่าจะไม่มีห้องนอนสำหรับมนุษย์

    ต้องบอกก่อนว่าห้องนอนที่เจมส์กำลังยืนอยู่ มันหรูหราเสียยิ่งกว่าทุกๆ ห้องที่เขาได้สัมผัส หรือแม้แต่ห้องในเรือยอร์ช'AMERIA'ก็เทียบไม่ติดกับห้องที่ยืนอยู่

    ตัวห้องถูกตกแต่งด้วยหนังแท้ โซฟาหรู เตียงนอนปรับระดับ ความนุ่ม การสัมผัส หรือแม้แต่สิ่งของที่ทำให้คุณผ่อนคล้ายล้วนดำรงอยู่ในห้องนี้

    จากคำบอกกล่าวของนิโคลัส โคมระย้าสีแดงเลือดนกในห้องนอน ที่เห็นเป็นแสงวิ้งๆ นั่นไม่ใช่กระจกเงาแต่เป็นเพชรของแท้!

    ใช่มันคือเพชร และส่วนใหญ่ในห้องนอนล้วนแล้วแต่มีเพชรประดับ!

    สิ่งที่เจมส์ได้สัมผัสมันช่างต่างกับสิ่งประดิษฐ์ของจอร์สโดยสิ้นเชิง

    แหงละ หากเทียบกันแล้วด็อกเตอร์ฟอร์ดคือคนที่รวยมาก เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่มีทรัพย์สินติดหนึ่งในสิบอันดับเศรษฐีโลก ดังนั้นไม่แปลกหาก'จอมเขมือบ'จะมั่งคั่งด้วยเพชรนิลจินดา

    คืนนั้นเจมส์นอนบนเรือลำใหญ่ ความนุ่มและความสะบายระดับนี้ ทำเอาเขาผ่อนคลาย กว่าจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็เป็นตอนตะวันลอยขึ้นมาเหนือศีรษะ เที่ยงวันแล้วนั่นเอง

    อาหารที่จัดวางไว้บนโต๊ะ นับว่ามีฝีมือโดยแท้ พวกมันเป็นกุ้ง ปลา หมึก หอย ที่ถูกปรุงโดยลูกเรือ สีสันดูน่ารับประทาน ต่างจากตอนเจ้าโง่ทอยทำให้ลิบลับ

    คล้ายกับรับรู้ถึงความอ่อนด้อยของตัวเองเมื่อเห็นฝีมือของหุ่นกะลาสีเรือ ทอยพึมพำขึ้น “สีสันอาจน่ารับประทาน แต่ถ้าให้พูดถึงรสชาติ ผมคงทำอร่อยกว่า”

    เจมส์เลิกคิ้วมองเจ้าโง่แบนเนอร์ อมยิ้มเล็กน้อย เริ่มตักอาหารเข้าปากโดยไม่คิดอะไรมาก หลังจากลองชิมได้หนึ่งคำ เขาพยักหน้า หันไปพูดกับนิโคลัสว่า

    “ลูกเรือของคุณฝีมือไม่เลวเลย ถ้าหากผมรู้มาก่อนหน้านี้ว่าพวกเขามีฝีมือ คงไม่ต้องจ้างพนักงานร้านนี้มีหอยหลายคน”

    “ขอบคุณครับเจ้านาย พวกเราทุกคนนอกจากถูกโปรแกรมให้เดินเรือในท้องสมุทร สัตว์นานาพันธุ์แล้ว ยังมีโปรแกรมสำหรับเมนูอาหารทะเลโดยเฉพาะถูกติดตั้งไว้อยู่ด้วย”

    “ใช่ แต่มันน่าเสียดายที่พวกนายไม่มีชิปเซ็ตสำหรับเรียนรู้” เจมส์เริ่มทานข้าวต่อด้วยความนึกเสียดาย

    เป็นเพราะกฏหมายสั่งห้ามไว้บางส่วน ในโลกที่จอร์สอาศัยอยู่ หุ่นยนต์จะเรียนรู้ได้นั้นต้องถูกรับรองโดยกระทรวงเทคโนโลยี แต่อย่างใดก็ตาม เรือที่จอร์สขึ้นไปดูยังอยู่ในขั้นตอนทดลอง ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นหุ่นยนต์จึงถูกข้อจำกัดหลายอย่าง เช่นไม่สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเอง

    เจมส์ใช้เวลาอยู่บนจอมเขมือบถึงช่วงบ่าย หลังจากกล่าวกับนิโคลัสไม่กี่ประโยค เขาขึ้นเรือยอร์ชลำเล็กมาที่ฝั่ง แล้วเดินขึ้นมานั่งบนรถสปอร์ตสีดำ GTR R35

    นี่เองก็เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ถูกดึงมาโดยถุงมือฟ้าประทาน ความจริงแล้วเจมส์ไม่ค่อยอยากดึงสิ่งของที่ไม่ค่อยมีเอกสาร แต่เป็นเพราะ'คำลวง'จึงเป็นเรื่องง่ายเวลาเจอด่านตรวจ

    R35 ที่ถูกดึงออกมาไม่ได้มีอะไรพิเศษ มันเป็นรถปี 2010 ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน บวกกับผลเสียด้านลบที่ไม่ร้ายแรงมาก เจมส์จึงกล้าขับ

    และด้วยผลเสียด้านลบ'ตกเป็นเป้าสายตาของผู้ชาย'ไม่แปลกหากเจมส์จะกลายเป็นที่สนใจหลังจากขึ้นไปนั่งบนรถ

    “เจ้านาย ให้ผมขับให้ไหมครับ” ทอยที่นั่งฝั่งผู้โดยสาร ฉีกยิ้มกว้าง ประหนึ่งเด็กน้อยอยากเล่นของเล่นใหม่

    “ไว้ก่อนสิ ขอผมลองก่อน” เจมส์ว่าอย่างนั้นแล้วสตาร์ทรถ ท่าทางค่อนข้างเงอะงะ ดูไม่ต่างจากคนขับรถไม่เป็น

    แหงละ R35 มีราคาแพงมาก ต่อให้มันถูกดึงจากหน้าหนังสือก็ยังมีราคาสูงอยู่ดี ดังนั้นเขาเลยค่อนข้างประหม่าเมื่อเข้าไปนั่งอยู่หลังพวงมาลัย

    ตั้งแต่ดึงรถยนต์ออกมาเมื่อคืนเจมส์ก็ไม่มีโอกาสได้ขับ เพราะมัววุ่นๆ กับ'จอมเขมือบ'ดังนั้นพอขึ้นฝั่ง เขาจึงสตาร์ทเครื่องยนต์ ลองรถคนแรกก่อนทอย

    ทอยบู้ยปาก คล้ายกับเด็กน้อยงอนอยากได้ของเล่น จนเขาต้องบอกว่าหลังจากนี้เดี๋ยวนายก็ได้ขับทุกวันนั่นแหละ ค่อยยิ้มออก

    R35 ที่ขับอยู่บนท้องถนนตกเป็นเป้าสายตา ไม่แปลกหากหลายคนจะมอง โดยเฉพาะผู้ชาย เพราะมันคือรถราคาแพงหลายล้าน และส่วนหนึ่งเพราะผลเสียด้านลบ

    สืบเนื่องจากถูกถามจากเนตรและเบียร์ ว่าทำไมถึงยังใช้แค่รถกระบะตอนเดียวทั้งที่เป็นคนรวย ในตอนนั้นยังพอแถได้ แต่ถ้าหากถูกใครหลายคนถามเข้าคงเป็นประเด็น ดังนั้นพอมีเวลาเขาจึงได้หารถในหนังสือ แล้วหยิบมันออกมาใช้งานเสียเลย

    วันนั้นเจมส์หมดเงินกับค่าน้ำมันไปหลายตังค์ นี่เป็นสิ่งที่ต้องแลกมาเพราะเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ไหนจะความสะดวกสบายบนท้องถนน ใครเห็น R35 เป็นต้องหลีกทางให้ ไม่กล้าขับเข้าไปใกล้เพราะกลัวทำให้รถเป็นรอย

    วันต่อมาเจมส์ขับรถไปเรียนเป็นวันแรก

    แต่ก่อนที่เขาจะถึงวิทยาลัยก็พบรุ่นพี่ต่างคณะ เธอยืนอยู่ข้างทางกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ดูจากยางรถมอเตอร์ไซค์แล้ว คาดว่าน่าจะยางแตก

    ชายหนุ่มที่อยู่ใน R35 ลดกระจกลงมา ถามรุ่นพี่ต่างคณะว่า “พี่เบียร์ ให้ผมไปส่งไหมครับ”

    คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน