พิษต้มยำกุ้งนั้นทำให้ธุรกิจมากมายล้มหายไปจากตลาดหุ้น ธุรกิจที่รอดได้ก็พยายามปรับตัวกันอย่างหนัก
ส่วนอีกกลุ่มธุรกิจนึงที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน แม้ยังไม่ล้มแต่ก็ ร่อแร่ จวนเจียนจะล้มอยู่แล้ว คือ ธุรกิจขนส่งทางทะเล
เพราะเศรษฐกิจซบเซา ลูกค้าก็หดหาย รายจ่ายเริ่มสูงกว่ารายได้ ธุรกิจจึงพากันขาดทุนติดต่อกันมาหลายปี กลายเป็หุ้นราคาต่ำติดดินที่ดูเหมือนอีกนิดเดียวก็คงจะหายออกจากตลาดไป
เศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวก่อนเพื่อนจากวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำในเอเชีย เป็เพราะการลงทุนหนักในอุตสาหกรรมหลักในประเทศ จีนจึง้าทรัพยากรอย่างมหาศาล และหลังจากจีนได้เข้าร่วมกับองค์การการค้าโลก การค้าขายนำเข้าจึงเริ่มสะดวก
เหล่าบริษัทเรือขนส่งทางทะเลที่กำลังร่อแร่จึงมีงานหลั่งไหลเข้ามามหาศาลจาการขนส่งสินค้าจากลูกค้าไปส่งจีน
เที่ยงวันต่อมา
โต๊ะข้างโรงอาหาร ณรัชต์กำลังนั่งกินมื้อเที่ยงอยู่กับวิทย์
"เต้มันไปไหนอ่ะ "เขาลงมาที่โรงอาหารก่อนจึงไม่รู้ว่าเพื่อนไปไหน
"ไปทำภารกิจสำคัญ มันว่างั้น คงเื่ไร้สาระนั่นล่ะ" วิทย์วิเคราะห์
"เห็นมันไปเตะบอลเล่นกับพวกเด็กมอสี่อยู่นะวันก่อน สงสัยจะพวกแกจะวงแตก"เพื่อนร่วมห้องอีกคนที่นั่งกินข้าวอยู่โต๊ะเดียวกันแซวถึงฉายาที่กลุ่มเขาตั้งกันเองเมื่อไม่นานมานี้ ดีทูบี
"........" ณรัชต์
"......." วิทยา
เต้เดินเหงื่อแตกฝ่าเปลวแดดยามเที่ยงตรงมาโต๊ะที่ณรัชต์กับวิทย์ที่กำลังนั่งกินของหวานอยู่
"ร้อนเชี่ย ๆ เลยว่ะ"เต้บ่น
"โน่น ร้านน้ำ"วิทย์ชี้เข้าไปในโรงอาหาร
เต้เดินเข้าโรงอาหารไปซื้อเครื่องดื่ม ก่อนเดินกลับมาพร้อมแก้วสไปรท์
ณรัชต์เงยหน้าขึ้นจากใต้โต๊ะที่กำลังเอาของกินล่อแมวเล่นอยู่ พร้อมถามสิ่งที่คาใจมานาน
"ไอ้สไปรท์ใส่เกลือนี่ใครเริ่มพาชาวบ้านกินครั้งแรกวะ"
"เออ นั่นสิ ใครวะวิทย์"คนกินหันไปถามคนฉลาดที่สุดในโต๊ะขณะคนเกลือที่โรยอยู่บนแก้วให้ละลายน้ำ
"จะรู้ไหม แล้วภารกิจสำคัญอะไรนั่นเสร็จแล้วเหรอ" วิทย์ตอบแล้วถามต่อ
" มิชชั่นคอมพลีท "เต้ตอบพร้อมทำหน้ามีลับลมคมใน
"มิชชั่นอะไรวะ "เขาชักสนใจ
"แถ่น แทน แท๊นน " เต้พูดพร้อมล้วงกระดาษเล็ก ๆ ออกมาแผ่นนึง
"เบอร์เพจน้องบีน่า"เต้ประกาศด้วยใบหน้าปลื้มปริ่ม
วิทย์หันหน้าไปทางเต้แล้วยกนิ้วโป้งให้
-----------------------------------------------
ดัชนีค่าระวางเรือขนส่งสินค้า เป็อะไรที่ณรัชต์ใน่ชีวิตก่อนไม่ค่อยเข้าใจ ดังนั้นเขาเลยไม่เคยสนใจศึกษาหุ้นกลุ่มนี้ละเอียดเท่าไหร่
เมื่อคุณนั่งวินเข้าซอย ต้องจ่ายเงินสิบบาท
แต่เมื่อมีคนมาต่อคิวรอนั่งวินมากขึ้น คุณกลับต้องจ่ายค่าวิน ห้าสิบบาท เพียงเพราะว่ามีคน้านั่งวินมากขึ้น
แต่ปากซอยมันก็สั้นเท่าเดิม น้ำมันก็ลิตรละเท่าเดิมนี่หว่า เหมือนนั่งวินแล้วจู่ๆ ถูกบังคับให้คิดราคาเหมาชัด ๆ อยากได้ตังค์เยอะเอ็งก็ออก มอร์'ไซค์หาคนขับเพิ่มสิ ไม่ใช่มาขึ้นราคา
ตอนนี้ก็เหมือนมีคนเตรียมจะมารอคิวจำนวนมาก อนาคตค่าเหมาวินเตรียมจะพุ่งกระฉูดแล้ว
ณรัชต์พอรู้ว่าธุรกิจเรือขนส่งของบ้านเรานั้นถือว่าไม่ธรรมดา
มีหลายบริษััทรับงานขนส่งแทบจะทั่วทุกมุมโลก มีทั้งเรือใหญ่แบบไว้ขนแร่ ถ่านหิน ขนซีเมนต์ ของหนักต่าง ๆ ซึ่งก็จะเริ่มมีงานชุกจากการที่จีน้าจำนวนมาก กับพวกเรือแบบไว้ขนตู้คอนเทนเนอร์และอื่น ๆ
แต่ตอนนี้เขาไม่มีข้อมูลของเหล่าบริษัทพวกนี้นี่สิ
อยากซื้อหุ้นบริษัทเรือขนแร่ เรือขนตู้คอนเทนเนอร์ เกิดซื้อผิดไปเจอเรือขนน้ำมันมิแย่เหรอ
ใน่เวลาที่เขาจากมา ถ้าอยากรู้อะไร ก็เสิร์จหาได้สบาย ๆ แต่ตอนนี้ถ้าเขาจะหาอ่านรายงานประจำปีของแต่ละบริษัท ถ้าไม่ไปประชุมผู้ถือหุ้น คงต้องนั่งรถไฟหอบฟลอปปีดิสก์ ไปนั่งโหลดที่ตลาดหลักทรัพย์โน่นล่ะมั้ง
ณรัชต์พอจำได้ว่าบริษัทเรือขนส่งที่อยู่ในตลาดหุ้นที่เป็ตัวหลัก ๆ มีอยู่สามตัว คือ
บริษัทชิพปิ้ง L
บริษัทขนส่ง A
บริษัทเดินทะเล C
ณรัชต์หันไปถามเพื่อนสนิทที่นั่งข้าง ๆ เผื่อจะได้ความคิดดี ๆ
"สมมุติว่ามีสาวสามคนแจ่มมาก แต่แกยังไม่แน่ใจว่าคนไหนจะ'ใช่'คนที่ตามหาอยู่ แกจะทำยังไง"หันไปถามวิทย์
"ก็ลองคบดูทีละคนสิ"วิทย์ตอบ
"ก็เหมาสามเลยสิวะ" เต้ยื่นหน้ามาตอบบ้างทั้งที่ไม่มีคนถามความเห็น
ซื้อหุ้นทีละตัว ถ้าพลาดผลตอบแทนคงน้อย และ่เวลาที่ค่าขนส่งพุ่งขึ้นมันก็มีเพียง่เวลาเดียวเท่านั้น ย้อนกลับมาซื้อตัวใหม่จะไม่ทัน คงต้องใช้ เหมาสาม แบบที่เต้ว่า ดูจะเข้าทีที่สุด
อืม.. เต้มันก็มีคำตอบเจ๋ง ๆ เหมือนกันนี่
ณรัชต์ตอนนี้มีทุนอยู่เก้าหมื่น แบ่งซื้อหุ้นไว้ตัวละสามหมื่นก็ลงตัวพอดี ค้นราคามาแล้วตอนนี้
บริษัทชิพปิ้ง L ราคาหุ้นละประมาณ 1 บาท ซื้อได้ สามหมื่น หุ้น
บริษัทขนส่ง A ราคาหุ้นละประมาณ 5 บาท ซื้อได้ หกพันหุ้น
บริษัทเดินทะเล C ราคาหุ้นละประมาณ 7 บาท ซื้อได้ สี่พันสองร้อยหุ้น (ขั้นต่ำร้อยหุ้น)
ณรัชต์หันกลับไปจะขอบคุณเต้ ก็เห็นเต้ก้มหน้ากลับไปคร่ำเคร่งกับสมุดเล่มเล็กนั่นอีกเหมือนเดิม
"แกว่าประโยคนี้ดีไหมวะ" เต้ยื่นหน้าของหนังสือข้อความกลอนสั้น มาขอคำปรึกษา
ณรัชต์มองกลอนบนสมุดที่อยู่ตรงหน้า
'ถ้าหากความคิดถึงเป็เส้นด้าย มันคงยาวไปได้ถึงโลกพระจันทร์
หากว่ารวมด้วยความรักและผูกพันมารวมกันคงได้ I love you
อะไรวะ ส่งครั้งแรก เอ็งจะไอเลิฟยูเลยเหรอ ณรัชต์กลอกตา
"ไม่ไหวมั้ง กลอนส่งครั้งแรกมันไม่หวานเกินไปหน่อยเหรอ"
ทั้งที่เขาสมัยก่อนก็เคยส่งกลอนพวกนี้ แต่ตอนนี้อ่านแล้วจั๊กจี้ชอบกล สงสัยคงเป็เพราะช่องว่างระหว่างวัยหรือยุคล่ะมั้ง
"ตอนส่งหาน้องเปิ้ลโรงเรียนสตรี... ตอนมอห้า แกก็มีท่อนไอเลิฟยู ด้วยไม่ใช่เหรอ" เต้สงสัยในความสองมาตรฐานของเขา
"........." เขาจำไม่ได้แล้วแฮะ น้องเปิ้ลอะไรเนี่ย
"ไหนมาดูหน่อยซิ" วิทย์ชะโงกหน้ามาจากอีกด้าน
ปกติวิทย์จะไม่สนเื่แบบนี้ แต่ณรัชต์คิดว่าคงเพราะมันนับถือเต้ที่ทุ่มเทไปตีสนิทเหล่ารุ่นน้องผู้ชายห้องเดียวกับน้องบีน่าอยู่นาน ทั้งเตะบอลเอย เลี้ยงน้ำเอย อยู่หลายวัน กว่าจะขอเบอร์เพจน้องบีน่าจากเพื่อนร่วมห้องของเธอได้
เขารู้ว่าแม้เต้จะดูไร้สาระ แต่ลึกๆ แล้วเป็คนมุ่งมั่น
ณรัชต์ลุกขึ้นสลับที่นั่งกับวิทย์เพื่อให้ทั้งคู่ปรึกษากันเื่จะส่งกลอนอะไรได้อย่างสะดวกขึ้น
และเปลี่ยนไปแหย่เ้าแมวลายตัวอ้วนที่ชอบมานอนผึ่งพุงใกล้โต๊ะประจำของพวกเขา
ทำไมแมว หมาโรงเรียนนี้ถึงมีแต่ตัวอ้วนๆ กันนะ
ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหลังอาคารเรียนตอนเย็นวันนึง
ใครมองเข้ามาจะเห็นเด็กหนุ่มสองคนนั่งสุมหัวรวมกันอยู่
ส่วนอีกคนที่ร่วมโต๊ะ เหมือนกำลังเล่นกับแมวโรงเรียน เ้าลายแมวเ้าถิ่นประจำโซนหลังอาคารมอปลาย
