Natalie Story
บทที่ 1
The light inone's eyes : ดวงตาคู่นั้น
Natalie : ถ้าพรวิเศษมีจริง ฉันอยากจะขอให้มนุษย์ไม่เห็นแก่ตัว
บนดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่ค่อนข้างจะคล้ายกับดาวโลก
-!! กริ๊ง !!-
เสียงจากนาฬิกาปลุกดึงนาตาลีให้ตื่นจากฝันร้ายกลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริง
เมื่อเธอลืมตาขึ้นก็พบกับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่ลอดผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามายังห้องนอนนาตาลีตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนสุดนุ่มที่มีผ้าห่มลวดลายผีเสื้อสีสดใสเสียงปลุกจากนาฬิกาดังขึ้นเป็รอบที่สามแล้วแต่นาตาลีกลับไม่ได้ยินเสียงปลุกของสองครั้งแรก
หรือเป็เพราะฝันร้าย?
เธอเหลียวหน้ามองนาฬิกาปลุกทั้งสามเรือนซึ่งเตรียมมันไว้ปลุกในเช้าวันเปิดเทอมใหม่นี้โดยเฉพาะแต่มันกลับส่งผลผิดคาดเมื่อเธอตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายในสภาพเหงื่อโทรมกายทั้งที่เดือนนี้อยู่ใน่ฤดูหนาวแท้ๆ
นาตาลีมองเข็มวินาทีบนหน้าปัดที่กำลังส่งเสียงติ๊กตอกไปมาด้วยความมึนงงเธอจำเนื้อหาในความฝันไม่ได้ ทั้งที่เธอฝันร้ายจนเหงื่อซึมถึงขนาดนี้แท้ๆนาตาลีค่อยๆ คิดทบทวนอย่างช้าๆ และแล้วเธอก็เริ่มเห็นภาพในความฝันอย่างเลือนราง
มันเป็ภาพของชายชุดคลุมดำคนหนึ่ง
………………………………………………………………
ปัง!
ทุกคนในชั้นเรียนต่างหันไปมองตามเสียงผลักประตูเข้ามาอย่างรุนแรง ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือสาวผมบลอนด์ในเครื่องแบบนักเรียนซึ่งมีสภาพคล้ายกับวิ่งหนีฝูงช้างตกมันในป่าดงดิบมา
"นาตาลีนี่ขนาดเป็วันเปิดเรียนวันแรกเธอยังกล้ามาสายอีกเหรอ!"เสียงเกรี้ยวกราดเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากปากของอาจารย์ที่ปรึกษาสาววัยกลางคน(และยังโสด)ของเธอแคธี เจ พาร์คเกอร์
"ขอโทษค่ะ" นาตาลีพูดพลางหอบหายใจไปพลางด้วยรอยยิ้ม
"นี่ยังมาทำหน้าทะเล้นใส่ฉันอีกเหรอ!"
"อาจารย์แคธีครับ ไปอารมณ์เสียกับเด็กนักเรียนทำไมกันล่ะ มันไม่ได้เป็ความผิดร้ายแรงเสียหน่อย และอีกอย่าง นาตาลีก็มาทันชั่วโมงโฮมรูมของเราด้วย"
เอลแกน แมคแคนดี้อาจารย์ที่ปรึกษาอีกคนหนึ่งช่วยพูดแก้ต่างให้กับนาตาลีเขาเป็อาจารย์ชายที่ดูหล่อเหลา สุภาพ และเป็ผู้ใหญ่มาก
นาตาลีแอบแลบลิ้นให้ตัวเองกับความโชคดีครั้งแรกของวันนี้
"อืม... วันนี้จะยกโทษให้ นี่เพราะเห็นว่ามีนักเรียนใหม่ย้ายเข้ามาในห้องหรอกนะและก็อย่าให้มีครั้งหน้าอีกล่ะ!"
อาจารย์แคธีพูดด้วยอารมณ์ที่เย็นลงมากว่าตอนแรกเล็กน้อยริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ปรากฏบนใบหน้าเป็ตัวบ่งบอกความเป็คนเ้าอารมณ์ของเธอเป็อย่างดี
นาตาลีรีบเดินไปยังที่นั่งของเธอซึ่งอยู่ท้ายห้องนึกสงสัยว่าทำไมโรงเรียนถึงได้รับนักเรียนเข้ากลางเทอมอย่างนี้ ความสงสัยของเธอยังคงเป็ความสงสัยต่อไปเพราะถูกขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นมาก่อน
"ไง แม่สาวน้อยขี้เซานาฬิกาปลุกของฉันไม่ได้ช่วยให้ตื่นเช้าขึ้นเลยสินะ"
จูดี้ บิ๊กโนสเพื่อนสนิทของนาตาลีเอ่ยขึ้น เธอเป็สาวน้อยน่ารักรูปร่างอวบเล็กน้อย ผมยาวสีดำเข้ม แววตาของเธอฉายประกายแห่งความซุกซนอยู่ทุกขณะจิต
นาตาลีครางตอบในใจนึกไปถึงภาพของชายชุคลุมดำในฝัน
"ตายแล้วอย่างนี้ฉันก็ต้องเสียเงินไปฟรีๆ น่ะสิ" จูดี้บ่นเสียงอิดออดราวกับว่าราคาของนาฬิกาปลุกมันจะแพงกว่าค่าเทอมของโรงเรียนมัธยมระดับแนวหน้าแห่งนี้เสียอีก
"เอาล่ะทุกคนเงียบเสียงกันหน่อย”อาจารย์เอลแกนพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มผิดกับมิสแคธีที่กำลังใช้สายตาคู่พิฆาตขู่นักเรียนให้หยุดคุยกัน
“วันนี้ครูมีเพื่อนใหม่จะมาแนะนำให้รู้จัก…เข้ามาสิคุณโซอา"
หลังอาจารย์เอลแกนพูดจบนักเรียนชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามา เรียกเสียงฮือฮาจากนักเรียนในห้องทันที
นาตาลีคิดว่าเขาหล่อมากๆถึงขนาดที่ใครเห็นเป็ต้องหยุดชะงักทีเดียวเชียวล่ะ ผมยุ่งๆ สีดำเข้มไร้ทรงนั่นใบหน้าสุดเพอร์เฟคนั้นและดวงตาดำขลับที่สะกดใจทุกคนที่มองมัน
แต่เอ๊ะ! นั่นอะไร...รอยแผลเป็อย่างงั้นเหรอ?
‘ถ้าไม่ใช่เพราะรอยแผลเป็บนใบหน้า ที่ลากยาวั้แ่หางคิ้วขวามาจนถึงปลายคางนั่นล่ะก็ สาวๆในห้องคงพากันไปรุมตอมนายคนนี้หลังหมดชั่วโมงโฮมรูมแน่นอน’ นาตาลีคิด
"แนะนำตัวให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยคุณโซอา" อาจารย์เอลแกนยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
"ครับ" นาตาลีเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศมืดหม่นแปลกประหลาดแผ่ออกมาจากดวงตาสีดำที่แฝงความลึกลับน่าค้นหาคู่นั้นนักเรียนใหม่จ้องมองมายังเธอก่อนจะเผยอปากพูดขึ้น
"ผมริชาร์ด โซอา...ยินดีที่ได้รู้จัก" น้ำเสียงที่เฉยชาราวกับไม่้าผูกสัมพันธ์กับใครถูกเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าที่นิ่งสนิท เมื่อมองดูนานๆ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังมองภาพนิ่งที่มีแต่สีขาวกับดำเก่าๆยับๆ แถมยังมืดหม่นจนน่ากลัว
ความเงียบเริ่มก่อตัวขึ้นในห้องเรียนหลังจบการแนะนำตัวนักเรียนหลายคนเริ่มอึดอัดจนทนไม่ไหว นาตาลีรู้สึกแปลกๆ เมื่อมองนักเรียนใหม่คนนี้มันเหมือนกับมีมนต์เสน่ห์ลี้ลับบางอย่างสะกดให้เธอไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้
"เอ่อ...ครูหวังว่าพวกเธอจะเข้ากับ ริชาร์ด ได้ดีนะ" อาจารย์แคธีกล่าวทิ้งท้ายทำลายความเงียบทำให้นักเรียนหันเหความสนใจไปยังเธอก่อนที่เสียงกริ่งสัญญาณบอกหมดเวลาโฮมรูมจะดังขึ้น...และคนในห้องก็เริ่มพูดคุยกันอีกครั้ง
"นักเรียนใหม่นั่นดูแปลกๆนะ" อาเธอร์จอนส์ตัน เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของนาตาลีพูดขึ้นในขณะที่กำลังเดินผ่านออกจากห้องเรียน หมอนี่หน้าตาจัดว่าหล่อเชียวล่ะแถมพอใส่แว่นแล้วก็ยิ่งดูดีเข้าไปใหญ่เลยหากไม่รู้จักกันมาก่อนมองผ่านเพียงผิวเผินคงคิดว่าเป็พวกเด็กเรียนแต่ที่ไหนได้นิสัยจริงๆ กลับเป็คนี้เีอย่างกับอะไรดี
"อืม…ฉันว่าเขาคงจะต้องใช้เวลาเพื่อปรับตัวน่ะ"นาตาลีพูด พลางชำเลืองมองไปยัง นักเรียนใหม่
เหล่านักเรียนต่างทยอยกันออกจากห้องเพื่อย้ายไปยังสถานที่เรียนชั่วโมงต่อไปนาตาลีเองก็เดินไปกับกลุ่มเพื่อนของเธอตามปกติโดยที่เธอเองนั้นไม่ได้รู้สึกแต่อย่างไรเลยว่ากำลังถูกจับตามองโดยสายตาลึกลับคู่หนึ่ง
…………………………………………………………
นาตาลีรู้สึกโล่งใจเพราะว่าในที่สุดการเรียนอันแสนน่าเบื่อหน่ายในโรงเรียนก็หมดไปอีกวันหนึ่ง เด็กสาวมีความคิดว่าเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้ชีวิตแบบที่เป็อยู่ทุกวันนี้ มันต้องมีอะไรบางอย่างที่เธอต้องทำแต่เธอเองกลับคิดไม่ออกว่ามันคืออะไร
ตอนนี้เธอและเพื่อนๆกำลังเดินทางไปยังบ้านของ แพทริก มูนวอล์คเพื่อนชายอีกคนหนึ่งในกลุ่มของเธอซึ่งมีรูปร่างอ้อนแอ้นอรชรราวกับหญิงสาวและใบหน้าที่จัดว่าสวยผิดธรรมชาติของผู้ชายทั่วไป
ขณะที่พวกเขากำลังอยู่ระหว่างทางสายตาของอาเธอร์ก็ได้เหลือบไปเห็นริชาร์ดนักเรียนใหม่ที่แสนมืดหม่นกำลังเดินเข้าไปในอาคารแห่งหนึ่ง
"น่าสงสัยแหะ"
อาเธอร์เอ่ยขึ้นขณะมองสำรวจสถานที่ๆริชาร์ดเพิ่งเข้าไป มันเป็ตึกร้างสองชั้นขนาดใหญ่ ซึ่งมองดูจากภายนอกแล้วอาจจะเคยเปิดเป็โรงพยาบาลมาก่อน บรรยากาศลี้ลับแผ่ออกมาจากตัวอาคารจนนาตาลีอดขนลุกไม่ได้เมื่อมองมัน
"นายหมายความว่ายังไงอาร์ท"แพทริกมองตามสายตาของอาเธอร์
"ฉันเห็นนักเรียนใหม่เดินเข้าไปในนั้นน่ะนี่ถ้าเป็ที่อื่นฉันจะไม่สงสัยเลย......"
"พวกเราลองตามเข้าไปดูสิ น่าสนใจดีออก" ความอยากรู้อยากเห็นฉายออกมาจากประกายตาของจูดี้อย่างชัดเจน
"ฉันว่าถ้าไม่นับรอยแผลนั่น เขาก็ดูหล่อมากเลยนะ" จูดี้เน้นย้ำให้เพื่อนๆ รู้ถึงความสนใจในตัวเด็กหนุ่มลึกลับ
"ว่ายังไงล่ะแนต"จูดี้โยนการตัดสินใจมาให้นาตาลีที่กำลังใช้นิ้วม้วนผมเล่น
"ฉันว่านะเราต้องรีบทำโครงงานวิทยาศาสตร์ให้เสร็จทันกำหนดไม่งั้นมีหวังโดนอาจารย์อัมเบลร่าสวดยับแน่ๆ"
จูดี้ทำสีหน้าหมดหวังเมื่อได้ยินคำตอบของนาตาลี
"ฉันเห็นด้วยกับนาตาลีนะ เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับเื่ของคนอื่น" แพทริกพูดเสริม
อาเธอร์ผงกศีรษะเห็นด้วยทั้งหมดเดินจากไปโดยหารู้ไม่ว่ามีแววตาคู่หนึ่งมองพวกเขาผ่านความมืดมิดภายในอาคารร้างแห่งนั้นจนกระทั่งนาตาลีและผองเพื่อนเดินลับริมถนนไป
ดวงตาที่มีแสงสีเขียวสว่างเรืองรอง
…………………………………………………………
กว่าพวกเธอจะทำโครงงานเสร็จดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปแล้วนาตาลีเพิ่งจะรู้สึกว่าการเดินบนท้องถนนที่ไร้แสงไฟยามค่ำคืนเพียงลำพังนั้นมันน่าขวัญผวามาก ยิ่งเมื่อได้คิดว่าจะต้องเดินผ่านตึกร้างสยองขวัญนั่นด้วยแล้วยิ่งทำให้หัวใจเธอเต้นแทบจะไม่เป็จังหวะ
โครม!
นาตาลีสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างแต่เมื่อมองไปตามทิศทางของเสียงเธอก็รู้ทันทีว่ามันเกิดจากอะไรมันคือเสียงของลูกสุนัขที่วิ่งออกมาจากด้านหลังของถังขยะ นาตาลีปลุกปลอบความมั่นใจให้แก่ตัวเองแล้วเริ่มก้าวขาเดินต่อไป
แต่แล้วเธอก็มาหยุดยืนอยู่หน้าโรงพยาบาลร้างแห่งนั้นมันเป็ตึกเก่าๆ ที่ถูกคนปล่อยทิ้งไว้ให้ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา...นาตาลีพยายามไม่สนใจมันแล้วรีบเดินผ่านไป แต่กลับมีพลังงานอะไรบางอย่างดึงดูดเท้าทั้งสองของเธอไว้ให้ขยับไม่ได้
“ทะ...ทำไมทำไมถึงก้าวขาไม่ออกนะ"
เธอพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นระรัว
แสงไฟจากหลอดนีออนข้างทางสว่างเพียงพอที่จะทำให้เธอมองเห็นอาคารร้างได้อย่างเลือนราง
ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่านางเอกในหนังสยองขวัญนั้นรู้สึกอย่างไร
เสียงสุนัขเห่าหอนดังระงม ทำให้บรรยากาศ ที่น่าหวาดหวั่นอยู่แล้วเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวยิ่งเข้าไปอีก นาตาลีรู้สึกคล้ายกับกำลังถูกจับตามอง
...จากบางสิ่ง...
มันต้องมาจากบนอาคารนั้นแน่ๆ
สัญชาตญาณสั่งให้นาตาลีค่อยๆเงยหน้ามองขึ้นไปยังชั้นสองของอาคาร และนั่นทำให้เธอถึงกับอ้าปากค้าง
ท่ามกลางความมืดบนชั้นสองของโรงพยาบาลร้างมีแววตาสีเขียวเรืองรองคู่หนึ่งกำลังมองตรงมาที่เธอ
นาตาลีจ้องมองมันดั่งถูกมนต์สะกดเท้าทั้งสองก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้สึกตัวดวงตาสีเขียวเรืองรองทั้งคู่ส่ายไหวไปมาราวกับมีชีวิต
ทันใดนั้นอะไรบางอย่างก็พุ่งผ่านหน้าเธอไปยังประตูอาคารร้างอย่างรวดเร็วนาตาลีกรีดร้องสุดเสียงวิ่งปิดตาจากไป โดยทิ้งให้เ้าหมาน้อยตัวการยืนแลบลิ้นกระดิกหางอยู่หน้าอาคารร้างด้วยความสงสัย
To be continued……….